- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่6:ความขัดแย้ง (ฟรี)
บทที่6:ความขัดแย้ง (ฟรี)
บทที่6:ความขัดแย้ง (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 6 ความขัดแย้ง
“ดอกเตอร์เข้าไปทำอะไรในนั้นกันแน่?”
“นี้มันก็ผ่านไปตั้งหลายนาทีแล้วนะ!”
ด้านนอกของประตูพลเรือตรีกำดาบในมือแน่นด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าฉนวนกันเสียงที่ดีเกินไปนั้นไม่ใช่เรื่องดี
‘มันเกิดอะไรขึ้นข้างใน?’
‘ดอกเตอร์จะเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า?’
แม้ว่าด้วยความแข็งแกร่งของมนุษย์เงือกนั้นจะไม่สามารถทำอะไรดอกเตอร์ได้ แต่ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นจะทำยังไง?
ไม่ว่าความเสี่ยงจะมีน้อยมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่อาจรับมันได้ เพราะมันหมายความว่าชีวิตทางการทหารของเขาจะต้องสิ้นสุดลงหรือต่อให้ตัวเขาถูกโยนเข้าไปอยู่ในอิมเพลดาวน์เขาก็ไม่แปลกใจสักนิด
พลเรือตรีเต็มไปด้วยความกังวลและอยากจะฝ่าประตูเข้าไปให้รู้แล้วรู้รอด
“ครืดดด!”
ในตอนนั้นเองประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมร่างอขงเวก้าพังค์ที่เดินออกมาอย่างใจเย็น
"ดอกเตอร์!"
ตอนนี้พลเรือตรีรู้สึกดีใจและโล่งอกมาก
‘โชคดีจริงๆ ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น’
เวก้าพังค์พยักหน้าเป็นการทักทายจากนั้นก็หันไปมองที่ด้านหลัง
"หนุ่มน้อยออกมาได้แล้ว.. ยังเขินอยู่อีกงั้นหรอ?"
ไบร์ทเดินออกมาจากประตูอย่างช้าๆ
เขาได้ปลดพลังผลปีศาจของเขากลับมาเป็นปกติเรียบร้อยแล้ว ผลไม้ปีศาจที่เวก้าพังค์สร้างขึ้นไม่ได้ล้มเหลวและเขาก็ได้รับพลังของมันมาแล้วด้วย เพราะงั้นเขาไม่ควรปล่อยให้รัฐบาลโลกรู้ทั้งสองเรื่องนี้เป็นอันขาด
พลเรือตรีกระพริบหายไปอยู่ด้านหลังของเวก้าพังค์ในทันที ก่อนที่ดาบในมือเขาจะถูกวางไว้บนคอของไบร์ท
ไบร์ทไม่ได้โต้ตอบ,หลบ,หรือตื่นตระหนกใดๆ แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาของเขาก็ยังคงหรี่ลงเล็กน้อย
‘เร็วอะไรขนาดนี้!’
‘ฉันตอบสนองไม่ทันด้วยซ้ำ!’
ดูเหมือนการตัดสินใจของเขาจะถูกถ้าเกิดเขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ เขาในตอนนั้นคงไม่มีโอกาสเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย
"ดอกเตอร์จะจัดการกับผู้ชายคนนี้ยังไงดี?"
พลเรือตรีจ้องมองไปที่ไบร์ทด้วยความระมัดระวังโดยไม่ปล่อยให้คลาดสายตา ไบร์ทมั่นใจมากว่าถ้าเกิดเขาเคลื่อนไหวแปลกๆ ละก็ดาบของผู้ชายคนนี้ได้เชือดคอเขาทิ้งแน่
"ฉันได้คุยกับผู้ชายคนนี้แล้วหลังจากนี้เขาจะไม่สร้างปัญหาอีกต่อไป แล้วก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปให้หมดเพราะ.."
"เขาเป็นตัวทดลองที่สำคัญมากสำหรับฉัน"
เวก้าพังค์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
“ดอกเตอร์.. คุณพูดจริงเหรอ?”
“เพราะไอ้สารเลวนี้ทหารเรือนับสิบถึงต้องตาย.. ยังไม่รวมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อย!”
นาวาเอกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังร้องตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ
ไบร์ทจำผู้ชายคนนี้ได้ก่อนหน้าที่เขาจะมาถึงห้องเก็บสมบัติของเวก้าพังค์ คู่ต่อสู้คนล่าสุดที่เขาเผชิญหน้าด้วยคือผู้ชายคนนี้
ในตอนนี้ร่างอีกฝ่ายถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลและหน้าก็ดูซีดมาก
ดูเหมือนว่าแม้ว่าเขาจะมีกายาเหล็กเข้าช่วย แต่สภาพของเขาก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมัดของไบร์ท
“หุบปากโรนัลด์!”
“นี้คือการตัดสินใจของดอกเตอร์เพราะงั้นนายต้องเชื่อฟัง”
พลเรือตรีตะโกนสวนออกมาในทันที
“…..”
