เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 เกิดการท้าท้ายที่ร้านน้ำชาต้าถง (อ่านฟรีวันที่ 16/03/2025)

บทที่ 29 เกิดการท้าท้ายที่ร้านน้ำชาต้าถง (อ่านฟรีวันที่ 16/03/2025)

บทที่ 29 เกิดการท้าท้ายที่ร้านน้ำชาต้าถง (อ่านฟรีวันที่ 16/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 16/03/2025)

อันจิงเอ่ยเสียงเย็นชามีความเหลือเชื่ออยู่ในน้ำเสียง “ที่ท่านอยากจะรับราชการก็เพราะอยากมีงานทำแล้วจะเอาเงินมาไถ่ตัวนางโลมเนี่ยนะ?”

ในขณะที่คนอื่นพยายามสอบจะเข้ารับราชาการเพื่อยกระดับฐานะทางสังคม ความร่ำรวยและความมั่นคงในอนาคตแต่โจวเซียหมินกลับทำเพื่ออยากหาเงินมาไถ่ตัวนางโลมผู้หนึ่ง?

“ไม่เห็นจะเป็นอะไร” แววตาของโจวเซียหมินเต็มไปด้วยความุ่งมั่น “ท่านไม่เข้าใจหัวใจอันบริสุทธิ์ของแม่นางหลี่เยว่หรอก วันก่อนตอนที่ข้าไปเยือนเรือสังคีต นางบอกข้าว่าไม่อยากให้ข้าไปอีก นางไม่อยากรบกวนข้า การที่ข้าไปพบนางอยู่ตลอดเวลาทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกผิด...”

“นางคิดว่าตัวนางน่าสงสารมากกว่ากระมัง” อันจิงเลือกที่จะเอ่ยตรงๆไม่คิดถนอมน้ำใจอีกฝ่าย “นางไม่สามารถหากำไรจากท่านได้และท่านก็ไปรบกวนนางทุกวันเหมือนแมลงตอม...”

“ท่านพี่พูดเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ?” จ้าวชิงเหมยจับมืออันจิงให้หยุดพูด

“หมออัน ท่านมันหยาบคายที่สุด” โจวเซียหมินมองอันจิงด้วยสายตาเหยียดหยามจากนั้นก็หันไปมองจ้าวชิงเหมยด้วยรอยยิ้มชวนเห็นใจ “ฮูหยินอัน ข้าตั้งใจในการสอบครั้งนี้จริงๆ ข้าสัญญาว่าภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ข้าจะคว้าตำแหน่งสูงสุดมาให้ได้ เอ่อ..ท่านพอจะให้ข้ายืมเงินสักเล็กน้อยได้หรือเปล่า? ข้าสัญญาว่าหากประสบความสำเร็จแล้วจะคืนดอกเบี้ยให้ท่านเป็นสิบเท่าร้อยเท่า”

อันจิงเป็นหมอที่มีนิสัยเจ้าเล่ห์และไม่ยอมเสียเปรียบใคร ซึ่งแตกต่างจากฮูหยินของเขาที่นิสัยอ่อนโยน ใจดีและมีเมตตา คนแบบนี้น่าจะขอร้องง่ายกว่า

“ข้าเห็นความมุ่งมั่นของท่านโจวในการสอบเคอจวี่ในครั้งนี้ ดังนั้นข้าจะสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่”

จ้าวชิงเหมยล้วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นให้โจวเซียหมิน “สิบตำลึงเงินพอหรือไม่? ถ้าไม่พอท่านสามารถบอกข้าได้”

สิบตำลึงเงิน! ดวงตาของโจวเซียหมินเป็นประกายเมื่อเห็นจำนวนเงิน เขาอดตื่นเต้นไม่ได้

“น้องหญิงนั่นมันสิบตำลึงเงินเลยนะ” อันจิงเม้มปาก เขาเกือบลืมไปว่าฮูหยินของเขามาจากตระกูลขุนนางเก่า นางต้องร่ำรวยกว่าเขาอยู่แล้ว เงินสินเดิมที่นางนำติดตัวมาคงมีมากโข

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพี่ ถือว่าเราทำทานให้ผู้ที่มีความตั้งใจแรงกล้าเจ้าค่ะ” จ้าวชิงเหมยยิ้ม

“ขอบคุณท่านมากฮูหยินอัน ข้าจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้ของท่าน ในอนาคตอันใกล้นี้ข้าจะตอบแทนบุญคุณของท่านอย่างแน่นอน” โจวเซียหมินรับเงินมาถือไว้ด้วยความซาบซึ้งใจ

“พี่โจว ข้ากับฮูหยินก็เปรียบเหมือนคนๆเดียวกัน หากท่านตอบแทนนางก็เท่ากับตอบแทนข้าเช่นกัน”

อันจิงตบไหล่ของโจวเซียหมินด้วยรอยยิ้มอวดๆ อีกฝ่ายเหลือบมองเขาด้วยหางตาก่อนจะดึงมือเขาออกและปัดไหล่ของตัวเองราวกับปัดฝุ่น สายตาก็เต็มไปด้วยความเหยียดหยามเต็มที่

ตึก! ตึก! ตึก!

ตึก! ตึก! ตึก!

ตอนนั้นเองที่เกิดเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ดังขึ้นจากทางเข้าร้านน้ำชาต้าถง

“ใครกันถึงทำเสียงดังเช่นนี้ ไร้มารยาท...” มีคนหันไปมองทางเสียงนั้นและรีบหุบปากฉับเมื่อเห็นผู้มาใหม่อย่างเต็มสายตา

ชายฉกรรจ์ในชุดเนื้อหยาบกลุ่มใหญ่กำลังเดินเข้ามาในร้านแต่ละคนมีรูปร่างกำยำและท่าทางดุร้าย ผู้นำของพวกเขาเป็นชายชราในชุดคลุมสีน้ำเงิน

มีเพียงสมาชิกพรรคเฉาเท่านั้นที่จะสวมชุดผ้าเนื้อหยาบที่คล้ายกับผ้ากระสอบป่านและในบรรดาผู้เชี่ยวชาญในพรรคของเขาที่ไม่สวมชุดผ้าเนื้อหยาบยิ่งบ่งบอกถึงความน่ากลัวทั้งในด้านของพลังยุทธ์และอำนาจ

ชายชราท่าทางสุขุมและทรงอำนาจ ผิวของเขาแดงก่ำและดวงตาคมกริบ เขาไม่ใช่ชายชราธรรมดาๆเพราะเขาคือไท่หยุนซาน เขาคือปรมาจารย์

เมื่อเห็นผู้มาใหม่ อันจิงยังคงสีหน้าเรียบเฉยแต่ในใจเริ่มกังวลว่าจะเกิดเรื่องบางอย่าง

กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของชายผู้นี้ทำให้เขารู้สึกราวกับมีภูเขาลูกใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้าซึ่งบ่งบอกได้ว่ากำลังภายในของเขาอยู่ในสามระดับบนแล้ว

จ้าวชิงเหมยก็เลิกคิ้วอย่างไม่ทันมีใครสังเกต นางจับแขนของอันจิงอย่างแนบเนียน พร้อมที่จะปกป้องเขาเมื่อมีสัญญาณอันตรายใดๆเข้ามาเยือน

“ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว” อันจิงคิดว่าจ้าวชิงเหมยกลัวจึงตบมือเล็กของนางเบาๆเพื่อให้นางสบายใจ

“ท่านปรมาจารย์..”

หลงจู้ของร้านรีบลงมาทันที เขาโค้งคำนับไท่หยุนซานอย่างนอบน้อม

“เจ้าคือหลงจู้ของร้าน?” ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งของพรรคเฉาที่ยืนอยู่ข้างๆไท่หยุนซานก้าวขึ้นมาเอ่ยถามด้วยสีหน้าขึงขัง ชายผู้นี้คือ‘ซูโหว’ เขาคือหัวหน้าสาขาคนใหม่ของเมืองหยู

“ข้า..ข้าเองขอรับ” หลงจู้ยิ้มอย่างประหม่า

“นักเล่าเรื่องอยู่ที่ใด ร้านน้ำชาคงขาดนักเล่าเรื่องไม่ได้กระมัง”

“อยู่..อยู่ตรงนั้นขอรับ แต่โจวเซียหมินไม่ได้เล่าเรื่องในวันนี้”

“ไม่เล่า?” มุมปากของซูโหวยกยิ้มเย็นชาขณะที่กวาดสายตาไปมองรอบร้านๆ ดูเหมือนเขากำลังมองหานักเล่าเรื่องที่ชื่อโจวเซียหมิน

“วัน..วันนี้ข้าจะเล่า..ขอรับ” เมื่อเห็นท่าทางของกลุ่มคนพรรคเฉา โจวเซียหมินก็เริ่มขาสั่น เขาโพล่งออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนคนกลัวตาย

ไท่หยุนซานพยักหน้าเล็กน้อย เขามองหาตำแหน่งเหมาะๆก่อนจะเดินไปยังจุดที่อันจิงและจ้าวชิงเหมยอยู่

“เจ้าโง่ ตาบอดหรือไง หลบไปให้พ้น!” ซูโหวขมวดคิ้วมุ่นและตวาดใส่อันจิงอย่างรุนแรง

“ท่านพี่ ไปกันเถอะเจ้าคะ” จ้าวชิงเหมยเหลือบมองซูโหวจากนั้นก็ดึงมืออันจิงให้ขยับถอย อันจิงไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงจดจำใบหน้าของซูโหวให้ขึ้นใจเท่านั้น

“สาวน้อยผู้นี้ช่างงามยิ่งนัก” ไท่หยุนซานพึมพำขณะมองดูร่างของจ้าวชิงเหมยที่ค่อยๆถอยห่างจากลุ่มพวกเขา

“ผู้อาวุโสหรือท่าน...” มุมปากของซูโหวกระตุกอีกครั้ง ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างมาดหมาย

พรรคเฉาเป็นกลุ่มทรงอิทธิพลในยุทธภพเจียงหู เบื้องหน้าทำธุรกิจสีขาวแต่เบื้องหลังกลับทำเรื่องปล่อยเงินกู้และค้ามนุษย์ การลักพาตัวผู้หญิงเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา

ไท่หยุนซานไม่ได้ตอบ เขาชี้ไม้เท้าไปยังนักเล่าเรื่องและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “วันนี้ข้าอยากฟังเรื่องเล่า ขอเป็นประวัติศาสตร์ของเก้าแคว้นแล้วกัน”

“ได้ยินเขาพูดหรือไม่ ประวัติศาตร์ของเก้าแคว้น” ซูโหวย้ำกับโจวเซียหมินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

“ขอ..ขอรับ” โจวเซียหมินกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากและมุ่งหน้าไปยังเวทีกลางร้าน เขารวบรวมสมาธิอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูด

“หลังจากราชวงศ์โจวล่มสลาย ทั้งเก้าแคว้นก็จมดิ่งสู่ความโกลาหล...”

ราชวงศ์โจวหมายถึงยุคการปกครองก่อนจะถึงยุคการปกครองในปัจจุบัน หลังการล่มสลายของราชวงศ์โจว เจ้าครองนครทั้งเก้าก็แบ่งแยกดินแดนออกไปปกครองตัวเองซึ่งแคว้นหยานก็เป็นหนึ่งในนั้น ช่วงเวลาที่ยังไร้ซึ่งมหาอำนาจทำให้เก้าดินแดนเกิดการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่งทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่วย่อมหญ้าและไม่สามารถหาผู้ชนะเพื่อเป็นผู้นำในการรวบรวมทั้งเก้าแคว้นให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้

ทั่วทั้งโลกตกอยู่ในความโกลาหล เหล่าขุนศึกลุกขึ้นต่อสู้กันอย่างไม่หยุดหย่อน ศพกองเป็นภูเขาและเลือดไหลนองไปทั่วผืนดิน ผู้คนต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนัก เป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายและน่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการถึงได้ บรรพบุรุษของแคว้นหยานได้รวบรวมกำลังพลฝ่าฟันอุปสรรค บุกตีทั้งแปดแคว้นจนสยบราบคาบก่อนจะสถาปนาแคว้นหยานให้เป็นมหาอำนาจสามารถรวบรวมทั้งเก้าแคว้นให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จและดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ผู้คนจำนวนมากในยุทธภพเจียงหูยังคงหวงแหนประวัติศาสตร์ของทั้งเก้าแคว้น ยุทธภพในสมัยนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายและอันตรายยิ่งกว่าในปัจจุบันทำให้ผู้มีพลังยุทธ์ในระดับสูงสามารถสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้อย่างกว้างขวาง พวกเขาเดินทางไปทั่วยุทธภพด้วยม้าหนึ่งตัวและควงหอกอันน่าเกรงขาม

