เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ปีศาจในขุมนรก

บทที่ 20 ปีศาจในขุมนรก

บทที่ 20 ปีศาจในขุมนรก


คฤหาสน์เจ้าเมือง

ห้องทำงาน

“ปู่... อาจารย์ฉินโชวเป็นใครกันแน่?” ซูเว่ยเว่ยมองปู่ของเธอที่นั่งทำงานอยู่หลังโต๊ะ

เจ้าเมืองซูหันมามองหลานสาวด้วยสายตาเอ็นดู “วันนี้เป็นวันแรกที่พวกหลานเรียนกับเขาใช่ไหม?

ได้ยินมาว่าเขายังขอเฮลิคอปเตอร์ไปด้วย... พวกหลานได้ฝึกอะไรบ้างล่ะ?”

“พวกเราไปที่สันเขาหวงซูทางตอนใต้...” ซูเว่ยเว่ยเริ่มเล่าถึงการฝึกในวันนี้อย่างตั้งใจ

เจ้าเมืองซูก็ฟังอย่างสนอกสนใจ

“ปู่รู้ไหม! สุนัขของเขาสามารถใช้เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้ แถมยังเป็นระดับปฐพีขั้นกลางอีกด้วย!

มันคุณภาพสูงกว่าเจ้าหญิงกระบี่แดงของหนูอีก!” ซูเว่ยเว่ยยังอดประหลาดใจไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพนั้นขึ้นมา

แต่เธอกลับไม่เห็นวี่แววประหลาดใจบนใบหน้าของปู่แม้แต่น้อย

“ปู่รู้อยู่แล้วเหรอ?”

“รู้สิ... ก็สุนัขที่ชื่อต้าหวงไง” เจ้าเมืองซูพยักหน้าเบาๆ

ซูเว่ยเว่ยหรี่ตามองปู่ของเธอ “ปู่รู้เกี่ยวกับอาจารย์ฉินมากแค่ไหน? ทำไมถึงไม่ยอมบอกหนูเลยล่ะ?”

“มีบางเรื่อง... ถึงเวลาที่ควรรู้ก็จะได้รู้เอง” เจ้าเมืองซูกล่าว

ซูเว่ยเว่ยได้แต่กลอกตาใส่ปู่ของเธอ ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้ว่า “แล้วต้าหวงนั่น... ที่แท้มีพลังระดับไหนกันแน่? จากท่าทางที่เห็น อย่างน้อยๆ ก็น่าจะถึงระดับห้าดาวแล้วใช่ไหม?”

เจ้าเมืองซูยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร

เมื่อรู้ว่าคงไม่ได้คำตอบ ซูเว่ยเว่ยจึงไม่ถามต่ออีก

“ตอนนี้เชื่อแล้วใช่ไหม ว่าอาจารย์ที่ปู่เลือกให้หลาน... ไม่ผิดพลาดแน่” เจ้าเมืองซูกล่าวด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม

“นี่เพิ่งวันแรกเท่านั้น ต้องดูกันไปอีกสักพัก” ซูเว่ยเว่ยทำท่าหาว พลางโบกมือลา “ไม่คุยแล้วค่ะ วันนี้เหนื่อยมาก ขอไปพักก่อนแล้ว”

เจ้าเมืองซูมองตามแผ่นหลังของหลานสาวที่เดินจากไป สายตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

เว่ยเว่ย... เธอไม่รู้หรอกว่าอาจารย์ของเธอคนนี้เป็นโอกาสที่น้อยคนจะได้เจอ

หากไม่ใช่เพราะเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อน เขาคงไม่มีวันยอมอยู่ในเมืองเล็กๆ ทางใต้แห่งนี้มาเป็นสิบปีหรอก

.........

ห้าทุ่ม

บ้านทางทิศใต้ของเมือง

ประตูตะวันออกเปิดออก แสงไฟจากในบ้านส่องลอดออกมากลางถนนที่มืดมิดด้านนอก

ฉินโชวเห็นชิวหลงเซี่ยงยืนรออยู่ที่ประตูทันที “มาเร็วนี่”

“เพิ่งมาถึงครับ” ชิวหลงเซี่ยงกล่าว

“เข้ามา” ฉินโชวหันกลับ แล้วเดินเข้าไปในบ้าน

ชิวหลงเซี่ยงรีบก้าวตามไปทันที แต่จังหวะที่ก้าวผ่านธรณีประตู ขาของเขาสะดุดเล็กน้อย ทว่าก็ยังฝืนความเจ็บปวดเดินตามไป

ที่จริง ฉินโชวรู้ว่าชิวหลงเซี่ยงมารอตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนแล้ว

แต่ฉินโชวก็ไม่ได้เปิดเผยเขาเช่นกัน

ชิวหลงเซี่ยงเดินเข้าไปในบ้าน และเห็นเวิร์กช็อปที่สว่างไสว และแท่นเกราะว่างเปล่าหลายแท่น

“ยินดีต้อนรับสู่ร้านช่างเกราะต้าหวง!

จริงๆ ฉันชอบเรียกมันว่าร้านช่างเกราะเสี่ยวฉี หรือร้านช่างเกราะโชวฉีมากกว่า

ร้านดีๆ ทำไมต้องตั้งชื่อตามสุนัขก็ไม่รู้?”

เสียงจักรกลหญิงดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาชิวหลงเซี่ยงตกใจ

จากนั้นเขาจึงเห็นลูกบอลรูปร่างรีลอยอยู่ใกล้ๆ

“นี่คือเสี่ยวฉี ปัญญาประดิษฐ์ของที่นี่

มันไม่มีข้อบกพร่อง เพียงแต่พูดมากเกินไปหน่อย

และนี่ก็ไม่ใช่แขก แต่เป็นลูกศิษย์ของฉัน" ฉินโชวแนะนำทั้งคนและปัญญาประดิษฐ์อย่างเฉยเมย

“อ้อ ที่แท้เป็นลูกศิษย์ของนายท่านนี่เอง

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันคือเลขาส่วนตัวของนายท่าน

อย่างที่คนชอบพูดกัน มีเรื่องให้เลขาทำ ไม่มีเรื่องให้... "

ก่อนที่เสี่ยวฉีจะพูดจบ ฉินโชวก็คว้าลูกกลมโยนออกไปเหมือนโยนลูกบาส

“โปรแกรมมันเพี้ยนไปบ้าง ไม่ต้องไปสนใจ” ฉินโชวพูดเสียงเรียบ

“อืม... เข้าใจแล้วครับ” ชิวหลงเซี่ยงพยักหน้าตอบ แต่ในใจกลับยิ่งตกตะลึงกว่าเดิม

เขาเคยเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ได้รับการฝึกฝนจากตระกูลชิว และมีความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์อยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยเห็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีความคิดเหมือนมนุษย์อย่างเสี่ยวฉีมาก่อน

หากไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์และเสียง ชิวหลงเซี่ยงคงไม่คิดว่านี่เป็นปัญญาประดิษฐ์

“เดี๋ยวเวลาจะออกไป แค่บอกเสี่ยวฉีให้เปิดประตูก็พอ” ฉินโชวพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ชิวหลงเซี่ยงพยักหน้ารับไปโดยไม่ทันคิด

จากนั้น ฉินโชวก็พาชิวหลงเซี่ยวเข้าไปยังห้องเล็กด้านข้าง ซึ่งดูคล้ายกับห้องทดลอง

ภายในมีเครื่องมือไม่กี่ชิ้น และเตียงเหล็กหนึ่งเตียง

“ถอดเสื้อออก แล้วนอนลง” ฉินโชวสั่งเสียงเรียบ

“ครับ” ชิวหลงเซี่ยงรีบถอดเสื้อออก แล้วนอนลงบนเตียงอย่างไม่ลังเล

ทันใดนั้น ฉินโชวก็เห็นรอยแผลเป็นอันน่าสะพรึงกลัวบนหน้าอกของชิวหลงเซี่ยง แผลนั้นเหมือนกับวังวน เหมือนมีอะไรบางอย่างถูกดึงออกไปจนกลวงโบ๋

แค่มองรอยแผลนี้ก็ทำให้รู้สึกหนาววาบไปถึงสันหลัง

“เจ็บมากใช่ไหม?”

คำถามกะทันหันทำให้ชิวหลงเซี่ยงชะงักไป ก่อนยกมือกดแผลแล้วหัวเราะขมขื่น “ผมไม่กลัวว่าอาจารย์จะหัวเราะเยาะ... บางครั้งผมยังสะดุ้งตื่นเพราะฝันถึงมันอยู่เลย ความรู้สึกนั้นเหมือนตายทั้งเป็นจริงๆ”

“แล้วถ้าต้องเจ็บปวดแบบนั้นอีกครั้ง... เธอจะทนไหวไหม?” ฉินโชวจ้องลึกลงไปในตาของชิวหลงเซี่ยง

ชิวหลงเซี่ยงตัวสั่น แววตาสะท้อนความหวาดกลัว

แต่ไม่นาน เขาก็กำหมัดแน่น และเอ่ยเสียงหนักแน่น “ตราบใดที่ผมสามารถแก้แค้นคนเหล่านั้นได้ ต่อให้ต้องเจ็บเป็นหมื่นครั้ง ผมก็รับได้!”

ฉินโชวไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงก้มหน้าจัดเตรียมอุปกรณ์เงียบๆ

สิบนาทีต่อมา

ฉินโชวหยิบคริสตัลที่มีขนาดเท่าเมล็ดข้าวขึ้นมาวางบนหน้าอกของชิวหลงเซี่ยง และยึดมันไว้ด้วยแขนกล

ชิวหลงเซี่ยงรู้สึกว่าคริสตัลนั้นดูคุ้นตา หลังจากมองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็จำได้ทันทีว่านี่เป็นหคริสตัลของหนูฟันยักษ์ที่เขาลงไปเก็บมาวันนี้

“อย่างที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้ ร่างกายเธอเหมือนบ่อน้ำที่ถูกสูบจนแห้ง ต้นน้ำหยุดทำงาน ไม่อาจผลิตน้ำขึ้นมาได้อีก

สิ่งที่ฉันจะทำคือการกระตุ้นต้นน้ำนั้นให้ผลิตน้ำขึ้นมาใหม่

วิธีเดียวคือใช้พลังงานภายนอกที่รุนแรงกระตุ้นมัน คล้ายกับแพทย์ใช้ไฟฟ้าช็อตกระตุ้นคนไข้ที่หัวใจหยุดเต้น

ฉันไม่แน่ใจว่าต้องใช้พลังงานมากแค่ไหนถึงจะพอ

ทุกครั้งที่กระตุ้นจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และมีโอกาสถึงตาย

ดังนั้นเพื่อให้ความเสี่ยงลดลง ฉันจะเริ่มจากคริสตัลที่เล็กที่สุดก่อน”

ฉินโชวอธิบายทีละอย่าง“เมื่ออุปกรณ์เริ่มทำงาน พลังงานในคริสตัลจะถูกฉีดเข้าไปในร่างกายเธอ และสิ่งที่เธอต้องทำก็มีแค่อย่างเดียว

คือทนเอาไว้ ห้ามหมดสติเด็ดขาด ถ้าหมดสติ โอกาสเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นมาก และเธออาจไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

ตอนนี้เธอยังมีโอกาสถอย ถ้าเปลี่ยนใจ ตอนนี้ก็ยังทัน”

เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉินโชวพูด ชิวหลงเซี่ยงก็ตอบโดยไม่ลังเลว่า “เริ่มเลยครับอาจารย์ฉิน! ผมไม่มีอะไรเหลือแล้วนอกจากชีวิตที่น่าสังเวชนี่ จะกลัวไปทำไม!”

ฉินโชวพยักหน้า และกดสวิตช์เครื่องมือ

ชิวหลงเซี่ยงจ้องมองคริสตัลอย่างต่อเนื่อง เขาเห็นลำแสงพุ่งเข้าใส่ร่างของเขา ทันใดนั้นทุกอย่างเบื้องหน้าก็กลายเป็นสีขาวโพลน ตามมาด้วยความเจ็บปวดที่เหมือนจะฉีกวิญญาณออกเป็นเสี่ยงๆ

หลายครั้งที่เขาแทบจะหมดสติ แต่เสียงเตือนของฉินโชวดังสะท้อนอยู่ในหู และใบหน้าอันชั่วร้ายของคนตระกูลชิวก็ลอยขึ้นมาไม่หยุด

ฉันต้องทน!

ฉันต้องแก้แค้น!

ถ้าความเจ็บปวดเท่านี้ยังรับไม่ได้ ฉันจะไปเอาคืนได้ยังไง!

ชิวหลงเซี่ยง นี่เป็นโอกาสเดียวของแกแล้ว!

ให้ตระกูลชิวเห็นซะ... ว่าต่อให้แกจะตกนรก แกก็จะกลายเป็นปีศาจคลานออกมาล้างแค้น!

…….

ฉินโชวเฝ้ามองชิวหลงเซี่ยงที่กำลังดิ้นทุรนทุราย เพียงไม่กี่ลมหายใจแรกเขาก็รู้แล้ว ว่าครั้งนี้หลงเซี่ยงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่โอกาสที่จะกระตุ้นต้นน้ำได้ยังต่ำมากนัก

“อาจารย์... ฉิน...” เสียงแผ่วจนแทบขาดหายดังขึ้นจากริมฝีปากซีดเซียวของชิวหลงเซี่ยง

ฉินโชวตรวจดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า “ดูเหมือนว่าการกระตุ้นในระดับนี้จะยังไม่พอ ร่างการของเธอยังไม่แสดงสัญญาณฟื้นตัว

สำหรับการรักษาของวันนี้ก็เท่านี้ก่อน

ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอต้องมาหาฉันทุกคืน

ฉันจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผล ตอนนี้ก็พักที่นี่ไปก่อน พอรู้สึกมีแรงแล้วค่อยออกไป” ฉินโชวกล่าว ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ไฟในเวิร์คช็อปด้านนอกดับลง เหลือเพียงไฟสลัวๆ ที่เปิดในห้องเล็กที่ชิวหลงเซี่ยงนอนอยู่

ชิวหลงเซี่ยงเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง เวลาผ่านไปเพียงครึ่งนาทีนับตั้งแต่เริ่มการรักษา

แต่ชิวหลงเซี่ยงกลับรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปหลายสิบชั่วโมง

นี่ยังเป็นความทรมานที่ต้องเผชิญทุกคืน และระดับความเข้มข้นก็ยังมากขึ้นเรื่อยๆ

ชิวหลงเซี่ยยกแขนที่อ่อนแรงขึ้นบังใบหน้า แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้ม

“ตระกูลชิว... รอก่อนเถอะ

ฉันจะคลานขึ้นมาจากขุมนรกในฐานะปีศาจ และชำระแค้นกับพวกแกให้หมดทุกคน!”

จบบทที่ บทที่ 20 ปีศาจในขุมนรก

คัดลอกลิงก์แล้ว