- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่7:คำเตือน (ฟรี)
บทที่7:คำเตือน (ฟรี)
บทที่7:คำเตือน (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 7 คำเตือน
เพียงชั่วพริบตาไบร์ทก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แม้ว่าทหารเรือพวกนี้จะไม่ใช้อาวุธจากคำสั่งของเวก้าพังค์ แต่ตัวไบร์ทเองที่ถูกล่ามโซ่ไว้แบบนี้เองก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่คล่องตัวนัก
ในความเป็นจริงไบร์ทเข้าใจดีถึงความโกรธแค้นของพวกเขา
เหล่าทหารเรือที่ตายและได้รับบาดเจ็บเพราะเขาในวันนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่ก็เป็นคนของกองทัพเรือ
ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะรู้สึกโกรธ แต่น่าเสียดายที่ต่อให้เข้าใจมันก็ไม่ได้มีความหมายอะไร
ในหลายๆ ครั้งคนเราก็ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ อาจเป็นเพราะหน้าที่ จุดยืน ความสนใจ หรือปัจจัยที่แตกต่างกันออกไปสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเส้นด้ายที่คอยชักใยพวกเขาราวกับหุ่นเชิดให้ทำในสิ่งที่พวกเขาไม่อยากทำ
เพราะงั้นต่อให้ไบร์ทเข้าใจถึงความโกรธแค้นของอีกฝ่ายมันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องนิ่งเฉยให้อีกฝ่ายมาทำร้าย
ดังนั้นเมื่อเหล่าทหารเรือพุ่งเข้ามาและต้องการกดร่างของเขาลง ไบร์ทก็ย่อตัวลงเกร็งกล้ามเนื้อขาพร้อมกับน้ำที่เริ่มไหลไปรวมตัวกันอยู่บนขาของเขา
"คาราเต้มนุษย์เงือก-ฝ่ามือหนังฉลาม!" (ซาเมฮาดะ โชวเทย์)
ทันใดนั้นขาของไบร์ทก็ได้ระเบิดพลังออกมาจนพื้นสั่นไหว ร่างกายที่สูงใหญ่ของไบร์ทพุ่งชนออกไปข้างหน้าราวกับหัวรถจักร
ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องพาตัวเองออกไปจากวงล้อมนี้ให้ได้ก่อน
แม้ว่าเขาจะก้าวใหญ่ๆ ไม่ได้เพราะโซ่ตรวนที่อยู่บนเท้าแต่ขอเพียงแค่ก้าวเล็กๆ ก็พอแล้ว
ไม่มีทหารเรือคนไหนสามารถหยุดเขาได้ และใครก็ตามที่เข้ามาขวางทางเขาต่างก็ถูกทุบตีจนกระเด็นกระดอนราวกับลูกโบว์ลิ่ง
“อ้ากกกก!”
ด้านนอกห้องขังในตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง
"ไอ้เวรนี้!"
นาวาเอกโรนัลด์ตะโกนออกมาด้วยความโมโหพร้อมกับกระทืบเท้าของเขาลงไปบนพื้นก่อนที่ร่างของเขาจะกระพริบหายไปราวกับภูตผี
“โซ!”
“เดินชมจันทร์!”
ทันทีที่ไบร์ทชะลอความเร็วลงโรนัลด์ก็มาปรากฏตัวอยู่บนฟ้าที่ด้านหลังของเขาแล้ว
"เท้าวายุ!!"
โรนัลด์หมุนตัวเตะกลางอากาศพร้อมกับคลื่นลมอันแหลมคมที่ระเบิดออกมาโดยเล็งไปที่ไหล่ของไบร์ท
‘หมอนี้ดูเร็วกว่าพลเรือตรีคนนั้นซะอีก’
ไบร์ทคิดอยู่ภายในใจพร้อมกับหมุนตัวและยกแขนของเขาขึ้นมากัน
“บูมมม!”
เท้าขวาของโรนัลด์กระแทกเข้าใส่กุญแจมือของไบร์ทอย่างรุนแรง
ลูกเตะอันทรงพลังของเขาทำให้กุญแจมือถึงกับผิดรูป แม้แต่แขนของไบร์ทเองก็ถึงกับงอเล็กน้อยจากการปะทะในครั้งนี้
แต่จากเหตุการณ์นี้มันได้พิสูจน์แล้วว่ากุญแจมือโลหะผสมที่ทำขึ้นเป็นพิเศษในฐานทดลองแห่งนี้เป็นของที่มีคุณภาพสูงจริงๆ เพราะนอกจากผิดรูปแล้วมันก็ไม่ได้เสียหายหรือแตกหักอะไร
“อะไรกัน?!”
โรนัลด์มองมาที่ไบร์ทด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
‘หมอนี้ป้องกันการโจมตีของฉันได้ง่ายๆ เลยความแข็งแกร่งของผู้ชายคนนี้มัน…’
ไบร์ทไม่ได้ให้เวลาโรนัลด์ตกใจสักนิดเขาคว้าจับไปที่ขาของอีกฝ่ายด้วยมือทั้งสองข้างและดึงมันเข้ามาหาตัว
ร่างกายของโรนัลด์นั้นเสียการควบคุมในทันที สิ่งที่โรนัลด์เห็นนั้นคือร่างของเขาที่กำลังถูกไบร์ทยกขึ้นไปบนฟ้า
“ที่ฉันบอกแกว่าอย่าทำมันหมายความว่า..”
“อย่ามาทำให้ฉันหงุดหงิด!”
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
โรนัลด์กัดฟันและเตะขาอีกข้างที่เหลืออยู่เข้าใส่ไบร์ท
แต่ก่อนหน้านั้นไบร์ทก็ได้ทำการเหวี่ยงร่างของเขาเป็นวงกลมอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากนั้นไบร์ทก็มองไปยังเหล่าทหารเรือที่อยู่ด้านหลังเขา
ไบร์ทได้ทำการเล็งและปล่อยกระสุนมนุษย์ออกไปในทันที
“บูมมมม!”
กระสุนมนุษย์ของไบร์ทได้พุ่งทะลุเหล่าทหารเรือที่แออัดออกไปอย่างรุนแรง
พลังทำลายที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทหารเรือธรรมดาจะต้านทานได้ ดังนั้นวงล้อมของพวกเขาจึงถูกทุบทำลายจนย่อยยับอีกครั้ง
ร่างของโรนัลด์นั้นได้ทะลุผ่านเหล่าทหารเรือไปกระแทกเข้าใส่กำแพงอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงระเบิดดังอื้ออึง
"อักก!"
โรนัลด์ที่นอนอยู่บนพื้นได้ลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อแต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกมาเลือดก็ล้นทะลักออกมาจากปาก ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงไปบนพื้นและทำได้เพียงแค่จ้องมองเท่านั้น
เหล่าทหารเรือที่เหลือต่างก็เงียบกริบ พวกเขาทุกคนล้วนมีสีหน้าหวาดกลัว
นาวาเอกโรนัลด์ผู้เชี่ยวชาญวิชาหกรูปแบบถึงสี่แบบ กลับพ่ายแพ้ให้กับมนุษย์เงือกที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาอย่างง่ายดาย
ไบร์ทเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ความแข็งแกร่งของเขามันเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
‘ผลปีศาจสายโซออน-สายพันธุ์สัตว์มายานั้นน่าเหลือเชื่ออย่างที่คนว่ากันไว้จริงๆ’
‘หรือว่ามันอาจจะเป็นเพราะปัจจัยสายเลือดของไคโด?’
‘ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงก็คงดี’
‘ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหนถ้าสามารถใช้พลังนี้ได้อย่างเต็มที่?’
ไบร์ทคิดพร้อมกับเดินกลับไปยังทางห้องขังอย่างช้าๆ
เมื่อเห็นว่าไบร์ทกำลังเดินเข้ามาเหล่าทหารเรือต่างก็หลบออกไปโดยไม่รู้ตัว พวกเขาพยายามอยู่ให้ไกลจากไบร์ทให้ได้มากที่สุด
แน่นอนว่าก็ยังมีอีกหลายคนที่เข้ามาขวางทางไบร์ท แม้ว่าพวกเขาจะเต็มไปด้วยความกลัวก็ตาม
"อย่ามาอวดดีมนุษย์เงือก!!"
"แกลืมสถานะของตัวเองไปแล้วหรือไง?!"
พวกเขาต่างตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อปกปิดความกลัวที่มี
ไบรท์ไม่ได้สนใจอะไรพวกเขาเลยเขาทำเพียงแค่เดินผ่านพวกเขาไป หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าไปในห้องขังอันแสนคุ้นเคยและปิดประตูลงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฮู้ววววว!”
เหล่าทหารเรือต่างก็หันมามองหน้ากันก่อนที่พวกเขาจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"รีบล็อคประตูเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้มันออกมาได้อีก!"
"ไปดูสิว่านาวาเอกโรนัลด์เป็นยังไงบ้าง!"
ไบร์ทไม่ได้สนใจเลยว่าประตูห้องขังจะถูกล็อคหรือไม่
ตอนนี้ตัวเขาเต็มไปด้วยเหงื่อดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอาบน้ำล้างตัวให้สะอาด
ไบร์ทเริ่มสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้พร้อมกับน้ำอันหนาวเย็นที่ไหลอาบร่างของเขา
หากคำสัญญาของเวก้าพังค์เป็นความจริงมันหมายความว่าเขาเป็นฝ่ายชนะ
สายเลือดจากเผ่าโอนิของไคโดนั้นได้พัฒนาความแข็งแกร่งของเขาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับตัวเขาก่อนหน้านี้
สิ่งนี้ไม่ได้พัฒนาแค่ความแข็งแกร่งของเขาเท่านั้น แต่ยังมอบศักยภาพในการพัฒนาร่างกายของเขามาอีกด้วย
บางทีเมื่อถึงตอนที่การวิจัยของเวก้าพังค์จบลง ศักยภาพเหล่านั้นอาจจะเปลี่ยนไปกลายเป็นความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวก็เป็นได้
แต่ปัญหาคือเวก้าพังค์เป็นคนที่เชื่อถือได้จริงหรือเปล่า?
ไบร์ทเงยหน้าขึ้นและปล่อยให้น้ำได้ไหลผ่านชำระล้างความคิดของเขาออกไป
‘ตอนนี้ฉันทำได้แค่เชื่อเท่านั้น’
หลังจากปิดน้ำแล้วไบร์ทก็เริ่มเช็ดตัวด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
‘ทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนั้น?’
ไบร์ทจำได้ดีในตอนที่เวก้าพังค์ยิ้มและวางมือลงมาบนไหล่ของเขา เขารู้สึกราวกับว่ามีภูเขากำลังกดทับเขาเอาไว้จนไม่สามารถหนีไปไหนได้
มันทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้ชายคนนี้!
ในตอนนี้ไบร์ทได้รู้แล้วว่าเวก้าพังค์ก็เหมือนกับ จัดจ์,ซีซาร์,และควีน เขาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ที่อ่อนแอ!
เหมือนกับที่เวก้าพังค์ได้พูดเอาไว้ ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ก็ตามเขาทำเพียงได้แค่รอและให้ความร่วมมือในการวิจัยของอีกฝ่าย
สำหรับไบร์ทแล้วนี้เป็นวิธีเดียวที่เขาเหลืออยู่
ไบร์ทนอนลงไปบนเตียงแล้วคิดกับตัวเองว่า ‘เดี๋ยวทุกอย่างมันก็จะดีเอง’
หลังจากผ่านคืนวันอันยากลำบากมาไบร์ทก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
ไบร์ทหลับไปได้ไม่นานก็มีเสียงดังขึ้นมาในขณะที่เขากำลังนอนหลับ เขาตื่นขึ้นมาในทันทีพร้อมพลิกตัวกลับแต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรร่างของเขาก็ถูกกระแทกอัดเข้าไปที่กำแพงหลังจากนั้นปลายดาบคมกริบก็จ่อมาที่ดวงตาของไบร์ท
คนที่มาหาเขาในครั้งนี้คือพลเรือตรีที่เขาได้พบเมื่อคืน อีกฝ่ายมาหาเขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ
เขาใช้มือซ้ายกดลงไปที่ไหล่ของไบร์ทเข้ากับกำแพง และถือดาบไว้ในมือขวาปลายดาบนั้นพร้อมที่จะแทงเข้ามาในดวงตาไบร์ทได้ทุกเมื่อ
"แกทำได้ดีมากมนุษย์เงือก! ครั้งนี้แกส่งคนไปหน่วยแพทย์กี่คน?!"
น้ำเสียงของพลเรือตรีแฮงค์เต็มไปด้วยความเดือดดาล
"แกอยากให้ฉันเปลี่ยนแกเป็นซาซิมิไหม?"
ไบร์ทไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป
ตอนนี้เขามีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่าง เพราะคนพวกนี้มักจะใช้คำพูดเหยียดเขาอยู่ตลอดและหลายครั้งมันก็ไม่ได้ถูกใช้เพื่อยั่วโมโหเขาเสมอไป มันราวกับว่าคำพูดเหล่านี้เป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา
ในขณะที่ไบร์ทกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่นั้นเขาก็ได้กล่าวตอบอย่างใจเย็นว่า
"คุณพลเรือตรี.. คุณอยากจะมีปัญหากับเวก้าพังค์งั้นหรอ?"
พลเรือตรีแฮงค์ที่ได้ยินก็ตอบกลับในทันที
"แกควรจะภาวนาให้การวิจัยของดอกเตอร์อยู่ไปนานๆ มนุษย์เงือก.. เพื่อที่แกจะได้อวดดีไปอีกสักพัก!"
"อย่างน้อยในตอนนี้ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะอวดดีจริงไหม?"
ไบร์ทยื่นมือออกมาและผลักดาบของพลเรือตรีออกไปก่อนจะมองตรงไปที่ตาของอีกฝ่าย
ท่าทีของไบร์ทมันทำให้พลเรือตรีไม่สบอารมณ์
“เงียบปากไปซะมนุษย์เงือก.. ถ้าแกกล้าก่อเรื่องอีกละก็ต่อให้ดอกเตอร์ไม่พอใจฉันก็จะฆ่าแก!”
"ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรควบคุมลูกน้องของคุณให้ดี"
ไบร์ทยกมือขึ้นแล้วผลักแฮงค์ออกไปก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจว่า
"ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะมาสร้างปัญหาให้ตัวเอง"
"ฮึ,ฉันจะคอยจับตาดูแกไว้.."
"ไปหาดอกเตอร์กันได้แล้ว"
พลเรือตรีแฮงค์เก็บดาบกลับเข้าไปในฝักและหันหลังเดินนำออกไป
ไบร์ทที่ได้ยินก็เดินตามอีกฝ่ายไปอย่างเงียบๆ จนถึงห้องทดลองของเวก้าพังค์หลังจากผลักประตูออกไบร์ทก็ได้พบกับคนที่ไม่คาดคิด
"โอ้ว,สวัสดี"
ทันใดนั้นดวงตาของไบร์ทก็หดแคบลง
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย