เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 - ไม่น่าเลย (2)

ตอนที่ 7 - ไม่น่าเลย (2)

ตอนที่ 7 - ไม่น่าเลย (2)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

พอเสียงทุ้มสุดแมนของเขาไปถึงหูเธอ เอมิเลียก็หันควับมาทางเขาทันที “ป่าวโว้ย! ชั้นก็แค่กำลังคิดว่าน่าจะปล่อยให้นายตายที่ตรอกนั่นก็ดี!”

 

เจ้าเอล์ฟแสยะ, สายตาของเขาเริ่มเดือดขึ้นมาขณะที่ตอบกลับไปว่า “เออ ชั้นก็ไม่ได้ขอให้เธอช่วยชั้นไว้หนิ ใช่ปะ?”

 

จากที่เขาดูแล้ว ยัยบ้าคนนี้หัวร้อนมาก่อนที่จะเข้ามาที่นี่แล้ว บางทีเธอน่าจะไปอารมณ์เสียมาจากข้างนอก พอมาเจอเขา เธอเลยมาระบายใส่.

 

ยัยนี่ช่างหยาบคายและเน่าเฟะจากภายในจริงๆ เหมือนๆกับกลิ่นแห่งแสงที่โชยออกมาจากตัวเธอ.

 

เขาอยากจะด่าเพิ่ม, ปากของเขานั้นเตรียมพร้อมจะพ่นคำด่าใส่เธอ, ดวงตาของเขาก็แดงเดือดขึ้นเพราะความโมโห แต่เขาก็กัดปากห้ามใจเอาไว้ก่อนจะหันหน้าหนีเอมิเลีย.

 

เอมิเลียที่เดือดขีดสุดอยู่แล้วก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก. ภาพต่างๆเริ่มผุดขึ้นมาในหัวเธอจนเธอเริ่มสงสัยในสิ่งที่เธอตัดสินใจทำลงไป ก่อนจะพูดขึ้นมาเบาๆว่า “นายฆ่าใครรึป่าว?”

 

ทั้งสองคนเงียบใส่กันพักหนึ่งจนเหลือแต่เสียงหายใจเบาๆของทั้งคู่ที่ดังไปทั่วห้องใต้ดิน.

 

เทียนเล่มนั้นก็ยังคงส่องแสงออกมาอย่างริบหรี่อยู่เรื่อยๆ. แสงสว่างทำให้ใบหน้าของเจ้าเอล์ฟเปล่งปลั่งอย่างสลัวๆ, ขนตายาวสีดำของเขาทอดเงาไปที่กำแพงข้างๆเขา.

 

เขานั่งเงียบ.

 

เอมิเลียมองไปที่ดวงตาของเขาท่ามกลางความมืด เธอเห็นว่าเขาค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ. หลังจากนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งเขาก็ตอบ “ชั้นจำไม่ได้”

 

เอมิเลียลืมไปเลยว่าเขาสูญเสียความทรงจำ เพราะเขาทำตัวฉลาดอย่างปากว่าอยู่ตลอดเวลา. เขาทั้งหัวดื้อหัวรั้น - ปฏิเสธความช่วยเหลือจากเอมิเลียอยู่ตลอด. เขาเป็นผู้ชายที่มีแต่เสี้ยนหนาม คอยทิ่มแทงคนที่กล้าเข้ามาใกล้อยู่เสมอ.

 

เขาหยิ่งเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งบาดเจ็บเจียนตายมา, หยิ่งยโสมากๆด้วย.

 

เอมิเลียรู้สึกถึงความอึดอัดไม่สบายใจจากเสียงของเจ้าเอล์ฟและรู้ตัวว่าเธอถามแรงไป “โทดที” เอมิเลียพึมพำเบาๆแล้วไปหยิบถาดมาจากโต๊ะมาวางไว้ด้านหน้าของเขา “นายกินซะ ชั้นจะออกไปแล้ว”

 

เอมิเลียหมุนส้นสูงเธอแล้วเดินออกไปจากห้อง ประตูด้านหลังเธอปิดเสียงดัง.

 

เขาลืมตาขึ้นมามองอาหารธรรมดาๆตรงนั้นแล้วยิ้มแสยะออกมา.

 

วังที่เหล่าเซ้นต์พักอาศัยอยู่นั้นจะถูกจัดให้พวกนางตามเกรด. ยิ่งได้เกรดดี วังที่อยู่ก็จะยิ่งใกล้ใจกลางเมืองมากเท่านั้น.

 

และด้วยเกรดครึ่งๆกลางๆของเอมิเลีย, วังของเธอจึงอยู่ห่างจากตัวเมืองมาก ไม่มีฝูงชนเซ็งแซ่เลย คนที่ผ่านมาก็มีไม่กี่คนเท่านั้น.

 

ดังนั้น คนที่มาหาเธอเป็นคนที่สองในวันนั้นทำให้เอมิเลียประหลาดใจมากโดยเฉพาะคนคนนั้นเป็นเดบรา.

 

เอมิเลียเปิดประตูออกแล้วเชิญเธอเข้ามา.

 

เธอมาทำอะไรที่นี่?

 

เอมิเลียพยายามรักษาระยะห่างจากเดบราอยู่ตลอด. แค่เธอเห็นหน้าก็ไม่พอใจแล้ว เธอไม่หลงกลไปกับรอยยิ้มและท่าทีเสแสร้งนั่นหรอก. แถมเอมิเลียก็ยังนึกย้อนไปตอนที่เดบราเปิดโปงริต้าต่อหน้าทุกคนด้วย.

 

เดบราเป็นคนที่เลวร้ายมาก, โหดร้ายโดยสันดานเลย.

 

เอมิเลียยืดอก “มีอะไรให้ชั้นช่วยงั้นหรอ?”

 

เดบรายิ้ม เธอกวาดสายตาไปรอบๆวังของเอมิเลีย “ไม่มีอะไรค่ะ. ดิชั้นแค่มาที่นี่เพราะเรื่องวิชาสอบสวนน่ะค่ะ ตอนนี้ท่านก็เป็นหัวหน้าแล้ว. ดิชั้นจึงนำของมาให้”

 

ก็ไม่เลวหนิแต่เอมิเลียก็ยังไม่วางใจ “เธอเอาอะไรมาให้งั้นหรอ?”

 

“กุญแจห้องทรมาณน่ะค่ะ” เดบรากล่าวแล้วหยิบกุญแจทองเหลืองออกมาจากกระเป๋าเธอจากนั้นก็วางใส่มือของเอมิเลีย “ตอนนี้ท่านคือหัวหน้าแล้วดังนั้นก็โปรดทำตัวให้เป็นตัวอย่างแก่ทุกคนด้วยนะคะ. ท่านจะเป็นผู้นำทุกคนในวิชาสอบสวน. ท่านจำได้ใช่มั้ยคะว่าหนังสือกล่าวอย่างไรบ้าง” เดบราถามแล้วยิ้มให้เอมิเลียพร้อมกับกวาดสายตามองไปมา.

 

“แน่นอน” เอมิเลียกล่าว พยายามทำเสียงให้นิ่งไว้.

 

เดบราเริ่มยิ้มมากขึ้น รอยยิ้มกว้างๆของเธอดูน่ากลัวแปลกๆ “ดีค่ะ. ดิชั้นจะรอดูนะคะว่าท่านจะทำอะไรได้บ้าง”

 

เดบรากล่าวอำลาแล้วออกจากวังของเอมิเลียไป. แม้เดบราจะไปแล้วแต่เอมิเลียก็ยังรู้สึกถึงตัวตนที่น่าขนลุกของเธออยู่ในห้องนั่น ราวกับว่าเธอยังอยู่ต่อหน้าอยู๋เลย.

 

เอมิเลียปิดประตูด้วยความไม่สบอารมณ์.

 

ในคืนนั้นก่อนจะเข้านอน เอมิเลียก็เปิดหนังสือออกมาอ่าน ตาเธอมองไปทีละบรรทัดแล้วอ่านออกมาเบาๆ.

 

“เก้าอี้ทรมาณนั้นจะมีหนามแหลมอย่างน้อย2พันดอกปกคลุมอยู่พร้อมกับสายคาดตรงกลาง เอาไว้พันธนาการเหล่าคนบาป. คนผู้นั้นจะได้รับโอกาสให้พูดและถ้าหากยังดื้อดึงอยู่ ก็จะถูกนำไปวางไว้บนกองไฟให้เปลวไฟแผดเผาผิวหนังจนร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด”

(ตอนนี้สั้นเพราะผมต้องจัดให้ตรงกับตอนต้นฉบับนะครับ)

จบบทที่ ตอนที่ 7 - ไม่น่าเลย (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว