เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 นักเรียนสาวสวยที่ตกมาจากฟ้า

บทที่ 9 นักเรียนสาวสวยที่ตกมาจากฟ้า

บทที่ 9 นักเรียนสาวสวยที่ตกมาจากฟ้า


ทั้งอาจารย์และนักเรียนที่อยู่ในสนามต่างทำสีหน้าเหมือนกำลังนั่งดูละคร

ใครจะคิดว่าแค่เปิดเรียนวันแรก ก็ได้เห็นฉากเด็ดแบบนี้แล้ว

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ไม่ได้เห็นอาจารย์หยางทะเลาะกับคนอื่นในงานอย่างเป็นทางการแบบนี้มานานแล้ว

ขณะที่ทุกคนกำลังตั้งตารอให้อาจารย์ปริศนาที่เพิ่งถูกแต่งตั้งรับคำท้า

“ฉันไม่สู้”

คำตอบที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนถึงกับชะงักไป

ในการเผชิญหน้าลักษณะนี้ ปกติใครเขาปฏิเสธกัน?

แต่ฉินโชวกลับไม่ได้หันไปมองหยางเทียนเฉิงด้วยซ้ำ

“ฮึ ไม่กล้าสินะ!” หยางเทียนเฉิงใช้กลวิธียั่วยุ

ฉินโชวไหวไหล่ และกล่าวว่า “ฉันมาที่นี่เพราะเจ้าเมืองขอให้มาสอนนักเรียน ไม่ใช่เพื่อต่อสู้

งานเสียเปล่าแบบนั้นฉันไม่ทำหรอก

อีกอย่าง แดดก็ร้อนจะตาย ฉันจะอ่านรายชื่อให้ครบแล้วก็ลงไป

ใครไม่พอใจ ก็ตามไปคุยกับผู้อำนวยการ หรือไม่ก็ไปคุยกับเจ้าเมืองเอาเอง

ตราบใดที่ตกลงกันได้ ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไร”

หยางเทียนเฉิงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่เล่นตามเกม เหมือนออกหมัดใส่อากาศแล้วไม่มีแรงต้านกลับมา ความอัดอั้นแน่นเต็มอก

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่รับคำท้า เขาเองก็จนปัญญา

ทั้งอาจารย์และนักเรียนในสนามต่างผิดหวัง นึกว่าจะได้ดูการประลองสุดเร้าใจซะแล้ว ไม่คิดว่าฉินโชวจะปฏิเสธดื้อๆ

สิ่งนี้ทำให้ความประทับใจที่มีต่อฉินโชวของหลายๆ คนลดลงอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน อาจารย์คนอื่นๆ โดยเฉพาะอาจารย์ระดับสูง ต่างก็เริ่มกังวล กลัวว่าไอ้หมอนี่จะมาแย่งลูกศิษย์ไปจากห้องตัวเอง

“ชั้นปีสี่ ห้องเก้า ลู่อี้เจ๋อ”

ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ ทั้งสนามก็เงียบไปครู่หนึ่ง

แต่ครั้งนี้ไม่มีใครโกรธ มีเพียงความสงสัยและความไม่เข้าใจ

สายตาส่วนใหญ่จับจ้องไปยังเด็กหนุ่มผู้ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เขาสวมชุดนักเรียนที่ซักจนสีซีด แต่สะอาดเรียบร้อย

สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือผมหน้าม้ายาวจนปิดดวงตาทั้งคู่

ในขณะนี้ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทุกคนถึงเพิ่งเห็นว่าเขากำลังจ้องมองกลับไปยังฉินโชวบนเวที

อาจารย์ผู้ดูแลห้องนั้นกลับไม่ได้โกรธเคืองที่ศิษย์ตัวเองถูกเลือกไป ตรงกันข้าม กลับแสดงสีหน้าโล่งอกปนสับสน

“แปลกจริง ทำไมถึงเลือกลู่อี้เจ๋อ?”

“พรสวรรค์ของลู่อี้เจ๋ออยู่ในระดับปานกลาง แม้จะอยู่ปีที่สี่แล้ว แต่ก็ยังอยู่ที่ระดับสองดาว การประเมินแต่ละครั้งก็ผ่านแบบฉิวเฉียดเท่านั้น”

“สิ่งที่หนักกว่าคือภูมิหลังของเขา... อาจารย์ฉินคิดอะไรอยู่ถึงเลือกนักเรียนแบบนี้?”

ฉินโชวไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เขาเอ่ยชื่อถัดไปทันที

“ชั้นปีเจ็ด ห้องหนึ่ง ชิวหลงเซี่ยง”

คราวนี้เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง

ใครที่อยู่ถึงชั้นปีเจ็ดของสถาบันหลิงเจียงได้ ก็ต้องมีฝีมือและพรสวรรค์ในระดับหนึ่ง

แต่ตอนที่ได้ยินชื่อชิวหลงเซี่ยง หลายคนกลับดูแปลกใจกว่าเดิม

อาจารย์ผู้สอนชั้นปีเจ็ดห้องหนึ่งเงยหน้ามองฉินโชวอย่างประหลาดใจ จากนั้นก็เหลือบตามองเด็กหนุ่มที่เพิ่งถูกเรียกชื่อด้วยสายตาซับซ้อน ราวกับแฝงแววสงสารเล็กน้อย

ตอนนี้ฉินโชวได้เลือกศิษย์ไปแล้วสี่คน เหลือเพียงที่ว่างสุดท้ายเท่านั้น

พูดตามตรง แม้ฉินโชวจะมั่นใจในสี่คนแรก

แต่กับรายชื่อสุดท้ายนี้… เขากลับลังเลเล็กน้อย

“อาจารย์ฉิน ฉันอยากเข้าร่วมชั้นเรียนของคุณ”

ขณะนั้นมีเสียงใสๆ ดังมาจากระยะไกล

เมื่อหันไปตามเสียง ก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งหอบแฮ่กๆ เข้ามาในสนาม พร้อมตะโกนเสี่ยงดัง

เด็กสาวคนนั้นดูเหมือนจะมีอายุราวๆ สิบแปดสิบเก้า แต่สิ่งที่แตกต่างคือ เธอไม่ได้สวมชุดนักเรียน

และการปรากฏตัวของเธอ ก็เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดานักเรียนชายได้ทันที!

เพราะเด็กสาวคนนี้…สวยเกินไป!

ซูเว่ยเว่ยและเจิ้งเย่เย่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดาวเด่นของสถาบัน ก็ต้องยอมรับว่าด้อยกว่าเธอคนนี้เล็กน้อย

แม้แต่เจียงลี่ลี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งผยอง พอได้เห็นหน้าอีกฝ่ายก็ยังอดรู้สึกด้อยกว่าไม่ได้!

แววตา ท่าทาง และการเคลื่อนไหวทุกอย่างของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์ ดูแล้วอดรู้สึกอยากปกป้องไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นคนที่ทำให้ผู้หญิงด้วยกันยากจะรู้สึกอิจฉาหรือเป็นศัตรู

แต่ในขณะนี้ สิ่งที่ทำให้คนทั้งสนามสับสนก็คือ ไม่มีใครรู้จักเด็กสาวคนนี้เลย!

ฉินโชวหันมองเธอพลางขมวดคิ้ว ก่อนหันไปถามผู้อำนวยการติงชุนชิว

“ผู้อำนวยการติง ทำไมฉันไม่เห็นนักเรียนคนนี้อยู่ในรายชื่อล่ะ”

ผู้อำนวยการติงชุนชิวเองก็ดูสับสนไม่แพ้กัน เพราะเขาจำไมได้ว่ามีนักเรียนแบบนี้อยู่ด้วย

เขาหันไปถามอาจารย์ผู้รับผิดชอบการรับนักเรียน “อาจารย์เฉิน เด็กคนนี้เป็นนักเรียนของเราหรือเปล่า?”

อาจารย์วัยกลางคนแซ่เฉินขยับแว่นพลางส่ายหัว “ไม่ใช่แน่ ถ้าเป็นเด็กของสถาบัน เราจะจำไม่ได้ได้ยังไง

เด็กสาวที่สวยสะดุดตาแบบนี้ มองครั้งเดียวก็ไม่ลืมแน่”

เด็กสาววิ่งขึ้นมาบนเวที เหงื่อเม็ดเล็กเกาะแก้ม ทำเอาหนุ่มๆ ข้างล่างแทบใจละลาย

“สวัสดีอาจารย์ฉิน ผมชื่อหวังเปาเปา มาที่นี่เพื่อเป็นลูกศิษย์ของคุณ

นี่คือจดหมายแนะนำจากคุณแม่ คุณแม่บอกว่าแค่คุณได้อ่านจดหมาย ก็จะยอมรับผมเป็นศิษย์แน่นอน!” ดวงตาของหวังเปาเปาเป็นประกายราวกับอัญมณี

เธอถือจดหมายไว้ในมือราวกับว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่า และยื่นให้ฉินโชวด้วยท่าทีที่เคารพอย่างยิ่ง

ฉินโชวรับมาอย่างงุนงง ใครมันจะมีหน้ามีตาขนาดนั้น ถึงคิดว่าจดหมายหนึ่งฉบับก็สั่งให้ฉันรับศิษย์ได้

ต่อให้เป็นราชาสวรรค์มาที่นี่ก็...

พอเห็นเนื้อความในจดหมาย ฉินโชวก็รีบพับมันปิดแทบไม่ทัน

เขาจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แล้วอ้าปากพูด แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

ในที่สุดเขาก็ไอเบาๆ และพูดว่า “ฉัน…ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เรื่องนี้ไม่ตรงตามกฎระเบียบ เธอไม่ใช่นักเรียนสถาบันหลิงเจียง”

หวังเปาเปารีบควักจดหมายอีกฉบับออกมาจากกระเป๋า

จดหมายฉบับนี้ยับยู่ยี่จนเห็นความแตกต่างชัดเจน ไม่เหมือนฉบับแรกที่เก็บไว้แนบอกอย่างทะนุถนอมจนไม่มีแม้แต่รอยยับ

นี่...

ผู้อำนวยการติงชุนชิวรับจดหมายที่ถูกยื่นมาตรงหน้า พลางมองอย่างลังเล

“ขอโทษด้วยลุงผู้อำนวยการ ตอนมาที่นี่ผมรีบมากไปหน่อย เลยเผลอทำมันยับ” หวังเปาเปาพูดพร้อมกับกระพริบตา

ผู้อำนวยการติงชุนชิวก้มลงดูจดหมาย และพูดไปด้วย “อันที่จริง อาจารย์ฉินพูดถูก วันรับนักเรียนใหม่หมดไปแล้ว

อีกอย่าง เธอก็ไม่น่าใช่คนเมืองหลิงเจียง ตามกฎของพันธมิตรแล้ว เราไม่สามารถรับนักเรียนข้ามเขต...”

ก่อนที่ผู้อำนวยการติงชุนชิวจะพูดจบ เขาก็เหลือบไปเห็นสัญลักษณ์หนึ่งในจดหมายยับๆ ตรงหน้า และรีบปิดมันทันที

เขาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อ

“เธอ... เธอ... เธอคือ...”

“ผู้อำนวยการ แบบนี้ผมก็สมัครเข้าเรียนได้แล้วใช่ไหม?” หวังเปาเปาถามด้วยแววตาเป็นประกาย

ผู้อำนวยการติงสูดหายใจเข้าลึก แล้วพูดกับอาจารย์รับสมัครที่นั่งข้างๆ เขาว่า "อาจารย์เฉิน ไปจัดการเรื่องเข้าเรียนของนักเรียนคนนี้ทันที"

“เอ่อ…ผู้อำนวยการ การรับนักเรียนอย่างกะทันหัน มันไม่ค่อยเหมาะ...”

“พอ! ฉันสั่งให้ทำก็ทำเถอะ! ตั้งแต่วันนี้ไป หวังเปาเปาคือนักเรียนของสถาบันหลิงเจียง

จัดหอพักให้อยู่ติดหอพักของฉัน ข้าวของเครื่องใช้จัดให้ครบถ้วน!”

พูดจบ เขาหันไปยิ้มอบอุ่นให้หวังเปาเปา “นักเรียนหวัง ตั้งแต่นี้ไปเธอคือนักเรียนของสถาบันหลิงเจียงแล้วนะ

หากมีเรื่องอะไรก็บอกลุงติงได้เลย”

“ขอบคุณผู้อำนวยการ” หวังเปาเปาโค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนหันไปมองฉินโชวและเอ่ยถามอย่างสุภาพ “อาจารย์ฉิน ตอนนี้ผมก็เป็นนักเรียนสถาบันหลิงเจียงแล้ว แบบนี้ก็เป็นลูกศิษย์ของคุณได้แล้วใช่ไหม?”

เส้นสีดำหลายเส้นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของฉินโชว เขาหันไปมองผู้อำนวยการติงที่อยู่ข้างๆ

ความรับผิดชอบของคุณหายไปไหน? ความยึดมั่นในกฎระเบียบของคุณไปอยู่ที่ไหนแล้ว?

แต่ผู้อำนวยการติงกลับเบือนหน้าหนี ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สีหน้าดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

คนแบบนี้… เขาไม่กล้าไปยุ่งด้วยจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 9 นักเรียนสาวสวยที่ตกมาจากฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว