เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 อาจารย์ปีศาจ

บทที่ 26 อาจารย์ปีศาจ

บทที่ 26 อาจารย์ปีศาจ


หลังจากการฝึกฝนในช่วงบ่ายสิ้นสุดลง กลุ่มที่เหนื่อยล้าก็ถูกส่งมาที่ประตูข้างของสถาบัน

ทว่าในจังหวะที่ชิวหลงเซี่ยงกำลังจะก้าวลงจากรถ

“ชิวหลงเซี่ยง เธอมากับฉัน” คำพูดของฉินโชวทำให้ชิวหลงเซี่ยงอยู่ในรถอย่างเชื่อฟัง

หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ลางสังหรณ์บอกเขาว่าคราวนี้คงไม่มีสิ่งดีๆ รออยู่แน่

ตลอดเวลาที่ฝึกกับอาจารย์ฉินมา ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ย่อมต้องมีการทรมานใหม่ๆ รออยู่

เจิ้งเยี่ยเยี่ยมองเพื่อนๆ ที่แยกย้ายกันไปทำเรื่องของตัวเอง

หวังเปาเปาอ้าปากหาว ก่อนโบกมือลากลับหอพักของคลาสพิเศษห้องสอง ในบรรดาคนทั้งห้าคน เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตสบายและผ่อนคลายที่สุด

ฉินโชวไม่ได้มอบหมายงานอะไรให้เขาเป็นพิเศษ

แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนกลับรู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของหวังเปาเปากำลังพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน

ในเวลานี้ ลู่อี้เจ๋อก็มุ่งหน้าไปทางสนามของสถาบัน นี่คือการฝึกที่เขากำหนดให้ตัวเองทำทุกวัน

ถึงแม้เขาจะต้องไปทำงานกะดึกกับอาจารย์ฉินทุกวันตอน 18.00 น. ก็ตาม

แต่เขาจะออกจากสถาบันตอน 17.30  น.

ก่อนหน้านั้นเขาจะออกวิ่งที่สนามของสถาบันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้สภาพร่างกายของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อหนาขึ้นจนเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน

เจิ้งเย่เย่และซูเว่ยเว่ยเดินกลับไปพร้อมกัน

เวิร์กช็อปทางตะวันออกของบ้าน

“อ้าว เสี่ยวชิวมาแล้ว ยินดีต้อนรับ” เสียงอันคุ้นเคยของเสี่ยวฉีดังขึ้น

“เสี่ยวฉี ไม่ได้เจอนานเลยนะ” ชิวหลงเซี่ยงยิ้มออกมาอย่างยินดี ความจริงแล้วพักหลังเขาไม่ค่อยได้เจอเจ้าหุ่นยนต์จอมป่วนตัวนี้ ทำให้รู้สึกแปลกๆ ไปเหมือนกัน

“เลิกพูดเล่นแล้วมาทำงานได้แล้ว ของที่ให้เตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม?” ฉินโชวถาม

“ที่นอนปูเรียบร้อยแล้วค่ะ อีกทั้งยังมีแส้ เทียนไข…”

ยังไม่ทันจบประโยค ร่างของเสี่ยวฉีก็ถูกฉินโชวคว้าเอาไว้ในมือ

“โอ๊ย… อย่า...อย่าบีบแรงสิ… มันจะออกมาแล้ว... น้ำมันเครื่องของเสี่ยวฉีกำลังจะไหลออกมาแล้ว…”

ชิวหลงเซี่ยงพยายามทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดเพี้ยนๆ ของเสี่ยวฉี

ใบหน้าของฉินโชวมืดลง และขว้างมันออกไป

“อ๊า…” พร้อมกับเสียงกรี๊ด

เสี่ยวฉีก็ถูกโยนลงถังขยะที่เปิดออกได้จากด้านนอกเท่านั้น

“ตอนนี้เงียบแล้ว ไปกับฉัน” ฉินโชวกล่าว

ชิวหลงเซี่ยงเดินตามไปอย่างเงียบๆ และเพิ่งสังเกตเห็นว่า บนแท่นที่ว่างเปล่ามานาน ตอนนี้กลับปรากฏเกราะจักรกลสีดำสนิทตัวหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่

มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์เหมือนทหารราบติดเกราะหนัก มือหนึ่งถือโล่ขนาดใหญ่ อีกมือกำปืนกลแกตลิง

“นี่คือเกราะจักรกลแบบป้องกันหนัก

มันมีความคล่องตัวต่ำ และพลังโจมตีก็ไม่สูง จุดเด่นเพียงอย่างเดียวคือเกราะมันหนามาก และสามารถต้านการโจมตีเต็มแรงของสัตว์อสูรระดับผู้นำได้สบายๆ

"นี่คือหุ่นยนต์ป้องกันหนัก

มันมีความคล่องตัวต่ำมากและมีพลังโจมตีต่ำ ข้อได้เปรียบเดียวของมันคือเกราะที่แข็งแกร่ง

มันสามารถทนการโจมตีเต็มแรงของสัตว์อสูรระดับหัวหน้าได้สบาย และต่อให้เป็นสัตว์อสูรระดับผู้นำก็ยังทนได้หลายกระบวนท่า

หากนำไปหล่อวิญญาณให้เป็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ก็สามารถกลายเป็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐพีขั้นต่ำได้

แต่พลังต่อสู้ที่แท้จริงของมันก็เทียบได้กับระดับอสูรเท่านั้น” ฉินโชวอธิบาย

“งั้นมันมีประโยชน์อะไรหรอครับ?” ชิวหลงเซี่ยงถามออกไป แม้เขาจะไม่ใช่ช่างเกราะ แต่ก็เห็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มามาก

หลังฟังคำอธิบายแล้ว ดูเหมือนว่าเกราะจักรกลตัวนี้จะไม่มีข้อได้เปรียบอะไรมากนัก จุดแข็งเพียงอย่างเดียวของมันคือพลังป้องกัน

ฉินโชวกดปุ่มที่อยู่ข้างแท่น

จากนั้นห้องควบคุมของเกราะก็เปิดออก เผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่เป็นเบาะนั่งแบบดั้งเดิม

สำหรับเกราะที่ต้องใช้คนขับ ชิวหลงเซี่ยงก็เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว เพราะนั่นคือขั้นตอนพื้นฐานที่ปรมาจารย์เกราะฝึกหัดทุกคนต้องผ่าน

“หน้าที่หลักของมันจริงๆ แล้วเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

เมื่อคนขับเข้าไปนั่งในนั้น ตัวเกราะจะกระตุ้นจิตใจและเจตจำนงของผู้ขับอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก

และเมื่อเข้าสู่การต่อสู้ ทุกครั้งที่เกราะภายนอกรับการโจมตีไว้ได้ ตราบใดที่มันไม่ถูกทำลายทันที ความเสียหายทั้งหมดจะถูกสะท้อนเข้าสู่จิตใจของผู้ขับ ทำให้ผู้ขับได้รับความเจ็บปวดในระดับเดียวกัน

และความเจ็บปวดเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานสำหรับการขับเคลื่อน รวมถึงใช้เป็นพลังงานให้กับอาวุธเพียงหนึ่งเดียวของมัน ซึ่งก็คือปืนกลแกตลิ่งหนัก ประเภทพลังงาน”

ฉินโชวตบฝ่ามือลงบนเกราะสีดำสนิท “ฉันตั้งชื่อมันว่า… อาชญากรตัวฉกาจ”

“นี่มันไม่ใช่การทรมานตัวเองเหรอครับ? ใครจะบ้าไปขับเจ้านี่ออกรบ…” ชิวหลงเซี่ยงพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทันใดนั้น เขาก็เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยนัยแฝงของอาจารย์

ชิวหลงเซี่ยงกลืนน้ำลาย “อาจารย์คงไม่คิดจะให้ผมเป็นคนขับมันหรอกใช่มั้ย?”

“ในเมื่อพลังจิตของเธอยังไม่ฟื้นตัว การใช้เกราะแบบดั้งเดิมนี่แหละเหมาะที่สุด อีกทั้งยังเป็นการฝึกเจตจำนงไปในตัวด้วย” ฉินโชวชี้ไปยังเก้าอี้คนขับ “ขึ้นไปลองสัมผัสคู่หูใหม่ของเธอเถอะ”

แม้ในใจของชิวหลงเซี่ยงจะหวาดหวั่น แต่พอนึกได้ว่านี่คือหนทางฝึกเจตจำนง เขาก็ฮึดใจสู้ แล้วก้าวขึ้นไปนั่ง

ทันทีที่ร่างทิ้งตัวลงบนเบาะ เขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งเจาะเข้าที่ท้ายทอย

ดูเหมือนว่าเกราะจักรกลตัวนี้จะใช้การเชื่อมต่อประสาทโดยตรง!

“ฉันจะส่งขั้นตอนการควบคุมให้ทีหลัง ตอนนี้แค่ให้ลองสัมผัสเท่านั้น” ฉินโชวกล่าว จากนั้นเขาก็ปิดประตูห้องคนขับของเกราะจักรกล

สายตาของชิวหลงเซี่ยงมืดลงชั่วขณะ ก่อนจะสว่างขึ้นอย่างกะทันหัน

ภาพ 360 องศาปรากฏขึ้นรอบตัวเขา และเนื่องจากการเชื่อมต่อประสาท เขารู้สึกว่าสามารถขยับร่างกายของ ‘อาชญากรตัวฉกาจ’ ได้ราวกับเป็นแขนขาของตัวเอง

เพียงแต่ความลื่นไหลยังห่างชั้นจากเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อยู่มาก

“ตอนนี้เรามาเริ่มการทดสอบกันเถอะ

แล้วก็พยายามอย่าให้เบาะเปียกล่ะ เพราะถ้ามันเกิดขึ้น เธอคงต้องอยู่กับกลิ่นนั่นไปอีกนาน” ฉินโชวกล่าว

ยังไม่ทันที่ชิวหลงเซี่ยงจะตอบอะไร

ฉินโชวก็หยิบปืนไฟฟ้าขึ้นมาเล็งไปที่อาชญากรตัวฉกาจ แล้วยิงทันที

ชิวหลงเซี่ยงยกโล่ขึ้นตามสัญชาตญาณเพื่อป้องกันตัวเอง และก็ป้องกันได้จริงๆ

กระแสไฟฟ้าเพียงแค่ไปโดนโล่เท่านั้น

“อ๊ากกกก!” เสียงกรีดร้องของชิวหลงเซี่ยงดังลั่น แม้โล่จะป้องกันการโจมตีได้ แต่ความเจ็บปวดกลับกระแทกเข้ามาเต็มจิตใจ!

“ลืมบอกไป โล่นี้กันการโจมตีได้ก็จริง แต่ทุกแรงปะทะจะถูกเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด ส่งตรงถึงจิตใจของคนขับ” ฉินโชวกล่าวเสียงเรียบ

“ผม…ผม…” ชิวหลงเซี่ยงแทบสบถออกมา แต่ก็ยังกัดฟันทนไว้ได้

เพราะหลังจากเคยผ่านการรักษาอันทรมานมาแล้ว ร่างกายและจิตใจเขาก็พอทนต่อความเจ็บปวดระดับนี้ได้

แต่พอนึกว่าต้องแบกรับความเจ็บปวดแบบนี้ตลอดเวลาที่ต่อสู้ เขาก็รู้สึกเสียวซ่านที่หนังศีรษะ!

“มีอีกอย่างที่ต้องบอก

เกราะตัวนี้ทนทานมาก เพราะใช้เกราะนาโนที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อัตโนมัติ

หากไม่ได้ถูกโจมตีรุนแรงจนเกินรับไหว มันจะดูดซับพลังงานมาซ่อมแซมตัวเอง และแหล่งพลังงานนั้น ก็มาจากความเจ็บปวดของเธอ”

ขอบคุณมากเลยครับ!

ชิวหลงเซี่ยงสบถในใจแทบอยากจะร้องไห้

เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ในที่สุดห้องคนขับก็เปิดออก และชิวหลงเซี่ยงก็เดินลงมาด้วยขาที่สั่นระริก

ฉินโชวเหลือบมองไปที่เบาะคนขับ และพบว่ามันแห้งสนิท ไม่มีอะไรเปียก

ปุ่ก!

ทันใดนั้น ชิวหลงเซี่ยงก็ทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างหมดแรงอยู่บนพื้น

“เมื่อเธอคุ้นเคยกับสิ่งนี้แล้ว ฉันจะหาทางส่งเธอกับเจ้าอาชญากรตัวฉกาจนี่ ไปเข้าร่วมการฝึกที่สันเขาหวงซู

แต่ตอนนั้น อย่าลืมปิดไมค์สื่อสารภายนอกด้วยล่ะ

ไม่งั้นเสียงที่นายส่งออกมาเมื่อกี้… มันคงไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่” ฉินโชวพูดติดตลก พลางปรายตามองชิวหลงเซี่ยง

แรกเริ่มเสียงร้องของชิวหลงเซี่ยงเต็มไปด้วยความทรมาน แต่พอผ่านไปสักพัก เสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยบางสิ่งที่อธิบายไม่ได้…

ฉินโชวได้แต่หวังว่าชิวหลงเซี่ยงจะไม่พัฒนานิสัยแปลกๆ เพิ่มขึ้นมาระหว่างการฝึก!

ชิวหลงเซี่ยงแทบจะแตกสลาย

นี่เขายังต้องขับเจ้าอาชญากรตัวฉกาจนี่ไปสู้ที่สันเขาหวงซูจริงๆ เหรอ? แค่คิดก็แทบอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด

“พักซะหน่อยเถอะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องเข้ารับการรักษาตอนห้าทุ่มแล้ว” ฉินโส่วพูดพลางเตะเบาๆ ที่ร่างที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้น

ชิวหลงเซี่ยงเอามือปิดหน้า ไม่อยากสบตาใครอีกต่อไป

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชิวหลงเซี่ยงได้ตั้งฉายาให้กับอาจารย์ฉินในใจของเขา

อาจารย์ปีศาจ!

จบบทที่ บทที่ 26 อาจารย์ปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว