- หน้าแรก
- ปรมาจารย์เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 10 คลาสพิเศษหลิงเจียง
บทที่ 10 คลาสพิเศษหลิงเจียง
บทที่ 10 คลาสพิเศษหลิงเจียง
หลังจากที่ฉินโชวเลือกลูกศิษย์แล้ว ก็ถึงเวลาสำหรับอาจารย์คนอื่นๆ
ปกติแล้ว ขั้นตอนนี้มักจะเป็นไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย
แต่เนื่องจาก ‘การแสดง’ ของฉินโชวก่อนหน้านี้ ไฮไลต์ดังกล่าวจึงไม่น่าสนใจอีกต่อไป
เวลานี้นักเรียนต่างเอาแต่พูดถึงฉินโชว บ้างก็เสียดายที่พรสวรรค์ของเจิ้งเย่เย่และซูเว่ยเว่ยต้องสูญเปล่า
บ้างก็อยากรู้ตัวตนของหวังเปาเปาผู้งดงาม และอยากหาโอกาสทำความรู้จักเธอ
หลังเสร็จสิ้นพิธีเลือกลูกศิษย์ ก็มาถึงการรวมตัวของแต่ละชั้นเรียนเป็นครั้งแรก
“นักเรียนของคลาสพิเศษหลิงเจียง ห้องสอง ตามฉันมา” ฉินโชวตะโกนเรียก ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจว่าจะมีใครตามมาหรือไม่ โดยมีผู้อำนวยการติงเดินตามเขาไปข้างๆ
เพื่อให้เป็นทางการ สถาบันจึงตั้งชื่อชั้นเรียนให้ว่า ‘คลาสพิเศษหลิงเจียง ห้องสอง’
หวังเปาเปาก็เดินตามหลังเขาไปอย่างว่าง่าย ราวกับลูกแมวเชื่องๆ
ลู่อี้เจ๋อที่ซ่อนดวงตาไว้ใต้ผมยาวนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเดินตามไปเช่นกัน
“ไม่ว่าเธอจะคิดยังไงก็ตาม
ตอนนี้เดินตามไปก่อนก็แล้วกัน อย่าลืมว่าผู้อำนวยการเพิ่งประกาศว่าใครไม่เชื่อฟังคำสั่งของอาจารย์ฉินจะถูกไล่ออกจากสถาบัน” ชิวหลงเซี่ยงเหลือบมองเจิ้งเย่เย่ที่ยืนนิ่ง ก่อนสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง และเดินตามไป
“พี่เว่ยเว่ย เราจะทำยังไงดี?
ทำไมเมื่อกี้ทำไมพี่ไม่พูดอะไรเลย?
เดิมทีพี่ก็เป็นศิษย์ของอาจารย์หยาง แต่ตอนนี้กลับถูกคนๆ นี้แย่งมา!” เจิ้งเย่เย่เอ่ยอย่างร้อนรน ใจเต็มไปด้วยความกังวล
เธอคิดจะเป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาวก่อนอายุยี่สิบ แต่พอมาอยู่กับอาจารย์แบบนี้ เธอจะไปถึงฝันได้ยังไงกัน!
และเธอเพิ่งนึกได้ว่า ตั้งแต่ฉินโชวเริ่มเรียกชื่อจนถึงตอนนี้ ซูเว่ยเว่ยยังไม่เอ่ยปากสักคำ
ทั้งๆ ที่ซูเว่ยเว่ยควรจะเป็นจุดสนใจ แต่พอมีการเลือกที่เหนือความคาดหมาย และยิ่งมีการปรากฏตัวของสาวงามหวังเปาเปา ความสนใจของคนส่วนใหญ่ก็เบนไป ทำให้ทุกคนสนใจซูเว่ยเว่ยน้อยลง
“ไปก่อนเถอะ” ซูเว่ยเว่ยตอบเสียงเรียบ แววตาซับซ้อน ไม่ยอมอธิบายอะไรเพิ่มเติม
ในหัวเธอตอนนี้มีเพียงสิ่งที่ปู่บอกไว้ก่อนเธอจะมา
"หากหลานอยากก้าวไปสู่ปรมาจารย์เกราะเจ็ดดาวก่อนอายุยี่สิบล่ะก็...
ทั้งเมืองหลิงเจียง... ไม่สิ! แม้แต่ทั่วทั้งพันธมิตร ก็มีเพียงคนๆ นี้เท่านั้นที่จะช่วยหลานได้”
ตอนที่ปู่พูดแบบนั้น สีหน้าของปู่จริงจังมาก และแม้แต่ดวงตาของปู่ก็ยังแสดงความชื่นชมออกมา
นั่นทำให้ซูเว่ยเว่ยสงสัยว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรพิเศษขนาดนั้น
แต่ไม่ว่าถามอย่างไร ปู่ของเธอก็ไม่ยอมบอกเพิ่มเติม เพียงแค่บอกว่า “รอเวลาให้ถึงวันที่ต้องรู้ก็จะรู้เอง”
แต่ต่อให้ยังมีข้อกังขามากมาย ซูเว่ยเว่ยก็เชื่อใจปู่ของเธอ 100% ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ต่อต้านอะไร
อย่างไรก็ตาม หากฉินโชวไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นอาจารย์ของเธอจริงๆ เธอก็ไม่มีทางยอมเป็นศิษย์ของเขาตามคำแนะนำของปู่เธอหรอก
ท่ามกลางความคิดที่แตกต่างของแต่ละคน ฉินโชวกับผู้อำนวยการติงก็มาถึงลานบ้านที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง
“ที่นี่สร้างไว้สำหรับคลาสพิเศษโดยเฉพาะ
ห้องตรงกลางสามารถใช้เป็นห้องเรียนได้ และห้องข้างๆ ยังมีอุปกรณ์ฝึกฝนพื้นฐานบางส่วน
นอกจากนี้ยังมีหอพักอีกสองแห่ง ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าพักได้ห้าคนต่อห้อง และมีครัวแยกต่างหาก
แต่เรื่องพ่อครัวต้องจ้างเองนะ หรือไม่ก็ทำกินกันเอง” ผู้อำนวยการติงกล่าวแนะนำอย่างเป็นทางการ
ฉินโชวหันไปมองยังลานบ้านอีกฝั่งที่อยู่ติดกัน และเห็นป้ายที่แขวนอยู่หน้าประตู
คลาสพิเศษ ห้องหนึ่ง
พอดีกับตอนนั้น หยางเทียนเฉิงก็พาลูกศิษย์ใหม่ของเขาเดินกลับมาถึงลานบ้านพอดี
สายตาของเขาสบเข้ากับฉินโชว ก่อนจะกวาดมองผ่านเจิ้งเย่เย่และซูเว่ยเว่ยไป
ซูเว่ยเว่ยพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพต่ออาจารย์เก่า
สุดท้าย สายตาของหยางเทียนเฉิงก็หยุดอยู่ที่ฉินโชว เขาพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ก่อนพาลูกศิษย์เดินเข้าบ้านไป
เจิ้งเย่เย่ถึงกับตกใจ เมื่อเห็นว่าในบรรดาลูกศิษย์ใหม่ของหยางเทียนเฉิงมีเจียงลี่ลี่อยู่ด้วย
เจียงลี่ลี่ก็หันมามองเจิ้งเย่เย่เช่นกัน เธอขยับริมฝีปากเล็กน้อย และมองเจิ้งเย่เย่เย่อย่างท้าทาย
เรื่องนี้ทำให้เจิ้งเย่เย่โกรธจนแทบจะระเบิด
“ฉันยังมีเรื่องต้องจัดการอีกมาก ขอตัวก่อนก็แล้วกัน ถ้าต้องการอะไรก็ติดต่อมาได้เลย” ผู้อำนวยการติงบอกลาแล้วเดินออกไป
เขาประเมินว่าตอนนี้ห้องทำงานของตัวเองคงเหมือนภูเขาไฟปะทุ หากเขายังไม่ไปที่นั่น คงได้เกิดเรื่องใหญ่แน่
ก่อนจะจากไป เขาหันไปมองนักเรียนทั้งห้าคน แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อาจารย์ฉินเป็นอาจารย์ที่ท่านเจ้าเมืองเชิญมาด้วยตัวเอง พวกเธอต้องเชื่อฟังการสอนของเขานะ”
แล้วก็นักเรียนหวัง หากต้องการอะไรก็มาคุยกับฉันได้
ทางสถาบันได้จัดหอพักแยกไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะมีอาจารย์พาไปดู”
คำพูดประโยคหลังเป็นการเอ่ยกับหวังเปาเปาโดยเฉพาะ
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนยิ่งสงสัยในตัวตนของเธอ
ต้องรู้ว่า แม้แต่หลานสาวของเจ้าเมืองอย่างซูเว่ยเว่ยยังไม่ถูกพูดถึง แต่กลับพูดกับหวังเปาเปาเป็นพิเศษ
สาวสวยคนนี้มาจากไหนกันแน่?