ด้วยดวงตาที่หรี่ลงจึงดูเหมือนไท่หยุนซานกำลังหลับใหล จิตใจของเขาล่องลอยไปสู่ยุคแห่งความโกลาหลของทั้งเก้าแคว้น

เสียงของโจวเซียหมินสั่นเครือเต็มไปด้วยความกลัว

ในร้านน้ำชาที่มีไท่หยุนซานและพรรคเฉาอยู่จึงไม่มีใครกล้าเดินออกจากร้าน

แม้แต่อันจิงที่จ้าวชิงเหมยดึงให้ออกจากร้านไปก็หยุดฟังเรื่องราวของประวัติศาสตร์เก้าแคว้น เขาพบว่ามันน่าสนใจมากและจมดิ่งไปกับเรื่องราวเหล่านั้น

จ้าวชิงเหมยเหลือบมองอันจิงที่นิ่งค้างไป หัวใจของนางเริ่มเย็นเยียบ ปรมาจารย์พรรคเฉาผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าทำให้สามีของข้าหวาดกลัวมากไปแล้ว

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ไท่หยุนซานก็ค่อยๆลืมตาขึ้น “พอแค่นี้”

เมื่อได้ยินคำพูดของไท่หยุนซาน หลงจู้และโจวเซียหมินต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ขณะที่ไท่หยุนซานกำลังจะเดินออกจากร้านไป เขาก็หยุดชะงัก ไม้เท้าของเขาถูกชี้มายังทั้งสองอีกครั้ง

“ข้าได้ยินมาว่าร้านน้ำชาต้าถงแห่งนี้เป็นแหล่งข่าวชั้นดีและรวดเร็วที่สุดในเมืองหยู เช่นนั้นข้าฝากให้พวกเจ้ากระจายข่าวให้ข้าที ว่าข้า..ไท่หยุนซานพำนักอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของพรรคเฉาในเมืองหยูและอยากเชิญให้นักดาบที่ช่วยเจียงซานเจียแหกคุกได้สำเร็จมาพบข้าสักครั้ง”

ไท่หยุนซานเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเหี้ยม “ข้าอยากจะรู้นักว่าดาบของเขากับดาบโค้งของข้าใครจะเร็วกว่ากัน”

จากนั้นไท่หยุนซานก็เดินออกจากร้านน้ำชาต้าถงไปอย่างสง่างาม

ตู้ม! ก้อนหินที่ถูกโยนลงทะเลสาบอันเงียบแสงบย่อมทำให้เกิดความแตกตื่นเป็นวงกว้าง ทุกคนต่างมองหน้ากันเมื่อรู้ว่าไท่หยนุซานมายังร้านน้ำชาต้าถงเพื่อท้าทายนักดาบลึกลับผู้นั้น

ไม่นานข่าวการท้าทายของไท่หยุนซานก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหยูและอีกไม่ช้าคงกระจายไปทั่วมณฑลเจียงหนาน ทุกคนต่างพูดคุยกันว่านักดาบลึกลับผู้นั้นจะยอมรับการท้าทายครั้งนี้หรือไม่? และใครจะเป็นผู้ชนะในการดวลเพลงดาบในครั้งนี้?

“การท้าทายของไท่หยุนซานจะได้ผลจริงนะรึ?”

“นักดาบผู้นั้นอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไท่ยุนซานก็ได้เพราะประสบการณ์ในการต่อสู้ของเขาไม่ใช่น้อยๆ ทั้งยังคว้าชัยชนะมาได้เป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่นักดาบลึกลับผู้นั้นมีเพียงแค่การแหกคุกใต้ดินเท่านั้น”

“ทั้งยังให้ไปที่สำนักงานใหญ่เมืองหยู ใครจะกล้าไปที่นั่น”

“จำนวนสมาชิกนับพันที่รวมตัวกันอยู่ที่นั่น แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญสามระดับบนก็ไม่สามารถฝ่าเข้าไปโดยไร้รอยขีดข่วนได้ มันอันตรายเกินไป”

เสียงพูดคุยของผู้คนยังดังต่อเนื่องและไม่มีทีท่าจะหยุดลงได้ง่ายๆ

จบบทที่ บทที่ 29 เกิดการท้าท้ายที่ร้านน้ำชาต้าถง (อ่านฟรีวันที่ 16/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว