- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่12:พลังแห่งสายเลือด (ฟรี)
บทที่12:พลังแห่งสายเลือด (ฟรี)
บทที่12:พลังแห่งสายเลือด (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 12 พลังแห่งสายเลือด
‘ดอกเตอร์ต้องการเจอตัวหมอนี้อีกแล้ว!’
‘แถมเวลามันเพิ่งผ่านไปแค่อาทิตย์เดียว!’
แฮงค์ได้สั่งให้ทหารเรือที่เข้ามาส่งข้อความออกไปก่อน หลังจากนั้นคิ้วของเขาก็เริ่มขมวดราวกับกำลังคิดหนัก
‘มีบางอย่างผิดปกติ!’
‘มันต้องมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่’
เขาได้เดินไปเปิดประตูห้องขังพร้อมคิ้วที่ขมวดแน่น
ภายในห้องขังไบร์ทกำลังออกกำลังตามปกติของเขาอยู่
ร่างกายของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยศักยภาพที่ล้นเหลือ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นความแข็งแกร่งเขาจะต้องฝึกฝนตัวเองให้หนักขึ้น
หลังจากเห็นแฮงค์เปิดประตูเข้ามาไบร์ทก็รู้ได้ในทันทีว่าถึงเวลาที่ตกลงไว้แล้ว
ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ผลไม้พวกนั้นควรจะได้รับการเพาะปลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไบร์ทตั้งตารอสิ่งนี้มาก
แต่แฮงค์ที่เปิดประตูเข้ามากลับยังคงยืนขวางประตูเอาไว้
ไบร์ทที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
‘ท่าทีแบบนี้หมายความว่าไง?’
“ทำไมดอกเตอร์ถึงต้องการพบตัวแกบ่อยนัก?”
แฮงค์ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
‘ความใจร้อนของเวก้าพังค์มันไปทำให้หมอนี้สงสัยงั้นหรอ?’
แม้ไบร์ทจะคิดแบบนั้นอยู่ภายในใจแต่เขาก็ยังคงตอบกลับอย่างใจเย็นว่า
“แน่นอนว่าฉันกำลังร่วมมือกับเขาในการวิจัย”
“คุณทหารเรือไม่รู้เหรอว่าเวก้าพังค์เป็นคนแบบไหน?”
ไบร์ทพูดปั่นออกมาด้วยความสนุก
แฮงค์รู้ดีว่าเวก้าพังค์เป็นนักวิทยาศาสตร์หัวรุนแรงที่ไม่สนใจอะไรนอกจากการวิจัย
แต่ปัญหาคือเขาไว้ใจไอ้มนุษย์เงือกเจ้าเล่ห์และน่ารังเกียจที่อยู่ตรงหน้า เขากลัวว่ามันจะหลอกดร.เวก้าพังค์ให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
เขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าไอ้มนุษย์เงือกน่ารังเกียจนี้พร้อมทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด!
ในเมื่อถามหมอนี้แล้วไม่ได้อะไรเขาก็จะตรงไปถามดอกเตอร์เอง
เมื่อคิดได้ดังนั้นแฮงค์ก็เปิดทางออก
"ไปหาดอกเตอร์กันได้แล้ว"
‘หมอนี้ต้องคิดทำอะไรอยู่แน่ๆ’
ไบร์ทเดินออกมาจากห้องขังพร้อมคิดอยู่ในใจ
‘วันอื่นมีเยอะแยะดันมาสงสัยวันนี้ซะได้’
‘หมอนี้คงไม่เข้ามาขัดขวางอะไรหรอกใช่ไหม?’
ใช้เวลาไม่นานไบร์ทก็เดินมาหน้าประตูห้องทดลอง เขามองไปที่ประตูด้วยความกังวลและตื่นเต้น
ไบร์ทผลักประตูให้เปิดออกตามปกติ
"ดอกเตอร์ฉันมาแล้ว"
ไบร์ทพูดและเดินเข้าไปในห้องทดลอง แต่ในขณะที่เขากำลังจะปิดประตูมือข้างหนึ่งก็แทรกเข้ามาคว้าจับประตูเอาไว้แน่น
ทันใดนั้นร่างของแฮงค์ก็เดินเข้ามาในห้องทดลอง
‘หมอนี้มันอดใจไม่ไหวจริงๆ ใช่ไหม?’
ตอนนี้สมองของไบร์ทตื่นตัวสุดๆ
‘ปัญหาได้ตามมาถึงที่!’
‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมอนี้เกิดเจออะไรบางอย่างเข้า?’
‘หรือฉันควรรีบหนีออกไปจากที่นี้?’
‘หรือควรฆ่ามันให้ตายๆ ไปซะแล้วค่อยกินผลไม้นั้นแล้วหนี?’
‘ช่างมันก่อนแล้วกัน มารอดูกันว่าเวก้าพังค์จะว่ายังไง’
"ดอกเตอร์!"
แฮงค์กวาดตามองไปทั่วห้องทดลองก่อนจะพบกับเวก้าพังค์ที่กำลังวาดรูปอยู่บนกระดาษแผ่นใหญ่บนโต๊ะด้วยปากกา
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบดอกเตอร์นับตั้งแต่วันที่ไบร์ทคิดหนีออกไปจากที่นี้
เมื่อได้ยินเสียงของแฮงค์เวาก้าพังค์ก็เงยหน้าขึ้นมามองก่อนที่คิ้วจะขมวดเข้าหากัน
"แฮงค์? นายมีธุระอะไรหรือเปล่า?"
แฮงค์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
‘จะให้บอกไปว่าเขากลัวว่าดอกเตอร์จะถูกมนุษย์เงือกนี้หลอกออกไปตรงๆ เลยดีไหม?’
"ดอกเตอร์ผมก็แค่กังวลในตัวมนุษย์เงือกนี้นิดหน่อย"
"ผู้ชายคนนี้สืบทอดความเลวทรามและดุร้ายของเผ่าพันธุ์ตัวเองมาอย่างสมบูรณ์แบบ การมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากเกินไปอาจเป็นเรื่องอันตราย"
หลังจากคิดดูแล้วแฮงค์ก็ตัดสินใจพูดสิ่งที่เขาคิดออกมา
ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่แฮงค์
"เป็นคำพูดที่น่าสนใจมาก"
"แต่ฉันไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะเลวร้ายตรงไหนอีกอย่างเขาก็ช่วยฉันได้มากเลยด้วย"
เวก้าพังค์วางปากกาในมือลงเอนตัวจนกระดูกสันหลังส่งเสียงร้องออกมา
"ดอกเตอร์,คุณคงถูกหมอนี้หลอกเข้าแล้วแน่ๆ!"
แฮงค์กล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก
"โอเค,ฉันไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระกับนายหรอกนะ"
"ออกไป,ฉันจะเริ่มการทดลองที่รัฐบาลโลกกำลังเร่งฉันอยู่"
เวก้าพังค์โบกมือไล่อีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ใยดี
"แต่ดอกเตอร์…"
"อย่าทำฉันเสียเวลา.. ทหารเรือ!"
นับเป็นครั้งแรกที่ไบร์ทได้เห็นเวก้าพังค์แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา
‘ใช่แล้ว,แกควรจะรีบออกไปซะเพราะฉันกำลังรอกินผลไม้อันหอมหวานของฉันอยู่’
แฮงค์แสดงสีหน้าไม่เต็มใจออกมาอย่างชัดเจน แต่เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของเวก้าพังค์ได้
"ผมจะเฝ้าอยู่ข้างนอกถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นคุณสามารถเรียกผมได้เสมอ"
เขาเดินจากไปแล้วปิดประตูลง
“ดอกเตอร์เขาดูเป็นห่วงคุณนะ”
ไบร์ทล็อคประตูแล้วหันกลับมาหาเวก้าพังค์
“เขาไม่ได้เป็นห่วงฉัน.. เขาเป็นห่วงดร.เวก้าพังค์”
เวก้าพังค์พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
ไบร์ทยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้วท้องนายตอนนี้ว่างพอไหม?”
พูดจบเวก้าพังค์ก็เดินไปที่ด้านหนึ่งของห้องทดลอง เปิดตู้แล้วหยิบผลไม้ออกมาทีละผลแปดผลแล้ววางเรียงกันไว้บนโต๊ะ
“สุดยอด!”
ไบร์ทที่เห็นผลไม้ทั้งแปดก็ถึงกับหายใจเร็ว
แม้ว่ามันจะไม่ใช่ผลไม้ปีศาจแต่อย่างน้อยมันก็ใกล้เคียง มันน่าเหลือเชื่อมากที่สามารถเอาพวกมันทั้งหมดมาไว้รวมกันได้แบบนี้
เวก้าพังค์เริ่มแนะนำความสามารถและที่มาของสายเลือดที่มีอยู่ในผลไม้เหล่านี้ทีละผล
ขอไม่พูดถึงสายเลือดของปลาปะการังโบราณแล้วกัน
"ก่อนอื่นเลยพละกำลังและความอึดของเขามาจากจอมตะกละแห่งยุคโบราณ ‘ปลาแองเกลอร์ยักษ์จอมเขมือบ’ "
"การป้องกันนั้นมาจาก ‘ปลาเกราะเพชร’ ซึ่งอาศัยอยู่ในใต้ท้องทะเลลึกในยุคโบราณรู้จักในชื่อนักล่าผู้เหี้ยมโหดแห่งท้องทะเลลึก ต่อมาปลาหมึกยักษ์มัจจุราชมอบความคล่องแคล่วและความสามารถในการตอบสนองที่สุดยอดนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในการตรวจจับที่สามารถใช้ในใต้ท้องทะเลลึกอันมืดมิดได้อีกด้วย"
เวก้าพังค์ได้ผลักผลไม้สามผลแรกมาตรงหน้าไบร์ท จากนั้นก็ชี้ไปที่ผลไม้สามผลที่อยู่ด้านหลัง
"พวกนี้คือสายฟ้า ไฟและพายุ"
“สายฟ้าและไฟนั้นหาง่ายไม่ได้ยุ่งยากอะไรตัวจ่ายพลังงานที่แข็งแกร่งที่สุดในท้องทะเล ‘ปลาไหลไฟฟ้าโบราณ’ ส่วนไฟนั้นมาจาก ‘ปลากระเบนปีศาจพ่นไฟ’ ทั้งสองตัวนี้สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้แน่นอน”
หลังจากนั้นเวก้าพังค์ก็วางมือไปผลไม้อันที่สาม
“แม้ว่าพายุจะจัดการยากที่สุดแต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วย ‘ปลาสายหมอกยักษ์’ ซึ่งสามารถสร้างเมฆและหมอกออกมาได้ และนอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีของเวเธอร์เรีย”
“มาพูดถึงเวเธอร์เรียกันดีกว่า..”
“ฉันสอนนายได้แค่เทคโนโลยีในการสร้างลมเท่านั้น ถ้าเกิดนายอยากจะเรียนรู้นอกจากนี้นายก็สามารถไปเรียนมันที่เวเธอร์เรียได้”
เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ดอกเตอร์แล้วทำไมคุณต้องทำให้มันยุ่งยากด้วย?!”
ไบร์ทไม่รู้จะพูดยังไงกับผู้ชายคนนี้จริงๆ
“เพราะสิ่งที่นายกำลังมองหาคือพายุไม่ใช่เหรอ?”
เวก้าพังค์ยิ้มกว้างออกมาด้วยความสนุก
“โอเค,งั้นมาที่อันสุดท้าย”
ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ส่งผลไม้สามชนิดที่เป็นตัวแทนของสายฟ้า ไฟ และพายุไปให้ไบร์ท ก่อนจะหยิบผลไม้ลูกสุดท้ายขึ้นมาแล้วโยนไปให้ไบร์ท
“หนุ่มน้อย,นายนี้กลัวตายมากจริงๆ สินะ?”
“เอาไป,สายเลือดจากยุคดึกดำบรรพ์ความสามารถในการปรับตัวของหมีน้ำยักษ์!”
…………
แฮงค์ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องทดลองพร้อมมือที่กำแน่น
‘ดอกเตอร์เชื่อในตัวไอ้มนุษย์เงือกน่าขยะแขยงนั้นแต่ไม่ใช่ฉัน!’
‘ทั้งที่มันเป็นแค่มนุษย์เงือกน่าขยะแขยงแท้ๆ’
‘เวก้าพังค์ชายที่ได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดในโลกมีช่วงเวลาที่โง่เขลาแบบนี้ได้ยังไงกัน?’
“เฮ้! แฮงค์ทำไมนายถึงได้มายืนอยู่เฝ้าที่นี่?”
ทันใดนั้นเองเสียงที่ฟังดูมีอายุก็ได้ดังขึ้นมา
แฮงค์หันหน้าไปตามด้วยความประหลาดใจ
“พลเรือโทออคแคม! คุณมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
ผู้บัญชาการฐานทดลองผมขาวได้เดินเข้ามาอย่างช้าๆ
“มีข่าวมาจากศูนย์ใหญ่และเราจำเป็นต้องหารือกับดร.เวกาพังค์”
‘โอกาส!’
"ตอนนี้ดอกเตอร์กำลังอยู่ในห้องทดลองกับมนุษย์เงือกคนนั้น ช่วงนี้ดอกเตอร์เรียกตัวมนุษย์เงือกนั้นมาพบบ่อยมากพลเรือโทออคแคมผมเกรงว่าดอกเตอร์จะถูกมนุษย์เงือกนั้นหลอก"
แฮงค์กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"งั้นหรอ?"
พลเรือโทอาวุโสได้พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า
"แฮงค์เชื่อในตัวดอกเตอร์เถอะ เขาไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกได้หรอกนะเพราะเขากำลังทำการทดลองอยู่ดังนั้นโปรดรออีกหน่อยเถอะ"
‘ทั้งที่มนุษย์เงือกนั้นก็อยู่ที่นี่แท้ๆ’
พลเรือตรีแฮงค์แอบกัดฟันด้วยความหงุดหงิด
‘ตาแก่นี้ขี้เกียจเกินกว่าจะสร้างปัญหาให้ตัวเองหลังเกษียณหรือไง?’
แม้เขาจะโกรธแต่เขาก็ไม่ได้เสียสติ เขาได้ยินคำสำคัญบางอย่างจากประโยคของพลเรือโทอย่างชัดเจน
“ธุระที่คุณมาเกี่ยวกับมนุษย์เงือกนั้นหรือเปล่า? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ฮืม? นายยังไม่รู้เหรอ? เจ็ดเทพโจรสลัดคนใหม่ได้ถูกแต่งตั้งแล้ว ‘ชายชาตรีแห่งท้องทะเลจินเบ’ จากกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์เมื่อเขาได้รับเชิญให้เป็นเจ็ดเทพโจรสลัดเขาได้เสนอเงื่อนไขบางอย่าง..”
“…….”
“อะไรนะ?!”
เสียงร้องดังขึ้นมาจากด้านนอกห้องทดลองแม้แต่ประตูเหล็กตรงหน้าก็ไม่อาจปิดกั้นมันได้
ในตอนนี้ไบร์ทที่กำลังพยายามกลืนผลไม้คำสุดท้ายอยู่ได้ตบหน้าอกของตัวเองอย่างแรง
เขาไม่มีเวลาไปสนใจหรอกว่าคนข้างนอกนั้นตะโกนออกมาเพราะอะไร หลังจากกินผลไม้ลูกใหญ่ติดกันแปดผลท้องของเขาก็แน่นสุดๆ
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,หนุ่มน้อยต่อไปก็ย่อยมันให้ดีๆ ล่ะ”
เวก้าพังค์หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
"ฉันตั้งตารออนาคตของนายจริงๆ"
"ฉันเองก็ตั้งตารอมันเหมือนกัน"
ไบร์ทฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างน่าเกลียดและในที่สุดกลิ่นอันน่ารังเกียจในปากก็จางหายไปสักที
"ถ้างั้นก็อย่าปล่อยให้คนที่อยู่ข้างนอกต้องรอนานดีกว่า"
พูดจบเวก้าพังค์ก็เดินไปเปิดประตูห้องทดลองออก
"การทดลองจบแล้วงั้นหรอ?"
พลเรือโทผู้บัญชาการฐานทดลองคนนี้ไบร์ทเคยเจอเขาครั้งหนึ่ง อีกฝ่ายได้เดินเข้ามาอย่างช้าๆ โดยเอามือไขว้ไว้ข้างหลังพร้อมเผยยิ้มที่ดูใจดีออกมา
ไบร์ทสังเกตเห็นว่าพลเรือโทคนดังกล่าวได้เหลือบมองมาที่เขา
นอกจากนี้ไบร์ทยังสังเกตเห็นใบหน้าที่หม่นหมองของพลเรือตรีแฮงค์ที่เดินตามมาด้วยเช่นกัน
"คุณพลเรือโทมีธุระอะไรหรือเปล่า?"
เวก้าพังค์ถามขึ้นมาด้วยความสนใจ
แม้แต่ไบร์ทเองก็รู้ว่าพลเรือโทคนนี้ขี้เกียจมากแค่ไหนซึ่งมันอาจเป็นเพราะอายุของเขา ดังนั้นการที่เขามาที่นี่ในวันนี้มันจะต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่นอน
"มีข่าวจากศูนย์ใหญ่หน่ะ"
"ชายชาตรีแห่งท้องทะเลจินเบแห่งกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ได้ตอบรับคำเชิญของรัฐบาลโลกในการเป็นเจ็ดเทพโจรสลัดแล้ว แต่เขาก็ได้ตั้งเงื่อนไขบางอย่างเอาไว้.."
พลเรือโทออคแคมกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายหัวใจของไบร์ทก็ถึงกับเต้นแรง
‘ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงแล้วงั้นหรอ?’
"เขาต้องการให้รัฐบาลโลกปล่อยตัวมนุษย์เงือกจากกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ที่ถูกจับกุมทั้งหมด!"
พลเรือโทออคแคมได้กล่าวเสริมออกมา
"ไม่มีทาง!"
“ไม่สำคัญหรอกว่ามนุษย์เงือกตัวไหนจะถูกปล่อยตัว.. แต่มันต้องไม่ใช่ไอ้มนุษย์เงือกสารเลวนี้!”
ในที่สุดพลเรือตรีแฮงค์ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
แฮงค์ชี้นิ้วมาที่ไบร์ทและร้องตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
“มันสร้างความเสียหายมากมายให้กับคนของเรา! เราจะยอมปล่อยตัวมันไปได้ยังไง?!”
“นอกจากนี้ฐานทดลองแห่งนี้ยังเป็นความลับของรัฐบาลโลก ถ้าปล่อยตัวมันไปละก็มันต้องเปิดเผยความลับของรัฐบาลโลกแน่นอน!”
“นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันลังเล เพราะคำขอของจินเบคือให้ปล่อยตัวพรรคพวกทุกคนของเขารัฐบาลโลกเองก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าพรรคพวกของเขาทุกคนปลอดภัยดี ตอนนี้ถ้าจะให้ไปบอกเขาว่ามีคนหนึ่งหายตัวไปเกรงว่าเขาคงจะไม่ยอมรับมันแน่ๆ”
“เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับการรับสมัครเจ็ดเทพโจรสลัด แต่ฐานทดลองของเราเองก็เป็นความลับจริงๆ ดังนั้นดอกเตอร์…”
พลเรือโทกล่าวออกมาด้วยความลำบากใจก่อนจะมองไปที่เวก้าพังค์
“ฉันอยากฟังความคิดเห็นของคุณ”
แฮงค์เองก็กำลังมองมาที่เวก้าพังค์
ไบร์ทเองก็กำลังมองมาที่เวก้าพังค์เช่นกัน
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย