เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ฉันแค่เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ

บทที่ 32 ฉันแค่เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ

บทที่ 32 ฉันแค่เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ


บทที่ 32 ฉันแค่เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ

“อย่าไป!” แวนเฮลซิงรีบคว้าเธอไว้อย่างรวดเร็ว

“นอกจากแดร็กคิวล่าแล้วยังมีปีศาจอีกตนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด คุณจะต้องประสบกับหายนะแน่ถ้าคุณไป!”

“แต่ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ” แอนนาตะโกนใส่เขา

“พี่ชายของฉันเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ ฉันจะปล่อยให้เขากลายเป็นสัตว์ประหลาดได้อย่างไร!”

แอนนาคุกเข่าลงกับพื้นและก้มหน้าร้องไห้เมื่อเธอเอาชนะความเศร้าโศกไม่ได้

"พระองค์! ฉันทำอะไรผิดถูกต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้”

แวนเฮลซิ่งอับจนคำพูด แม้ว่าคริสตจักรจะพยายามหาทางแก้ไขสถานการณ์มาโดยตลอด แต่พวกเขาไม่สามารถทำได้เนื่องจากในอดีตคริสตจักรได้ตัดสินใจปล่อยให้ตระกูลวิลลิสเดินไปตามทางของพวกเขาด้วยตัวเองในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ซึ่งหากคริสตจักรยืนมือเข้ามาแทรกแซงในก่อนหน้านี้ตระกูลวิลลิสจะไม่ถูกกวาดล้างจนเกือบหมด ตอนนี้ไม่มีเหตุผลเลยที่จะหยุดแอนนาจากการช่วยเหลือครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอ

หลังจากระบายอารมณ์ได้สักพักแอนนาก็ยันตัวลุกขึ้นใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาและคว้าอาวุธเดินไปข้างจากไปโดยไม่หันกลับมามอง เธอไม่ได้ทิ้งคำพูดอื่นใดไว้เลย

แวนเฮลซิ่งยังคงนอนอยู่บนพื้นขณะที่คาร์ลพยายามห้ามเลือด ทว่าทันใดนั้นคาร์ลก็เห็นกับตาตัวเองว่ากระสุนปืนที่ฝังอยู่ในหน้าอกของแวนเฮลซิ่งกำลังบีบกระสุนออกจากเนื้อด้วยตัวของมันเองอย่างช้าๆ!

คาร์ลตกใจมากจนแทบจะกรีดร้องออกมา แต่แวนเฮลรีบเอามือมาปิดปากคาร์ลเอาไว้และกระซิบแกมข่มขู่

“ไอ้บ้านี่! รีบเสแสร้งทำเป็นว่าฉันกำลังจะตายเร็วๆเข้า!”

คาร์ลไม่ได้โง่ เขารีบกลั้นหายใจทันทีและพยายามแสดงอย่างจริงจัง แต่น่าเสียดายที่ท่าทางของเขากลับดูน่าตลกแทน..

“พระเจ้า! ฉันห้ามเลือดของเขาไม่ได้! บ้าจริงไอ้บ้านั่นทำลายหลอดเลือดเขาต้องตายแน่ๆ…”

ในขณะที่คาร์ลร่ำร้องสลับกับทำท่าลุกลี้ลุกลนในขณะที่มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างวุ่นวายไปทั่วร่างของแวนเฮลซิ่ง

“ไม่…นายไม่ต้องเปลืองแรงแล้วคาร์ล…” แวนเฮลซิ่งฝืนพูดอย่างอ่อนแรง

“พอถึงรุ่งเช้า…นายรีบกลับไปที่โบสถ์และ…รายงานสิ่งที่เกิดขึ้น ฉัน.. ฉันหนาวมากเลยคาร์ล ฉันต้องการ.. พักผ่อน..”

แวนเฮลซิ่งทิ่งศีรษะลงกับพื้นหลับตาและหยุดเคลื่อนไหว

แต่ในคืนที่มืดมิดจะสังเกตได้ว่ามือของแวนเฮลซิงกำลังกำขวดน้ำมนต์ไว้แน่น..

ถ้ารอยจำไม่ผิด แวนเฮลซิ่งเป็นร่างอวตารของทูตสวรรค์ สิ่งเดียวที่รอยพลาดไปคือแวนเฮลซิ่งไม่เพียงแต่เป็นร่างอวตารของทูตสวรรค์ธรรมดาเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในอวตารของอัครทูตสวรรค์ผู้มีชื่อเสียงอีกด้วย!

ทูตสวรรค์องค์ที่ได้ชื่อว่าเป็นมือซ้ายของพระเจ้า! ในตำนานเล่าว่าเขาปฏิเสธที่จะลงโทษกรุงโรมและโต้เถียงกับพระเจ้าดังนั้นต่อมาเขาจึงถูกเนรเทศไปยังโลกมนุษย์เพื่อทำตามความประสงค์ของพระองค์

เมื่อสี่ร้อยปีก่อนในช่วงเวลาก่อนหน้าที่แดร็กคูล่าจะได้ขายวิญญาณของเขาให้กับปีศาจ แวนเฮลซิ่งซึ่งเป็นมนุษย์ในช่วงเวลาเดียวกันเขาได้พบกับแดร็กคูล่าและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ในเวลานั้นแดร็กคูล่าเป็นผู้เชื่อในพระเจ้า อย่างไรก็ตามครั้งหนึ่งเมื่อแดร็กคูล่าออกไปปราบกลุ่มลัทธินอกรีตในนามของคริสตจักร ฝ่ายศัตรูของเขาได้แพร่ข่าวลือว่าแดร็กคูล่าเสียชีวิตในสนามรบต่อมาจึงเป็นเหตุทำให้ภรรยาของเขาฆ่าตัวตาย

เมื่อแดร็กคูล่ากลับมาอย่างมีชัยเขาก็เห็นซากศพของภรรยาต่อหน้าต่อตาและในขณะที่เขาตกอยู่ในความเศร้าโศก ผู้คนจากคริสตจักรได้บอกกล่าวแก่เขาว่าวิญญาณของภรรยาของเขาไม่สามารถขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์ได้เนื่องจากเธอลงมือจบชีวิตของเธอเอง

เมื่อได้ฟังแล้วแดร็กคูล่าจะทนได้อย่างไร? ด้วยความโกรธแดร็กคูล่าจึงสังหารผู้คนของคริสตจักรในที่เกิดเหตุ เขารู้สึกว่าเขาถูกหักหลังเขาทำงานรับใช้พระองค์ แต่พระองค์ละเลยภรรยาของเขาและไม่ยอมรับวิญญาณของเธอเข้าสู่สวรรค์หลังจากที่เธอเสียชีวิต ทำไมเขาควรเชื่อในพระเจ้าเช่นนี้ต่อไป?

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาแดร็กคิวล่าได้กลายเป็นศัตรูกับคริสตจักรและเขาได้นำกองทัพของเขาต่อสู้เพื่อต่อต้านคริสตจักร

อย่างไรก็ตามแวนเฮลซิ่งซึ่งเป็นคนจากคริสตจักรก็กลายเป็นศัตรูของแดร็กคูล่าเช่นกัน หลังจากการต่อสู้อันขมขื่นแวนเฮลซิ่งได้ลงมือจบชีวิตแดร็กคูล่าด้วยมือของเขาเอง และถอดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่แสดงฐานะอัศวินของแดร็กคูล่าออกจากนิ้วของเขาอีกด้วย

แต่ในขณะที่แดร็กคูล่ากำลังจะตายเขาใช้เลือดของตัวเองในการเรียกปีศาจและขายวิญญาณของเขาเพื่อแลกกับการฟื้นคืนชีพ ปีศาจตัวนั้นใช้เลือดของมันเพื่อเปลี่ยนให้แดร็กคูล่าให้กลายเป็นแวมไพร์ในท้ายที่สุดซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า

สำหรับแวนเฮลซิ่งเขาเองก็ไม่สามารถเอาชนะใจพระองค์ได้แม้ว่าจะชนะการต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงยังคงต้องทำภารกิจอย่างใจเย็นต่อไป และเนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับแดร็กคูล่าต่อมาเขาจึงสูญเสียความทรงจำและเมื่อเขาตื่นขึ้นเขาก็ไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้ทิ้งเขาไว้ที่หน้าประตูโบสถ์

คริสตจักรรับตัวเขาเข้ามาอีกครั้งและเปลี่ยนให้เขากลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของอัศวินแห่งภาคีศักดิ์สิทธิ์ นักรบผู้เชี่ยวชาญที่อุทิศตนเพื่อออกเดินทางกำจัดสัตว์ประหลาดและปีศาจไปทั่วโลกเพื่อคริสตจักร

แม้ว่าเขาจะจุติเป็นมนุษย์แต่แวนเฮลซิ่งก็ยังมีพลังของเทวทูตติดตัวมา นอกเหนือจากทักษะที่ยอดเยี่ยมรามกับความแข็งแกร่งและความว่องไวของเขาเขายังมีอายุขัยที่ยาวนานมาก ร่างกายที่สามารถฟื้นตัวได้เร็วมากช่วยรักษาชีวิตของเขาเอาไว้มิฉะนั้นแวนเฮลซิ่งจะต้องตายไปนานแล้วจากการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดมากมาย

ภายใต้คำสั่งของรอยลูเซียสได้แอบซุ่มโจมตีและยิงปืนโนแวนเฮลซิ่งทั้งสองนัดแต่บาดแผลเพียงแค่นี้ไม่สามารถฆ่าเขาได้ ในขณะที่แวนเฮลซิ่งนอนอยู่บนพื้นบาดแผลจากกระสุนปืนก็เริ่มหายเป็นปกติแล้ว

อย่างไรก็ตามแวนเฮลซิ่งได้กลิ่นในอากาศซึ่งเป็นกลิ่นของปีศาจและมันเข้มข้นยิ่งกว่ากลิ่นที่ติดมากับลูเซียส ดังนั้นแม้ว่าเขาจะมองเห็นไม่สิ่งใดในความืดแต่แวนเฮลซิ่งก็มั่นใจว่ามีปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ! เขาสงสัยว่าปีศาจนั้นมีเป้าหมายอะไร

เป้าหมายของปีศาจอาจคือเขาดังนั้นเขาจึงให้คาร์ลทำการแสดงเพื่อล่อให้ปีศาจปรากฏตัวออกมา จากนั้นเขาจะใช้ขวดน้ำมนต์ในมือสอนบทเรียนให้ปีศาจเจ้าเลห์ตนนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบนาทีปีศาจก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา

บรรยากาศเริ่มอึดอัดและแวนเฮลซิงเริ่มสงสัยความคิดของตัวเอง นี่..ฉันเดาผิดหรือเปล่า?

สิ่งที่แวนเฮลซิ่งไม่ทราบก็คือมีปีศาจอยู่จริงๆ แต่ปัญหาคือปีศาจตนนั้นกลับเป็นปีศาจเช่นรอย

แน่นอนว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงที่เงอะงะของคาร์ล แต่เป็นเพราะรอยไม่เชื่อว่าแวนเฮลซิงจะเสียชีวิตอย่างง่ายดายด้วยกระสุนเพียงสองนัด ดังนั้นรอยจึงซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆและเฝ้าดูอยู่ห่างๆ

รอยสามารถมองเห็นทุกสิ่งในที่มืดได้อย่างชัดเจนและไม่ว่าแวนเฮลซิงจะทำการแสดงหรือมีท่าทางอย่างไร แต่เขาก็ยังคงเป็นมนุษย์และต้องหายใจเป็นปกติเขาไม่สามารถปลอมแปลงการเคลื่อนไหวของหน้าอกที่ซื่อตรงได้

คุณสามารถแสดงตลกๆเช่นนี้ต่อไปได้ตามต้องการ ฉันจะดูโดยไม่พูดอะไรเลย รอยถึงกับอยากได้ถึงป๊อปคอร์นมากินเคี้ยวเล่น..

ตราบใดที่รอยยังคงอยู่ที่นี่และแผ่ออร่าปีศาจออกไปแวนเฮลซิงก็จะไม่กล้าขยับตัว และเมื่อเวลาผ่านไปแม้ว่าแวนเฮลซิ่งจะเร่งรีบเดินทางขนาดไหนเขาก็จะไม่สามารถติดตามแอนนาไปได้ทัน

รอยควรจะถลาลงมาโจมตีและพยายามฆ่าแวนเฮลซิงหรือไม่? แน่นอนว่ารอยไม่อยากเสี่ยง

ตอนที่เขาอยู่ในคฤหาสน์ของลูเซียสในช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาได้ทดลองกับบางสิ่งที่เป็นของของแสลงกับแวมไพร์เช่น กระเทียม สลักที่ทำจากแร่เงิน จนถึงไม้กางเขน รอยไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีผลต่อแวมไพร์หรือไม่แต่แน่นอนแล้วว่ามันไม่มีผลกระทบต่อปีศาจเช่นเขา แต่กลับกันเลยน้ำมนต์ศักดินั้นเป็นเหมือนกรดซัลฟิวริกที่ร้ายแรงสำหรับปีศาจ!

