เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 เจตนาฆ่าที่ซ่อนเร้นในเมืองหยู (อ่านฟรีวันที่ 17/03/2025)

บทที่ 30 เจตนาฆ่าที่ซ่อนเร้นในเมืองหยู (อ่านฟรีวันที่ 17/03/2025)

บทที่ 30 เจตนาฆ่าที่ซ่อนเร้นในเมืองหยู (อ่านฟรีวันที่ 17/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 17/03/2025)

ย่างเข้ายามเย็น

“น้องหญิง ข้าว่าจะไปดูคนป่วยแถวชานเมืองทางใต้หน่อยนะ ข้าไม่อยากกลับบ้านดึกเกินไปคงต้องออกเดินทางตั้งแต่ตอนนี้”

อันจิงบอกกับผู้เป็นฮูหยินจบก็สะพายล่วมยาไว้บนหลังและออกเดินทางทันที

“เจ้าค่ะท่านพี่” จ้าวชิงเหมยยิ้มบางและเอ่ยไล่หลังผู้เป็นสามี “รีบกลับมาเร็วๆนะเจ้าค่ะ”

เมื่อร่างของอีกฝ่ายลับหายไป ใบหน้าอ่อนโยนของจ้าวชิงเหมยก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที

“ทันหยุน”

“เจ้าคะ!” ทันหยุนที่กำลังออกกำลังกายเบาๆอยู่ลานด้านหลังรีบวิ่งมาหาผู้เป็นนายทันที

“พรุ่งนี้ข้าไม่ต้องการให้ไท่หยุนซานมีโอกาสเห็นแสงตะวันอีกต่อไป”

เมื่อเห็นท่าทางของจ้าวชิงเหมย ดวงตาของทันหยุนก็เผยประกายชั่วร้าย นางเดินกลับไปลานหลังบ้านอีกครั้ง อ่า..ตั้งแต่ที่ท่านประมุขแต่งงาน นางก็ไม่ได้เห็นเลือดมานานมากแล้ว

.

.

.

บนแม่น้ำหยู มีเรือล่องลำเล็กลอยผ่านไปมาเป็นครั้งคราว ขณะที่เรือสังคีตลำใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราสวยงามยังคงตระหง่านอยู่กลางแม่น้ำ

“เรือลำนี้รับผู้โดยสารหรือไม่” มีคนเรียกให้เจ้าของเรือล่องลำเล็กที่จอดอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำหยูให้ไปส่งที่เรือสังคีต

“มาผิดทางแล้ว เรือลำนี้ไม่ใช่เรือโดยสาร” เจียงซานเจียที่ปลอมตัวอยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงง่วงงุน เขาไม่เยี่ยมหน้าออกไปดูด้านนอกเรือเพียงบอกปัดเสียงแข็งไปด้วยความรำคาญ ไม่มีใครคิดว่าเจียงซานเจียนักโทษแหกคุกที่กำลังหลบหนีจะอยู่ใต้จมูกของพรรคเฉาและศาลเมืองหยูใกล้ถึงเพียงนี้

คนที่เอ่ยถามเจียงซานไม่โกรธเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย เพียงเดินไปหาเรือลำอื่นแทนเท่านั้น เมื่อเสียงด้านนอกเงียบลง เจียงซานเจียก็หลับตาลงอีกครั้งก่อนที่เสียงด้านนอกจะดังขึ้นอีก

“อาหารเย็นพร้อมแล้ว”

เป็นเสียงมู่เสี่ยวหยุนที่เอ่ยให้เขาเตรียมตัวทานอาหารเย็นได้

“ตกลง” เจียงซานเจียงลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน เขาเดินไปที่โต๊ะเล็กกลางเรือ เรือลำนี้ถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวของเขา มู่เสี่ยวหยุนเดินเข้ามาในเรือและวางอาหารไว้กลางโต๊ะ เจียงซานเจียที่หยิบตะเกียบเตรียมพร้อมอดบ่นขึ้นมาไม่ได้

“ทำไมถึงเป็นผัดผักกับหมั่นโถวอีกเล่า?”

แม้แต่ในคุกใต้ดินเขาก็ยังได้ทานอาหารที่อร่อยกว่านี้ ตลอดชีวิตของเจียงซานเจียชอบกินเนื้อสัตว์เป็นประจำ หากมื้อใดไม่มีเนื้อในมื้ออาหาร เขาจะไม่ยอมแตะอาหารเป็นอันขาด หลิวฮ่าวผิงกลัวว่าเขาจะตายก่อนทำภารกิจสำเร็จ จึงไม่มีทางเลือกอื่นต้องจัดเนื้อปลาเนื้อสัตว์ในมื้ออาหารของเขาทุกวัน แม้ว่าในคุกใต้ดินจะมืดมิดและไร้ซึ่งอิสระแต่อาหารก็ไม่ได้แย่เลยสักนิด

ตอนนี้เขาได้ออกจากคุกใต้ดินแล้วแต่อาหารกลับแย่ลง

มู่เสี่ยวหยุนไม่ได้คิดอะไรมาก นางหยิบหมั่นโถวขึ้นมาและกัดมันเข้าปากทันที ปากก็บ่นให้อีกฝ่าย “มีให้กินก็นับว่าดีมากแล้ว”

“นี่คือการปฏิบัติตัวต่อคนที่เจ้าบอกว่าจะให้การคุ้มครองงั้นรึ?” เจียงซานเจียยังคงบ่นอุบ

“ท่านอย่าเรื่องมากได้หรือไม่ ท่านคิดว่าข้าไม่กล้าส่งท่านไปให้ถูกจับอีกครั้งรึ?” มุมปากของมู่เสี่ยวหยุนบิดเบ้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยม

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจียงซานเจียก็รู้สึกตัวลีบเล็กลง คนอื่นอาจไม่รู้แต่เขารู้ดีว่ามู่เสี่ยวหยุนบ้าระห่ำสามารถทำได้ทุกอย่าง สิ่งที่นางพูด นางอาจลงมือทำจริงๆ

เจียงซานเซียฝืนยิ้มและหยิบหมั่นโถวขึ้นมา “ช่างเถิดๆ ว่าแต่ที่เจ้าบอกว่าไท่หยุนซานท้าทายพี่โจวเป็นเรื่องจริงรึ?”

“ใช่ ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองต่างวุ่นวายไปหมด ไท่หยุนซานจงใจกระจายข่าวเพื่อยั่วยุให้พี่โจวปรากฎตัวเพราะถ้าหาเขาเจอ การเจอตัวท่านก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”

“วิธีการพวกนี้คงใช้ได้กับเด็กๆเท่านั้นล่ะแต่กับพี่โจวผู้นี้ไม่มีทางได้ผลหรอก” เจียงซานเจียหัวเราะเย้ย

คนพวกนั้นคิดว่าพี่โจวเป็นหมูในอวยหรือไงถึงจะจัดการเขาได้ง่ายๆ คนผู้นั้นคือจิ้งจอกต่างหากทั้งเจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกงขนาดนั้น การยั่วยุเล็กๆน้อยๆพวกนี้ไม่มีทางใช้ได้ผลกับเขาหรอก

“ไท่หยุนซานคงหมดหนทางในการตามหาตัวท่าน การที่เขาเพ่งเล็งมาที่นักดาบที่ช่วยท่านแหกคุกก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก” มู่เสี่ยวหยุนพูดด้วยด้วยแววตากระตือรือร้น “ข้าชักอยากเห็นแล้วสิว่าเขาจะตอบสนองการท้าทายของไท่หยุนซานแบบใด”

เจียงซานเจียกลับมาที่เรื่องอาหารอีกครั้ง เขามองหมั่นโถวในมือพลางเอ่ย “เมื่อนึกดูๆการใช้ชีวิตในคุกก็ไม่ได้แย่ ชีวิตตอนนี้ช่างยากลำบากเหลือเกิน หืม? นั่นมันกลิ่นไก่ย่าง?”อยู่ๆเจียงซานเจียก็ทำจมูกฟุดฟิดเพื่อดมกลิ่นไก่ย่างที่โชยมา เขากลืนน้ำลายลงคอย่างต่อเนื่อง

“ซานเจีย เจ้านี่มันจมูกดีจริงๆ ไก่ย่างยังมาไม่ถึงแต่เจ้ากลับได้กลิ่นมันแล้ว” ม่านกั้นเรือถูกเลิกขึ้น อันจิงในชุดสีดำรัดกุมพร้อมผ้าปิดหน้าก็เดินเข้ามาพร้อมห่อไก่ย่างสองตัว

“พี่โจว ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?” ปากเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่เจียงซานเจียก็ยื่นมือไปจับห่อไก่ย่างเอาไว้

“ซานเจีย เจ้านี่มันใจร้อนจริงๆ” อันจิงโยนห่อไก่ย่างให้เจียงซานเจียและพูดขึ้น “ตลอดครึ่งเดือนมานี้ข้าไม่เห็นว่าโคมแดงจะถูกแขวนไว้บนเรือเลยสักนิด ข้าก็เลยมาที่นี่โดยไม่ต้องรอให้พวกเจ้านัดหมาย ข้ากลัวว่าเจ้าจะตกไปอยู่ในมือของพรรคเฉาเสียก่อน”

มู่เสี่ยวหยุนมีสิ่งที่จะทำให้เขาเสริมความแข็งแกร่งให้กับรากวิญญาณได้ การที่อีกฝ่ายเงียบหายไปเช่นนี้จะไม่ให้เขากังวลได้อย่างไร

มู่เสี่ยวหยูถอนหายใจเบาๆ “อาการบาดเจ็บของพี่ซานเจียยังไม่หายดี เขาจะสืบที่อยู่ของสามีข้าได้ก็ต่อเมื่อเขาหายดีแล้ว ดังนั้นพี่โจว ข้าเกรงว่าท่านอาจต้องรออีกสักพัก..”

เจียงซานเจียดูเหมือนจะไม่ได้ทานอาหารมื้อใหญ่มาเป็นเวลานาน เขาถึงได้กินไก่ย่างอย่างตะกละตะกลามเช่นนั้น

อันจิงพยักหน้าเข้าใจ หากไม่รู้ที่อยู่ของหลิวชิงซานตัวจริงก็คงทำให้ทุกอย่างลำบากมากขึ้น แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเจียงซานเจีย เมื่ออาการบาดเจ็บของเขาเกือบจะหายขาด เขาจะสามารถใช้กลไกสวรรค์ของหุบเขาปีศาจเพื่อค้นหาหลิวชิงซานได้

“ก็คงต้องทำแบบเจ้าว่า” อันจิงหยุดไปชั่วครู่แล้วมองไปที่มู่เสี่ยวหยุน “แต่ข้าอยากรู้ว่าเจ้าสัญญาจะมอบอะไรให้กับข้า”

เขาต้องประเมินทุกอย่างให้รอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอก

“มันเป็นสิ่งที่พี่โจวต้องพอใจอย่างแน่นอน” ดวงตาของมู่เสี่ยวหยุนหรี่ลงเล็กน้อย “แต่ก่อนอื่นข้าอยากรู้ว่าพลังยุทธ์และทักษะการต่อสู้ของท่านจะน่าประทับใจอย่างที่คนอื่นๆเล่าลือกันหรือไม่เพราะอย่างไรท่านก็คือกำลังสำคัญของพวกเรา”

เจียงซานเจียที่ยังคงทานไก่ย่างอย่างเอร็ดอร่อยหยุดชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงความนัยของประโยคเมื่อครู่

“หมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าได้ยินมาว่าไท่หยุนซานประกาศท้าศึกกับท่าน จริงๆแล้วข้าก็สงสัยว่าดาบโค้งของไท่หยุนซานหรือดาบของท่านที่เร็วกว่ากัน..”

“เจ้ากำลังขอศีรษะของเขาอยู่?”

“แน่นอน”

“ตกลง ได้อย่างที่เจ้าพูด” อันจิงตอบกลับอย่างเรียบง่ายเพราะถึงอย่างไรไท่หยุนซานก็อยู่ในทำเนียบรายชื่อที่เขาคิดจะฆ่าอยู่แล้ว

“ข้าจะรอฟังข่าวดีจากท่าน”

“เร็วๆนี้อย่างแน่นอน”

สิ้นสุดประโยคเหล่านี้ อันจิงก็เดินออกจากเรือลำนี้ไปทันที

.

.

.

ชายชุดดำจากไปได้ครู่ใหญ่แล้วแต่เจียงซานเจียยังคงเอร็ดอร่อยกับไก่ย่างอยู่เช่นเดิม เขามองไปที่มู่เสี่ยวหยุนแล้วเอ่ย

“การที่เจ้าต้องการให้เขาลงมือฆ่าไท่หยุนซานย่อมเป็นเรื่องยาก ตาเฒ่านั่นปักหลักอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของพรรคเฉา ถึงจะมีแค่ไท่หยุนซานที่เป็นคนออกหน้าประกาศศึกแต่ใครจะรู้ว่าพรรคเฉากำลังวางแผนที่จะตลบหลังโจมตีเขาหรือไม่?”

ในความเห็นของเขา การที่พี่โจวจะบุกเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ของพรรคเฉาสาขาเมืองหยูไม่ใช่เรื่องฉลาดเลยสักนิด เห็นได้อย่างชัดเจนว่านี่คือกับดักที่ไท่หยุนซานวางไว้

มู่เสี่ยวหยูยกยิ้มเมื่อตอบกลับ “ก็เพราะมันยาก ข้าถึงอยากให้เขาทำ”

เจียงซานเจียเลิกคิ้ว “กลยุทธ์ของเจ้าที่จะใช้เกาทัณฑ์นัดเดียวแต่ยิงนกได้หลายตัวนั้นช่างแยบยลนัก อย่างแรกเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของพี่โจว อย่างที่สองเพื่อดึงความสนใจของพรรคเฉาให้มุ่งความสนใจไปที่เขาและอย่างสุดท้าย ถ้าไท่หยุนซานถูกฆ่าตายก็นับเป็นผลดีต่อเรา ศัตรูได้หายไปอีกหนึ่ง”

“ฟังจากน้ำเสียงของท่าน ดูเหมือนจะมั่นใจว่าเขาจะทำได้” มู่เสี่ยวหยุนเอ่ยขณะกัดหมั่นโถวเข้าปากอีกคำ

“โดยปกติแล้วเรื่องนี้ย่อมเป็นเรื่องยาก” เจียงซานเจียครุ่นคิดเล็กน้อยเมื่อเริ่มกล่าวต่อ “ไท่หยุนซานสนิทสนมกับหงหยวนอู่ไม่น้อยและมีผู้เชี่ยวชาญมากมายในสำนักงานใหญ่พรรคเฉา แม้พี่โจวจะเก่งกาจเพียงใดแต่ถ้าถูกซุ่มโจมตีหรือเผชิญหน้ากับไท่หยุนซานและหงหยวนอู่พร้อมกัน เขาอาจพลาดท่าได้”

“ถูกอย่างที่ท่านว่า”มู่เสี่ยวหยุนก้มศีรษะและยิ้มบาง “เช่นนั้นเราก็เก็บข้าวของรอดีกว่า พอถึงเวลาที่เขาพลาดท่าเราจะได้หลบหนีได้ทุกเมื่อ”

“ข้าคิดว่าไม่จำเป็น”

เจียงซานเจียเอนหลังพิงพนังเรืออย่างขี้เกียจ ปากของเขายังมีคราบมันวาว “ข้าพูดถึงในกรณีที่คนผู้นั้นเป็นเพียงคนธรรมดา แต่พี่โจวของข้าไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน”

“เขาทั้งเจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกงและลงมืออย่างมั่นใจ การที่เขาตอบตกลงที่จะฆ่าไท่หยุนซานง่ายดายเช่นนี้ก็เพราะไท่หยุนซานอยู่ในรายชื่อของคนที่เขาต้องการจะฆ่าอยู่แล้ว”

จบบทที่ บทที่ 30 เจตนาฆ่าที่ซ่อนเร้นในเมืองหยู (อ่านฟรีวันที่ 17/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว