เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ฉันจะเริ่มต่อสู้แล้ว!

บทที่ 29 ฉันจะเริ่มต่อสู้แล้ว!

บทที่ 29 ฉันจะเริ่มต่อสู้แล้ว!


สถาบันหลิงเจียง

“เร็วเข้า! สร้างแนวป้องกันรอบสถาบัน!”

“รายงาน! ตรวจพบสัตว์อสูรประมาณสามร้อยตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางสถาบัน!”

“ข่าวจากคฤหาสน์เจ้าเมือง! คาดว่าจะมีสัตว์อสูรระดับหัวหน้าสามตัว บุกมาทางทิศเหนือของสถาบันภายในสามนาที!”

“รายงาน! เหนือท้องฟ้าสถาบันปรากฏรอยแยกสัตว์อสูรห้าแห่ง หนึ่งในนั้นตรงกับตำแหน่งหอพักนักเรียนพอดี!”

ไม่เพียงแค่ตัวเมืองหลิงเจียงเท่านั้น แม้แต่ภายในสถาบันหลิงเจียงเองก็จมอยู่ในความโกลาหลอย่างหนัก

ที่เห็นได้ชัดคือ สัตว์อสูรจำนวนมากไม่เลือกโจมตีบ้านเรือนของชาวเมือง แต่พุ่งเป้ามาที่สถาบันหลิงเจียงโดยตรง!

“ฉันคือผู้อำนวยการสถาบันหลิงเจียง ติงชุนชิว

ขณะนี้ ฉันขอประกาศให้สถาบันหลิงเจียงเข้าสู่ภาวะสงครามฉุกเฉิน อาจารย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามคำสั่งควบคุมโดยไม่มีเงื่อนไข

หนึ่ง: ผู้ที่ไม่ได้เป็นทหารและประมาจารย์เกราะให้รีบอพยพไปยังที่หลบภัย หากไม่สามารถอพยพได้ ให้หาที่ซ่อนทันที

สอง: ปรมาจารย์เกราะฝึกหักและปรมาจารย์เกราะหนึ่งดาวให้รีบไปยังจุดรวมพลที่กำหนดในแต่ละที่หลบภัย และปฏิบัติตามการสั่งการของผู้รับผิดชอบพื้นที่นั้น

สาม: แต่ละชั้นเรียนให้จัดทีมต่อสู้ตามชั้นเรียนเดิม ปฏิบัติตามการจัดการของอาจารย์ประจำชั้น และเข้าร่วมการป้องกันในแต่ละพื้นที่

จำไว้ให้ดี! ต้องรักษาความปลอดภัยของตัวเองเป็นอันดับแรก!”

เสียงของผู้อำนวยการติงดังสะท้อนก้องไปทั่วสถาบันหลิงเจียง

“อาจารย์หยาง! นักเรียนคลาสพิเศษห้องหนึ่งทั้งแปดคนมาพร้อมแล้ว!” นักเรียนชายคนหนึ่งรายงานที่หน้าลานฝึกของคลาสพิเศษห้องหนึ่ง

นักเรียนทั้งแปดคนเตรียมพร้อมเต็มที่ รวมถึงเจียงลี่ลี่ ศัตรูตัวฉกาจของเจิ้งเย่เย่ด้วย

ทั้งหมดต่างเป็นปรมาจารย์เกราะระดับสามดาวขึ้นไป และมีถึงสองคนที่เป็นระดับสี่ดาว!

พวกเขาถือเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดานักเรียนของสถาบันหลิงเจียง

“คลาสพิเศษห้องสองอยู่ไหน?” หยางเทียนเฉิงขมวดคิ้ว และมองไปยังลานข้างๆ ที่ว่างเปล่า

“ไม่ทราบครับ คลาสพิเศษห้องสองออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน กว่าจะกลับก็มืดค่ำ” นักเรียนคนหนึ่งตอบ

หยางเทียนเฉิงสีหน้าเข้มขึ้น “สถานการณ์แบบนี้แทนที่จะรีบนำลูกศิษย์กลับมา อาจารย์ฉินนั่นกำลังทำอะไรอยู่กันแน่!”

“อาจารย์ครับ อย่าไปสนใจคลาสพิเศษห้องสองเลย

พวกเขาทำตัวลึกลับมาตลอดเดือนครึ่งที่ผ่านมาอยู่แล้ว ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการต้านทานสัตว์อสูร!”

นักเรียนเหล่านี้แทบจะรอไม่ไหวที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูรพวกนั้น!

“ไป! เรามุ่งหน้าไปประตูทิศใต้ก่อน!” หยางเทียนเฉิงไม่ใส่ใจเรื่องคลาสพิเศษห้องสองอีก และรีบพาลูกศิษย์ของเขาตรงไปที่ประตูทิศใต้

เจียงลี่ลี่วิ่งตามมาติดๆ ในฐานะนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าคลาสพิเศษห้องหนึ่ง เธอไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นอะไร และทำได้เพียงเชื่อฟังคำสั่งของอาจารย์และรุ่นพี่เท่านั้น

ขณะวิ่ง เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยควันปืนและแสงระเบิด

รอยแยกสีดำเหล่านั้นยังคงคายสัตว์อสูรออกมาไม่หยุด แต่ในสถาบันก็เตรียมการป้องกันไว้อย่างแน่นหนา ทั้งปืนต่อต้านอากาศยานและป้อมปืนกลที่สาดกระสุนขึ้นฟ้าไม่ขาดสาย

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีสัตว์อสูรบางส่วนหลุดเข้าในสถาบัน และระหว่างทางพวกเธอก็เจอพวกมันอยู่หลายครั้ง

โชคดีที่มันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับมอนสเตอร์ ภายใต้การนำของอาจารย์หยาง พวกเธอสามารถจัดการพวกมันได้ภายในไม่กี่กระบวนท่า

ทันใดนั้น อาจารย์หยางก็หยุดฝีเท้า เงาของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์โผล่มาจากด้านหลังของเขา

“เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์!”

ร่างยักษ์สูงกว่า 30 เมตร ปรากฏขึ้นตรงหน้าเหล่านักเรียน ราวกับป้อมปราการมีชีวิตที่ขวางกั้นเส้นทางเอาไว้

ตู้ม!

ลูกไฟขนาดมหึมาพุ่งลงมาตรงทางที่พวกเธอต้องผ่าน คลื่นความร้อนที่เกิดจากการระเบิดเกือบทำให้เจียงลี่ลี่เสียสมดุล

"เร็วเข้า! สวมเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์!" รุ่นพี่ข้างๆ ตะโกนเตือนเจียงลี่ลี่

เจียงลี่ลี่จึงรีบเรียกเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ออกมา

นักเรียนทั้งแปดคนของคลาสพิเศษห้องหนึ่งต่างสวมเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์พร้อมรบ

แต่เมื่อเทียบกับร่างยักษ์ที่สูงตระหง่านกว่า 30 เมตรของอาจารย์หยาง พวกเขากลับเหมือนเพียงเด็กตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างผู้ใหญ่

เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สูงที่สุดในหมู่นักเรียนก็ยังไม่ถึง 10 เมตรด้วยซ้ำ

“ระวัง มีการซุ่มโจมตี!” เสียงเตือนจากอาจารย์หยางดังขึ้น

นักเรียนคลาสพิเศษห้องหนึ่งทุกคนมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังทันที

ควันระเบิดค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์หยางเต็มตา

เจียงลี่ลี่ถึงกับตกตะลึง แม้จะเคยได้ยินชื่อเสียง และเคยเห็นภาพจากข่าวมาก่อน

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์หยางด้วยตาตัวเอง

ยักษ์ดาบคลั่ง

เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐพีชั้นต่ำ เน้นการต่อสู้ระยะประชิด อาวุธหลักคือดาบยักษ์ในมือ แต่ยังมีอาวุธระยะกลางและระยะไกลเสริมอีกเล็กน้อยด้วย

ถึงจะเป็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์รุ่นผลิตจำนวนมาก แต่ก็มีข่าวลือว่าผลิตออกมาเพียงสามล็อตเท่านั้น และในปัจจุบันจำนวนรวมทั้งหมดก็มีไม่ถึง 30 ตัว ถือเป็นเกราะที่หายากและทรงพลัง

ตอนนี้ ยักษ์ดาบคลั่งของอาจารย์หยางปักดาบยักษ์ลงกับพื้น คมดาบยังคงมีไอร้อนพวยพุ่ง

ร่องรอยไหม้เกรียมบนพื้นแสดงให้เห็นว่าเมื่อครู่อาจารย์หยางเพิ่งใช้ดาบต้านลูกไฟที่ถล่มลงมา

หากไม่ได้เขาขวางไว้ สภาพของนักเรียนคลาสพิเศษห้องหนึ่งคงไม่ต้องคิดต่อให้ยาก

“โอ้โห เด็กๆ ของเราคงกลัวกันหมดแล้วสิ

ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ควรใช้วิธีเอิกเกริกแบบนี้ มันเสียมารยาท” เสียงหยอกล้อดังมาจากยอดไม้ทั้งสองฝั่งถนน

เจียงลี่ลี่เงยหน้ามองทันที

มีคนสามคนยืนอยู่บนยอดไม้ แต่ละคนสวมเสื้อคลุมลวดลายประหลาด ปกปิดทั้งศีรษะและเรือนร่าง มีเพียงหน้ากากประหลาดเท่านั้นที่เผยออกมา ไม่มีผิวหนังโผล่มาให้เห็น

เครื่องแต่งกายนี้ นักเรียนทุกคนจำได้ขึ้นใจ

“เป็นพวกโบสถ์พิพากษา!” เจียงลี่ลี่ร้องออกมา

วันนี้มีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แถมยังเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นเหล่าคนที่เล่าลือกันมานานว่าเป็นพวกนอกรีต ‘โบสถ์พิพากษา’!

ในยุคมหาภัยวิบัติ มีคนบางกลุ่มลุกขึ้นต่อต้านการรุกรานของสัตว์อสูร และปกป้องบ้านเมืองของพวกเขา

แต่ย่อมมีพวกทรยศปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน พวกเขาสร้างความสัมพันธ์กับสัตว์อสูรด้วยวิธีการบางอย่าง ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีจากสัตว์อสูรได้

ขณะเดียวกัน พวกเขายังสามารถยืมพลังจากสัตว์อสูรมาทำลายเมืองมนุษย์ด้วยกันเองอีกด้วย

เหล่าคนทรยศเช่นนี้ ถูกเรียกรวมๆ กันว่า ‘ลัทธินอกรีต’ โดยเมืองต่างๆ ในพันธมิตร

และในบรรดาทั้งหมด องค์กรที่ชั่วร้ายเลื่องชื่อที่สุดก็คือ โบสถ์พิพากษา!

“ระวัง! การโจมตีเมื่อครู่เป็นการยิงจากระยะไกล ไม่ใช่ฝีมือสามคนตรงหน้านี้ ที่ไกลออกไปยังมีปรามาจารย์เกราะอีกคนที่ใช้เกราะสายยิงระยะไกล!” รุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงตึงเครียด

“น่าจะอยู่ทางทิศนั้น” รุ่นพี่อีกคนชี้ไปยังทิศที่ลูกไฟพุ่งมา

นอกเมืองทางนั้นมีภูเขาลูกเล็ก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนไม่ต่ำกว่าห้ากิโลเมตร!

บนยอดเขา เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตีนตะขาบยืนอยู่บนนั้น

ทั้งตัวของมันมีอาวุธเพียงชิ้นเดียว คือปืนใหญ่ที่ยาวกว่าตัวมันเอง และที่ปากกระบอกปืนยังมีควันดำพวยพุ่งออกมา

“อาจารย์คนนั้นไวใช้ได้ ระยะขนาดนี้ยังสัมผัสได้อีก” เสียงไม่พอใจดังออกมาจากเเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ปืนใหญ่

“อย่าประมาท ยังไงเขาก็เป็นปรามาจารย์เกราะเจ็ดดาว ในขณะที่นายเพิ่งหกดาวเท่านั้น

รอให้นายถึงเจ็ดดาว หากเขารับลูกปืนใหญ่นี้เข้าไป ถึงไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสแน่” เสียงอีกคนดังขึ้นจากร่มเงาใต้ต้นไม้ใกล้ๆ

ภายในสถาบัน

“เสี่ยวซุน! พาคนที่เหลือถอยออกไปเดี๋ยวนี้!” เสียงอาจารย์หยางดังออกมาจากร่างยักษ์ดาบคลั่ง

รุ่นพี่ซุนที่ถูกเรียกขานพูดอย่างกังวลใจทันทีว่า “อาจารย์! พวกเราจะไม่ทิ้งอาจารย์ไว้ที่นี่คนเดียว!”

“ทั้งสามคนตรงหน้าล้วนเป็นปรมาจารย์เกราะเจ็ดดาว และยังมีหนึ่งคนเป็นปรมาจารย์เกราะหกดาวสายปืนใหญ่คอยยิงสนับสนุนจากระยะไกล!

พวกเธออยู่ที่นี่ก็เป็นเพียงภาระ ปฏิบัติตามคำสั่ง!” เสียงดุดังออกมาจากยักษ์ดาบคลั่ง

รุ่นพี่ซุนกัดฟันแน่น แม้เขาจะไม่เต็มใจ แต่รู้ว่านี่คือการต่อสู้ที่พวกเขาไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้

“นักเรียนคลาสพิเศษห้องหนึ่ง ตามฉันมา!”

เหล่านักเรียนหันกลับไปมองอาจารย์หยางด้วยความอึดอัด ทุกคนยังอยากอยู่ช่วย แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอยออกไป

“ช่างเป็นอาจารย์ที่แสนกล้าหาญ และเอาใจใส่ลูกศิษย์ซะจริง

ถ้าฉันเชือดลูกศิษย์ของแกทีละคนต่อหน้าแก หน้าตาของแกจะเป็นยังไงกันนะ… คิกคิกคิก…” เสียงหัวเราะแหลมเล็ดลอดจากปากสมาชิกหญิงของลัทธิโบสถ์พิพากษา

อาจารย์หยางจ้องเขม็งไปยังคนทั้งสาม และเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันก็ปรากฏขึ้นทีละคน

เขารีบใช้เครื่องมือสื่อสารรายงานว่า "ฉัน หยางเทียนเฉิง ตอนนี้กำลังถูกสมาชิกลัทธิโบสถ์พิพากษาสามคนซุ่มโจมตีที่ตึกเรียนเจ็ด

ศัตรูทั้งสามล้วนเป็นปรมาจารย์เกราะเจ็ดดาว และที่ภูเขาทางทิศตะวันตกซึ่งห่างออกไปห้ากิโลเมตร ยังมีอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นปรมาจารย์เกราะหกดาวสายปืนใหญ่คอยยิงสนับสนุนจากระยะไกล

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ ฉันได้สั่งให้นักเรียนทั้งหมดถอนกำลังแล้ว

จบการรายงาน

ตอนนี้...ฉันจะเริ่มต่อสู้แล้ว!”

ยักษ์ดาบคลั่งยกดาบขนาดมหึมาขึ้น และพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูทั้งสามอย่างไม่ลังเล!

จบบทที่ บทที่ 29 ฉันจะเริ่มต่อสู้แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว