- หน้าแรก
- นักเล่นแร่แปรธาตุแห่งยุคจักรกลไอน้ำ
- บทที่ 3: พรสวรรค์ C-079-โครงกระดูกเหล็กกล้า
บทที่ 3: พรสวรรค์ C-079-โครงกระดูกเหล็กกล้า
บทที่ 3: พรสวรรค์ C-079-โครงกระดูกเหล็กกล้า
บทที่ 3: พรสวรรค์ C-079-โครงกระดูกเหล็กกล้า
“ดูท่าสถานการณ์จะย่ำแย่เอาการซะแล้วสิ”
สายตาของซูหลุนประสานเข้ากับจิตสังหารในแววตาของชายหัวล้าน แม้จะไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด แต่ใบหน้าของเขาก็ฉายแววขมขื่นอย่างจนใจ
แผนการทั้งหมดถูกคิดมาอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว...
แย่งปืนมาสังหารไอ้หัวไก่ จากนั้นก็วัดดวงหาจังหวะยิงชายหัวล้านซ้ำ
โชคยังนับว่าเข้าข้างเขา ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วาดไว้ทุกประการ
น่าเสียดาย ที่ความสำเร็จกลับล่มสลายลงในก้าวสุดท้าย
กระสุนนัดนั้นไม่ได้ปลิดชีวิตชายหัวล้าน
ก็แหงล่ะ...
คนปกติที่ไหนจะไปคิดว่าศัตรูจะครอบครอง “พลังเหนือมนุษย์” ที่สามารถใช้ร่างกายต้านทานกระสุนได้!
เมื่อเหนี่ยวไกไปแล้ว โอกาสที่จะเป็นฝ่ายจู่โจมก่อนของซูหลุนก็ได้หมดสิ้นลงโดยสมบูรณ์
ชายร่างกำยำหัวล้านใช้นิ้วแงะหัวกระสุนที่ฝังอยู่บนหน้าผากออก พลางเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน
ครั้งนี้เขาไม่คิดจะใช้ปืนใหญ่อัดแรงดันสูงบนแขนกลอีกต่อไป แต่กลับกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง คลื่นพลังระลอกหนึ่งพลันระเบิดออก และร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม
เพียงชั่วพริบตา ชายหัวล้านก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซูหลุนราวกับภูตผี ห่างออกไปหลายเมตรจากตำแหน่งเดิม
มือใหญ่ราคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ลำคอของซูหลุน อาศัยแรงปะทะมหาศาลกระแทกร่างของเขาพร้อมกับเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีที่ยังมัดติดกันอยู่เข้ากับกำแพงอย่างรุนแรง
แครก!
เสียงดังลั่นสนั่น เก้าอี้ไม้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้ปลิวกระจายเกลื่อนพื้นราวกับห่าฝน
ซูหลุนไม่มีโอกาสได้ตอบโต้อะไรเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกราวกับถูกช้างสารพุ่งเข้าใส่ ดวงตาพลันมืดบอด ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนสุดจะทานทน ก่อนจะกระอักเลือดสีคล้ำปนเศษชิ้นส่วนอวัยวะออกมาคำหนึ่ง
ปืนลูกโม่สีเงินในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น... เขาสูญเสียอาวุธชิ้นเดียวที่พอจะใช้ต่อกรได้ไปแล้ว
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ต่อให้มีปืนก็คงไร้ประโยชน์
ความเร็วของชายหัวล้านมันเหลือเชื่อเกินไป การระเบิดพลังในระยะประชิดนั้นรวดเร็วจนดวงตาไม่อาจจับภาพได้ทัน
นี่คงเป็นพลังเหนือมนุษย์อีกรูปแบบหนึ่งสินะ...
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ซูหลุนประหลาดใจอีกต่อไป
ในเมื่อโดนยิงที่หัวซึ่งๆ หน้ายังไม่ตาย การเคลื่อนที่เร็วขึ้นอีกหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร
ชายหัวล้านจ้องเขม็งไปยังซูหลุนที่ถูกยกจนเท้าลอยห้อยติดกำแพง ก่อนจะเค้นเสียงลอดไรฟันพูดว่า “ไอ้หนู ไม่นึกเลยสินะ พรสวรรค์ที่ฉันปลุกขึ้นมาคือ 【C-079-โครงกระดูกเหล็กกล้า】 ถ้าไม่ใช่เพราะความสามารถนี้ ป่านนี้ฉันคงได้นอนตายในเงื้อมมือแกไปแล้ว!”
ขณะพูด หางตาของชายหัวล้านก็เหลือบไปมองศพของคู่หูที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น แววตาของเขายิ่งทวีความเย็นชาและอำมหิตมากขึ้น
เมื่อนึกย้อนไปถึงกระสุนนัดนั้นที่ยิงมาอย่างเฉียบแหลม เขาก็ยังอดเสียวสันหลังวาบไม่ได้ หากตอนนั้นเขาหลบจุดตายไม่ทัน ป่านนี้คงได้กลายเป็นอีกศพหนึ่งบนพื้นไปแล้ว
ชายหัวล้านออกแรงที่มือ หมายจะบีบคอไอ้หนูตรงหน้าให้แหลกคามือ
แต่แล้วไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาพลันลังเลไปชั่วขณะ
ซูหลุนทวนคำในใจเงียบๆ ‘พรสวรรค์? โครงกระดูกเหล็กกล้า? พลังเหนือมนุษย์งั้นเหรอ...’
จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนแรง...
แขนกลของชายหัวล้านบีบรัดลำคอของเขาราวกับคีมเหล็ก ความรู้สึกหายใจไม่ออกอย่างรุนแรงทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายสามารถบิดคอคนให้หักได้อย่างง่ายดาย
แต่การที่ไม่ถูกฆ่าในทันที กลับทำให้ในใจของซูหลุนไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
เพราะเขาดูออกถึงความลังเลของชายหัวล้าน
เขารู้ดีว่าเหตุผลที่ไอ้หมอนี่ไม่ลงมือสังหารเขาทันที เป็นเพราะมันยังต้องการ “ความลับ” ของเจ้าของร่างเดิมอยู่นั่นเอง
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ความอดทนของชายหัวล้านคงหมดสิ้นไปพร้อมกับการตายของคู่หูแล้ว
ซูหลุนเข้าใจดีว่า หากตัวเองพูดจาไร้สาระออกไปอีกแม้แต่คำเดียว ไอ้หมอนี่อาจจะบันดาลโทสะฆ่าเขาทิ้งได้ทุกเมื่อ
ดังนั้น เขาจึงเค้นลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกจากปอด แล้วเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากสี่คำ
“ฉันมีแผนที่สมบัติ”
ได้ผลจริงๆ!
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกจากปาก แม้จิตสังหารจะยังคงรุนแรงดุจพายุ แต่ซูหลุนก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าแรงบีบที่ลำคอลดลงในทันที
มือเหล็กที่บีบคอเขาอยู่คลายออกเล็กน้อยพอให้มีช่องว่างได้หายใจ
“หึ...”
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นในลำคอ
ชายร่างกำยำหัวล้านไม่ได้โง่เขลาอย่างที่เห็นภายนอก เขาย่อมรู้ดีว่าซูหลุนกำลังหาทางเอาชีวิตรอด
ถึงกระนั้น เขาก็ยังเลือกที่จะให้โอกาส พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไอ้หนู แกมีโอกาสแค่ครั้งเดียว บอกข้อมูลที่ทำให้ฉันสนใจมาได้ แล้วฉันจะให้แกตายสบายหน่อย”
สิ้นเสียง มือคีมเหล็กก็ออกแรงบีบอีกครั้ง เสียงกระดูกลั่นดัง ‘แกร๊ก’ อย่างชัดเจน
ความเจ็บปวดแล่นปราดจนหัวคิ้วของซูหลุนกระตุก เขายังคงแสร้งทำเป็นอ่อนแรง หรี่ตามองราวกับใกล้จะหมดสติ แต่แท้จริงแล้วกำลังอ่านข้อมูลบนจอประสาทตาของตนเองอย่างรวดเร็ว
บอกไปก็แค่ตายสบายขึ้นงั้นเหรอ?
เขาไม่สนใจคำขู่นั้นเลยแม้แต่น้อย และเริ่มพูดทันที “ประตูบานที่เจ็ดทางซ้ายของโถงทางเดินหลักในห้องจัดเลี้ยงของคฤหาสน์หลังนี้ ข้างในมีประตูลับอยู่ เชิงเทียนบนกำแพงคือกลไกสำหรับเปิดทางลับที่ทอดลงสู่ชั้นใต้ดิน ที่นั่นมีเขาวงกต...”
คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ถูกกุขึ้นมาส่งเดช แต่เป็นข้อมูลที่เขาได้รับมาจากจอประสาทตา
ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ กับโลกที่แปลกใหม่ไม่คุ้นเคย การจะสร้างเรื่องโกหกที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
และผลลัพธ์ของการถูกจับได้ ก็มีเพียงหนทางเดียวคือความตาย
แม้จะไม่รู้ว่ามันเป็นกลไกแบบไหนที่สามารถทิ้งข้อมูลไว้บนจอประสาทตาได้ แต่เพียงแค่หลับตาลง ซูหลุนก็จะมองเห็นข้อความเหล่านั้น
เนื้อหามีดังนี้:
「ฟิคที่รักของฉัน ในตอนที่เธอเห็นข้อความนี้ ความทรงจำของเธอน่าจะถูกลบไปหมดแล้ว... แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่สำคัญอีกต่อไป ฉันได้ทิ้งของบางอย่างไว้ให้เธอ ถือซะว่าเป็นการชดเชยก็แล้วกัน หากโชคชะตายังไม่ทอดทิ้งเธอ การมีชีวิตอยู่ในความมืดต่อไปอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับเธอก็ได้ จำไว้ให้ดี อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด โดยเฉพาะพวกระดับสูงของหอคอยทมิฬ」
นอกจากข้อความนี้แล้ว ข้อมูลบนจอประสาทตายังมีตัวอักษรที่สลักซับซ้อนซึ่งเขายังไม่มีเวลาอ่านอย่างละเอียด ดูเหมือนจะเป็นคำอธิบายเกี่ยวกับพลังอันน่าพิศวงของโลกใบนี้ที่เรียกว่า “การเล่นแร่แปรธาตุ”
นอกเหนือจากนั้น ก็เป็นแผนที่เส้นทางที่ดูแปลกประหลาดมาก
มันไม่ใช่แผนผังแนวราบ แต่เป็นเส้นแสงเรืองรองสามมิติที่คดเคี้ยวไปมา โดยมีเครื่องหมายกำกับจากบนลงล่าง ดูคล้ายกับแผนที่ของเหมืองแร่ หรือไม่ก็ถ้ำลึกใต้พิภพสักแห่ง
ซูหลุนกวาดตาอ่านคร่าวๆ ก็พอจะเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด
เจ้าของร่างเดิมมีชื่อว่า “ฟิค” และดูเหมือนว่าจะถูก “เนรเทศ” ออกมาด้วยเหตุผลบางอย่าง
แต่เรื่องพวกนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาผู้เป็นผู้ข้ามมิติมาเลยสักนิด
ในเมื่อไม่มีความทรงจำใดๆ หลงเหลืออยู่ เขาก็ไม่สนใจอดีตของเจ้าของร่างเดิมแม้แต่น้อย
สิ่งที่ซูหลุนใส่ใจมากกว่าคือสถานการณ์เฉพาะหน้าในตอนนี้
จากคำเรียกขาน ดูเหมือนว่าญาติคนหนึ่งของเจ้าของร่างเดิมได้ทิ้งข้อความเหล่านี้ไว้บนจอประสาทตาของเขา
และก็เป็นเพราะข้อมูลเหล่านี้เอง ที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมเดินทางมายังคฤหาสน์หลังนี้ เพื่อตามหาสิ่งที่ระบุไว้ในแผนที่... ซากโบราณสถาน?
เขายังไม่มีเวลาดูให้ละเอียด แต่คาดว่าน่าจะเป็นมรดกตกทอดที่เกี่ยวข้องกับ “พรสวรรค์เหนือมนุษย์” อันน่าอัศจรรย์แบบเดียวกับที่ชายหัวล้านใช้ศีรษะต้านทานกระสุนได้
ซูหลุนเลือกที่จะเปิดเผยข้อมูลเพียงบางส่วน และละเว้นรายละเอียดสำคัญบางอย่างเอาไว้
ตัวอย่างเช่น รายละเอียดวิธีการเดินในเขาวงกตที่เขาไม่ได้บอก หรือเชิงเทียนในห้องนั้นที่มีอยู่มากมาย มีเพียงอันที่ถูกต้องเท่านั้นที่จะเปิดทางลงสู่ชั้นใต้ดินได้ ส่วนอันอื่นๆ จะทำงานเป็นกลไกกับดัก...
หากต้องการรอดชีวิตจากเงื้อมมือของชายหัวล้านที่หมายจะเอาชีวิตเขาให้ได้ ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของตัวเอง
และถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็จะเผยไพ่ในมือทั้งหมดออกมาในคราวเดียวไม่ได้
ศัตรูตราบใดที่ยังไม่โง่ ย่อมไม่มีทางฆ่าเขาในตอนนี้แน่นอน
ได้ผลดังคาด!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของชายหัวล้านก็ฉายประกายประหลาดใจวูบหนึ่ง
เขาคาดเดามานานแล้วว่าไอ้หนูที่ถูกตั้งค่าหัวสังหารโดยผู้มีอำนาจจากเมืองชั้นในคนนี้จะต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
ทว่า หลังจากการตายของลูกน้องคนหนึ่ง ชายหัวล้านก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาเอ่ยถามว่า “ในคฤหาสน์หลังนี้ซ่อนสมบัติอะไรไว้?”
ซูหลุนแสร้งทำเป็นอ่อนแรงหลับตาลง กวาดตามองเนื้อหาบนจอประสาทตา แล้วพูดไปตามนั้น “ว่ากันว่า... มีมรดกที่ ‘เซอร์ไอแซค’ ทิ้งเอาไว้”
ทันทีที่สิ้นเสียง ราวกับได้ยินเรื่องที่ไม่อาจเชื่อได้ สีหน้าของชายหัวล้านก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
“ว่าไงนะ!”
“…”
น้ำเสียงของเขาหยาบกระด้างขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซูหลุนเหลือบตามองอีกฝ่าย
แม้จะไม่รู้ว่า “เซอร์ไอแซค” ที่ว่านั้นมีความหมายอย่างไร แต่เมื่อดูจากสีหน้าของชายหัวล้านแล้ว ก็รู้ได้ทันทีว่ามันต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่น่าทึ่งอย่างแน่นอน
แต่นี่นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับซูหลุน
ตอนนี้เขายิ่งมั่นใจแล้วว่า อย่างน้อยชั่วคราวนี้... เขาคงยังไม่ตาย