- หน้าแรก
- ปรมาจารย์เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 30 ความบ้าคลั่งของอาชญากรตัวฉกาจ
บทที่ 30 ความบ้าคลั่งของอาชญากรตัวฉกาจ
บทที่ 30 ความบ้าคลั่งของอาชญากรตัวฉกาจ
“โอ้ว! ทำไมฉันไม่เคยรู้เลยว่ารถคันนี้มันวิ่งเร็วได้ขนาดนี้
อี้เจ๋อ นายขับรถเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ซ่อนไว้ตลอดเลยนะ!” ชิวหลงเซี่ยงมองดูทิวทัศน์ที่เคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็วจากหน้าต่างรถ
สัตว์อสูรที่โผล่มาตามข้างถนนตัวสองตัวก็ถูกเขายกปืนไรเฟิลยิงจัดการไปได้ง่ายๆ
“สมัยทำงานพิเศษ ผมเคยขับรถส่งเต้าหู้มาก่อน
รถของอาจารย์ฉินผมก็เคยขับมาแล้ว มันแค่เครื่องยนต์แรงกว่าปกตินิดหน่อย พอเริ่มคุ้นเคยก็ใช้ง่ายแล้ว” ลู่อี้เจ๋อตอบเรียบๆ
ง่าย…?
ชิวหลงเซี่ยงเหลือบมองความเร็วที่ทะลุ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลืนน้ำลายอึกใหญ่ และกำที่ยึดตัวแน่น
“อี้เจ๋อ ฉันว่าเวลาขับรถนายเปลี่ยนทรงผมดีกว่า ผมหน้าม้าของนายนี่บังไปครึ่งหน้าแล้วนะ…”
คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กที่ปกติเรียบร้อยเงียบขรึม พอจับพวงมาลัยกลับบ้าระห่ำขนาดนี้!
“เราใกล้ถึงวิทยาเขตชั้นนอกแล้ว
พี่ชิว ช่วยติดต่อร้อยตรีหวังด้วย ไม่งั้นพวกเราอาจจะเข้าไปไม่ได้” ลู่อี้เจ๋อพูดอย่างสบายๆ
“ได้!” ชิวหลงเซี่ยงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา โชคดีที่ยังมีสัญญาณอยู่
“สวัสดีครับ ร้อยตรีหวัง ผมชิวหลงเซี่ยง ลูกศิษย์ของอาจารย์ฉินโชวจากสถาบันหลิงเจียง
ตอนนี้ในเมืองกำลังสู้รบกันอยู่ พวกเรามาเอาเกราะจักรกลอาชญากรตัวฉกาจ
รบกวนเปิดประตูให้เราด้วย
ใช่ครับ ใช่! มากับกระบะสีชมพูคันเดิมนั่นแหละ!”
พอวางสาย ชิวหลงเซี่ยงก็ระงับความรู้สึกไม่สบายท้องและพูดว่า “เรียบร้อยแล้ว…”
ในไม่ช้า พวกเขาก็มองเห็นกำแพงสูงของวิทยาเขตชั้นนอกผ่านกระจกหน้ารถ
แม้มันจะไม่ได้สูงห้าสิบเมตรแบบกำแพงเมืองหลิงเจียง แต่ก็ไม่ต่ำกว่าสามสิบเมตรแน่นอน
ตอนนี้ บนกำแพงมีปืนกลหนักอัตโนมัติสาดออกไปทุกทาง เสียงปืนและเสียงระเบิดดังสนั่น และยังมองเห็นสัตว์อสูรอยู่รอบๆ มากมาย
“ดูเหมือนว่าการรุกรานของสัตว์อสูรครั้งนี้จะค่อนข้างใหญ่
มันไม่เพียงครอบคลุมเมืองหลิงเจียง แต่ยังครอบคลุมพื้นที่รอบๆ เมืองด้วย” ชิวหลงเซี่ยพึมพำอย่างกังวล
“จับแน่นๆ” ลู่อี้เจ๋อพูดสั้นๆ
ทันใดนั้นชิวหลงเซี่ยงก็เห็นว่าถนนที่นำไปสู่ประตูวิทยาเขตชั้นนอก เต็มไปด้วยสัตว์อสูรเกือบร้อยตัวขวางทางพวกเขาอยู่
ในขณะนี้ สัตว์อสูรเหล่านั้นก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะสีชมพู และถูกดึงดูดให้มาทางพวกเขา
แม้จะมีทหารบนกำแพงคอยยิงคุ้มกัน แต่ยากที่จะกำจัดสัตว์อสูรทั้งหมดในเวลาอันสั้น
หากไม่ทะลุฝ่าเข้าไป พวกเขาก็ไม่มีทางเข้าไปได้เลย
“นายคงไม่คิดจะ…!?” ชิวหลงเซี่ยงหันมามองลู่อี้เจ๋อที่ยังไม่ยอมแตะเบรก
ทันใดนั้น ลู่อี้เจ๋อก็ลดกระจกลง และพลิกตัวออกมายืนบนฝากระโปรงหน้ารถ!
“เฮ้ย โคตรเท่…แต่ใครจะขับรถล่ะ!?” ชิวหลงเซี่ยงหันขวับไปที่เบาะคนขับ
เมื่อถึงตอนนี้เขากลับพบว่าความเร็วของรถไม่ได้ลดลงเลย!
มันอาจจะมีฟังก์ชั่นการตั้งค่าความเร็ว
“พี่ชิว จับพวงมาลัยใว้แน่นๆ นะ!” เสียงของลู่อี้เจ๋อดังขึ้น
“โธ่เว้ย! ครั้งหน้าช่วยบอกให้เร็วกว่านี้หน่อยได้มั้ย!” ชิวหลงเซี่ยงรีบเอื้อมมือจับพวงมาลัยไว้แน่น
ทันใดนั้น
“วิญญาณศักดิ์สิทธิ์!”
เงาของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้น
ลู่อี้เจ๋อถือโล่ในมือหนึ่ง อีกมือกุมดาบ เขามีเกราะบางๆ ปกคลุมร่างกาย และใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากเพียงครึ่งเดียว
รถกระบะสีชมพูยังคงทะยานด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งตรงไปยังประตูวิทยาเขตชั้นนอก!
ในเส้นทางนั้น ลู่อี้เจ๋อใช้ดาบและโล่สลับกัน ฟาดฟันและกระแทกสัตว์อสูรออกไป ผสานกับแรงชนจากคานเหล็กเสริมกันชนด้านหน้ารถกระบะสีชมพู
บดขยี้สัตว์อสูรทุกตัวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เลือดและเศษเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วฝากระโปรงและกระจกของรถกระบะสีชมพู
บนกำแพงของวิทยาเขตชั้นนอก เหล่าทหารต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
“บ้าเอ๊ย วูซูมันยังเอามาใช้แบบนั้นได้ด้วยเหรอ?”
“เด็กคนนั้นเป็นใครกันเนี่ย ช่างบ้าบิ่นจริงๆ”
“เร็ว! เปิดประตูให้พวกเขาเข้า!” ร้อยตรีหวัง นายทหารที่ติดต่อกับฉินโชวมาตลอด รีบออกคำสั่งทันที
ประตูเหล็กที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเปิดออกอย่างช้าๆ และรถกระบะสีชมพูก็พุ่งทะลุประตูเข้าไป
หากไม่เบรกตอนนี้ละก็ รับรองว่าได้มีอุบัติเหตุตามมาแน่!
“เฮ้ยเวร! เบรกยังไงวะเนี่ย!” ชิวหลงเซี่ยงร้องลั่น
ลู่อี้เจ๋อปลดอาวุธวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ แล้วกระโจนกลับเข้าที่นั่งคนขับ ขยับมือไม่กี่จังหวะ และเหยียบเบรกอย่างแรง
หลังจากรถกระบะสีชมพูพุ่งทะลุประตูเข้าไป มันก็ดริฟท์อย่างสวยงามในพื้นที่โล่งด้านใน ก่อนจะจอดสนิทอย่างมั่นคง
ชิวหลงเซี่ยงเปิดประตูรถ แล้วเริ่มอาเจียนออกมาทันที
โอ๊กกก…
ตอนรักษาร่างกายเขาไม่เคยอ้วก ตอนขับอาชญากรตัวฉกาจก็ยังไม่เป็นไร แต่พอนั่งรถที่ลู่อี้เจ๋อขับเขากลับทนไม่ไหวจริงๆ!
“พวกนายใจถึงดีนี่ ถึงกับกล้าออกมาเพ่นพ่านนอกเมืองตอนนี้” ร้อยตรีหวังเดินเข้ามา สายตาที่มองทั้งสองเต็มไปด้วยความชื่นชม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อลู่อี้เจ๋อ การแสดงที่บ้าระห่ำเมื่อครู่ได้ใจเหล่าทหารที่เห็นไม่น้อย
นี่คือคนประเภทที่เหล่าทหารชื่นชมมากที่สุด
“ในเมืองกำลังสู้รบกัน อาจารย์สั่งให้พวกเรามารับอาชญากรตัวฉกาจกลับไป” ลู่อี้เจ๋อก้าวออกมา และพูดอย่างจริงจัง
“เกราะจักรกลตัวนั้นอยู่ในโกดัง เดิมทีก็เป็นของพวกนายอยู่แล้ว เอาไปก็ไม่เป็นปัญหา
แต่นั่นมันหนัก 200 ตันเชียวนะ… แถมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักก็ให้ยืมตอนนี้ไม่ได้” ร้อยตรีหวังพูดอย่างหมดหนทาง
“ไม่เป็นไรครับ เราจะลากมันกลับไป” ลู่อี้เจ๋ออยากจะตบฝากระโปรงรถกระบะสีชมพู แต่พอเห็นบนฝากระโปรงยังเปรอะเลือดสัตว์อสูร ก็ถอนมือกลับ
“ใช้มันเนี่ยนะ?” ร้อยตรีหวังตกตะลึง
“เครื่องยนต์ V20 เกรดทหาร”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ดวงตาของร้อยตรีหวังก็เบิกกว้าง จ้องมองไปที่รถกระบะสีชมพูด้วยความไม่เชื่อ
ไม่กี่นาทีต่อมา รถกระบะสีชมพูก็พุ่งออกจากวิทยาเขตชั้นนอก และลากแท่นขนส่งเกราะจักรกลไว้ด้านหลัง
“ร้อยตรี! กระบะคันนั้นกำลังลากเกราะจักรกลหนัก 200 ตันอยู่จริงๆ เหรอครั้บ!?
ความเร็วของมันตอนนี้อย่างน้อยก็ต้อง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปแน่ๆ!” ทหารคนหนึ่งถามด้วยความประหลาดใจ
ร้อยตรีหวังหยิบบุหรี่ขึ้นสูบ แล้วพ่นควันสีเทาคลุ้งพลางตอบ “ถ้านายมีรถกระบะติดเครื่องยนต์ V20 เกรดทหาร นายก็ทำได้เหมือนกัน”
ทหารคนนั้นเงียบกริบไปทันที
………
“โคตรมันส์! สบายกว่านั่งในรถเยอะเลย!” ชิวหลงเซี่ยงที่อยู่ในห้องคนขับของอาชญากรตัวฉกาจมองภาพสองข้างทางพุ่งถอยหลังด้วยความสะใจ
แต่ไม่นานเขาก็รู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพราะด้านหลังของเขาเริ่มมีสัตว์อสูรติดตามมา
จากไม่กี่ตัว กลายเป็นสิบ จนตอนนี้กลายมาเป็นหลายร้อยตัว!
แม้พวกมันทั้งหมดจะอยู่ในระดับมอนสเตอร์ แต่การถูกกลุ่มสัตว์อสูรไล่ตาม มันให้ความรู้สึกว่าตูดของตัวเองไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ
“อี้เจ๋อ! เร่งอีกหน่อยสิ! พวกมันเกือบตามมาทันแล้ว!” ชิวหลงเซี่ยงตะโกน ขณะมองดูฝูงสัตว์อสูรที่เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
“ถ้ามันตามทัน พี่ก็ยิงมันเลยสิ” ลู่อี้เจ๋อตอบแบบไม่สบอารมณ์
“อ๋อจริงด้วย! ลืมไปเลย!” ชิวหลงเซียงหมุนเกราะไปด้านหลัง ยกปืนกลแกตลิ่งในมือ แล้วกราดยิงใส่ฝูงสัตว์อสูรที่ตามมาด้านหลังทันที
ตึ่มๆๆๆๆๆ!
สัตว์อสูรที่นำอยู่ข้างหน้าถูกยิงจนกลายเป็นเนื้อบดทันที แต่ด้านหลังก็ยังมีสัตว์อสูรจำนวนมากแห่ตามมาไม่หยุด
แถมพลังยิงของปืนกลแกตลิ่งก็ค่อยๆ อ่อนกำลังลงเรื่อยๆ
“พี่ชิว! ทำไมไม่ยิงต่อ!?” ลู่อี้เจ๋อเหลือบมองพลังยิงที่ลดลงแล้วอดถามไม่ได้
ภายในห้องคนขับ ชิวหลงเซียงกัดฟันแน่น
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากยิง แต่ระบบของอาชญากรตัวฉกาจถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ พลังงานที่ใช้ยิงถูกแปรเปลี่ยนมาจาก ‘ความเจ็บปวด’ ของผู้ขับ!
ตอนนี้เขานั่งเฉยๆ ถูกลากไป ไม่ได้รับความเสียหายอะไร พลังงานจึงมีไม่พอใช้
อย่างไรก็ตาม อาจารย์ฉินก็คิดหาทางแก้ไว้แล้วเช่นกัน
ชิวหลงเซี่ยงเปิดแผงควบคุมลับ พลางสูดหายใจเข้าลึก แล้วกดปุ่มสีเหลือง
วินาทีถัดมา ความเจ็บปวดมหาศาลแล่นพล่านไปทั่วร่าง และเส้นเลือดก็โผล่ออกมาที่หน้าผากของชิวหลงเซี่ยงในห้องคนขับ
แลกกับความเจ็บปวดนี้ ค่าพลังงานบนหน้าจอก็พุ่งสูงขึ้นด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
นี่คือระบบ ‘พลังงานสำรอง’ ของอาชญากรตัวฉกาจ การกระตุ้นความเจ็บปวดเข้าไปในผู้ขับ เพื่อทำให้พลังงานเพิ่ม!
พูดง่ายๆ ก็คือการทรมานตัวเอง!
ดวงตาของชิวหลงเซี่ยงแดงก่ำ ริมฝีปากแสยะยิ้มบ้าคลั่ง
“มาเลย…เข้ามาให้หมด…เข้ามาเลยโว้ยยย!”
ปืนกลแกตลิ่งคำรามสนั่น สาดกระสุนพลังงานเข้าใส่ฝูงสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง ฉีกทึ้งร่างสัตว์อสูรจนกระจายเป็นชิ้นๆ
และด้วยวิธีนั้นเอง ทั้งสองก็ฝ่าฟันเลือดเนื้อ กลับเข้าสู่เมืองหลิงเจียงได้สำเร็จ!