- หน้าแรก
- ปรมาจารย์เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 3 เจ้าลูกบอลนี่กวนเกินไปหน่อย
บทที่ 3 เจ้าลูกบอลนี่กวนเกินไปหน่อย
บทที่ 3 เจ้าลูกบอลนี่กวนเกินไปหน่อย
หลังอาหารเย็น ฉินโชวลุกขึ้นและเตรียมล้างจาน
“นายยังมีออเดอร์ต้องทำอีกไม่ใช่เหรอ?
การล้างจานพวกนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเองเถอะ” ไห่ถางผลักฉินโชวออกไปด้านข้าง และรับหน้าที่ล้างจานแทน
“ก็ได้ งั้นฉันไปทำงานต่อก่อน” ฉินโชวไม่เกรงใจ เดินออกจากครัวไป
เวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิท พระจันทร์แขวนอยู่บนท้องฟ้า
ฉินโชวหันกลับมาและมองผ่านหน้าต่างไปยังร่างสวยที่กำลังล้างจาน
แววตาเขาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปทางห้องตะวันออก
ห้องตะวันออกเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของบ้าน โดยกินพื้นที่ไปเกือบครึ่ง และยังสูงราวกับอาคารสามถึงห้าชั้นเลยทีเดียว
ประตูห้องตะวันออกมีรูกุญแจ แต่ไม่มีลูกกุญแจที่สามารถไขเปิดมันได้
เมื่อฉินโชวยืนอยู่หน้าประตู เส้นแสงที่ตามนุษย์ทั่วไปมองไม่เห็นก็กวาดลงมา
[ยืนยันตัวตนแล้ว เจ้าของบ้าน ฉินโชว]
เสียงจักรกลดังขึ้น และประตูก็เปิดออก
แต่ตอนนี้ภายในห้องมืดสนิท แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
จากความมืด แววตาสีแดงคู่หนึ่งพลันสว่างขึ้น
“ยินดีต้อนรับ…นายท่าน” เสียงจักรกลแผ่วต่ำดังขึ้น
“คราวหน้าช่วยเปิดไฟก่อนจะได้ไหม? แบบนี้มันดูน่ากลัวรู้ไหม
ถ้าลูกค้าเห็นแกในสภาพนี้คงตกใจวิ่งหนีไปแน่“ฉินโชวกลอกตา ก่อนสั่งเสียงขรึม”เปิดไฟทั้งหมด”
ทันใดนั้น ทั้งห้องก็สว่างขึ้น เผยให้เห็นลูกบอลทรงรีลอยอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีแดงคู่นั้นแท้จริงคือจุดแสงเล็กๆ คล้ายเมล็ดถั่วสองเม็ดติดอยู่บนลูกบอลรูปไข่
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง"
เมื่อเจ้าต้าหวงที่อยู่นอกบ้านเห็นลูกบอลลอยอยู่กลางอากาศ มันก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าตาของมันจะเห็นของเล่นอะไรบางอย่าง
“ตามกฎของห้องตะวันออก: ไม่อนุญาตให้สุนัขที่มีกลิ่นตัวเข้ามา” เสียงจักกลของลูกบอลเอ่ยขึ้น
ในเวลาเดียวกัน กระแสไฟฟ้าก็ปรากฏขึ้นที่ประตูห้องตะวันออก บังคับให้ต้าหวงที่ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาในห้องต้องเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจ คาบความผิดหวังเดินวนอยู่หน้าประตู
จากนั้นประตูห้องตะวันออกก็ปิดลง
จากภายนอกห้องตะวันออกอาจดูเหมือนสูงสามถึงห้าชั้น แต่แท้จริงแล้วด้านในไม่มีชั้นบนชั้นล่างใดๆ ทั้งสิ้น
ที่ทางเข้ามีฉากกั้นเพื่อบังตา เผื่อมีใครมองเข้ามาตอนเปิดประตู
“สวัสดีนายท่าน
เราไม่ได้เจอกันมา 15 ชั่วโมง 23 นาที และ 17 วินาทีแล้ว
ท่านคิดถึงเสี่ยวฉีบ้างไหม?
แต่เสี่ยวฉีไม่คิดถึงนายท่านหรอกนะ เพราะทุกครั้งที่นายท่านไม่อยู่ เสี่ยวฉีจะปิดตัวเอง แบบนั้นก็จะไม่ต้องทนกับความเหงาเวลาไม่มีนายท่าน”
“ตอนนี้อุณหภูมิภายนอกอยู่ที่ 12° และอุณหภูมิภายในยังคงเท่าเดิมที่ 18° เหมือนกับความรักของเสี่ยวฉีที่มีต่อนายท่าน ซึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
“เสี่ยวฉี…”
เส้นสีดำปรากฏบนหน้าผากของฉินโชว
“หุบปากซะ”
“สับสน เสี่ยวฉีไม่มีปาก”
“เงียบ”
“รับทราบ เสี่ยวฉีจะเงียบ หากนั่นคือสิ่งที่นายท่านต้องการ”
ดวงตาสีแดงทั้งสองข้างจ้องไปที่ฉินโชวอย่างอาลัย ทำเอาฉินโชวอยากถอนหายใจ แต่เลือกเมินมันเสีย
เมื่อเดินอ้อมฉากกั้นเข้าไปด้านใน
ก็พบกับโถงใหญ่กว้างขวาง เพดานโค้ง และยังมีบันไดทอดลึกลงไปอีกห้าหกเมตรสู่พื้นที่ใต้ดิน
ด้านในมีเกราะจักรกลสีดำสนิทที่มีลักษณะคล้ายกันสามตัวยืนอยู่ โดยมีแขนกลมากมายตรึงพวกมันไว้
ข้างๆ ยังมีเครื่องมือหลากชนิดวางเรียงกัน
โดยเกราะจักรกลแต่ละตัวมีความสูงกว่าห้าเมตร
ฉินโชวเดินลงบันได ก้าวไปยืนตรงหน้าเกราะจักรกลทั้งสาม
“โครงสร้างหลักเสร็จเกือบหมดแล้ว…
เหลือก็แค่ขั้นตอนสุดท้าย การหล่อวิญญาณเท่านั้น" ฉินโชวยกมือขึ้น แหวนมิติที่นิ้วส่องประกายวาบ และคริสตัลสามก้อนที่รูปร่างไม่สมมาตรก็ปรากฏขึ้น
“วันนี้ออกไปเพื่อหาคริสตัลอสูรระดับมอนสเตอร์มาสามก้อนแท้ๆ แต่กลับบังเอิญเจอเย่เย่กับเพื่อนๆ ระหว่างทางเลยได้ฆ่าสัตว์อสูรระดับมอนสเตอร์ไปสองสามตัว ซึ่งพอดีกับที่ต้องการพอดี”
เขายกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นคริสตัลก้อนใหญ่ สีสันใกล้เคียงกับก้อนก่อนหน้า แต่ขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า
นี่คือคริสตัลอสูรของราชาปูก้ามแดงที่เพิ่งถูกโค่นไป!
ตามชื่อที่บ่งบอก สัตว์อสูรก็คือสัตว์ประหลาดต่างมิติที่บุกเข้ามาในโลกนี้เมื่อร้อยกว่าปีก่อน
หายนะครั้งนั้นแทบจะทำให้โลกล่มสลาย สัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลหลั่งไหล่ออกมาจากรอยแยกมิติ นำพาหายนะมาสู่โลก
ต่อมาหายนะครั้งนั้นก็ถูกเรียกว่ามหาภัยพิบัติ และสัตว์ประหลาดเหล่านั้นก็ถูกเรียกว่าสัตว์อสูร
ผู้คนทั่วโลกพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านการรุกรานของสัตว์อสูร แต่ก็แทบไม่มีผล
เพราะอาวุธนิวเคลียร์ไม่เพียงไม่ทำร้ายสัตว์อสูร กลับยิ่งเสริมพลังให้พวกมัน!
ทุกครั้งที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ ไม่เพียงไม่กำจัดศัตรู กลับยิ่งสร้างหายนะซ้ำหนักกว่าเดิม
โชคยังดีที่ในการรบครั้งหนึ่ง มนุษย์ได้ค้นพบว่าเกราะจักรกลสามารถใช้ต่อกรกับสัตว์อสูรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยอาศัย ‘คริสตัลอสูร’ ที่ขุดได้จากร่างสัตว์อสูรเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ
นับแต่นั้น มนุษย์จึงเอาชีวิตรอดมาได้…แม้จะเป็นเพียงการเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบากก็ตาม
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนค้นพบโดยบังเอิญว่าสามารถทำให้เกราะจักรกลหลอมรวมเข้ากับร่างกายได้ ทำให้พลังต่อสู้ก้าวกระโดดอย่างมหาศาล
หลังการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจหลักการดังกล่าว
และให้กำเนิดสองอาชีพใหม่ขึ้นมา
นั่นคือ ปรมาจารย์เกราะและช่างเกราะ
ปรมาจารย์เกราะ คือผู้ที่สามารถสร้างพันธะกับเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และใช้เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้กับสัตว์อสูร
ช่างเกราะ คือผู้ที่สามารถหล่อวิญญาณให้กับเกราะจักรกลธรรมดาๆ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ปรมาจารย์เกราะสามารถสร้างพันธะได้
ในสายตาคนนอก ฉินโชวเป็นเพียงช่างเกราะคนหนึ่งเท่านั้น!
“เริ่มจากตัวนี้ก่อนแล้วกัน…” ฉินโชวมองไปยังเกราะจักรกลที่ถือคันธนูยาว
[วูซู - ธนู]
นี่คือ วูซู เกราะจักรกลรุ่นผลิตจำนวนมากที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ โดยเฉพาะในหมู่ปรมาจารย์เกราะที่มีระดับต่ำกว่าห้าดาว
สาเหตุหลักก็เพราะมันราคาถูก ผลิตง่าย และสามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการได้หลากหลาย
ตัวตรงหน้านี้ วูซู - ธนู อาวุธหลักคือธนูพลังงาน
ข้างๆ กันก็เป็นวูซูเช่นกัน แต่มีอาวุธที่แตกต่างกัน ตัวหนึ่งเป็นหอก และอีกตัวหนึ่งเป็นโล่
แน่นอนว่า ไม่เพียงแค่เปลี่ยนอาวุธเท่านั้น แต่ตัวเกราะยังปรับแต่งให้สอดคล้องกับอาวุธที่ใช้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น วูซู - ธนู จุดเด่นของมันอยู่ที่ความคล่องตัวและการยิงลูกศรพลังงานระยะไกล ตัวเกราะจึงถูกออกแบบให้เบาและคล่องตัวที่สุด ทำให้การป้องกันค่อนข้างอ่อนแอ
ส่วน วูซู - โล่ เน้นการป้องกัน อาวุธของมันคือโล่โลหะผสมสีดำขนาดยักษ์ที่สูงเท่าตัวมัน ตัวเกราะยังดูมีกล้ามเนื้อมากกว่าวูซูอีกสองตัวที่อยู่ข้างๆ ราวกับชายกล้ามโต
ในขณะนี้ ฉินโชวกำลังจะเริ่มงานของเขา
“เปิดแท่นหล่อวิญญาณ!” ฉินโชวสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาเพ่งไปยังเกราะจักรกล วูซู - ธนู ตรงหน้า
แต่หลังจากผ่านไปหลายวินาที ทุกอย่างยังคงเงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉินโชวมองไปที่ 'ลูกบอลที่มีดวงตาสีแดง' ที่ลอยข้างๆ และพูดว่า “ฉันบอกให้เปิดแท่นหล่อวิญญาณ!”
ดวงตาสีแดงกะพริบช้าๆ
เส้นเลือดบนหน้าผากฉินโชวเต้นตุบๆ “พูดออกมา!”
“นายท่านเพิ่งสั่งให้เสี่ยวฉีเงียบ” ลูกบอลตาแดงกล่าว
ฉินโชวเอามือกุมขมับ และพึมพำว่า “ให้ตายสิ… ฉันไม่น่าปรับค่าสติปัญญาของแกให้สูงขนาดนี้เลยจริงๆ”
เจ้าลูกบอลนี้ — เสี่ยวฉี เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ฉินโชวสร้างขึ้นด้วยตัวเอง มันมีสมองกลระดับสูง ช่วยงานได้สารพัด
แต่ดันมีนิสัยพูดมาก ชอบแถ และกวนอารมณ์เจ้านายเป็นที่สุด
“เอาล่ะ! ยกเลิกคำสั่งเดิม!
ตอนนี้ฉันขอออกคำสั่งใหม่ เปิดแท่นหล่อวิญญาณเดี๋ยวนี้!” ฉินโชวกล่าวอีกครั้ง
“รับคำสั่ง เปิดแท่นหล่อวิญญาณ” เสียงจักรกลของเสี่ยวฉีดังขึ้น แต่คราวนี้เสียงดังชัดเจน ไม่มีเล่นมุก
กึกกึกกึก…
เสียงกลไกดังก้อง พื้นตรงกลางของเวิร์กช็อปค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นแท่นวงกลมขนาดใหญ่ค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นจากใต้ดิน
พื้นผิวของแท่นวงกลมเต็มไปด้วยรอยสลักแปลกตาคล้ายวงจรไฟฟ้า
แน่นอนว่า แท่นวงกลมที่เห็นอยู่นี้ก็คือแท่นหล่อวิญญาณ
ในเวลาเดียวกัน แขนกลที่รองรับเกราะจักรกล วูซู - ธนู ก็ค่อยๆ ยกมันขึ้นไปเหนือแท่นหล่อวิญญาณ และยกมันค้างไว้
“เริ่มนับถอยหลังสิบวินาที
ก่อนเปิดโปรแกรมหล่อวิญญาณ ‘หนี่วา III’” เสียงจักรกลของเสี่ยวฉีดังขึ้น
"สิบ"
"เก้า"
…
"สาม"
"หนึ่ง"
…
“โปรแกรมหล่อวิญญาณ ‘หนี่วา III’ เริ่มทำงาน”
ทันใดนั้น แท่นหล่อวิญญาณพลันสว่างวาบ กระแสไฟฟ้านับไม่ถ้วนแผ่ซ่านไปบนอากาศ ราวกับกำลังเกิดพายุแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดย่อม
ฉินโชวยืนอยู่ด้านหน้า มือกำคริสตัลอสูรระดับมอนสเตอร์ที่เตรียมเอาไว้
เพียงแค่ขยับความคิด พลังจิตภายในร่างกายฉินโชวก็ประสานเข้ากับแกนพลังงานในคริสตัลอสูร
จากนั้น อนุภาคเรืองแสงนับไม่ถ้วนก็ลอยออกมาจากคริสตัลอสูร พุ่งเข้าสู่พายุแม่เหล็กไฟฟ้าที่หมุนวนอยู่เหนือแท่นหล่อวิญญาณ ก่อนจะแทรกซึมไปทั่วเกราะจักรกลที่อยู่ตรงนั้น
กระบวนการทั้งหมดกินเวลาราวครึ่งชั่วโมง
จนกระทั่งพายุแม่เหล็กไฟฟ้าค่อยๆ สลายหายไป และทุกอย่างกลับเป็นปกติอีกครั้ง
เกราจักรกล วูซู - ธนู ก็ยังถูกยกลอยอยู่ตรงนั้น
ดูผิวเผินไม่ต่างอะไรจากตอนก่อนเริ่มการหล่อวิญญาณแม้แต่น้อย
แต่ในมือของฉินโชว คริสตัลอสูรที่เดิมมีขนาดเท่าไข่ไก่กลับกลายเป็นคริสตัลก้อนเล็กๆ รูปทรงคล้ายเพชรขนาดเท่าข้อนิ้ว