นาวาเอกที่ชื่อโรนัลด์ดูโกรธมาก ไบรท์เห็นเลยว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขามันกำลังสั่น
“รับทราบ”
ท้ายที่สุดเขาก็ทำได้แค่พยักหน้ารับ
ดูเหมือนว่าอำนาจของเวก้าพังค์ในฐานทดลองแห่งนี้จะสูงมากจริงๆ
แต่ก็ดูไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะที่นี้คือกลุ่มวิทยาศาสตร์พิเศษของกองทัพเรือ
"โรนัลด์ส่งตัวหมอนี้กลับห้องขังไปซะ"
พลเรือตรีเก็บดาบเข้าฝักแล้วมองไปที่ไบร์ทด้วยสายตาเย็นชา
"ดูเหมือนว่ากุญแจมือคู่เดียวจะขังเขาไม่ได้ไปหามันมาเพิ่มอีก"
ไบร์ทมองไปยังโรนัลด์ที่กำลังแสดงสีหน้าตื่นเต้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่พลเรือตรีคนนั้นไม่ได้สนใจอะไรเขา
ดูเหมือนว่าเขากำลังจะมีปัญหาเข้าซะแล้ว
"รับทราบ! ปล่อยให้ผมเป็นคนจัดการเอง!"
โรนัลด์ตอบรับด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเดินเข้าพร้อมกับทหารเรืออีกสามนาย หลังจากนั้นก็หยิบกุญแจมือและโซ่ตรวนอันใหม่ออกมาซึ่งเขาได้เตรียมไว้สำหรับไบร์ทมานานแล้ว
ไม่มีใครคิดว่าไบร์ทจะหลบหนีสำเร็จตั้งแต่แรก และมันก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่เขาจะถูกจับตัวได้
ไบร์ทเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรแถมยังยื่นมือออกไปให้อีกฝ่ายอย่างใจเย็น
เนื่องจากเขาตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาคิดเอาไว้อยู่แล้ว
เมื่อเห็นแบบนั้นทหารเรือจึงใส่กุญแจมือและโซ่ตรวนให้กับไบร์ทในทันทีแถมยังเพิ่มเข้าไปอีกอย่างละสามคู่
ไบร์ทไม่ได้สนใจมากนักเพราะทหารเรือไม่ได้รู้ถึงพลังผลปีศาจที่เขามี ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ใช้หินไคโรกับเขาเพราะงั้นการพันธนการพวกนี้จึงไม่ได้สำคัญอะไรกับเขา
"อย่าลืมพาตัวเขามาที่นี่พรุ่งนี้ด้วย ได้เวลาเพิ่มตัวทดลองแล้ว"
เวก้าพังค์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจดังเดิม
"ครับดอกเตอร์"
นาวาเอกโรนัลด์ตอบรับอย่างเข้าใจจากนั้นเขาก็เอามือแตะไปที่ด้ามดาบบนเอวแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา
“ได้เวลากลับไปอยู่ในที่ที่แกควรอยู่แล้วมนุษย์เงือก คงไม่จำเป็นให้ฉันต้องเอาปลอกคอมาคล้องคอแกแล้วลากแกไปหรอกใช่ไหม?”
“งั้นก็นำทางไปได้แล้ว.. มนุษย์!”
ปากของไบร์ทกระตุกขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์
“ถ้าอย่างงั้นพลเรือตรีแฮงค์,ดอกเตอร์.. ผมขอตัวก่อนนะครับ”
โรนัลด์โค้งคำนับแล้วหมุนตัวเดินจากไปในทันที
ไบร์ทเดินตามอีกฝ่ายไปโดยไม่หันมามองเวก้าพังค์แม้แต่นิดเดียว
“ฉันเองก็ควรจะเข้านอนได้แล้วล่ะหนะ”
เวก้าพังค์พูดพร้อมกับบิดตัวไปมา
“เชิญพักผ่อนให้สบายใจได้เลยดอกเตอร์”
“ปล่อยงานที่เหลือให้ผมเป็นคนจัดการเอง รับรองว่ามันจะไม่กระทบกับงานวิจัยครั้งต่อไปของคุณแน่นอน”
พลเรือตรีที่ชื่อแฮงค์กล่าวออกมาด้วยความเคารพ
“ฮ่าวว.. งั้นฉันก็ขอฝากนายด้วยแล้วกัน”
เวก้าพังค์หาวและเดินโซเซออกไป
เมื่อเขาหันหลังให้เหล่าทหารเรือมุมปากของเขาก็ยกขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อเห็นเวก้าพังค์เดินจากไปพลเรือตรีแฮงค์ก็เรียกรวมพลทหารเรือทันที
“ส่งคนไปจับตาดูมนุษย์เงือกนั้นเพิ่มด้วย.. เหตุการณ์แบบวันนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก!”
“รับทราบ!”
สายตาของพลเรือตรีเต็มไปด้วยความเย็นชา ถึงแม้ว่ามนุษย์เงือกนั้นจะถูกจับตัวได้แล้วแต่เขาก็ไม่สามารถแกล้งทำเป็นว่าเรื่องในคืนนี้ไม่เคยเกิดขึ้นได้
‘ไอ้มนุษย์เงือกเวร!’
………
ไบร์ทเดินทางกลับไปยังห้องขังโดยมีทหารเรือรายล้อมราวกับบอดี้การ์ด มันทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่มากจริงๆ ที่ถูกคนมากมายรายล้อมไว้แบบนี้
อย่างไรก็ตามพวกทหารเรือที่เดินนำหน้ามักจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเคียดแค้น ไม่ต้องพูดถึงพวกคนที่อยู่ด้านหลังถ้าสายตามันฆ่าคนได้สภาพศพเขาตอนนี้ก็คงไม่เหลือชิ้นดี
แน่นอนว่าสายตามันทำอันตรายอะไรไม่ได้ แต่อาวุธมันยังคงสามารถทำอันตรายเขาได้อยู่
โชคดีที่ต่อให้พวกทหารเรือจะมองมาที่เขาด้วยสายตาที่จ้องจะฆ่ากันให้ตาย แต่พวกเขาก็ไม่ได้ลั่นไกปืนใส่เขาและก็ไม่ได้ชักดาบออกมาฟันหรือแทง
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพยายามอดทนอดกลั้นกันหนักมากจริงๆ
ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ไม่สามารถหันหัวของเขาไปไหนได้ เพราะดาบปลายปืนนั้นมันกำลังจ่ออยู่ที่ท้ายทอยเขาตลอดเวลา
ฐานทดลองแห่งนี้กว้างใหญ่มากเส้นทางหลบหนีของไบร์ทเองก็ไกลมากเช่นกัน ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะไปถึงยังห้องขังอันแสนคุ้นเคย
ประตูห้องขังยังคงไม่ได้ถูกปิดและทุกอย่างก็ยังเหมือนกับตอนที่ไบร์ทออกมาก่อนหน้านี้
ไบร์ทก็พร้อมที่จะกลับเข้าไปพักผ่อนในห้องขังของเขาแล้ว
แต่ทันใดนั้นเอง...
"แกคิดว่าเรื่องในวันนี้มันจบแล้วงั้นหรอ? มนุษย์เงือก!"
เหล่าทหารเรือยังคงปิดล้อมไบร์ทไว้ดังเดิม นาวาเอกโรนัลด์มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าไบร์ทเมื่อไบร์ทมองไปที่อีกฝ่ายเขาก็สังเกตเห็นมือของชายคนนั้นที่กำลังจับไปที่ด้ามดาบบนเอว
"แกคงคิดว่าจะได้กลับไปนอนหลับอย่างสบายใจสิท่า? แกคิดว่าแกมีสิทธิ์งั้นหรอหลังจากที่ฆ่าทหารเรือไปมากขนาดนั้น?!"
ใบหน้าของทหารเรือทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธ พวกเขาพร้อมโจมตีไบร์ททุกเมื่อขอเพียงแค่สั่งมา
"ฉันขอโทษด้วยแล้วกัน"
ไบร์ทตอบกลับอีกฝ่ายเพียงสั้นๆ
มันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ใครบางคนต้องมาตาย
แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าการกระทำของเขามันจะผิดอะไร
ท้ายที่สุดแล้วเมื่อมองจากจุดยืนพวกเขาก็คือศัตรูกัน
"ขอโทษเหรอ?"
"ฉันมันโง่เอง.. มันจะไปมีประโยชน์อะไรที่มาพูดเรื่องนี้กับสัตว์เลือดเย็นอย่างแก!"
โรนัลด์กัดฟันจนฟันแทบแตกมือที่ถือดาบถูกกำจนแน่น
เขาถอดเน็คไทของเขาออกและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"มาใช้วิธีที่ง่ายกว่านี้ดีกว่าวิธีที่แม้แต่ปลาอย่างแกก็เข้าใจ ฉันจะทำให้แกรู้เองว่าบาปของแกมันหนักหนาแค่ไหน!"
"ฉันแนะนำว่าอย่าทำจะดีกว่า"
ดวงตาของไบร์ทหดแคบลง
"มันสายไปแล้วที่แกจะมาร้องขอความเมตตา! ไม่ว่าใครก็ช่วยแกไม่ได้!"
"จับตัวมันมาให้ฉัน!!"
โรนัลด์ร้องคำรามออกมาด้วยโกรธ
เหล่าทหารเรือที่ได้รับคำสั่งก็รีบพุ่งเข้าไปหาไบร์ทในทันที
มันถึงเวลาแล้วที่ไอ้มนุษย์เงือกเวรนี้ต้องชดใช้!
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย