เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 คำเชิญจากเคานต์ลาร์ค

ตอนที่ 32 คำเชิญจากเคานต์ลาร์ค

ตอนที่ 32 คำเชิญจากเคานต์ลาร์ค


เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างประหลาด ลิธได้รับจดหมายแทนที่จะเป็นการติดต่อผ่านคริสตัล (holo-call) และถึงแม้จ่าหน้าถึงเขาโดยตรง แต่กลับถูกส่งมาที่บ้านของแม่เฒ่า

ในฐานะเจ้าของบ้าน แม่เฒ่าก็ถือวิสาสะเปิดอ่านก่อนที่จะส่งต่อให้เขา แน่นอนว่าเป็นเพราะความห่วงใยในตัวลิธล้วน ๆ

ตัวจดหมายถูกเขียนด้วยลายมือที่งดงามไร้ที่ติว่า

“ถึงลิธ,

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการสังหารสัตว์วิเศษ เจ้าคือผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับแคว้นลัสเทรีย และสมควรได้รับรางวัลตอบแทน เพื่อเป้าหมายนั้น ข้าอยากเชิญเจ้ามาที่คฤหาสน์ของข้าในอีกสิบวันหลังจากวันที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ เรามีหลายเรื่องต้องพูดคุยกัน ข้าใคร่ขอให้เจ้าติดต่อข้าโดยเร็วที่สุด ผ่านเครื่องรางสื่อสารของเลดี้เนเรีย”

เคานต์เทรกวิล ลาร์ค”

“มันหมายความว่าอะไร? ฟังดูจริงจังเสียจนเกือบจะน่าหวาดหวั่น นี่มันไม่ใช่สำนวนของคนร่าเริงและมีชีวิตชีวาแบบท่านเคานต์เลยนะครับ” ลิธหันไปถามแม่เฒ่า

“ฮึ่ม…” แม่เฒ่าพยักหน้าอย่างตั้งใจ หวังหลีกเลี่ยงข้อหาว่าแอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน

“ข้าว่ามันทั้งมีข่าวดีและข่าวร้ายปะปนกัน”

“ข่าวดีคือมันไม่น่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร ถึงแม้น้ำเสียงในจดหมายจะเคร่งขรึม ราวกับเป็นใบเรียกเก็บเงิน แต่ลาร์คเลือกใช้จดหมาย นี่หมายความว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือสำคัญอะไรนัก เพราะเขายังรอได้ทั้งการส่งและการตอบกลับ”

“ข่าวร้ายก็คือ ทั้งหมดนี้มีกลิ่นอายของพิธีรีตรองและมารยาทเต็มไปหมด ข้ากลัวว่าเจ้าคงต้องทนทั้งวันกับความน่าเบื่อหน่าย จากการเข้าร่วมพิธีทางการเกี่ยวกับรางวัลและอะไรต่อมิอะไรนี่แหละ อย่างที่ข้าพูดเสมอ ‘ทำดีไม่เคยได้ดี!’”

‘นั่นมันคำพูดของฉันต่างหาก!’ ลิธตะโกนอยู่ในใจ ‘ไม่ใช่แค่เปิดจดหมายของฉัน ยังจะขโมยมุกของฉันไปใช้อีกเหรอ?’

แม้แต่การติดต่อผ่านคริสตัล (holo-call) ที่ตามมาก็ยังเต็มไปด้วยความอึดอัด เคานต์ลาร์คกลับสุขุมผิดปกติ เขาไม่ถามคำถามใด ๆ เกี่ยวกับเวทมนตร์กับลิธ และไม่ทำแว่นขาเดียวร่วงแม้แต่ครั้งเดียวระหว่างการสนทนา

หลังจากได้ยินว่าลิธตอบรับคำเชิญแล้ว เขาก็แจ้งว่าจะส่งช่างตัดเสื้อส่วนตัวมาวัดตัวลิธ และในวันนัดหมายจะส่งรถม้า มารับที่หน้าบ้านแม่เฒ่า ตอนหนึ่งชั่วโมงหลังรุ่งสาง

จากนั้นเคานต์ก็กล่าวจบสายด้วยความสุภาพแต่ก็ตรงไปตรงมา บอกว่ามีภาระงานมากมายต้องจัดการ สำหรับลิธแล้ว มันให้ความรู้สึกเหมือนได้คุยกับคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง

ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงถัดมา ช่างตัดเสื้อก็มาถึง และเขาไม่ได้มองลิธด้วยสายตาดูถูกหรือกล่าวถ้อยคำเสียดสีเลย ตรงกันข้าม เขากลับจำลิธได้ทันทีที่เห็น และยังชมเชยเรื่องความสูงของเขาอีกด้วย

แม้จะมีอายุเพียงแปดขวบครึ่ง แต่ลิธก็สูงเกิน 1.35 เมตรแล้ว และในแคว้นลัสเทรีย ชายที่สูงเกิน 1.75 เมตรถือว่าเป็นคนตัวสูง

“ถ้าเจ้าสูงขึ้นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานเจ้าก็จะสูงเท่าท้านเคานต์แล้ว หนุ่มน้อย”

หลังชายคนนั้นจากไป แม่เฒ่าก็ผิวปากด้วยความประหลาดใจ

“พระเจ้า ข้ารู้จักเขา นั่นคือช่างตัดเสื้อที่ดูแลตัดชุดให้ตระกูลลาร์คโดยตรง นี่ยิ่งแย่กว่าที่ข้าคิดเสียอีก เรื่องนี้ต้องเป็นงานใหญ่จริง ๆ ระดับถูกเชิญไปงานเต้นรำอะไรทำนองนั้นเลย”

“นี่แหละคือช่วงเวลาหายากที่ข้าดีใจที่ไม่ได้อยู่ในสังคมชั้นสูงอีกแล้ว จงเตรียมใจไว้สำหรับความเงียบอึดอัดอันยาวนาน การพูดคุยจิปาถะที่น่ารำคาญ และการถูกโชว์ราวกับเป็นสัตว์หายาก”

ลิธใช้เวลาอีกสิบวันถัดมาในกิจวัตรปกติของตน การหมกมุ่นกับคำพูดของแม่เฒ่าเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ เพราะเขาได้พิจารณาเรื่องเหล่านั้นไว้แล้วตั้งแต่ตัดสินใจกระชับความสัมพันธ์กับเคานต์

เว้นก็แต่เรื่องการเต้นรำเท่านั้น ลิธเกลียดการเต้นมาตลอด แม้กระทั่งสมัยยังอยู่บนโลก ส่วนใหญ่ก็เพราะเขาเต้นเหมือนมีเท้าซ้ายสองข้าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้กังวลมากนัก เพราะไม่มีทางที่จะเรียนรู้การเต้นรำของราชสำนักในเวลาอันสั้นขนาดนี้ได้

ต่อให้เขาหาหนังสือมาอ่านแล้วเพิ่มลงใน โซลัสพีเดีย (Soluspedia) ก็ตาม แต่การรู้ไม่เท่ากับการทำจริง เขายังต้องฝึกฝนอยู่ดี สุดท้ายก็ทำได้แค่ยอมรับและกัดฟันทนไป

เมื่อถึงวันที่ถูกกำหนด รถม้าหรูหราก็มาหยุดหน้าบ้านของแม่เฒ่า ตัวรถสีขาวล้วน ตกแต่งด้วยลวดลายสีทอง วิ่งลากด้วยม้าศึกสีขาวถึงสี่ตัว

คนรับใช้ลงจากรถมาก้มหัวให้ลิธ ก่อนจะยื่นกล่องไม้เล็ก ๆ ให้เขา

“นายท่านขอรับ โปรดเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ก่อนขึ้นรถม้าเถิด”

ความเคารพอย่างยิ่งยวดเช่นนั้นทำให้ลิธถึงกับอึ้ง เขาจึงก้มหัวตอบโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะเข้าไปในห้องพักของแม่เฒ่าเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

เขาออกมาพร้อมกับกางเกงกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม สวมทับด้วยรองเท้าหนังแข็ง เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวปลอด และเสื้อคลุมที่เข้าชุดกับกางเกง โดยมีตราประจำตระกูลของเคานต์ปักด้วยด้ายทองตรงเหนือหัวใจ

‘เจ๋ง! ฉันคงใส่เสื้อผ้าที่มีมูลค่าสูงกว่าทั้งฟาร์มของครอบครัวแล้วสิ ดูจากตราตระกูล ก็เดาว่าแม่เฒ่าพูดถูก ลาร์คคงจะพาฉันไปแนะนำให้ใครสักคนรู้จัก และเขาต้องการให้คนนั้นรู้ว่าฉันอยู่ในสังกัดของใคร’

ลิธนั่งอยู่ตามลำพังในรถม้า หลังจากเปิดประตูให้เขาแล้ว คนรับใช้ก็ไปนั่งข้างสารถี

แม้ม้าจะวิ่งด้วยความเร็วที่น่าประทับใจ แต่การเดินทางก็กินเวลากว่าครึ่งชั่วโมง และเพราะไม่มีอะไรทำ ลิธจึงใช้เวลาทั้งหมดฝึกเทคนิคการสะสมพลัง (Accumulation) แกนมานาสีฟ้าเข้มของเขายังไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย มันยังต้องการความพยายามอีกมาก

เมื่อรถม้าหยุดลงในที่สุด ลิธมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็พบว่าพวกเขาเพิ่งจะถึงเพียงแค่ประตูคฤหาสน์เท่านั้น

ทหารติดอาวุธครบชุดสองนายเข้ามาพูดกับสารถี ตรวจสอบทั้งภายใน เหนือ และใต้รถม้าอย่างละเอียด ก่อนจะอนุญาตให้ผ่าน

‘ม้าวิ่งเต็มสปีด… การ์ดติดอาวุธเต็มยศ ตรวจสอบละเอียดทุกซอกทุกมุม บางทีแม่เฒ่าอาจเดาผิด นี่มันดูกดดันขึ้นทุกที’

เมื่อเข้ามาภายในประตู ผ่านกำแพงหินสีเทาสูงใหญ่ รถม้าก็ชะลอลง เปิดโอกาสให้ลิธได้ชมทิวทัศน์รอบคฤหาสน์ สวนสาธารณะโดยรอบทอดยาวสุดสายตา

อากาศอบอวลด้วยกลิ่นหญ้าที่เพิ่งถูกตัดใหม่ แปลงดอกไม้ และพุ่มไม้ที่ถูกตกแต่งอย่างประณีต เรียงรายขนาบทางหินกรวดที่ทอดผ่านไปทั่วสวน

กึ่งกลางระหว่างประตูกับตัวคฤหาสน์ มีลานกว้างรายล้อมด้วยเก้าอี้หิน ที่ใจกลางตั้งแท่นหินอ่อนสูงใหญ่ บนยอดมีรูปปั้นบุคคลหนึ่งที่ลิธคาดว่าน่าจะเป็นเคานต์ลาร์ครุ่นแรก หรือบรรพบุรุษที่ตระกูลภาคภูมิใจ

ตัวคฤหาสน์นั้นใหญ่กว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก มันครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นอาคารหลัก ปีกซ้าย และปีกขวา เรียงตัวเป็นรูปตัวยูกลับด้าน

กว่ารถม้าจะไปถึงทางเข้าคฤหาสน์จริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาเพิ่มอีกเกือบห้านาที

ยิ่งลิธมองไปรอบ ๆ มากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากที่แกนมานาของเขาพัฒนาสู่ระดับฟ้าเข้ม ก็คือประสาทสัมผัสทั้งห้าและสัญชาตญาณของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างมาก

เขาสามารถรับรู้ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ได้ เหมือนกับที่เคยรู้สึกกับไรย์ และยังจับอุปนิสัยกับเจตนาที่แท้จริงของคนอื่นได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเขาจึงสังเกตได้ทันทีว่า ที่นี่มีคนรับใช้น้อยเกินไป และคนที่เขาเห็นก็ล้วนแสดงสีหน้าเคร่งเครียด

พ่อบ้านในชุดเครื่องแบบสีขาวและน้ำเงินก้มโค้งอย่างมากให้เขา

“ท่านเคานต์ฝากข้ามากล่าวคำขอโทษแทนที่ไม่ได้มาต้อนรับท่านด้วยตนเอง มาจิโกะ ลิธ (Magico Lith) ท่านยังสั่งด้วยว่าให้ข้าพาท่านไปยังห้องส่วนตัวโดยเร็วที่สุด ที่นั่นท่านจะได้รับคำอธิบายทุกอย่างจากปากของเขาเอง”

สีหน้าเรียบเฉยของพ่อบ้านไร้ที่ติ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ลิธจึงเดินตามพ่อบ้านไปจนถึงห้องประตูคู่ ซึ่งมีทหารยืนเฝ้าอยู่ถึงสี่นาย

มองออกไปทางหน้าต่าง ลิธเห็นว่าด้านนอกก็ยังมีทหารคอยลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ ทั้งตามหน้าต่างและประตูกระจกที่เชื่อมไปยังสวน

ภายในห้อง เขาพบว่าเคานต์กำลังเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย ขณะที่ยังมีเด็กหนุ่มสาวสองคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีท่าทางกระสับกระส่าย ทั้งเคาะเท้าไม่หยุดหรือไม่ก็นั่งเล่นผมของตัวเอง

เคานต์ลาร์คไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักจากครั้งก่อนที่ลิธได้เจอ เขาอยู่ในวัยกลางถึงปลายห้าสิบ สูงราว 1.83 เมตร รูปร่างผอมเพรียวที่ทำให้ดูสูงกว่าที่เป็นจริง

เขามีผมดำขลับแซมสีเทาเล็กน้อย และเคราสั้นที่ถูกเล็มอย่างประณีต สีเดียวกับผม แว่นเลนส์เดี่ยวกรอบดำอันเป็นของคู่กายยังคงห้อยอยู่ที่กระเป๋าอก เสื้อสูทด้วยเชือกไหมสีน้ำเงิน

ทันทีที่เห็นลิธ สีหน้าเคร่งขรึมของเคานต์ก็หายไป กลับมาเป็นตัวตนเดิมที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความหลงใหล

“พระเจ้าช่วย ลิธ เจ้ามาเสียที!” เคานต์จับมือเขาเขย่าแรงเสียจนลิธคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะบี้มือเขาให้แหลก

“ช่างไร้มารยาทอะไรเช่นนี้ ให้ข้าแนะนำเจ้ากับลูก ๆ อันเป็นที่รักของข้าก่อน”

เด็กหนุ่มสาวทั้งสองลุกขึ้นแล้วผลัดกันยื่นมือออกมา

“นี่คือบุตรชายคนที่สาม จาดอน เขาคือผู้สืบทอดตำแหน่งเคานต์ลาร์ครุ่นต่อไป หวังว่ามันจะเกิดขึ้นอีกหลายปีนับจากนี้”

ลิธจับมือกับเขา จาดอนมีการบีบมือแน่นแต่สุภาพ ใบหน้าคล้ายบิดาของตน เพียงแต่เตี้ยกว่าราวสิบเซนติเมตร และรูปร่างกำยำกว่ามาก เขาอยู่ในวัยยี่สิบต้น ๆ มีผมดำสนิทและเคราสั้น

“และนี่คือบุตรสาวคนที่สี่ เคย์ล่า สาวน้อยผู้งดงามวัยเกือบสิบหกปี กำลังจะเปิดตัวที่ราชสำนักในไม่ช้า ทั้งสองคือครอบครัวที่เหลืออยู่ทั้งหมดของข้า”

เคย์ล่าป็นเด็กสาวร่างเล็ก สูงราว 1.53 เมตร มีผมแดงเพลิงแซมประกายทอง ดวงตาสีเขียวมรกต นางสวมชุดกลางวันสีเขียวมรกตที่ช่วยขับให้ผมและดวงตาเด่นชัดขึ้น สมกับที่เคานต์บรรยาย… เว้นแต่คำว่า “งดงาม”

สำหรับรสนิยมของลิธแล้ว เธอไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์นัก และแม้จะแต่งหน้าจัดเพียงใด ก็ไม่อาจปกปิดปัญหาสิวที่รุนแรงได้ แม้จะหายสนิทในอนาคตก็ตาม ลิธก็คงมองว่าเธอเพียงแค่ “พอดูดี” เท่านั้น

เคย์ล่ายื่นมือให้อย่างเป็นทางการ โดยคว่ำฝ่ามือลง ลิธไม่จำเป็นต้องเปิดตำรามารยาทก็รู้ว่าเธอกำลังรอให้เขาจุมพิตมือ

มันเป็นความรู้สึกแปลก ๆ สำหรับเขา เพราะแม้แต่กับแฟนเก่าบนโลกใบก่อน ตอนที่ความสัมพันธ์จริงจัง เขาก็ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน โชคดีที่หลังผ่านความตายและการเกิดใหม่ถึงสองครั้ง เผชิญทั้งนักฆ่าและสัตว์วิเศษไปแล้ว เรื่องแค่นี้มันยังน้อยเกินกว่าจะทำให้เขาอับอาย

ดังนั้นเขาจึงก้มหัวเล็กน้อย พร้อมแตะริมฝีปากเบา ๆ ลงบนหลังมือของเธอ

“นับเป็นทั้งเกียรติและความยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบกับทุกท่าน” ลิธกล่าวตามมารยาท

“ว่าแต่… ท่านเคานต์ ได้โปรดอธิบายเหตุผลที่เรียกข้ามาที่นี่ได้หรือไม่?”

ยิ่งลิธได้เห็นและได้ยินมากเท่าไร เขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ เหตุใดเคานต์ต้องเล่าเรื่องไร้สาระมากมาย และเหตุใดชุดตัดพิเศษที่เขาได้รับถึงคล้ายกับของจาดอนนัก

เคานต์ถึงกับยกมือกุมหน้า

“โอ้! ใช่แล้ว ข้าต้องขออภัยจริง ๆ ข้ายังช็อกกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา จนสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ให้ข้าอธิบาย… ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่ เพราะต้องการให้เจ้าช่วยกอบกู้ชีวิตพวกเรา ภรรยาของข้า…นางต้องการฆ่าพวกเราทุกคน”

จบบทที่ ตอนที่ 32 คำเชิญจากเคานต์ลาร์ค

คัดลอกลิงก์แล้ว