เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 กฎประหลาดแท็กซี่ตี๋ตา (8)

บทที่ 24 กฎประหลาดแท็กซี่ตี๋ตา (8)

บทที่ 24 กฎประหลาดแท็กซี่ตี๋ตา (8)


บทที่ 24 กฎประหลาดแท็กซี่ตี๋ตา (8)

โชคดีที่ครั้งนี้ไม่ต้องรอนานนัก ไม่นานเธอก็เห็นพี่น้องชุดดำคู่หนึ่งกำลังโบกมือเรียกอยู่ข้างถนน ทั้งสองคนหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ คนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปสีดำ อีกคนหนึ่งไม่สวมหมวก

มีงานแล้ว

สองคนนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ เป็นฝาแฝดกันเหรอ? ก็ดูหล่อดีนะ แต่น่าเสียดายที่เป็นสิ่งประหลาด

ว่าแต่ตามกฎระเบียบแล้ว แต่ละคนต้องเก็บ 50 เหรียญประหลาด ดังนั้นสองคนนี้ก็ต้องเก็บเงินสองเท่า

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซูหรงก็แอบดีใจ เธอรีบขับรถเข้าไปจอดแล้วลดกระจกลง “สองท่านจะไปไหนคะ?”

ชายหนุ่มที่ไม่สวมหมวกตอบ “จะไปชุมชนฮวนซินครับ”

ชุมชนฮวนซินกับซูเปอร์มาร์เก็ตอันเล่อ…ซูหรงรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกันอย่างประหลาด

เธอกำลังจะเปิดล็อกประตูรถ แต่พลันตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงถามอย่างระแวดระวังว่า “พวกคุณสองคนจะไปชุมชนฮวนซินทั้งคู่เลยเหรอคะ? คุณกับเพื่อนที่สวมหมวกข้างๆ คุณน่ะค่ะ”

คำถามนี้เห็นได้ชัดว่าตรงประเด็นมาก ชายหนุ่มที่ไม่สวมหมวกเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “เขาจะไปสุสานกู่หลิง”

ซูหรงหยุดมือที่กำลังจะปลดล็อกทันทีพลางคลี่ยิ้มอย่างเสแสร้ง “ขอโทษนะคะ แท็กซี่คันนี้ไม่รับส่งคนไปยังสุสานค่ะ”

“ผ่อนผันหน่อยไม่ได้เหรอครับ?” ชายหนุ่มอ้อนวอน ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนลูกหมาเต็มไปด้วยความผิดหวัง เห็นแล้วอยากจะปลอบใจ

ทว่าซูหรงไม่ไหวติง “ไม่ได้ค่ะ ถ้าฝ่าฝืนกฎ ฉันจะถูกไล่ออกค่ะ”

ชายหนุ่มยังคงไม่ยอมแพ้ “ผมรู้ว่าคุณต้องเสี่ยงหากจะรับส่งเสี่ยวหยิน แต่ว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเสี่ยวหยินจริงๆ ครับ ผมรับรองว่าเขาจะไม่สร้างปัญหา ถ้าคุณยอมรับเขา ผมจะตอบแทนคุณแน่นอน หากเดินจากที่นี่ไปสุนาน ต้องใช้เวลาเกินกำหนดแน่นอนครับ เราทำได้แค่พึ่งคุณแล้ว!”

เขาพูดด้วยความจริงใจ ทำให้ซูหรงใจเต้น ไม่ใช่ว่าเธอถูกใจ แต่เหมือนแมวขาวเมื่อครู่ การแสดงออกของชายหนุ่มก็ไม่เหมือนสิ่งประหลาดทั่วไป เธอรู้สึกว่าตัวเองอาจจะได้รับเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับโลกของ ‘กฎประหลาด’ จากคนคนนี้

แต่การฝ่าฝืนกฎย่อมเป็นไปไม่ได้ อยากได้ข่าวก็ต้องมีชีวิตรอดเสียก่อน

กฎระบุไว้ว่าไม่สามารถรับผู้โดยสารที่จุดหมายปลายทางเป็นสุสานได้ เดิมทีเธอเข้าใจกฎข้อนี้ว่า ผู้ที่จุดหมายปลายทางเป็นสุสานรู้ว่าตัวเองตายแล้ว สิ่งประหลาดเหล่านี้จะต้องฆ่าเธอในรถ

แต่ตอนนี้อีกฝ่ายมีคนควบคุมอยู่ข้างๆ ก็ไม่แน่ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ แต่การเชื่อมั่นในคำรับรองของสิ่งประหลาดนั้นเป็นสิ่งโง่เง่าที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย หากไม่ปลอดภัยไร้กังวล เธอจะไม่ยอมเสี่ยงอย่างแน่นอน

ซูหรงพลิกคู่มืออีกครั้งพลางเอ่ยถาม “เสี่ยวหยินของบ้านคุณนั่งบนหลังคารถได้ไหมคะ?”

“เอ๊ะ?!”

ซูหรงกล่าวอย่างใจเย็น “ถ้าคุณแค่อยากจะรีบไป ก็ผูกเสี่ยวหยินไว้บนหลังคารถ แล้วคุณก็นั่งเข้ามาข้างในก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ?”

หากไม่ให้เสี่ยวหยินอยู่ในรถและไม่เก็บเงินจากเสี่ยวหยิน แบบนี้แม้แต่กฎก็ไม่สามารถนับเสี่ยวหยินเป็นผู้โดยสารของเธอได้ เธอก็ไม่ได้ฝ่าฝืนกฎ

เด็กหนุ่มดีใจจนเนื้อเต้น พยักหน้าถี่ๆ “แน่นอนครับแน่นอน! พวกเรายอมรับได้หมด! ไม่ต้องใช้เชือก เสี่ยวหยินสามารถนั่งบนหลังคารถได้อย่างมั่นคงครับ”

เมื่อเห็นว่าเขาเองก็ไม่กังวล ซูหรงจึงไม่ถามอะไรมาก เธอพยักหน้า “50 เหรียญประหลาด เอามาสิคะ จริงสิ ชุมชนฮวนซินกับสุสานกู่หลิงอยู่ไกลกันไหมคะ?”

“ไม่ไกลครับ อยู่ข้างๆ กันนี่เอง” ชายหนุ่มตอบแล้วถามต่อ “เสี่ยวหยินไม่ต้องจ่ายเงินเหรอครับ?”

ซูหรงยิ้มเยาะมองเขา “ถ้าจ่ายเงินก็อาจจะกลายเป็นผู้โดยสารได้ คุณไม่สนใจชีวิตคนอื่นจริงๆ เลยนะ”

เมื่อถูกเธอพูดเช่นนั้นใส่ สีหน้าของชายหนุ่มก็เจื่อนลง “ขอโทษครับ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น…ในโลกนี้ พวกเรายากจะไปสนใจชีวิตของคนอื่นจริงๆ”

เธอไม่สนใจเขา เมื่อชายหนุ่มวางเสี่ยวหยินไว้บนรถเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นรถมา ซูหรงค่อยเปิดปากถามอีกครั้ง “เสี่ยวหยินนั่นเป็นอะไรกับคุณคะ?”

“…น้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วของผมครับ” ชายหนุ่มให้คำตอบตามที่คาดไว้ “จริงสิ คุณเรียกผมว่าเสี่ยวหยางก็ได้ครับ”

หนึ่งหยินหนึ่งหยาง ก็ดูน่าสนใจดี

“เล่าเรื่องโลก ‘กฎประหลาด’ ให้ฟังหน่อยสิคะ”

“เรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ครับ รู้แค่ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาอย่างพวกเราหรือสิ่งประหลาดก็ตาม”

“คุณรู้จักสิ่งประหลาดด้วยเหรอคะ?”

“แน่นอนครับ พวกเราก็ได้รับผลกระทบอย่างมากเหมือนกัน!” เสี่ยวหยางขึ้นเสียงโต้แย้งทันทีราวกับไม่พอใจในคำพูดนี้

“แต่ตอนนี้ไม่ใช่ว่าน้องชายของคุณก็กลายเป็นสิ่งประหลาดแล้วเหรอคะ?” ซูหรงมองเรื่องนี้ชัดเจนมาก

เสี่ยวหยางเงียบไปจริงๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็บ่นเบาๆ “เสี่ยวหยินไม่เหมือนกันครับ”

ดูเหมือนเขาไม่อยากพูดหัวข้อนี้ต่อจึงกลับมาพูดเรื่องเดิม “บางครั้งก็จะมีผู้มาเยือนจากภายนอกอย่างพวกคุณ สำหรับสิ่งประหลาดแล้ว พวกคุณ…น่ากินมากครับ น่ากินกว่าพวกเราเยอะเลย ดังนั้นก็จะอันตรายกว่า”

“พวกคุณถูกกฎเกณฑ์ในโลกนี้ควบคุมเหมือนพวกเราไหมคะ?”

“ไม่เหมือนกันมั้งครับ ผมเดาเอานะ” สำหรับคำถามนี้ เสี่ยวหยางก็ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ เขาไม่ค่อยเจอผู้มาเยือนจากภายนอกมากนัก “ยังไงซะ ตราบใดที่เราปฏิบัติตามกฎ โดยทั่วไปก็จะไม่เกิดปัญหา แต่พวกคุณกลับตายง่ายเหลือเกิน”

“เพราะมันมักจะมีสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือกฎไงล่ะ” ซูหรงอดถอนหายใจไม่ได้ เช่นเดียวกับ ‘กฎประหลาด’ ครั้งนี้ สิ่งประหลาดทุกตัวที่เธอเจอ แทบจะจัดการไม่ได้ด้วยกฎเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นพวกเขาจึงแตกต่างจากคนในโลก ‘กฎประหลาด’ เหล่านี้จริงๆ เพราะสิ่งประหลาดอยากจะ “กิน” พวกเขามากกว่า จึงจงใจทำให้ลำบาก และย่อมอันตรายกว่ามาก

ขณะพูดก็มีเสียงกรงเล็บแปลกๆ เสียดสีกับแผ่นเหล็กบนหลังคารถดังซี่ๆ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

“นี่คือสิ่งที่คุณบอกว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ?” ซูหรงหน้าอึมครึม

เสี่ยวหยางไอโขลกๆ อย่างรู้สึกผิด รีบตะโกนว่า “เสี่ยวหยิน นายอย่าขยับนะ เราจะถึงแล้ว!”

เสียงบนหลังคารถก็หายไปจริงๆ

คราวนี้ซูหรงค่อนข้างประหลาดใจ ไม่คิดว่าเสี่ยวหยางจะมีอำนาจในการควบคุมสิ่งประหลาดนี้ได้แข็งแกร่งขนาดนี้

“น้องชายของผมเชื่อฟังผมมากครับ” อาจเป็นเพราะเดาว่าซูหรงประหลาดใจ เสี่ยวหยางจึงเริ่มอธิบายเอง “พวกเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เขาจะไม่ทำในสิ่งที่ทำให้ผมไม่สบายใจครับ”

พูดอย่างนี้แล้ว การให้เสี่ยวหยินอยู่ในรถก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาจริงๆ เพราะมีเสี่ยวหยางคอยควบคุมอยู่ข้างๆ

ไม่!

ซูหรงกลับคืนสติอย่างรวดเร็ว เสี่ยวหยางควบคุมเสี่ยวหยินได้ก็จริง แต่ไม่พูดถึงว่าเสี่ยวหยินจะควบคุมสติได้หรือไม่เมื่อเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดของผู้มาเยือนจากภายนอก แค่ตัวเสี่ยวหยางเองก็ไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่แล้ว

สิ่งประหลาดคิดว่าผู้มาเยือนจากภายนอกน่ากิน ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขามีรสชาติดีเท่านั้น ถ้าเดาไม่ผิด พวกเขาน่าจะทำให้สิ่งประหลาดเพิ่มความสามารถได้ด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าแค่เป็นอาหารก็คงไม่ทำให้พวกมันคลุ้มคลั่งกันขนาดนี้ ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบคนในโลก ‘กฎประหลาด’ กับผู้มาเยือนจากภายนอก ก็ยิ่งคาดเดาจุดนี้ได้ชัดเจนขึ้น

ในเมื่อตัวเองสามารถเพิ่มพลังให้สิ่งประหลาดได้ ใครจะรู้ว่าเสี่ยวหยางจะเลือกส่งเธอไปตายเพื่อเสี่ยวหยินหรือไม่? สิ่งที่เรียกว่า “มนุษยธรรม” นั้นเป็นสิ่งที่ทนต่อการทดสอบได้น้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษยธรรมในโลกของ ‘กฎประหลาด’

เมื่อขับผ่านหัวมุม ซูหรงก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “คุณกับน้องชายเกิดอะไรขึ้นคะ?”

“…ก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ” เสี่ยวหยางไม่ค่อยอยากตอบคำถามนี้จึงพูดอย่างคลุมเครือ “เขาตายแล้ว ผมไม่อยากให้เขาตาย ก็เลยให้เขาไปที่สุสานกู่หลิงเพื่อรักษาดวงวิญญาณ”

“เสี่ยวหยินเต็มใจไหมคะ?” ซูหรงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามต่อ “อย่ารั้งไว้เรื่อยๆ จนกลายเป็นศัตรูกันล่ะ”

สิ่งมีชีวิตลึกลับเหล่านี้ ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ก็ไม่รู้มีคนเท่าไหร่ที่อยากเก็บพวกมันไว้ แต่สุดท้ายก็ต้องตายด้วยมือของสิ่งมีชีวิตลึกลับโดยไม่มีจุดจบที่ดี

ซูหรงรู้ดีว่าคำเตือนของเธอไม่มีทางโน้มน้าวเสี่ยวหยางได้เลย เหตุผลที่เธอพูดประโยคนี้ ส่วนใหญ่เพราะต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

แน่นอน เสี่ยวหยางรีบอธิบายทันที “เสี่ยวหยินเต็มใจครับ โลกนี้สามารถกักเก็บสิ่งประหลาดได้อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวหยินก็ผูกติดอยู่กับตัวผม ถ้าผมตาย เขาก็จะสลายไป ผมจะอยู่ร่วมกับเสี่ยวหยินจนวันตาย”

แค่ได้ฟัง ซูหรงก็สัมผัสได้ถึงความแน่วแน่และความดื้อรั้นเล็กน้อยในน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้ว เธอไม่ได้ประเมินพฤติกรรมนี้ แต่กลับถามไปว่า “คุณจะทำร้ายผู้มาเยือนจากภายนอกเพื่อเสี่ยวหยินไหมคะ? ไม่ต้องโกหกนะ ยังไงเสี่ยวหยินก็ไม่ได้อยู่ในรถ ทำร้ายฉันไม่ได้หรอก”

บรรยากาศในห้องโดยสารราวกับเงียบสงัดไปนาน ผ่านไปนานมาก จนซูหรงคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบคำถามนี้เสียแล้ว ในขณะที่เธอกำลังจะเปลี่ยนคำถาม เสี่ยวหยางกลับพูดออกก่อน “ผมอาจจะทำครับ คุณคงรู้ใช่ไหมว่าผู้มาเยือนจากภายนอกเป็นยาบำรุงชั้นดีสำหรับสิ่งประหลาด”

ซูหรงใจหายวาบ สีหน้าดูไม่ดีนัก “ไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยเพิ่มพลังของสิ่งประหลาดแล้วเหรอคะ?”

“มีสิครับ มีแน่นอน เช่น สิ่งของของ ‘มัน’ ทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุวิเศษ” เสี่ยวหยางหัวเราะเย้ยหยัน “แต่จะมีอะไรง่ายกว่าการฆ่าพวกผู้มาเยือนจากภายนอกอย่างพวกคุณอีกล่ะครับ?”

ถูกต้องแล้ว ถ้ามีทางลัดใครจะยอมทิ้งกันล่ะ พวกเขาย่อมอดทนไม่ฆ่าคนเพื่อเพิ่มพลังสิ่งประหลาดได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้มาเยือนจากภายนอกอย่างพวกเธอก็ไม่ใช่คนของโลกนี้ แค่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้นเอง

ซูหรงไม่ได้โน้มน้าวอีกฝ่าย เพียงถามอย่างลังเลว่า “มีคนแบบคุณเยอะไหมคะ? ที่มาพร้อมสิ่งประหลาดน่ะค่ะ? คือมีคนละตัวเลยใช่ไหมคะ?”

คำถามนี้คงตลกเกินไปจนเสี่ยวหยางอดหัวเราะไม่ได้ “จะเป็นไปได้ยังไงครับ? คุณมองพวกเราสูงเกินไปแล้ว ผมเองก็แค่บังเอิญเจอวิธีทำให้เสี่ยวหยินกลายเป็นสิ่งประหลาดเท่านั้นเอง นี่ลอกเลียนแบบไม่ได้หรอกครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ซูหรงก็ถอนหายใจโล่งอก โชคดีที่ไม่ได้มีสิ่งประหลาดกันคนละตัว ไม่อย่างนั้นเธอคงคิดว่าพวกเขาไม่มีทางรอดชีวิตได้เลย

บ้านของเสี่ยวหยางอยู่ไกลจากที่นี่มาก เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่ถึง เมื่อคิดว่ายังเหลือภารกิจอีกหนึ่งเที่ยว ซูหรงก็อดกระวนกระวายไม่ได้ “คุณมีคนรู้จักที่ต้องการแท็กซี่บ้างไหมคะ? ฉันยังต้องรับผู้โดยสารอีกคนถึงจะทำภารกิจสำเร็จ”

“ไม่มีครับ คนที่ผมรู้จักล้วนเป็นคนธรรมดา ถ้าไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น พวกเราแทบจะไม่ออกมาตอนกลางคืนเลย” เสี่ยวหยางส่ายหน้าอย่างเสียใจ

กฎเกณฑ์ในโลก ‘กฎประหลาด’ ตอนกลางคืนมีมากมายนัก ไม่แน่ว่าอาจไปละเมิดข้อไหนเข้า ดังนั้นการไม่เดินทางออกไปตอนกลางคืนจึงเป็นความเข้าใจทั่วไปของพลเมืองที่นี่

เมื่อรู้ว่าไม่สามารถพึ่งอีกฝ่ายได้ ซูหรงก็เหยียบคันเร่งสุดแรง ในที่สุดเธอก็ส่งเสี่ยวหยางกลับถึงชุมชนฮวนซินก่อนตีสี่

เมื่อเสี่ยวหยางลงจากรถ เสี่ยวหยินก็กระโดดลงมาด้วย

“ต่อไปคุณไม่ต้องส่งแล้วครับ ผมจะพาเสี่ยวหยินไปที่สุสานกู่หลิงเองครับ” เสี่ยวหยางขอบคุณซูหรงอย่างกระตือรือร้น “ขอบคุณมากครับ ถ้าวันหนึ่งคุณถูก ‘กฎประหลาดประเภทชุมชน’ เลือกไป ‘กฎประหลาด’ นั้นต้องเป็นชุมชนฮวนซินแน่นอน ตอนนั้นคุณมาหาผมได้เลย ผมรับรองว่าคุณจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย!”

คำรับรองนี้ทำให้ซูหรงตาเป็นประกาย ‘กฎประหลาดประเภทชุมชน’ ก็เหมือน ‘กฎประหลาดซูเปอร์มาร์เก็ต’ ซึ่งเป็น ‘กฎประหลาด’ ที่พบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งผู้ตรวจสอบส่วนใหญ่จะต้องเจอ

ถ้ามีคนในพื้นที่ช่วยเหลือ ก็ไม่ต้องกังวลแล้วจริงๆ

แต่ก่อนอื่นเธอต้องรอดจาก ‘กฎประหลาด’ นี้ไปให้ได้ก่อน

ผู้โดยสารคนสุดท้าย! เริ่มต้นค้นหาได้!

จบบทที่ บทที่ 24 กฎประหลาดแท็กซี่ตี๋ตา (8)

คัดลอกลิงก์แล้ว