“ขอบคุณ ลุงผู้อำนวยการ” หวังเปาเปาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
หลังจากผู้อำนวยการติงออกไป
ฉินโชวผลักประตูห้องเรียนเข้าไป แต่ด้านในยังเต็มไปด้วยฝุ่นหนา เขาโบกมือปัดแล้วเดินกลับออกมา เลือกนั่งลงบนเก้าอี้หินกลางลานบ้านแทน
“ฉันรู้ว่าพวกเธอคงเต็มไปด้วยคำถาม
แต่ยังไงก็ตาม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันเป็นอาจารย์ของพวกเธอ
ฉันเองก็ไม่ได้อยากทำงานนี้หรอก แต่เจ้าเมืองซูดันยืนกรานให้ฉันทำ และยังให้สัญญาที่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้
ฉันอาจไม่เก่งเรื่องอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันยึดถือเสมอคือ พูดแล้วต้องทำ
ตั้งแต่วินาทีนี้ไป พวกเธอคือลูกศิษย์ของฉัน และฉันจะสอนพวกเธออย่างเต็มที่
ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันคืออาจารย์ของพวกเธอ ชื่อของฉันคือ ฉินโชว!”
“ฉันไม่ยอม! ทำไมต้องให้ลุงมาเป็นอาจารย์ของเราด้วย
ลุงคู่ควรเหรอ! ถ้าเป็นพี่ไห่ถางยังว่าไปอย่าง!” เจิ้งเย่เย่ก้าวออกมาโต้เถียงทันที
ทัศนคติแข็งกร้าวของเจิ้งเย่เย่ทำเอาทุกคนถึงกับแปลกใจ
ฉินโชวจ้องไปที่เจิ่งเย่เย่ แววตาเย็นเฉียบจนเจิ้งเย่เย่ถึงกับตัวแข็ง
“เจิ้งเย่เย่ ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจ
นี่จะเป็นครั้งแรก…และครั้งสุดท้ายที่ฉันยอมให้เธอเสียมารยาทกับอาจารย์ได้
ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ฉันจะประกาศกฎข้อแรกของฉัน
ในฐานะลูกศิษย์ของฉัน คำพูดของฉันคือกฎสูงสุด ไม่อนุญาตให้โต้เถียงหรือสงสัย
หากไม่ต้องการ ก็ไปหาผู้อำนวยการหรือเจ้าเมืองแล้วขอถอนตัวออกไปได้
ตราบใดที่พวกเขาอนุญาต ฉันก็ไม่ขัด
แต่ถ้ายังอยู่ในห้องเรียนของฉัน ทุกครั้งที่ละเมิดกฎจะต้องได้รับโทษ
และถ้าไม่ยอมรับโทษ… ก็ไสหัวออกจากสถาบันหลิงเจียงไป!”
“ได้ยินที่ฉันพูดไหม เจิ้งเย่เย่?”
ชั่วขณะนั้น เจิ้งเย่เย่รู้สึกว่าชายตรงหน้ากลายเป็นคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ที่เธฮเจอในบ้านทางตอนใต้ของเมือง แต่เป็นใครอีกคนที่น่าเกรงขามเกินจะต้าน
ยิ่งกว่านั้น สายตาของเขายังคมราวกับกระบี่ จนเหมือนจะแทงทะลุหัวใจของเธอ
“ฉัน…ฉัน…” เจิ้งเย่เย่อ้ำอึ้ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
“พูดให้ดัง! หรือว่าปรมาจารย์เกราะสามดาวที่กล้าวิ่งออกไปโจมตีรังปูก้ามแดงอย่างเธอ จะไม่มีปากไว้พูดแล้ว!” เสียงของฉินโชวไม่ได้ดังนัก แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันจนผู้ฟังขนลุก
บรรยากาศนั้นทำให้แม้แต่ซูเว่ยเว่ยก็ยังตกใจ พลังอำนาจบางอย่างที่ผู้ชายคนนี้แผ่ออกมา… มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย!
ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่?
เขาเป็นเพียงช่างเกราะอย่างที่พูดจริงๆ เหรอ?