เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 - เข้าใจผิด

ตอนที่ 8 - เข้าใจผิด

ตอนที่ 8 - เข้าใจผิด


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

พอนาฬิกาชี้ไปที่เลข11กับ6 เอมิเลียจึงเข้านอนไป.

ตาเธอปิดทันทีที่หัวเธอถึงหมอน หน้าอกเธอยุบขึ้นยุบลงขณะหายใจ. แสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่พื้นไม้.

ในห้องนั้นเงียบสงบมากแต่ในอีกฟากหนึ่งของห้องกลอนประตูก็ถูกบิด.

เสียงประตูดังเอี๊ยดเบาๆขณะที่มันถูกเปิดออก. เจ้าเอล์ฟโผล่ออกมาจากความมืดนั่น สายตาแหลมคมของเขากวาดไปมาทั่วห้อง.

เขายกนิ้วยาวเรียวขึ้นมา ที่นิ้วนั้นมีฝุ่นควันฟุ้งขึ้นมาด้วยเวทย์มนต์แห่งความมืดจากนั้นมันก็วนไปรอบๆดูราวกับควันที่เรืองแสง.

สิ่งที่เอมิเลียไม่รู้ก็คือเวทย์มนต์ของเจ้าดาร์คเอล์นั้นได้ฟื้นกลับมาดังเดิมแล้ว. เขาพยายามแกล้งทำตัวอ่อนแอมาตลอดและตอนนี้เขาก็กำลังยืนอยู่ท่ามกลางความมืดราวกับนักล่าที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ.

ริมฝีปากบางๆของเขาโค้งขึ้นมาอย่างน่ากลัว. ดวงตาสีแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความเดือดดาลของเขาจ้องไปที่ร่างที่ไม่ไหวติงและชุดลินินสีขาวของเอมิเลีย.

“ข้าจะฆ่าเจ้า นังผู้หญิงชั่วช้าน่ารังเกียจ”

มีเงาสีดำโผล่ขึ้นมาที่ใต้เท้าของเจ้าเอล์ฟ จากนั้นเงาที่รูปร่างเหมือนหนวดนั่นก็เลื้อยไปบนพื้นราวกับอสรพิษพร้อมกับเสียงร้าวและเสียงฟ่อๆ. พื้นทองคำที่มีเวทย์มนต์ปกคลุมอยู่ตอนนี้กลับถูกย้อมไปด้วยสีดำดูราวกับไม้ที่ไหม้เกรียม.

เงานั่นเลื้อยขึ้นไปบนม่านข้างๆเตียงของเอมิเลียอย่างรวดเร็ว ที่หางของมันมีของเหลวดูสกปรกไหลย้อยลงมา, มันมองลงมาดูเอมิเลียจากด้านบนแล้วส่งเสียงขู่ฟ่อราวกับอสรพิษ เจ้าหนวดนี่พร้อมจะกลืนกินเธอทุกเมื่อ.

“ฆ่านางซะ” เจ้าเอล์ฟพูดออกมาเบาๆจากนั้นก็ยกแขนยาวๆขึ้นมาแล้วแบมือไปทางเธอแล้วก็กำมือขึ้น.

เจ้าหนวดอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมออกมา. มันหย่อนตัวลงมาและกำลังจะกัดเธอ.

แต่ในตอนนั้นเองก็มีแสงสีขาวกะพริบออกมาที่ข้างหน้าตาของเขา. มือของเขากำลังจะกำสนิทแล้ว แต่ก็ชะงักไปเพราะเขาเห็นผ้าพันแผลสีขาวที่พันข้อมือเขาร่วงลงไปบนพื้น.

ผ้าพันแผลที่พันตัวเขาไว้…

เขานึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เขาทุกๆวัน, ตอนที่เธอค่อยๆทายาให้เขา. ถึงแม้เธอจะโมโหตอนนั้นแต่เธอก็ทายาให้เขาอยู่ดี.

ขณะที่คิดเช่นนั้น นิ้วมือของเขาก็แน่นิ่งไป. เขายืนคิดอยู่ตรงนั้นขณะมองไปที่พื้นอยู่นานมากประหนึ่งว่าอยู่ในภวังค์.

เจ้าหนวดหยุดโจมตีกลางคันและกำลังลังเล.

เอมิเลียที่กำลังนอนหลับอย่างอร่อยอยู่นั้นก็ส่งเสียงออกมาเบาๆ พร้อมกับพลิกตัวไป ทำให้เจ้าหนวดส่งเสียงฟ่อออกมาทันที. มันแยกเขี้ยวอย่างดุร้ายขณะมองไปที่เอมิเลีย.

เจ้าเอล์ฟกัดฟันด้วยความสับสน ‘เหตุใดข้าถึงลังเล?’

‘ไม่เห็นจะเกี่ยวเลยว่านางช่วยข้าไว้, นางเป็นผู้ติดตามพระเจ้าแห่งแสงสว่าง. ผู้ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับศาสนาแห่งแสงจะต้องตาย! ไม่มียกเว้น!’

เขากำมืออย่างแน่นจนเล็บฝังลึกลงไปในฝ่ามือ. พอเขาตั้งใจแล้วว่าจะฆ่าเธอจริงๆ จู่ๆเขาก็รู้สึกตัว จนเรียกเจ้าหนวดสีดำกลับไปที่ข้างกาย. ปีศาจน่าเกลียดนั่นหายวับไปกับอากาศทันที.

‘ครั้งนี้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าแล้วกัน ครั้งหน้าเจ้าไม่โชคดีแบบนี้แน่ ข้าจะฆ่าเจ้าให้ดู’

จากนั้นเจ้าเอล์ฟก็เดินออกจากวังไปอย่างเงียบๆ.

ในคืนหนาวเหน็บนี้ มีอัศวินบางคนกำลังเดินตรวจตราทั่วถนนโล่งๆอยู่.

หนึ่งในอัศวินนั้นก็ส่งเสียงหาวออกมาเบาๆใต้เกราะนั่น. เขาส่ายหัวเบาๆ พยายามจะทำให้ตัวเองตื่นเข้าไว้พร้อมกับกะพริบตาให้ความง่วงหายไป. สองสามคืนมานี้เขาไม่ได้นอนเต็มอิ่มเลยและกำลังบ่นอยู่ในใจว่าทำแต่งานไม่ได้พักเล้ย.

ด้วยความที่ง่วนอยู่กับความง่วงของตัวเอง อัศวินตาใกล้ปิดคนนั้นก็ไม่ทันได้สังเกตุเห็นผมสีเงินที่แว่บผ่านไป. มันผ่านเขาไปเร็วมากจนเขาไม่รู้ตัวเลย.

เจ้าดาร์คเอล์ฟนั้นเร้นกายอยู่ในความมืด. เขาใช้ประโยชน์จากความมืดของเมืองเดินย่องผ่านอัศวินหลายคนโดยไม่ต้องทำอะไรมากเลย. แล้วเขาก็ไปหยุดที่ใต้เงาต้นไม้ต้นหนึ่ง ดูราวกับราชันย์ที่ควบคุมความมืด.

เจ้าเอล์ฟกำลังนึกภาพว่าผู้หญิงคนนั้นจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าเขาออกจากวังไปแล้ว. นางคงจะโมโหมากๆ. คิ้วนางคงจะชนกันตรงกลางน่าตลกแน่ๆ.

“หยุดอยู่ตรงนั้นนะ! แกเป็นใคร? แกกำลังทำอะไรน่ะ!”

พอหันหลังกลับมาเขาก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ. ดูจากเสื้อผ้าของเขาแล้วเขาน่าจะเป็นบิช้อป. เขาหรี่ตาลงแล้วเอาหลังมือมาขยี้ตาพร้อมกับพูด “ดาร์คเอล์ฟ? แกกล้าดียังไงถึงลอบเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้?!”

 

(บิช้อป - คือเซ้นต์ที่ได้ศึกษาจบไปแล้ว.  ตอนนี้ผมไม่เข้าใจแล้วครับว่าเอมิเลียเป็นหัวหน้าเฉยๆหรือโป๊บ/บิช้อปยังไงกันแน่ แต่คิดว่าน่าจะตามเนื้อเรื่องไปก่อนแล้วกันครับ)

 

บิช้อปคนนั้นดูเกรี้ยวกราด เขาไม่แม้แต่จะหยิบคทาของตัวเองออกมาเลย เขาร่ายเวทย์มนต์แสงอ่อนๆที่ฝ่ามือแล้วพุ่งเข้าไปหาดาร์คเอล์ฟ.

 

“มีเวทย์มนต์ที่ชั้นอยากจะลองทดสอบอยู่พอดี. โชคดีจริงๆที่แกโผล่มาวันนี้ โชคร้ายจังนะแกน่ะ” บิช้อปยิ้มอย่างวิปลาศ. ภาพเอล์ฟใกล้ตายนั้นเป็นภาพที่งดงามมาก และ ณ จุดนี้เขาจำไม่ได้แล้วว่าเขาได้ฆ่าดาร์คเอล์ฟทั้งในคุกมืดและห้องทดลองไปแล้วกี่ตน. เขาไม่เคยเบื่อที่จะเห็นพวกนั้นตายเลย.

 

แสงที่บิช้อปร่ายออกมานั้นดูตัดกับความมืดมากๆ สว่างจ้าเสียจนตาจะบอด. เจ้าเอล์ฟร้องฟ่อแล้วมองเขากลับมาด้วยสายตาขยะแขยง. เขาเริ่มเตรียมพร้อม.

 

‘เจ้าสวะโสโครกน่ารำคาญ’

 

ความมืดนั้นมีเหล่าเอล์ฟเป็นนายของมัน แม้จะมีแสงแว่บขึ้นมา ความมืดก็ยังคงเหนือกว่าความสว่างนั่นอยู่ดี เจ้าปีศาจหนวดที่ดุร้ายกระโจนออกมาจากเงาของเขา. มันอ้าปากกว้างออกจนของเหลวเหนียวๆสีแดงหยดลงมา.

 

บิช้อปตาเบิกกว้างออกด้วยความกลัว. เขารีบหันกลับแล้วจะวิ่งหนีไปแต่ก็ไปได้ไม่แค่กี่ก้าวเจ้าหนวดนั่นก็จับขาเขาไว้ได้. ขาของเขาถูกดึงอย่างแรงจนล้มไปกองกับพื้น. เขาพยายามคลานหนีอย่างสุดชีวิตขณะที่เจ้าหนวดงับเข้าไปที่เนื้อของเขา.

 

เจ้าปีศาจหนวดส่งเสียงร้องพอใจออกมาหลังกลืนบิช้อปเข้าไปได้ทั้งตัว. จากนั้นมันก็ถอยร่นกลับไปที่เงา.

 

“ถุยออกมา. ทั้งหมดเลย” เจ้าดาร์คเอล์ฟตำหนิพร้อมเตะเจ้าหนวด.

 

เจ้าหนวดนั่นหัวดื้อมาก มันไม่ยอมทำตามคำสั่งเลย. พอมันมองหาเจ้าเอล์ฟและเห็นว่าเขาจริงจังมาก มันจึงอ้าปากออกด้วยความไม่พอใจแล้วถุยซากของบิช้อปออกมา.

 

“นายทำอะไรน่ะ?”

 

ทันใดนั้นเอง เจ้าหนวดก็สะดุ้งแล้วซ่อนศพไว้ข้างหลังจากนั้นก็รีบมุดกลับเข้าไปในเงา.

 

มันเป็นเสียงของเอมิเลีย. เธอออกมาในสภาพชุดนอนพร้อมกับดาบทรงจันทร์เสี้ยวในมือขณะที่เอามือปัดกิ่งไม้ออก. เธอขมวดคิ้วใส่เจ้าดาร์คเอล์ฟ.

 

“ชั้นบอกนายแล้วใช่มั้ยว่าห้ามออกมา? นายจะออกไปไหนมาไหนตามใจไม่ได้นะ” เอมิเลียกล่าว.

 

เจ้าเอล์ฟหันควับกลับมาทางเอมิเลีย. เขาดูโมโหมากราวกับแมวที่โดนเหยียบหาง “นี่แกจะขังชั้นไว้ในห้องใต้ดินนั่นตลอดไปรึไง?” เขากล่าว.

 

“ใครบอกว่าจะขังนายไว้ในนั้นตลอดไปล่ะ?” เอมิเลียโก่งคิ้วแล้วกล่าวต่อ “ประตูมันไม่ได้ล็อคและก็เปิดได้ตลอดไม่ใช่เหรอ? นายก็แค่อย่าให้คนอื่นเห็นก็พอ”

 

“ดูยังไงก็ขังชัดๆ” เจ้าเอล์ฟเถียง.

 

เธอนึกขึ้นมาได้อีกครั้งว่าเจ้าเอล์ฟเสียความทรงจำไป. เนื่องจากเขาอยู่แต่ในห้องใต้ดินเขาเลยคิดว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับการโดนขัง เพราะไม่มีทางออกอื่นอีกเลย.

 

เอมิเลียทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวเจ้าเอล์ฟทั้งนั้นแต่เธอก็มัวคิดแต่เรื่องปัญหาของตัวเองอยู่จนลืมคิดถึงความรู้สึกเจ้าเอล์ฟไป.

 

เธอจึงเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา. ถ้าเธอเป็นเจ้าเอล์ฟ เธอก็คงแอบหนีออกมาเหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ “เพื่อความปลอดภัยของตัวนายเองนะ. โบสถ์นี่มีการคุ้มกันหนาแน่นมากมีโอกาสสูงที่นายจะโดนจับได้นะ. นายจะออกไปแบบนี้ไม่ได้. เดี๋ยวชั้นจะพานายออกไปเองถ้ามีโอกาส โอเคมั้ย?”

 

เจ้าเอล์ฟใส่เสื้อผ้าขาดๆที่มีคราบเลือดเปรอะอยู่เต็มไปหมด. เท้าของเขาก็ไม่ได้ใส่อะไรเลย เอมิเลียจึงรู้สึกสงสารขึ้นมา.

 

เขาเหมือนกับทารกหลงทางที่มีแต่แผลเต็มไปหมด. ต่อให้เขาจะเก่งแค่ไหนก็ตาม เอมิเลียคิดว่าเขาคงไม่สามารถหนีพ้นพวกทหารไปได้แน่. เขาคงจะถูกฆ่าตายตรงนั้นทันทีเลย.

 

‘ถ้ามีข่าวจากทีมลาดตระเวนว่าเขาไม่ใช่ฆาตกร เราจะพาเขาไปส่งที่ชายแดน’ เอมิเลียสัญญากับตัวเอง.

 

เจ้าดาร์คเอล์ฟสังเกตุเห็นสายตาสงสารของเอมิเลีย “แกคิดว่าชั้นอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรอ?” เขาถาม พื้นรอบๆตัวพวกเขาเริ่มสั่นหน่อยๆจากเสียงของเขา.

 

เขาโกรธและไม่พอใจมากๆที่เธอคิดว่าเขาอ่อนแอ. เขาอุตส่าห์ปล่อยมือเมื่อตะกี้นี้ เพื่อไว้ชีวิตเธอไป แต่ตอนนี้เธอกลับคิดว่าเขาอ่อนแองั้นหรอ.

 

เอมิเลียรีบส่ายหัวแล้วอธิบาย “ไม่ใช่อย่างงั้นซักหน่อย ชั้นแค่กลัวว่านายจะถูกจับก็แค่นั้น”

 

คำพูดของเธอฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย. แถมเจ้าเอล์ฟยิ่งทวีความโกรธมากขึ้นไปอีก. เอมิเลียกลืนน้ำลาย เธอรู้แล้วว่าต่อให้พูดอะไรไปก็คงฟังไม่ขึ้นเพราะเธอเป็นส่วนนึงของศาสนาแห่งแสง.

 

“สุนัขรับใช้ของเจ้าเทพแห่งแสง*. ข้าจะฆ่าเจ้า” เจ้าเอล์ฟกล่าวด้วยความโมโห.

 

*(ท่อนนี้ของ eng แปลเป็นหัวขโมยแห่งแสง ผมไม่มั่นใจนะครับเลยใช้เทพแห่งแสงเอาจะได้ดูสมเหตุสมผล)

 

เจ้าเอล์ฟเสกแส้แสงเส้นหนึ่งออกมาจากปลายนิ้วแทนที่จะเรียกเจ้าปีศาจหนวดออกมาจากเงา. เขาฟาดมันไปทางเอมิเลียจนเสียงของแส้แหวกลมออก.

 

เอมิเลียถอยหลบแส้กลับไป “นายเลิกก่อปัญหาได้มั้ย เสียงดังเกินไปแล้ว! เดี๋ยวคนก็มาที่นี่หรอก!”

 

เจ้าเอล์ฟประชด “นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการรึไง? เจ้าอยากจะส่งตัวข้าให้คนอื่นอยู่แล้วหนิ?”

 

เอมิเลียชะงักไปแว่บหนึ่ง “นาย...รู้ได้ยังไง?”

 

เขาไม่พูดอะไรออกมาเอาแต่จ้องใส่เอมิเลียอย่างเดียว จากนั้นก็ยกมือสะบัดแส้อีกครั้ง. เขาสะบัดแส้อย่างแรงจนพื้นแยกตัวออก.

 

พอเห็นเขาเป็นแบบนี้เอมิเลียเองก็เริ่มโมโหขึ้นมา จนตะคอกออกไป “ก็มีแต่นายที่อยู่ในตรอกนั่นคนเดียว นายพูดเองไม่ใช่เหรอ? หรือมีใครอื่นอีกล่ะ?”

 

เจ้าดาร์คเอล์ฟขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ข้าบอกแล้วว่าข้าจำไม่ได้! ไม่เข้าใจรึไง!”

 

เจ้าเอล์ฟเริ่มหวดแส้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเอมิเลียเริ่มทนไม่ไหว. เธอเริ่มมีความสงสัยขึ้นในหัว.

 

เจ้าดาร์คเอล์ฟตนนี้แม้จะมีแผลเต็มไปทั้งตัวและขยับตัวยังได้ไม่สะดวกนัก แต่กำลังของเขาก็มหาศาลยิ่งกว่าอาร์ชบิช้อปในศาสนาเธอซะอีก. ดูท่าแล้วเขาคงจะไม่ธรรมดาแน่ๆ.

 

เขาอาจจะอยู่มาหลายปีแล้ว ทั้งโหดเหี้ยมทั้งมือที่เปื้อนเลือดมานับไม่ถ้วน.

 

บุรุษที่ทั้งอันตรายและบาดเจ็บเจียนตายแบบนี้จู่ๆโผล่มาที่ตรอกใกล้ๆเหตุสังหารหมู่มันไม่บังเอิญไปหน่อยหรอ?

 

ยิ่งเธอคิดมันก็ยิ่งเข้ารอยมากขึ้น. เธอนึกภาพออกเลยว่าเจ้าดาร์คเอล์ฟคงจะยืนดูกองซากศพที่เขาเป็นคนฆ่าพร้อมหัวเราะออกมาอย่างโรคจิต. เอมิเลียรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที.

 

ถ้าเป็นอย่างงั้น. เอมิเลียหลับตาลง, เธอไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้แล้ว.

 

เธอหมุนข้อมือแล้วเก็บดาบไว้ที่เอวจากนั้นก็รวมสมาธิแล้วเรียกด้ายสีดำที่ฝังอยู่ในตัวเขาออกมา.

 

ด้ายเวทย์มนต์นั้นโผล่ออกมาแล้วพันไปรอบๆตัวเขาในทันที.

 

“ตุ่บ!”

 

เขาหล่นลงบนพื้นทันที.

 

เอมิเลียถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก. โชคดีที่เธอคิดเผื่อไว้ เธอทิ้งของบางอย่างไว้ในตัวเจ้าดาร์คเอล์ฟตอนที่เขายังไม่ได้สติ. ไม่งั้นเธอคงไม่มีวันชนะเขาได้แน่.

 

เอมิเลียนั่งลงด้านหน้าเจ้าเอล์ฟแล้วจ้องเขา “อย่าขยับเชียว” นี่คือคำสาปพันธนาการที่ว่ากันว่าแม้แต่พระเจ้าก็ถูกพันธนการได้. มันจะไม่มีวันหลุดออกเด็ดขาด.

 

เจ้าดาร์คเอล์ฟจ้องกลับมาที่เธอด้วยความชิงชัง.

 

เอมิเลียยักไหล่แล้วเลิกคิดที่จะพูดหว่านล้อมเขา. เธอเดินรอบๆเขาขณะที่คิดว่าจะพากลับไปยังไงดี.

 

ตอนนั้นเองเธอก็เหลือบไปเห็นว่ามีคนกำลังวิ่งมาที่อีกฝั่ง. มีอัศวินเฝ้ายามคนหนึ่งกำลังมา.

 

เอมิเลียลนมากจึงรีบเอาเจ้าเอล์ฟไปซ่อนที่พุ่มไม้ข้างๆแล้วร่ายเวทย์มนต์เพื่อซ่อมแซมพื้นที่เป็นรอย.

 

ทันทีที่ซ่อมเสร็จอัศวินก็มาถึงพอดี.

 

“ท่านหัวหน้า?”

 

อัศวินกล่าวออกมา.เขาประหลาดใจมากที่เห็นเอมิเลียมายืนข้างนอกกลางดึกแบบนี้. เธอดูเหมือนผีในชุดยาวสีขาวเลย.

 

“ชั้นเองค่ะ” เอมิเลียกล่าวพร้อมกับปัดเศษใบไม้ที่ชุดเธอออก “ชั้นนอนไม่หลับน่ะค่ะเลยออกมาเดินเล่นหน่อย”

 

อัศวินคนนั้นพยักหน้าพร้อมกับก้มหัวลงเพื่อเลี่ยงหน้าอกขาวๆของเอมิเลีย.

 

“ท่านไปเฝ้ายามต่อเถอะค่ะ อย่าห่วงชั้นเลย” เอมิเลียกล่าวพร้อมกับแอบจ้องไปทางที่เจ้าเอล์ฟซ่อนอยู่ เธอภาวนาว่าอย่าให้เจ้าเอล์ฟจอมดื้อนั่นขยับตัวเลย.

 

“ครับ” อัศวินพยักหน้าแล้วเดินผ่านเอมิเลียไป. ขณะที่กำลังจะเดินจากไปเขาก็นึกบางอย่างออกแล้วหันมากระซิบ

 

“ท่านครับ เราพบเบาะแสเหตุสังหารหมู่เพิ่มด้วยครับ. ที่ศพศพหนึ่งมีเศษขนเหยี่ยวอยู่ด้วยครับ และที่บาดแผลเองก็มีรอยของเจ้าเหยี่ยวอยู่ด้วยครับ. พวกเราสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นปีศาจเหยี่ยวครับที่ฆ่าชาวบ้านพวกนั้น”

 

เอมิเลีย: ……

 

เอมิเลียยืนตัวนิ่ง เธอประหลาดใจมาก. พอเห็นเธอไม่ขยับตัวอัศวินคนนั้นก็คำนับอีกครั้งแล้วเดินออกไปเฝ้ายามต่อ.

 

หลังจากยืนงงอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง เอมิเลียก็เดินไปทางพุ่มไม้แล้วแหวกมันออกจนเห็นดวงตาสีแดงก่ำของเจ้าเอล์ฟ แล้วก็กล่าวอย่างสุภาพว่า “ชั้นเข้าใจผิดเองจ้า พ่อหนุ่ม”

จบบทที่ ตอนที่ 8 - เข้าใจผิด

คัดลอกลิงก์แล้ว