โปรดทราบว่านี่เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงและไม่ใช่น้ำธรรมดาที่คริสตจักรใช้หลอกผู้ศรัทธา น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงคือน้ำที่มีพรและคุณสมบัติในการชะละล้างสิ่งชั่วร้ายให้บริสุทธิ์ซึ่งมันพลังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์!

รอยสั่งให้ลูเซียสนำน้ำมนต์จากโบสถ์ของเมืองมาทดสอบ อาจเป็นเพราะว่าเมืองแห่งนี้ได้รับความเดือดร้อนจากการรุกรานจากแวมไพร์บ่อยครั้ง และผู้คนที่นี่เป็นผู้ศรัทธาที่นับถือพระเจ้าดังนั้นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผลิตในโบสถ์ของเมืองนี้จึงมีประสิทธิภาพพอสมควร รอยทดสอบสัมผัสเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะถูกแผดเผาอย่างเจ็บปวด

ไม่มีทางที่รอยจะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ได้เพราะมันเป็นจุดอ่อนร้ายแรงของปีศาจทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้แม้ว่ารอยจะไม่กังวลเกี่ยวกับอาวุธอื่นๆของแวนเฮลซิ่ง แต่เขากังวลมากเกี่ยวกับน้ำมนต์ที่เขาพกติดตัวเอาไว้และหากไม่แน่ใจรอยก็จะไม่รีบร้อน

ดังนั้นรอยจึงใช้เวลาไปนานกว่าสองชั่วโมงเพื่อซ่อนตัวอย่างเงียบๆเพื่อกดดันแวนเฮลซิ่ง ก่อนที่เขาจะจากไปและพาลูเซียสเดินทางไปที่ปราสาทของแดร็กคูล่าอย่างเงียบ ๆ

กระทั่งออร่าปีศาจในอากาศค่อยๆจางหายไปทันใดนั้นแวนเฮลซิงก็ลุกขึ้นยืนและเขาทำให้คาร์ลตกใจกลัว

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมแกล้งตายนานขนาดนี้ ฉันร้องไห้จนเสียงแทบจะแหบไปหมดแล้ว..” คาร์ลร้องโอดครวญ

“มีปีศาจซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ..” แวนเฮลซิ่งตอบด้วยสีหน้าย่ำแย่

"อะไรนะ?!" คาร์ลตกใจรีบหยิบไม้กางเขนออกมาถือไว้ในมือ

“แต่ไม่ต้องกังวล ตอนนี้มันจากไปแล้ว!” แวนเฮลซิงโบกมือ

“ตอนแรกฉันคิดว่าเป้าหมายของมันคือฉันดังนั้นฉันจึงแกล้งตายเพื่อล่อให้มันออกมา แต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าปีศาจตนนี้จะระมัดระวังตัวมากและไม่ยอมเคลื่อนไหวเลย มันจากไปโดยไม่ยอมเปิดเผยตัวเองออกมาด้วยซ้ำ…”

"เรื่องราวเป็นเช่นนี้?" คาร์ลถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะถามออกมา

" ฉันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของคุณ? ทำไมคุณถึงยังไม่ตายแถมบาดแผลยังหายดีแล้วอีก”

“สัตว์ประหลาดธรรมดาไม่สามารถฆ่าฉันได้!” แวนเฮลซิ่งอธิบาย

"รีบไปกันเถอะปีศาจตัวนั้นคงไม่เสียเวลาอยู่เฝ้าพวกเรานานขนาดนี้โดยไม่มีเหตุผล แอนนากำลังตกอยู่ในอันตราเราต้องรีบไปช่วยเธอ!

จบบทที่ บทที่ 32 ฉันแค่เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว