เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 - คนร้าย

ตอนที่ 9 - คนร้าย

ตอนที่ 9 - คนร้าย


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

เอมิเลียเองก็ไม่ผิดเหมือนกัน.

เธอไม่ได้คิดเลยว่าคนร้ายจะเป็นสัตว์ มันไม่ได้หนีไปทางพื้นแต่หนีขึ้นไปบนอากาศต่างหาก. เจ้าดาร์คเอล์ฟเลยไม่รู้สึกว่ามีคนผ่านที่ตรอกนั่นไป.

เจ้าเอล์ฟยังคงโดนพันธนาการไว้อยู่ เขาพยายามพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า “เจ้าสุนัขรับใช้!”

เอมิเลียจะทำอะไรได้ล่ะ.

เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับว่าตัวเองผิดไป.

เธอร่ายเวทย์มนต์ซ่อมพื้นที่แตกออกที่เหลือให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมและพุ่มไม้นั่นด้วย. จากนั้นเธอก็พยายามหาทางแอบกลับเข้าไปในวังตัวเองอีกครั้งพร้อมกับเจ้าดาร์คเอล์ฟ โดยร่ายเวทย์มนต์ทำให้เขาลอย.

โชคดีที่ตอนนั้นดึกมากแล้วจึงไม่ค่อยมีคน.

เธอเอาเจ้าเอล์ฟกลับไปที่ห้องใต้ดินอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยของเขา.

“อย่าโกรธไปเลยน่า” เอมิเลียเริ่มปวดหัวขึ้นมา “ชั้นยอมรับว่าชั้นผิดเอง. ชั้นไม่น่ากล่าวหานายเลย. เดี๋ยวชั้นจะพานายไปส่งที่ด้านนอกเองถ้ามีโอกาส โอเคมั้ย?”

“นายเองก็เห็นแล้วหนิว่าที่โบสถ์มีคนคุ้มกันหนาแน่นมาก. นายห้ามออกไปเด็ดขาด. ขอเวลาชั้นหน่อยแล้วเดี๋ยวจะคิดหาทางพาออกไป โอเคมั้ย?”

เอมิเลียรู้สึกมึนๆ เธอเหมือนกับแม่ที่ต้องเลี้ยงดูเด็กดื้อเลย. เด็กที่ทั้งดื้อและซนจนทำให้อารมณ์เสียแทบจะตลอดเวลา. คนที่เป็นแม่จึงทำได้แค่ใจเย็นๆแล้วพูดกับเขาดีๆเท่านั้น.

และเด็กตัวโตที่อยู่ด้านหน้าเธอนี้ก็กำลังมองเธอด้วยสายตาขยะแขยงและประชดประชันอยู่ราวกับจะบอกว่า ‘เสแสร้ง, เสแสร้งเก่งจริงนะ’

เอมิเลียรู้สึกไม่พอใจ.

แต่เธอก็ต้องอดทนไว้แล้วหันไปจัดผ้าปูเตียงให้แล้วกล่าว “ขอแค่แป๊บเดียวน่า ชั้นขอโทษแล้วไง จะเอาอะไรอีก”

“ฮึ่ม!”

เจ้าเอล์ฟดื้อต่อ. เขาไม่อยากคืนดีกับเธอเลยตอนนี้.

ผมสีเงินของเขาเอียงลงมาที่หน้าอกที่ปิดไว้ครึ่งหนึ่งของเขา.

การเกิดมาเป็นเอล์ฟนั้นทำให้มีรูปร่างที่งดงามจริงๆ ทั้งไหล่ที่กว้างและเอวที่บางจนเธอแทบจะโอบมันได้ด้วยมือเดียวเลย.

เอมิเลียจ้องเขาอย่างใจจดจ่อมากแล้วก็เอาผ้าห่มขึ้นมาปกให้.

ที่ใต้ดินนี่หนาวมาก เธอจึงไม่อยากให้เขานอนตัวสั่นทั้งคืน.

“เอางี้” เอมิเลียพูดกับเขา “ชั้นพอจะนึกวิธีพานายออกไปได้แล้ว เพราะงั้นช่วยเลิกด่าและพูดถ่อยๆกับชั้นซักที ได้มั้ย?”

เจ้าเอล์ฟค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องไปหาเธอผ่านขนตายาวๆนั่นแล้วร้องหึออกมา.

ตาแก่นี่.

สายตาแบบนั้น, เอมิเลียพยายามกัดฟันไว้แล้วพูดกับเขา “ชั้นเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง มันบอกว่ามีเวทย์มนต์ที่สามารถทำให้คนตัวเล็กลงเท่ากับฝ่ามือได้ด้วย. พอร่ายเวทย์นั้นเสร็จชั้นจะเอานายใส่กระเป๋าแล้วพาออกไป. แต่เวทย์มนต์นี้มันร่ายยากมาก ชั้นเคยเห็นมาแค่แว่บเดียวเอง”

“แล้วเธอมั่นใจรึไงว่ามันจะได้ผล?”

เจ้าดาร์คเอล์ฟหรี่ตาลงแล้วมองดูผู้หญิงผมบลอนด์ที่นั่งอยู่บนพื้น, เธอกำลังอ่านหนังสือแล้วก็เขียนรูนตรงพื้นอย่างเบี้ยวๆ.

เอมิเลียพูดโดยไม่ยกหัวขึ้นมา “พ่อหนุ่ม อย่าถามมากได้มั้ย ใช้ๆไปเหอะน่า”

มันจะ...ได้ผลจริงเหรอ?

พอมองดูวงกลมเบี้ยวๆนั่นแล้ว เจ้าดาร์คเอล์ฟก็อดสงสัยไม่ได้.

ไม่นานเอมิเลียก็ตบมือให้ฝุ่นปลิวออกแล้วยืนขึ้น “เอาล่ะ เสร็จแล้ว. มาสิ มาลองดู”

“ไม่เอาโว้ย. ลองเองสิ!”

ถึงเจ้าเอล์ฟจะปฏิเสธแต่เธอก็ไปลากเจ้าเอล์ฟที่ขยับตัวไม่ได้ลงมาบนพื้นจากนั้นก็เริ่มร่ายเวทย์มนต์ใช้งานวงแหวนนั่น.

เจ้าเอล์ฟ: !!!!!

มีแสงสว่างจ้าขึ้นมา.

เจ้าเอล์ฟสุดหล่อขายาวและตัวสูงหายไปแล้ว.

กลับกันเขากลายเป็นเอล์ฟจิ๋วไปแล้ว เขาดูเหมือนเดิมแต่แค่มีขากับแขนที่เล็กลง และขนาดตัวที่เท่ากับฝ่ามือ. เหมือนกับที่ในหนังสือบอกเปี๊ยบ.

สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเดียวก็คือที่หลังเขามีปีกคู่หนึ่งงอกออกมาดูราวกับปีกของจั่กจั่นเลย.

รูปร่างของปีกนั่นดูเหมือนปีกของผีเสื้อที่มีลายสีทองตัดผ่านพื้นหลังสีดำ. ปีกของเขาโบกสะบัดกับสายลมพร้อมกับส่งประกายแสงอ่อนๆออกมา.

เจ้าเอล์ฟลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจแล้วหันหลังกลับไปดูปีกของเขา แก้มของเขาดูยุ้ยและน่ารักกว่าเดิม.

เอมิเลียดูชอบใจมาก เธอหยิบเจ้าเอล์ฟขึ้นมาบนฝ่ามือ “ดูสิ ถึงมันจะพลาดไปหน่อยแต่ก็ได้ผลนะ. นายกลัวอะไรเล่า?”

เจ้าเอล์ฟกัดฟันจนเสียงฟังชัดมาก “ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าสุนับรับใช้!”

แม้แต่เสียงของเขาเองก็นุ่มนวลลง.

เอมิเลียยกมือขึ้นมากันเจ้าเอล์ฟตี. คนที่เป็นคนคิดเวทย์มนต์นี้สุดยอดจริงๆ. ทั้งคนตัวเล็ก ทั้งความน่ารักรวมกันอยู่ในที่เดียว.

รัก..รักเลย.

จากนั้นเอมิเลียก็ไม่ไปพบทีมลาดตระเวนอีกเลย. ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็มีข่าวมาว่าพวกเขาจับตัวคนร้ายเหตุสังหารหมู่ได้แล้ว.

เอมิเลียไม่ได้ไปดูด้วยตัวเองแต่ก็ได้ยินมาว่ามันเป็นเหยี่ยวยักษ์ที่ดุร้าย ดูไม่ต่างกับมนุษย์ด้วยแต่แค่มันมีปีกเท่านั้น สิ่งที่ทำให้มันดูต่างจากมนุษย์ก็คือมือของมันเป็นปีก.

“ถึงว่าล่ะหน่วยลาดตระเวนหาตัวมันไม่เจอซักที คดีนี้เป็นคดีที่แปลกประหลาดจริงๆ”

ริต้ากำลังนั่งอยู่ข้างเอมิเลียพร้อมกับโบกพัดขนนกในมือไปมาเบาๆ สีหน้าของเธอก็ยังคงดูหยิ่งและเฉยชาดังเดิม “ชั้นได้ยินมาว่าท่านโป๊บมอบงานนี้ให้เธอจัดการ โชคดีที่ทีมลาดตระเวนยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง เธอเลยไม่เสียเวลามากมาย”

(ท่อนนี้ผมให้ริต้ากลับมาพูดกับเอมิเลียแบบเพื่อนเหมือนเดิมนะครับ เพราะคิดว่าเอมิเลียมีตำแหน่งหัวหน้า ไม่ใช่โป๊บเลยไม่ต้องสุภาพมาก)

ตั้งแต่ที่เธอมาให้เอมิเลียช่วยครั้งก่อน ริต้าจึงไปรวบรวมหลักฐานและรายชื่อของพวกบิช้อปที่รับเงินใต้โต๊ะให้สภาจัดการ จากนั้นเธอก็ไปคุกเข่าต่อหน้ารูปปั้นพระเจ้าแห่งแสงตลอด3วัน3คืนเพื่อไถ่บาปของเธอ.

พอเธอหมดสติไปตรงนั้น โป๊บก็ให้อภัยเธอและอณุญาตให้เธออยู่ต่อได้ในฐานะเซ็นต์.

หลังจากเหตุการณ์นี้ ริต้าดูจะเปลี่ยนไปหน่อยๆ, เธอดูไม่ทำตัวเด่นเหมือนเดิมและไม่สนใจคนอื่นๆด้วย.

พอได้ยินที่เธอพูด เอมิเลียก็รู้สึกอายหน่อยๆ “ไม่หรอก ชั้นแค่ไปตรวจตรานิดเดียวเอง. พวกเขาต่างหากที่ทำหน้าที่ได้ดี ชั้นควรไปขอบคุณพวกเขา”

“ทำไมล่ะ?” ริต้าเอาพัดมาบังสีหน้าประหลาดใจของเธอไว้แล้วกล่าวต่อ

“เธอเป็นหัวหน้าเซ้นต์นะ! เธอต้องคิดถึงสถานะตัวเองบ้างสิ ไม่เห็นจะต้องลงทุนไปขอบคุณอัศวินพวกนั้นเลย พวกนั้นก็แค่ขี้ข้านะ! พวกเขาทำงานให้เธอก็ถูกแล้วหนิ ถึงเธอจะไม่ค่อยได้ทำอะไรก็ตาม ถ้าไม่มีเธอคอยคุมล่ะก็ พวกเขาจะจับฆาตกรได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”

เอมิเลียคิดในใจ “ชั้นไปคุมอะไรตอนไหน???”

เธอพูดไม่ออกไปซักพัก.

เจ้าดาร์คเอล์ฟที่คดตัวอยู่ในกระเป๋าเธอก็ขยับตัวแล้วหันมาประชดใส่.

‘ดูซิๆ นี่น่ะหรอพวกมือถือสาก ปากถือศีล’

ยัยผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนแบบไหนก็ช่าง มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้วหนิ.

เจ้าดาร์คเอล์ฟหลับตาลงต่อ.

เสียงหัวใจเต้นอย่างช้าๆของผู้หญิงคนนั้นดังก้องหูเขาไปหมดเพราะความสามารถในการได้ยินที่เยี่ยมยอดของเขา.

ร่างกายของเขาแนบชิดกับตัวของเอมิเลียมาก มีแค่ผ้าบางๆกั้นไว้เท่านั้น. เขารู้สึกถึงความร้อนจากตัวเธอได้ด้วยซ้ำ พร้อมๆกับกลิ่นหอมของผู้หญิง.

“ฮัดเช้ย!”

เจ้าเอล์ฟจามออกมาแล้วเอามือป้องจมูกไว้.

แค่อยู่ใกล้นางก็เหม็นมากๆแล้วนี่ยิ่งมีกลิ่นฉุนหอมๆอีก กลิ่นหอมและเหม็นมันปนกัน แย่หนักกว่าเดิมอีก.

เขาคิดว่าควรจะบอกเธอให้ถูตัวก่อนจะออกไปไหนมาไหนซะบ้าง. เขาบีบจมูกอย่างแรงรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเลย.

จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินอย่างรวดเร็ว จนเจ้าเอล์ฟในกระเป๋าเด้งขึ้นลง.

เธอเดินอยู่นานมาก พอหยุดลงเจ้าเอล์ฟก็รู้สึกโมโหขึ้นมา.

ตรงนี้กลิ่นเหม็นของแสงสว่างยิ่งแรงขึ้นไปอีก ราวกับว่าเขาถูกเวทย์มนต์แห่งแสงล้อมไว้เลย.

เจ้าดาร์คเอล์ฟปิดประสาทกับรับกลิ่นของตัวเองลงแล้วปล่อยจมูกแดงๆนั่นออก.

“ฝ่าบาท, ดิชั้นมาเพื่อรายงานการดำเนินงานค่ะ”

“เรื่องเหตุสังหารหมู่ที่ตลาดทาสนั้น ทีมลาดตระเวนได้พบตัวคนร้ายแล้วค่ะ”

“เราได้ข่าวแล้วล่ะ เอมิเลีย” ชายชราคนนั้นแตะไหล่เอมิเลียพร้อมกับเสียงที่อ่อนโยนขึ้นเรื่อยๆ.

“เธอทำได้ดีมาก, งานแรกนี้เธอทำได้ดีจริงๆ ไขคดีหดหู่ได้เร็วแบบนี้ ความดีความชอบเป็นของเธอทั้งหมดเลย. คราวหน้าเธอคงไปไหนมาไหนและทำอะไรได้สะดวกมากว่าเดิมแล้วล่ะนะ”

“แล้วเหล่าทีมลาดตระเวนล่ะคะ? พวกเขาจะได้รับรางวัลด้วยหรือไม่?” เสียงของเธอเริ่มสั่น.

“แน่นอน, อีกไม่กี่วันพวกเขาจะได้รับเงินพิเศษเพิ่ม”

แค่เงินโบนัสเองหรอ?

เอมิเลียเม้มปาก. เธอรู้ดีว่าเหตุสังหารหมู่ภายใต้การมองดูของพระเจ้านี้ส่งผลกระทบมากแค่ไหน. ผู้ใดที่สะสางมันใดย่อมต้องได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรชนอย่างแน่นอน.

และเธอก็รู้ด้วยว่าคนในหน่วยลาดตระเวนเสียชีวิตไปแค่ไหนเพื่อที่จะจับเจ้านกบ้านั่น.

หลายๆคนอาจจะถูกมันกลืนลงท้อง แม้แต่ศพก็หาไม่ได้.

โป๊บยกความดีความชอบทั้งหมดให้เธอ ขณะที่อัศวินผู้กล้าหาญยอมตายเพียงเพื่อจะได้เงินพิเศษเพิ่มเนี่ยนะ. ชื่อของพวกเขาไม่แม้แต่จะถูกจารึกไว้ในศิลาความดีเลย, ไม่แม้แต่พวกชาวบ้านจะรู้ด้วย.

เหล่าอัศวินที่ยอมตายเพื่อคนอื่นๆก็จะตายไปอย่างเงียบๆแค่นั้นหรอ.

เอมิเลียยอมรับไม่ได้.

ดังนั้นเธอจึงสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วกล่าวอย่างองอาจ “ขอเดชะฝ่าบาท, หม่อมชั้นขอคัดค้านเพคะ”

“ในคดีนี้นั้นกระหม่อมเพียงแค่ไปตรวจตาเท่านั้น. การสืบหาตัว,ออกลาดตระเวนและจับกุมคนร้าย ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นผลงานของทีมลาดตระเวน. หม่อมชั้นมิได้มีความชอบแต่อย่างใดเลย, ไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยซ้ำ. โดยเฉพาะอัศวินที่เสียชีวิตเหล่านั้น พวกเขาคือวีรบุรุษที่แท้จริงเพคะ”

“เกล้ากระหม่อมขอพระองค์ทรงเมตตา พระราชทานเกียรติยศให้แด่ผู้ที่สมควรจะได้รับ มิใช่เกล้ากระหม่อมที่มีสถานะสูงกว่าด้วยเถิด”

เอมิเลียคุกเข่าลง.

เธอก้มตัวไปข้างหน้าและหัวใจของเธอก็เต้นรัวจนแทบจะชนกับเจ้าดาร์คเอล์ฟ.

จบบทที่ ตอนที่ 9 - คนร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว