เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ความรื่นเริงในยุทธภพเจียงหู (อ่านฟรีวันที่ 18/03/2025)

บทที่ 31 ความรื่นเริงในยุทธภพเจียงหู (อ่านฟรีวันที่ 18/03/2025)

บทที่ 31 ความรื่นเริงในยุทธภพเจียงหู (อ่านฟรีวันที่ 18/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 18/03/2025)

อาคารจงยี่ เมืองหยู

ไม่ว่าจะเป็นคนในยุทธภพเจียงหูหรือคนธรรมดาทั่วไป พวกเขาล้วนรู้จักสถานที่แห่งนี้ มันคือที่ตั้งของสำนักงานใหญ่พรรคเฉาสาขาเมืองหยูซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำหยู

ทางเข้าประตูมีรถม้าวิ่งเข้า-ออกตลอดเวลา มีเพียงบางครั้งเท่านั้นที่เหล่าชายฉกรรจ์ในชุดผ้าป่านจะใช้เส้นทางเรือในการสัญจร

ยามเฝ้าประตูสองคนกำลังยืนอารักขาความปลอดภัยหน้าประตูด้วยความสัปหงก พวกเขาหาวครั้งแล้วครั้งเล่าและพยายามพูดคุยเพื่อไล่ความง่วงงุนออกไป

“เฮ้อ..เหนื่อยมาตลอดทั้งวันแล้วแต่ก็ยังได้มาเฝ้ายามตอนกลางคืนอีก”

“นั่นสิ..ว่าแต่? เจ้าได้ยินข่าวหรือเปล่าว่าพลังยุทธ์ของอาจารย์หลิวเลื่อนเป็นระดับห้าแล้ว”

“จะไม่ได้ยินได้อย่างไร? ผู้อาวุโสไท่ได้เรียกเขาไปคุยเป็นการส่วนตัวแล้ว เห็นว่าอาจารย์หลิวจะจัดงานเลี้ยงฉลองการเลื่อนระดับในวันที่สามเดือนหน้า”

“เฮ้อ แล้วพวกเราเล่าเมื่อไหร่จะเลื่อนระดับเสียที”

ยามรักษาการทั้งสองยังพูดคุยฆ่าเวลา ต่างหยิบเรื่องไร้สาระออกมาพูดคุยไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นที่มาของยุทธภพเจียงหู ใครคือสุดยอดปรมาจารย์ในปัจจุบัน ตลอดจนเรื่องดินฟ้าอากาศ ข่าวคราวสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

“นี่ก็หลายสิบปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับบ้านเกิด” อยู่ๆยามนายหนึ่งก็เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้วทอดถอนใจ

เขาจำได้ว่าคืนนั้นเป็นคืนที่มีอากาศหนาวเหน็บ มีโจรสองคนบุกเข้ามาในบ้านเพื่อข่มขืนภรรยาของเขาเขาโกรธพวกมันมากจึงพลั้งมือฆ่าพวกมันไป เขาต้องหลบหนีการจับกุมจึงเปลี่ยนชื่อแซ่และเข้าร่วมพรรคเฉาในมณฑลเจียงหนาน

“ส่วนข้าไม่มีบ้านเดิมให้กลับ พ่อแม่ของข้าก็ตายไปนานหลายปีแล้ว” สีหน้าของยามอีกคนดูสงบและเฉยเมยราวกับพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง

“ทุกวันนี้ข้าก็ได้แต่คิดว่าเมียของข้าเป็นอย่างไรบ้าง นางจะหนีไปอยู่ที่อื่นหรือยัง”

“ไม่เห็นต้องคิดให้มากความ นานหลายปีเพียงนั้นป่านนี้นางคงแต่งงานใหม่ไปแล้ว”

“เจ้าบ้าเอ้ย! เจ้าให้กำลังใจข้าหน่อยไม่ได้หรือไร”

“เมื่อวานข้าไม่เห็นเจ้าพูดแบบนี้ คิดถึงเมียงั้นรึ? ข้าเห็นเจ้าสนุกกับเมียของจางหม่าจื่อถึงเพียงนั้นยังจะมาบ่นว่าคิดถึงเมียเก่าอยู่”

“มันคนละเรื่องกัน ไอ้ลูกหมาจางหม่าจื่อคิดว่าถือดาบมาขู่ข้าแล้วจะหนีไปง่ายๆงั้นรึ ข้าไม่มีทางปล่อยมันไปง่ายๆหรอก ทั้งตัวมันและเมียของมันต้องโดนข้าจัดการอย่างหนัก”

“พรุ่งนี้ข้าขอไปกับเจ้าด้วย”

“ตกลง เมียของจางหม่าจือก็เข้าท่าดี ลีลาอย่างเด็ด”

ยิ่งพวกเขาพูดก็ยิ่งกระชุ่มกระชวยมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งมีร่างหนึ่งเดินเข้ามายังประตูหลักที่พวกเขาเฝ้ายามอยู่

คนผู้นี้สวมชุดสีดำรัดกุม ใบหน้าก็มีผ้าคลุมปิดบังเอาไว้ ถือเพียงดาบเหล็กธรรมดาๆ เขาเดินมาหน้าประตูหลักด้วยความเร็วที่ไม่เร่งรีบจนเกินไป

แน่นอนว่าคนผู้นี้คืออันจิง

“หยุด เจ้าเป็นใคร?”

เมื่อทั้งสองเห็นรูปลักษณ์ที่ปิดบังทั้งตัวของผู้บุกรุกก็ยิ่งรู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง

อันจิงไม่คิดจะตอบอะไร เขาสาวเท้าเดินต่อไปยังจุดที่เป็นอาคารสำนักงาน

พรึ่บ!

แสงดาบสะท้อนไปกับความมืด

ยามคนแรกที่เอ่ยทักอันจิงรู้สึกถึงร่างกายที่เกร็งค้าง หัวใจของเขาคล้ายเต้นช้าลงเรื่อยๆ เขาหายใจไม่ออกและมือที่จะยื่นมือมาขัดขวางผู้บุกรุกก็หมดแรงในที่สุด

ตุบ!

เขาล้มไปกองกับพื้นทันทีพร้อมกับลมหายใจที่ปลิดปลิว ใช่เขาตายแล้ว ตายโดยไม่ทันได้สู้ด้วยซ้ำ

“มีผู้บุกรุก! เร็วเข้ามีผู้บุกรุก!” ยามเฝ้าประตูที่เหลืออีกหนึ่งนายสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัด เขารีบตะโกนไปยังห้องโถงจงยี่ที่เป็นสถานที่รวบรวมบุคคลสำคัญของพรรคเอาไว้อย่างรวดเร็ว

เสียงตะโกนนี้เปรียบเสมือนลูกธนูที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มันเผาผลาญค่ำคืนอันแสนภิรมย์ของอาคารจงยี่จนมอดไหม้

“ใครกล้าบุกสำนักงานใหญ่ของเรา!”

“บังอาจนัก!”

สมาชิกพรรคเฉาจำนวนนับไม่ถ้วนแห่กันออกมาจากทุกทิศทาง

อันจิงไม่มีสิ่งใดต้องพูด เขายังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน

“เจ้ารนหาที่ตายรึ?!” เป็นเสียงตะโกนด้วยความอาฆาตของผู้เชี่ยวชาญระดับหก เข้าก้าวไปหาอันจิงอย่างองอาจและใช้กระบวนท่า‘กรงเล็บมังกร’เล็งไปที่อกของอันจิง

ชายผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับหกที่อายุยังน้อย เขาเป็นดาวรุ่งของพรรคเฉาในปัจจุบันอีกด้วย ขณะที่ร่างของเขาใกล้จะถึงร่างของอันจิงเต็มที แสงดาบก็ฟาดมายังร่างของเขา

โคร้ม!

ดวงตาของเขาสูญเสียการมองเห็น จากนั้นร่างของเขาก็ล้มกระแทกพื้น แน่นิ่งไปทันที

ผู้เชี่ยวชาญของพรรคเฉาที่เหลือซึ่งยืนคุมเชิงอยู่รายล้อมต่างตกตะลึง เขาก้าวไปได้เพียงก้าวเดียวและยังไม่ทันได้เข้าถึงตัวผู้บุกรุก เขาก็ตายเสียแล้ว

นี่มันคือความแข็งแกร่งในระดับใด นี่มันเป็นความน่ากลัวขนาดไหนกัน?

“ทุกคน โจมตีพร้อมกัน!”

ในขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญของพรรคเฉาที่พำนักอยู่ในอาคารจงยี่ต่างออกมาสังเกตสถานการณ์ทั้งหมด คนกลุ่มนี้ล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับสี่ นำทัพโดยซูโหว หัวหน้าพรรคสาขาคนปัจจุบันของเมืองหยู

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของซูโหว สมาชิกคนอื่นๆของพรรคเฉาก็เริ่มรวมกลุ่มแสดงความกล้าหาญออกมา

อันจิงยังคงไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่ก้าวช้าๆไปทีละก้าวๆ แต่ผู้คนที่อยู่ห่างเขาไปไม่กี่จั้งก็ทยอยล้มลมไปทีละคนๆ

ไม่มีการชักดาบออกจากฝัก ไม่มีการใช้ทักษะการดึงดาบ ไม่มีการใช้กำลังในการต่อสู้ มีเพียงการก้าวเดินสบายๆแต่ผู้คนนับไม่ถ้วนล้วนถูกแสงดาบสังหาร!

ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน หมายถึงชีวิตที่ต้องทยอยดับสูญ

เขาเดินอย่างไม่เร่งรีบ ไม่พูดอะไรสักคำเหมือนกับกำลังเดินชมตลาดหรืองานเทศกาลสักแห่ง ทุกอย่างยังดูปกติ ยังดูสงบนิ่งเช่นเดิม

น่ากลัว!

เมื่อมองไปยังนักดาบผู้นี้ที่สงบนิ่งราวกับธารน้ำแข็ง คำพูดเดียวที่อยู่ในใจของทุกคนก็คือน่ากลัว

“เจ้า..เจ้าเป็นใคร” ผู้เชี่ยวชาญระดับสี่ของพรรคเฉาเอ่ยถามด้วยอาการสั่นเทา

ปรมาจารย์ที่ไม่มีใครเทียบได้ผู้นี้เป็นใครกัน?

“หรือว่า..เจ้าคือนักดาบลึกลับที่ช่วยเจียงซานเจียแหกคุก?” ซูโหวอุทานออกมาเมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของเขา

พูดน้อยแต่ลงมือหนัก ถือดาบเหล็กที่ดูธรรมดาๆและแผ่กลิ่นอายสังหารอันคมกริบราวกับใบมีด ทำให้ผู้คนไม่กล้ามองตรงไปที่เขา

สังหารด้วยวิธีการที่ยากจะมองทัน!

อันจิงยังคงเงียบและเดินไปข้างหน้าต่อ ทุกย่างก้าวของเขา มีคนนับไม่ถ้วนที่ตกตาย

ก้าวนี้สร้างภูเขาแห่งศพและทะเลแห่งเลือด เขากำลังใช้ทักษะดาบทะยานร้อยขั้น!

ไม่นานพื้นดินก็เจิ่งนองไปด้วยเลือด ทางเดินกลายเป็นถนนเปื้อนเลือดที่เกลื่อนกลาดไปด้วยศพทีละร่างๆ เมื่ออันจิงใกล้ถึงห้องโถงจงยี่ ในรอบรัศมีไม่กี่จั้งรอบๆตัวของอันจิง นอกจากตัวของเขาแล้วก็แทบไม่มีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่

ซูโหวตกตะลึงกับภาพนี้ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม

“เจ้า...เจ้า..”

อันจิงยังเดินต่อโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่ละย่างก้าวของเขามั่นคงยิ่งนัก

ตุบ!

ในขณะที่ซูโหวพยายามวิ่งหนี เขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นที่รัดรอบคอ จากนั้นก็ล้มไปกองกับพื้นอย่างแรง

.

.

.

ภายในห้องจัดเลี้ยง อาคารจงยี่

ไท่หยุนซานนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะที่มีแท่นยกสูงกว่าคนอื่นๆหนึ่งระดับ ด้านล่างของเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามซึ่งสวมชุดผ้าไหมสีขาวนวลราวแสงจันทร์ ชุดถูกตัดเย็บอย่างพอดีตัว รูปร่างสูงโปร่งแต่กำยำทำให้เขามีท่าทางสง่างามราวกับต้นไม้ตั้งตระหง่าน แผ่รังสีความงามที่บรรยายออกมาไม่ได้

หากไท่หยุนซานและหงหยวนอู่คือมังกรพลัดถิ่น ชายหนุ่มผู้นี่ก็คงเป็นพยัคฆ์เจ้าถิ่น เขาคือคุณชายตระกูลมู่ที่เต็มไปด้วยอำนาจทั้งในยุทธภพและราชสำนัก

‘มู่เจีย’ คือคุณชายตระกูลมู่ที่มีชื่อเป็นลำดับ 7 ของยอดอัจฉริยะในยุทธภพเจียงหูซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘คุณชายพัดหยก’ เขาเป็นบุรุษในฝันของสตรีชนชั้นสูงจำนวนมาก โดยพลังยุทธ์ของเขาอยู่ในระดับสี่เมื่อไม่กี่ปีก่อนและโด่งดังไปทั่วยุทธภพเจียงหู

ในบรรดาตระกูลใหญ่ทั้งสี่ในมณฑลเจียงหนาน มู่เจียเป็นเด็กหนุ่มมากพรสวรรค์ที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นของเขา คนผู้นี้ถูกวางตัวให้เป็นบุคคลสำคัญของมณฑลเจียงหนานในอนาคต เขาสามารถเป็นผู้นำตระกูลและมีบทบาทสำคัญในระดับสูงได้แม้กระทั่งในแคว้นหยานเอง

ไท่หยุนซานยกจอกเหล้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การค้าของตระกูลมู่เติบโตอย่างรวดเร็ว ข้าได้ยินมาว่าหอการค้าของท่านขยายกิจการไปถึงมณฑลหนานหมิงแล้ว ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านจิรงๆ”

“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือจากพรรคเฉาขอรับ หากไม่ได้พวกท่านกิจการของตระกูลมู่ก็คงไม่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงเพียงนี้”มู่เจียตอบอย่างนอบน้อม

ไท่หยุนซานที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้เป็นคนน่ากลัว เป็นชายที่ไร้ความปราณีซึ่งเคยฆ่าหัวหน้าตระกูลซูมาก่อน แม้ว่าเขาจะอยู่ในทำเนียบรายชื่ออัจฉริยะและเป็นผู้นำตระกูลมู่ในอนาคต แต่มู่เจียก็ไม่กล้าที่จะวางท่าต่อหน้าไท่หยุนซาน

“ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือของพรรคเราหรอกแต่มันเป็นการร่วมมือที่จริงใจต่อกันต่างหาก”

ไท่หยุนซานส่ยหัวไม่เห็นด้วยกับมู่เจีย นั่นทำให้อีกฝ่ายรีบคล้อยตามทันที “นั่นสิขอรับ มันเกิดจากความร่วมมือที่แสนจริงใจของพวกเราทั้งสองฝ่ายต่างหาก คำกล่าวของผู้อาวุโสถือว่าเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งนัก ผู้น้อยขอดื่มให้อีกจอก”

มู่เจียเอ่ยเสียงดัง ทั้งสองยกจอกเหล้าขึ้นและดื่มมันทั้งหมดในคราวเดียว

ยุทธภพเจียงหูคืออะไร? มันคือสนามรบแห่งชื่อเสียงและโชคลาภ มันเป็นสถานที่ที่หลายๆคนใฝ่ฝันที่จะมีชื่อเสียงและสร้างผลกำไรได้อย่างรวดเร็ว นี่คือความฝันของหลายๆคนที่อยากจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในยุทธภพเจียงหู บางคนก็อาจจะใช้ชีวิตอิสระอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บางคนก็อยากจะใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานรื่นเริงหรือบางคนก็จมอยู่กับความฟุ่มเฟือย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งล่อตาล่อใจ แน่นอนว่ามู่เจียเองก็อยากเป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในยุทธภพเจียงหูไม่น้อยกว่าใคร

จบบทที่ บทที่ 31 ความรื่นเริงในยุทธภพเจียงหู (อ่านฟรีวันที่ 18/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว