- หน้าแรก
- ปรมาจารย์เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 8 การขโมยนักเรียน
บทที่ 8 การขโมยนักเรียน
บทที่ 8 การขโมยนักเรียน
ฉินโชวยืนอยู่บนเวที สายตากวาดมองผู้คนกว่าพันชีวิตที่อยู่ด้านล่าง
ในขณะนี้ ผู้คนนับพันกำลังจับจ้องมาที่เขาด้วยสายตาที่หลากหลาย
แต่สีหน้าของฉินโชวยังคงสงบ เพราะเขาเคยผ่านฉากที่ใหญ่กว่านี้มาแล้ว
จะไปใส่ใจกับสายตาแค่พันกว่าคู่ตรงหน้าได้ยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังแอบมองไปทางร่างหนึ่งด้วยสายตาล้อเลียน
ทันทีที่สายตาทั้งสองประสานกัน สีหน้าของเจิ้งเย่เย่ก็เปลี่ยนไปทันใด เพราะเธอจำคำพูดของผู้อำนวยการได้
ผู้ชายคนนี้มาเพื่อเลือกนักเรียน!
และตอนนี้ เขากำลังมองมาที่เธอ! หรือว่า…
หัวใจเจิ้งเย่เย่ดิ่งวูบ เธอแทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น เธอพยายามย่อตัว ซ่อนอยู่ข้างหลังเพื่อนให้มากที่สุด
‘ไม่เห็นฉัน ไม่เห็นฉัน…’ เจิ้งเย่เย่ภาวนาในใจ
"ชั้นปีหก ห้องสาม... เจิ้งเย่เย่"
คำพูดของฉินโชวดังขึ้นกลางเวที สายตาหลายคู่หันจากเขาไปจับจ้องที่เจิ้งเย่เย่แทน
จิ้งเย่เย่ถือเป็นกึ่งๆ คนดังในสถาบันหลิงเจียง เนื่องจากความขยันหมั่นเพียร และพรสวรรค์ที่สามารถก้าวมาเป็นปรมาจารย์เกราะสามดาวได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นปีหก
ทว่าเวลานี้ เจิ้งเย่เย่มีเพียงความคิดเดียวในใจเธอ
อยากหนี…แต่หนียังไงก็หนีไม่พ้น
บนเวที ฉินโชวหันมองเจิ้งเย่เย่ด้วยสายตาล้อเลียน คล้ายจะถามว่า “ตกใจไหม? คาดไม่ถึงล่ะสิ?”
“ผู้อำนวยการ! ฉันไม่ยอม!” เจิ้งเย่เย่กำหมัดแน่น และตะโกนขึ้นเสียงดัง
ที่จริงแล้ว เจิ้งเย่เย่ไม่ได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเลย ชายคนนี้เป็นแค่ช่างเกราะเถื่อน จะมาสอนเธอได้ยังไงกัน!
ถ้าเป็นพี่สาวไห่ถางก็ว่าไปอย่าง
แต่เขา…ฉินโชว? ไม่คู่ควร!
“ใช่! ฉันก็ไม่เห็นด้วย ทำไมคนที่เพิ่งถูกดึงเข้ามา ถึงมีสิทธิ์สอนนักเรียนของพวกเรา?
อย่างน้อยก็ควรบอกพวกเราก่อนสิ ว่าเขาเป็นใคร เคยอยู่สถาบันไหนมาก่อน ดูแลลูกศิษย์มากี่คน!” หยางเทียนเฉิงก็ยืนขึ้นโต้แย้งเช่นกัน
เจิ้งเย่เย่คือลูกศิษย์ที่เขาหมายตาไว้ แม้พรสวรรค์ของเธอจะไม่สูงมากนัก แต่เธอก็มีความหวังที่จะเป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาวก่อนอายุ 20 ปี
สำหรับเขาแล้ว นี่คือผลงานที่จะใส่ลงในประวัติการสอนอย่างภาคภูมิ
อาจารย์คนอื่นๆ ก็เริ่มพึมพำ ไม่เห็นด้วยเช่นกัน
เหงื่อผุดเต็มหน้าผากผู้อำนวยการติงชุนชิว แม้เขาจะไม่เต็มใจ แต่เขายังคงก้าวออกมาพูดเสียงขรึม “เงียบให้หมด!
นี่คือคำสั่งของท่านเจ้าเมือง และท่านยังฝากคำมาอีกด้วย
หากนักเรียนที่ถูกอาจารย์ฉินเลือกไม่เต็มใจเข้าร่วมคลาสพิเศษ ก็จะถูกขับออกจากสถาบันทันที!
และหากในการเรียนการสอนเกิดการขัดขืน ไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะขับออกจากสถาบันหลิงเจียงเช่นกัน!”
เมื่อคำเหล่านี้ถูกพูดออกไป ผู้ฟังทั้งหมดก็ตกตะลึง
มีเจ้าเมืองหนุนหลังขนาดนี้ นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น บทลงโทษคือการขับออกจากสถาบันโดยตรง ไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้ต่อรอง!
หลังจากได้ยินแบบนั้น หยางเทียนเฉิงและเจิ้งเย่เย่ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เพราะในยุคมหาวิบัตินี้ เจ้าเมืองคือผู้มีอำนาจสูงสุดในแต่ละเมือง
สำหรับเมืองหลิงเจียงแล้ว สามารถพูดได้เต็มปากว่าเจ้าเมืองซูผู้นี้เป็นจักรพรรดิท้องถิ่น
ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของเขาในเมืองหลิงเจียง
ในจังหวะนั้นเอง ฉินโชวก็พูดขึ้นด้วยท่าทางไม่แยแส เมื่อครู่มีคนสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของฉัน งั้นก็จะบอกให้ชัดเจนไปเลย
ฉันไม่ใช่อาจารย์ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันไหนหรอก
ส่วนเรื่องการสอนนักเรียน ก็แค่เคยทำมาบ้างเมื่อสิบกว่าปีก่อน เป็นการชี้แนะเจ้าหนุ่มไม่กี่คน
ส่วนฐานะของฉันตอนนี้… คงมีบางคนในที่นี้จำได้แล้ว
ฉันเป็นช่างเกราะที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองหลิงเจียง
หลายปีที่ผ่านมา ฉันเปิดร้านเล็กๆ ที่ชื่อ ‘ร้านช่างเกราะต้าหวง’ ในเมืองหลิงเจียง
หากอาจารย์ท่านไหนหรือศิษย์คนไหนอยากใช้บริการ ก็แวะมาได้
อาจารย์และนักเรียนจากสถาบันหลิงเจียงทุกคนจะได้รับส่วนลด 5%”
ไอ้หมอนี่ยังอุตส่าห์ใช้โอกาสนี้มาโฆษณาร้านตัวเองอีก…
ผู้อำนวยการติงชุนชิวได้แต่กล้ำกลืนความคิดในใจ แสร้งทำเฉย ยืนอยู่ด้านหลังฉินโชวโดยไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหนดี
แต่คำพูดของฉินโชวกลับสร้างแรงกระเพื่อมลูกใหญ่
ไม่มีประสบการณ์การสอน?
เป็นช่างเกราะ?
ร้านช่างเกราะต้าหวงทางตอนใต้ของเมือง?
“มิน่าล่ะ ฉันถึงว่าหน้าคุ้นๆ จริงๆ แล้วก็เป็นแค่ช่างเกราะนี่เอง ฉันยังเคยไปที่ร้านเขามาก่อนด้วย!”
“ท่านเจ้าเมืองคงแก่จนเลอะเลือนแล้วแน่ๆ ถึงได้ให้ช่างเกราะมาสอนพวกเรา เขาจะมาสอนพวกเราทำเกราะรึไง?”
“ฉันนึกว่าจะได้อาจารย์เก่งๆ ทีนี้ใครถูกคนๆ นี้เลือกเป็นศิษย์คงซวยสุดๆ”
เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ไปทั่วสนาม
สีหน้าของเจิ้งเย่เย่ดำมืดไปทันที
แต่ก่อนเธอยังอายเกินกว่าจะพูดออกมาตรงๆ ว่าฉินโชวเป็นใคร ไม่นึกเลยว่าเขาจะประกาศตัวเองออกมาหน้าตาเฉย!
“ฮ่าฮ่าฮ่า ยินดีด้วยนะเย่เย่
คนมีพรสวรรค์สูงอย่างเธอถึงกับได้อาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แบบนี้ นับว่าโชคดีเหลือเกิน
ต่อไปการเป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาวก่อนอายุยี่สิบก็คงไม่ยากแล้วสิ” เจียงลี่ลี่ฉวยโอกาสพูดแดกดันเสียงดัง
“จะรอให้ถึงยี่สิบทำไมล่ะ ฉันว่าปีหน้าก็ขึ้นสี่ดาวได้แล้ว ฮ่าฮ่า!”
“ช่างเกราะ…ให้อาชีพแบบนี้มาเป็นอาจารย์นะ ถ้าเป็นฉันล่ะก็ คงรู้สึกเหมือนชีวิตจบสิ้นแล้วแน่ๆ”
สหายของเจียงลี่ลี่คว้าโอกาสสาดคำถากถางไม่หยุด
ด้านเพื่อนๆ ของเจิ้งเย่เย่เอง แม้อยากจะปลอบใจ แต่ก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมา
“งั้นขอถามหน่อยเถอะว่าคุณฉินเป็นช่างเกราะระดับไหน? ทำไมไม่เห็นคุณสวมเครื่องหมายช่างเกราะเลย?” หยางเทียนเฉิงก้าวออกมาถามเสียงดัง
“เครื่องหมายช่างเกราะงั้นเหรอ? ฉันไม่ได้ไปสอบ” ฉินโชวตอบอย่างไม่ใส่ใจ
คำตอบนี้ทำเอาผู้คนอึ้งกันไปทั้งสนาม
ช่างเกราะคนนี้ยังเป็นช่างเกระไร้ใบอนุญาติอีกด้วย!
“พอได้แล้วๆ อาจารย์ฉิน รีบเลือกนักเรียนต่อเถอะ” ผู้อำนวยการติงชุนชิวแทบไม่อาจทนบรรยากาศได้อีก จึงเร่งเร้าให้ฉินโชวเลือกนักเรียนให้เสร็จโดยเร็ว เพราะหลังจากนี้เขาคงต้องไปคุยกับเจ้าเมืองอีกแน่
ฉินโชวเริ่มเรียกชื่อทันที
“นักเรียนจากคลาสพิเศษหลิงเจียง ห้องหนึ่ง ซูเว่ยเว่ย”
ทันทีที่ชื่อถูกประกาศออกมา ผู้ฟังในสนามก็ระเบิดเสียงขึ้นอีกครั้ง!
สายตาทุกคู่หันไปยังสามจุด ฉินโชว, ซูเว่ยเว่ย, และหยางเทียนเฉิง!
เพราะตอนนี้ซูเว่ยเว่ยยังเป็นลูกศิษย์ของหยางเทียนเฉิงอยู่
ฉินโชวไม่เพียงแค่แย่งนักเรียนที่ควรเป็นของหยางเทียนเฉิงไปเท่านั้น แต่ยังจะขโมยนักเรียนของหยางเทียนเฉิงต่อหน้าอีกฝ่ายอีก
เรื่องแบบนี้…ใครมันจะทนได้!
“คุณฉิน คุณอย่าล้ำเส้นเกินไป!” หยางเทียนเฉิงจ้องฉินโชวด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
การเลือกเจิ้งเย่เย่ก็แล้วไป เขายอมกล้ำกลืนให้เพราะเห็นแก่หน้าเจ้าเมือง
แต่ตอนนี้ถึงขั้นจะมาแย่งซูเว่ยเว่ยอีก
ซูเว่ยเว่ยคือลูกศิษย์ที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในรอบหลายปี เธอเป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาวตั้งแต่อายุเพียงสิบแปด!
นั่นหมายความว่า ก่อนอายุยี่สิบปี ซูเว่ยเว่ยมีโอกาสเลื่อนสู่ระดับห้าดาวแทบจะแน่นอน และอาจก้าวเข้าสู่หกดาวได้ด้วยซ้ำ!
หากเป็นจริงขึ้นมา เส้นทางอาชีพอาจารย์ของหยางเทียนเฉิงก็จะถูกจารึกด้วยหมึกทองคำ กลายเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา!
“อาจารย์หยาง เรื่องซูเว่ยเว่ยนี่ไม่เกี่ยวกับฉันหรอก
เรื่องนี้เจ้าเมืองเป็นคนกำหนดเอาไว้เอง ถ้าไม่พอใจก็ไปคุยกับเจ้าเมืองเอาเองเถอะ” ฉินโชวไหวไหล่ ตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ความจริงแล้ว ในสายตาของฉินโชว เขาไม่ได้มองซูเว่ยเว่ยเป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์ดีที่สุดด้วยซ้ำ
“แก…” หยางเทียนเฉิงถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกกำหนดโดยเจ้าเมืองโดยตรง
ต้องรู้ว่าซูเว่ยเว่ยเป็นหลานสาวแท้ๆ ของเจ้าเมือง และเขาก็ไม่มีสิทธิ์คัดค้าน
“ฉินโชว! ฉันขอท้าสู้กับแก! ใครแพ้ต้องออกจากสถาบันหลิงเจียงไป!” หยางเทียนเฉิงคำรามด้วยความเดือดดาล
ตราบใดที่ฉินโชวออกจากสถาบันไป ปัญหาทุกอย่างก็จะถูกแก้ไข
บรรยากาศรอบสนามจึงแปรเปลี่ยนไปทันควัน กลายเป็นกลิ่นคุกรุ่นแห่งการประลอง!