- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่9:หลอมรวมสายเลือด (ฟรี)
บทที่9:หลอมรวมสายเลือด (ฟรี)
บทที่9:หลอมรวมสายเลือด (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 9 หลอมรวมสายเลือด
ไบร์ทไม่ได้อยู่ในห้องทดลองของเวก้าพังค์นานเท่าที่คิดไว้ เมื่อเวก้าพังค์ทำการตรวจร่างกายไบร์ทอีกฝ่ายก็ได้ทำการดึงเลือดของเขาเก็บไว้ในหลอดทดลองก่อนจะส่งตัวเขากลับไป
ตามจริงแล้วการที่พวกเขาอยู่ด้วยกันนานเกินไปนั้นไม่ใช่เรื่องดี
เมื่อไบร์ทเปิดประตูและเดินออกมาจากห้องทดลอง เขาก็ได้พบว่าคิซารุได้จากไปแล้วตอนนี้มีเพียงพลเรือตรีแฮงค์เท่านั้นที่รอเขาอยู่
แฮงค์ได้ทำการพาตัวไบร์ทกลับไปยังห้องขังโดยไม่พูดอะไร ไบร์ทเองก็ไม่ได้มีอะไรจะคุยกับอีกฝ่ายเหมือนกัน
หลังจากส่งไบร์ทกลับเข้าห้องขังเรียบร้อยแฮงค์ก็เรียกทหารเรือมาหา
"ไปที่ห้องทำงานของฉันแล้วย้ายเตียงกับโต๊ะฉันมาไว้ที่นี่!"
นับจากนี้ไปเขาจะไม่ให้โอกาสไอ้มนุษย์เงือกสารเลวนี้อีกเด็ดขาด!
.........
ไบร์ทไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังเฝ้าเขาอยู่ที่หน้าประตูห้องขัง
แต่ถึงจะรู้เขาก็ไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะในห้องขังนั้นมีหอยทากสื่อสารคอยเฝ้าติดตามดูการกระทำของเขาอยู่ตลอดเวลากับการที่มีคนมาเฝ้าเขาที่หน้าประตูมันจะไปมีความหมายอะไร
ไบร์ทนั่งลงบนเตียงและทำใจให้สงบ
‘น่าขายหน้าจริงๆ’
‘เมื่อกี้ต่อหน้าคิซารุฉันแทบหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ’
ความรู้สึกไร้พลังในตอนที่ถูกจับตัวมาได้หวนคืนกลับมาในใจเขาอีกครั้ง
‘อ่อนแอ.. ฉันยังอ่อนแอเกินไป!’
โลกใบนี้แตกต่างจากโลกในชีวิตก่อนบนท้องทะเลอันไร้สิ้นสุดนี้ไม่เคยเมตตาใคร มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถต้านทานพายุท่ามกลางท้องทะเลแห่งนี้ได้
‘ฉันต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้!’
อย่างน้อยก็ต้องแข็งแกร่งมากพอที่จะยืนหยัดประจันหน้ากับสัตว์ประหลาดอย่างคิซารุให้ได้
ไบร์ทสูดหายใจเข้าและเริ่มออกมากำลังกาย
ไบรท์พลิกตัวและลงมือวิดพื้นด้วยความเคยชิน
ศักยภาพของร่างกายต้องการเวลาในการเติบโตและต้องได้รับการกระตุ้น แต่ไบร์ทคิดว่าการออกกำลังกายที่มากพอก็น่าจะสามารถเร่งกระบวนการนี้ได้เช่นกัน
ร่างกายของไบร์ทเริ่มเปียกปอนไปด้วยเม็ดเหงื่อ
………..
วันเวลาได้ไหลผ่านไปนานหลายวัน,ในแต่ละวันไบร์ททำอยู่แค่สามอย่าง คือ กิน นอน และออกกำลังกาย
บางทีปัจจัยสายเลือดของไคโดที่เขาได้รับอาจเริ่มทำงานแล้ว เพราะไบร์ทรู้สึกได้ว่าเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวัน
ร่างกาย พละกำลัง และความอึดกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
จริงๆ แล้วไบร์ทอยากลองใช้พลังผลปีศาจของเขามาก แต่ไบร์ทรู้ดีว่านี้ไม่ใช่เวลาเพราะเขายังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าดูของกองทัพเรืออยู่ตลอดเวลา
ตอนนี้เขาทำได้แค่ทำงานหนักในการออกกำลังกายเท่านั้น
นอกจากการออกกำลังกายแล้วสิ่งเดียวที่ไบร์ทหวังพึ่งได้คงจะเป็นเวก้าพังค์
พูดถึงเรื่องนี้แล้วนับตั้งแต่วันนั้นคิซารุก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกเลยราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่จริง
ในฐานะขุมกำลังระดับสูงของกองทัพเรืออาจมีเรื่องสำคัญกว่านี้ที่เขาต้องพิจารณา
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับไบร์ท แต่ความรู้สึกที่ถูกเมินเฉยแบบนี้มันก็ค่อนข้างน่าหงุดหงิดเหมือนกัน
อย่างไรก็ตามแม้ว่าคิซารุจะเพิกเฉยต่อไบร์ท มันก็ไม่ได้หมายความพลเรือตรีแฮงค์จะผ่อนปรนลงไบร์ทประหลาดใจมากตอนที่เห็นโต๊ะและเตียงที่หน้าประตูครั้งแรก
ผู้ชายคนนี้ไม่คิดที่จะให้โอกาสไบร์ทจริงๆ ยกเว้นในห้องทดลองของเวก้าพังค์เขามักจะติดตามไบร์ทอยู่เสมอ
อาจฟังดูเป็นเรื่องแย่แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย ไบร์ทใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขาอยู่ในห้องขังดังนั้นช่วงเวลาที่มีผู้ชายคนนี้ติดตามเขาก็จะอยู่ในช่วงระหว่างทางไปห้องทดลองซะส่วนใหญ่
ไบร์ทเองก็เริ่มชินกับพฤติกรรมของผู้ชายคนนี้แล้วเหมือนกัน
วันหนึ่งเมื่อไบร์ทบริจาคเลือดให้เวก้าพังค์ใช้ทดลองตามปกติ อีกฝ่ายก็ได้บอกกับเขาว่าคิซารุได้ถูกย้ายออกไปแล้วและฐานทดลองเองก็มีผู้บัญชาการคนใหม่เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งอีกฝ่ายนั้นเป็นพลเรือโทจากศูนย์ใหญ่กองทัพเรือ
ถึงอย่างงั้นไบร์ทเองก็ยังคงหวาดระแวงอยู่นิดหน่อยกับการจากไปอย่างเงียบๆ ของคิซารุโดยที่ไม่ได้เข้ามาสร้างปัญหาอะไรให้กับเขา
หรือบางทีในความคิดของคิซารุแค่พลเรือโทก็มากเกินพอแล้วสำหรับไบร์ท?
ไบร์ทเคยเห็นพลเรือโทคนใหม่อยู่ครั้งหนึ่ง ในวันหนึ่งตอนที่เขาเข้าไปในห้องทดลองของเวก้าพังค์
ผู้ชายคนนั้นไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนในงานต้นฉบับ เขามีอายุประมาณหกสิบหรือเจ็ดสิบปี ผมและเคราของเขาเป็นสีขาวโพลน ดูแล้วเขาน่าจะเป็นทหารเรือยุคเดียวกับพวกเซนโงคุ การ์ป และเซเฟอร์หรือไม่ก็อาจจะนานกว่านั้น แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจไบร์ทสักเท่าไหร่เพราะนับตั้งวันนั้นไบร์ทก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย
……….
เพียงพริบตาเวลาก็ไหลผ่านไปกว่าสี่เดือน
ในวันหนึ่งเวก้าพังค์ก็ได้เรียกตัวไบร์ทมาที่ห้องทดลอง
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ในที่สุดฉันก็ไขปริศนาได้แล้ว!"
ใบหน้าของเวก้าพังค์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"ปัจจัยสายเลือดของมนุษย์เงือกนั้นซับซ้อนกว่ามนุษย์มาก! แม้แต่ตัวฉันเองก็ต้องเสียเวลาไปค่อนข้างมากกว่าจะเข้าใจ"
ไบร์ทเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน
"หมายความว่าตอนนี้เราสามารถเริ่มส่วนสำคัญกันได้แล้วใช่ไหม?"
"ใช่,ตอนนี้นายสามารถเลือกสายเลือดที่นายต้องการได้แล้ว!"
เวก้าพังค์ได้พาไบร์ทไปที่หน้าคอมพิวเตอร์ ไบร์ทมองไปที่หน้าจอคอมก่อนจะพบกับภาพสัตว์น้ำมากมายเต็มทั่วจอ
"ตั้งแต่ในยุคโบราณกาลจนมาถึงปัจจุบันสัตว์น้ำทุกตัวที่เกิดในทะเลล้วนแล้วแต่เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์เงือกทั้งสิ้น ซึ่งบางสายพันธุ์อาจเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ด้วยซ้ำและพวกเขาทั้งหมดก็ได้มาอยู่ที่นี้แล้ว!"
"หมายความว่าในตอนนี้อดีตกับปัจจุบันกำลังทับซ้อนกันเหรอ?"
เมื่อได้ยินสิ่งที่เวก้าพังค์พูดไบร์ทก็กล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
"ไม่,มันไม่ได้ทับซ้อนกันแต่ก็คงเป็นแบบนั้นได้อีกไม่นานหรอก!"
เวก้าพังค์ไม่คิดที่จะระงับรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลยสักนิด
"ดอกเตอร์,คุณกำลังจะบอกว่าฉันสามารถเลือกได้มากเท่าที่ต้องการงั้นหรอ?"
ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,เป็นความคิดที่ดีแต่พลังผลปีศาจนั้นไม่สามารถแบกรับปัจจัยสายเลือดที่แตกต่างกันมากเกินไปได้ แม้ว่าปัจจัยทางสายเลือดพวกนี้จะมาจากร่างกายของนายเองก็ตาม"
เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"นายไม่จำเป็นต้องเลือกทั้งหมดในตอนนี้ เพราะงั้นเลือกมาอย่างหนึ่งเพื่อลองดูกันก่อนดีกว่า"
‘ลองดู?’
‘ทำไมมันฟังดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย?’
ไบรท์อดไม่ได้ที่จะถามว่า
"การเลือกของคุณหมายความว่าไง?"
"นายแค่เข้าใจว่าฉันกำลังรวมปัจจัยสายเลือดเข้ากับพลังผลปีศาจก็พอ"
เวก้าพังค์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจเหมือนเดิม
‘ไม่เห็นจะเข้าใจสักนิด’
ไบร์ทมองไปยังสัตว์น้ำมากมายบนหน้าจอก่อนจะถามออกมาว่า
"ดอกเตอร์แล้วคุณจะบอกกับรัฐบาลโลกว่ายังไง?"
เวก้าพังค์เหลือบมองมาที่ไบร์ทและกล่าวออกมา
"ทำไม? นายกลัวว่าฉันจะเปิดเผยการทดลองนี้ให้รัฐบาลโลกรู้เหรอ?"
"อย่ากังวลไปเลย,ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนอยู่แล้ว"
เวก้าพังค์ยิ้มและงอตัวจนหัวเกือบจะถึงพื้นไบร์ทกลัวจริงๆ ว่าเอวของเขาจะหักเอาสักวัน
"ฉันมีอีกโปรเจคที่กำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ ซึ่งมันก็คือการทดลองการหลอมรวมสายเลือดมนุษย์เงือกหรือก็คือแผนการสร้างนักรบมนุษย์เงือกรัฐบาลโลกสนใจมันมากเลยนะ"
หลังจากนั้นไบร์ทก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
"แล้วทำไมไม่รับสมัครมนุษย์เงือกเอาเลยล่ะ?"
เวก้าพังค์ยืดตัวตรงก่อนจะบิดขี้เกียจและตอบออกมาว่า
"นายไม่จำเป็นต้องถามคำถามโง่ๆ แบบนั้นออกมาหรอกนะ"
ไบร์ทที่ได้ยินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ก่อนจะส่ายหัว เพราะมันเป็นคำถามที่โง่มากจริงๆ
“ดอกเตอร์ฉันเลือกได้แล้ว..”
“ฉันเอาอันนี้ล่ะ”
ในตอนนี้ไบร์ทกำลังชี้ไปที่ภาพภาพหนึ่งบนจอ
เมื่อเห็นแบบนั้นเวก้าพังค์ก็ได้เดินเข้ามาดู
“ก็ไม่เลวนะ,เรียบง่ายและธรรมดาแต่ก็มีประโยชน์เหมาะสมกับนายดี”
“ขอเวลาฉันหนึ่งสัปดาห์”
…………
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความคาดหวังของไบร์ท
ไบร์ทได้ถูกเรียกตัวมาที่ห้องทดลองของเวก้าพังค์อีกครั้ง
หลังจากนั้นเวก้าพังค์ก็ได้โยนผลไม้ที่คุ้นเคยออกมา
“นี่มัน?!”
ไบร์ทมองดูผลไม้ในมือด้วยความประหลาดใจ
ผลไม้สีแดงเพลิงที่มีวงกลมสีเหลือง
‘นี่มันไม่ใช่ผลไม้ปีศาจที่ฉันกินเข้าไปงั้นหรอ?’
“กินมันซะหนุ่มน้อย”
เวก้าพังค์กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอันคุ้นเคย
“สายเลือดที่นายเลือกนั้นได้ไปอยู่ในผลไม้นี้แล้ว”
ไบร์ทเต็มไปด้วยความสับสน
‘นี้มันอะไรกัน?’
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย