เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 แตกหัก

ตอนที่ 15 แตกหัก

ตอนที่ 15 แตกหัก


แผนเดิมของเขาคือฆ่าพวกมันทั้งหมด ลบหลักฐาน แล้วจัดการให้โอร์พัลเกิด “อุบัติเหตุ” ขึ้น แต่พอลิธใจเย็นลง เขาก็รู้ตัวว่าแผนนั้นโง่มากและมีช่องโหว่เต็มไปหมด

‘ถ้าเด็กหนุ่มห้าคนหายไปอย่างลึกลับในหมู่บ้านเงียบสงบอย่างลูเทีย มันต้องเกิดความวุ่นวายขึ้นแน่ นอกจากนี้แล้วยังมีโอร์พัลที่รู้ว่าพวกมันมาที่นี่อีก ถ้าเขาค้นพบว่าพวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาอาจเข้าใกล้ความจริงมากเกินไปจนน่าวิตก’

‘ฉันไม่อยากให้เขามีอะไรมาเอาเปรียบฉัน นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าพวกโง่เหล่านี้เคยเล่าแผนการของพวกเขาให้คนรู้จักฟัง การฆ่าพวกเขาไม่ใช่ทางออก มีปัจจัยมากเกินกว่าที่ฉันจะควบคุมได้’

‘กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือถ้าฉันทำให้โอร์พัลหายไปด้วย ครอบครัวของฉันก็จะเป็นห่วงและเสียใจเพราะเขา สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการคือทำให้เขากลายเป็นคนที่ถูกสังคมประณาม! ฉันอยากให้เขาชดใช้ ให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตอันน่าเวทนานั่น!’ ลิธคิด

ระหว่างคิดอยู่ ลิธก็ปล่อยสายฟ้าจากมือขวา เปิดใช้คาถาไว้สองสามวินาที แล้วเว้นช่วงให้พวกที่รุมเขาได้พักหายใจ ก่อนจะปล่อยไฟฟ้าซ้ำอีกครั้ง

พวกเขาสูญเสียการควบคุมกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ไปนานแล้ว เมื่อพวกเขาไม่ได้ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด พวกเขาก็สะอื้นและขอความเมตตา

‘จะปล่อยให้ขยะพวกนี้รอดไปง่าย ๆ ไม่ได้เหมือนกัน’

ลิธตั้งใจเว้นช่วงระหว่างแต่ละคลื่นไฟฟ้า ช่วงพักสั้น ๆ แบบนั้นจะทำให้พวกเขาคิดว่าการความทรมานจบแล้ว ก่อนจะถูกลิธช็อตซ้ำอีก

เขายังพยายามรักษาช่วงเวลาระหว่างการช็อตให้นานพอที่จะทำให้แน่ใจว่าร่างกายของพวกเขาจะไม่ปรับตัวให้เคยชินกับความเจ็บปวด ทำให้แน่ใจว่าการช็อตแต่ละครั้งจะเจ็บเท่าๆ กับครั้งแรก

‘การลงโทษพวกเขาไม่เพียงพอ ฉันต้องการทำลายพวกเขา!’ เขาคิด

ตัวแปรมันเยอะเกินไป และลิธก็เบื่อเต็มทีกับการวนเวียนคิดไม่จบ เขาจึงตัดสินใจใช้แผนแรกสุดของตัวเองที่เคยใช้บนโลก โดยดัดแปลงใหม่เล็กน้อย

‘พวกนั้นก็ขยะไม่ต่างกัน สงสัยจังว่าหลังจากที่ฉันตายไป แล้วรูปที่มีชื่อพวกมันโผล่บนเน็ต พวกมันจะรู้สึกยังไงกันบ้าง’

ลิธยิ้มเย็นชาอย่างเหี้ยมเกรียม เมื่อคิดถึงการล้างแค้นย้อนหลังที่แทงข้างหลังพวกมันหลังผ่านไปหลายปี

ลิธทำให้พวกเด็กทั้งห้าสลบ แล้วใช้เวทจิตวิญญาณจัดท่าทางร่างกายของพวกนั้นใหม่

‘ฉันต้องเก็บเวทจิตวิญญาณกับเวทผสานธาตุไว้เป็นความลับ ต้องจัดฉากให้ดูเหมือนฉันชนะได้ด้วยเวทมนตร์ธรรมดา ๆ การจัดการเด็กผู้ชายห้าคนได้พร้อมกันมันเว่อร์เกินสำหรับเด็กห้าขวบ ฉันต้องแยกพวกมันออกจากกัน’ เขาคิด

เขานำไม้กลับไปใส่มือเจ้าของเดิม พร้อมป้ายเลือดให้ดูเหมือนเป็นหลักฐาน

ขณะที่ลิธกำลังจัดรายละเอียดสุดท้ายอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเขาดังมาจากที่ไกล ๆ

‘บ้าเอ๊ย! ฉันใช้เวลาคิดนานเกินไป ครอบครัวฉันคงให้ใครบางคนมาตามหาฉันแล้ว แบบนี้แผนส่วนใหญ่พังแน่ ฉันต้องปรับตัวตามสถานการณ์และหวังว่าพวกเขาจะไม่ได้ส่งโอร์พัลมา ไม่งั้นเละแน่’ เขาคิด

ลิธมองลอดหน้าต่างออกไป เห็นเอลินากำลังเดินจ้ำตรงมาทางบ้านเซเลีย

‘ดีเลย แม่มา! ถ้าเป็นเรนาหรือพ่อจะดีกว่านี้ แต่นี่ก็พอใช้ได้อยู่’

พอเธอเข้าใกล้พอ ลิธก็ครางตอบรับเสียงเรียกของเธอ พลางเปิดประตูอย่างช้า ๆ ขณะที่ร้องขอความช่วยเหลือ

เอลินารีบวิ่งสุดแรง เมื่อเธอเดินผ่านประตูเข้ามา สิ่งที่เธอเห็นทำให้หัวใจเย็นเฉียบ มีเลือดกระจายเต็มพื้น และมีฟันอยู่ด้วย และลิธก็ดูแทบไม่เหลือเค้าเดิม

เขาเสียเลือดจากบาดแผลหลายแห่ง ใบหน้าบวมปูดจนแทบมองไม่เห็นดวงตาท่ามกลางรอยฟกช้ำดำเขียว

ลิธกอดแขนซ้ายแน่นราวกับบาดเจ็บหนัก และทุกครั้งที่เขาอ้าปากพูด เอลินาก็เห็นว่าในปากเขากลายเป็นซากเลือดเละเทะไปแล้ว

“แม่! แม่! ขอบคุณพระเจ้าที่เป็นแม่” เสียงของลิธผิดเพี้ยนไปเพราะบาดแผล ทำให้เสียงของเขาฟังดูแปร่ง ๆ

“ผมกลัวว่าพวกเขาจะฟื้นขึ้นมาก่อนจะขอความช่วยเหลือได้ พวกเขาพยายามจะฆ่าผม แม่... ผมไม่มีแรงจะสู้แล้ว”

เอลินารีบโผเข้ากอดลูกชายทันที เธอได้ยินเสียงเขาครางออกมา ละรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนของเขาจากความเจ็บปวดที่เกิดจากการสัมผัสที่อ่อนโยนเช่นนั้น

“ลูกแม่! ลูกรักของแม่ ใครทำกับลูกแบบนี้?” ทั้งสองเริ่มร้องไห้พร้อมกัน เอลินาร้องเพราะความหวาดกลัวสุดขีด ส่วนลิธร้องเพราะในอ้อมกอดของแม่ เขาเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองสามารถปล่อยความโกรธและความกลัวทั้งหมดออกมาได้

“โอร์พัล! ทุกอย่างเป็นความผิดของเขา! พวกนี้เป็นเพื่อนของเขาทั้งนั้น! พวกเขาเล่าแผนออกมาเอง ตอนที่คิดว่าผมกำลังจะตาย!”

เอลินาช็อกกับคำพูดเหล่านั้น ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องเลวร้ายแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ แต่พวกเขาทั้งห้าก็เป็นเพื่อนสนิทของโอร์พัลจริง ๆ และหนึ่งในนั้น ริเซล ก็ยังถือไม้ของปู่ตัวเองอยู่ ไม้ที่มีเลือดเปื้อนอยู่

เอลินามองไปที่ศีรษะของลิธ สังเกตเห็นรอยฟกช้ำและบาดแผลที่มีรูปทรงเหมือนไม้เท้าได้อย่างง่ายดาย

“ทำไมพวกเขาถึงต้องทำร้ายลูก? แล้วพวกเขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าวันนี้เซเลียไม่อยู่บ้าน?” เอลินาพูดกับตัวเองอย่างใช้ความคิด

ท่ามกลางเสียงสะอื้นและคร่ำครวญ ลิธกลับแอบยิ้มอยู่ภายใน เขารู้ว่าการป้อนข้อมูลตรง ๆ เป็นทางเลือกสุดท้าย มันจะสร้างผลกระทบที่ลึกซึ้งกว่าถ้าเธอปะติดปะต่อเรื่องเองได้

“ลูกรักษาตัวเองไม่ได้เลยเหรอ? แม้แค่นิดเดียว?” น้ำเสียงของเอลินาเต็มไปด้วยความกังวล อาการของลูกดูเลวร้ายมาก ซึ่งลิธก็เดาไว้แล้วว่าจะถูกถามแบบนี้

“ตอนนี้พอได้พักหน่อย ผมก็พอจะรักษาได้ครับ...แต่ผมจะไม่ทำ”

“ทำไมล่ะ?” คำตอบนั้นฟังดูไร้เหตุผล เอลินาเริ่มกังวลว่าอาการบาดเจ็บจะส่งผลต่อจิตใจของลูกเธอแล้ว

“เพราะตอนที่แม่กับพ่อจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับโอร์พัล ผมอยากให้แม่เห็นกับตาว่าเขาทำอะไรกับผมไว้!” ลิธตะโกน ก่อนจะไอออกมาเป็นเลือดจากแผลที่เขาจงใจเปิดให้เลือดไหลอีกครั้ง

“โอร์พัลเกลียดผมมาตลอด และเขาก็จะเกลียดผมต่อไป! ไม่ว่าจะช่วยงานบ้านหรือช่วยทำการรักษาเขาก็ไม่สน! ไม่ว่าผมจะล่าสัตว์ได้มากแค่ไหน หรือหาเงินเข้าบ้านได้แค่ไหน มันก็ไม่เคยพอสำหรับเขา!” ลิธยังคงร้องไห้และตะโกนอย่างใส่อารมณ์

“ผมเป็นลูกที่แย่ขนาดนั้นเหรอ? เป็นน้องชายที่เลวขนาดนั้นเหรอ ถึงสมควรโดนแบบนี้?” ลิธกอดเธอแน่นทั้งน้ำตา

เอลินาไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี... เพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่เธอจะโอบกอดลูกแน่น แล้วอุ้มเขาขึ้นจากพื้น พากลับบ้านทันที

จากนั้น เธอก็พาครอบครัวทั้งหมดมาที่บ้านของเซเลีย เพื่อให้พวกเขาได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตนเอง เรื่องนี้มันร้ายแรงเกินกว่าจะปิดบังลูก ๆ ได้

เมื่อโอร์พัลเห็นลิธ เขาก็หน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี เอลินาปฏิเสธที่จะเรียกชื่อเขา และหากสายตาสามารถฆ่าคนได้ เขามั่นใจว่าเธอจะทำให้เขาตายคาที่นั่น

‘มันพลาดตรงไหนวะ? พวกงั่งนั่นรู้แผนดีอยู่แล้ว! แค่ซ้อมให้เข็ด ให้มันรู้จักเคารพคนอื่น ปากมากกันจริง ๆ! ตอนนี้พ่อแม่โง่ ๆ ของฉันคงจะเล่นงานฉันไม่เลิกแน่’ โอร์พัลคิด

เมื่อเขาเห็นเลือดเต็มพื้น พร้อมเพื่อน ๆ ที่ยังนอนสลบอยู่ตรงนั้น เขารู้สึกเหมือนชีวิตตัวเองกำลังพังทลาย

ทันทีที่เอลินาเปิดทางให้ ราซก็รีบโผเข้ากอดลิธ แล้วตรวจดูอาการของลูกชาย จากนั้นเขาก็มองไปรอบห้อง และจำผู้ก่อเหตุทั้งห้าคนได้ทันที

“เรนา ไปเรียกพ่อแม่ของพวกนี้มา แล้วพาทิสตาไปด้วย พ่อไม่อยากให้เธอได้ยินสิ่งที่พ่อกำลังจะพูด” ราซหน้าซีดกว่าลูกชายคนโตเสียอีก เขากำมือแน่นจนเลือดไหลออกมา

เอลินาเพียงกระซิบคำพูดสี่คำกับเขาหลังจากกลับมาพร้อมลิธ

“โอร์พัลเป็นคนทำ” ตอนแรกเขาไม่อยากเชื่อว่าลูกชายของเขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้ แต่ความจริงมันกลับปรากฏออกมาอย่างน่ากลัวจนเข้าใจได้ง่ายเกินไป

ไม่มีใครนอกครอบครัวของพวกเขาที่รู้ว่าลิธทำงานให้เซเลีย และไม่มีใครอื่นที่จะรู้ได้ว่าวันและเวลาไหนที่ลิธจะอยู่เพียงลำพังในบ้านของเธอ

แต่สิ่งที่เจ็บปวดและปฏิเสธไม่ได้ที่สุดก็คือ ไม่มีใครนอกจากโอร์พัล ที่จะเกลียดลิธได้มากขนาดนี้ เขาแทบไม่รู้จักใครเลยนอกจากคนในครอบครัวกับเพื่อนสนิทไม่กี่คน

ลิธมุ่งมั่นช่วยเหลือทุกคนมาโดยตลอด โดยเฉพาะทิสตา จนเขาไม่เคยมีเวลาไปหาเพื่อนหรือศัตรูเลย

ความคิดนั้นราวกับฉีกหัวใจของราซออกเป็นชิ้น ๆ แต่เขาก็จำเป็นต้องรู้ความจริง

“ลูกทำใช่ไหม?” ราซจ้องตาโอร์พัลตรง ๆ

ความเงียบอันน่าหวาดหวั่นปกคลุมทั่วห้อง เผยให้เห็นความจริงที่ราซพยายามปฏิเสธ และพยายามมองหาเหตุผลอื่นแทน

แต่ก็ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย

“ทำไม... ทำไมลูกถึงทำกับน้องได้แบบนี้?” น้ำตาไหลพรากจากดวงตาของเขา

“พ่อ! ผมสาบานได้ มันไม่ใช่อย่างที่พ่อคิด! ผมอธิบายได้นะ!” โอร์พัลพยายามหาข้อแก้ตัวอย่างสิ้นหวัง

“มันยังมีอะไรให้แก้ตัวอีกเหรอ?” ราซตะโกนด้วยความเดือดดาล

“พวกนั้นไม่ใช่เพื่อนของลูกเหรอ?”

“ใช่ครับ... แต่…”

“ไม่ใช่ลูกเหรอที่เป็นคนสั่งพวกเขา? ไม่ใช่ลูกที่วางแผนว่าจะซุ่มโจมตีลิธยังไง เมื่อไหร่ ที่ไหน? ไม่ใช่เพราะแผนของลูกที่ทำให้ลิธเกือบถูกซ้อมตายเหรอ? ลูกจะอธิบายเรื่องพวกนี้ยังไง?”

“เพราะนั่นไม่ใช่แผนของผม! พวกเขาไม่ฟังผม เหมือนกับพ่อ! พ่อไม่เคยฟังผมเลย! ไม่เคยปล่อยให้ผมทำตามที่ต้องการ คอยเข้าข้างแต่ไอ้ปลิงกับยัยพิการนั่น พ่อไม่เคยอยู่ข้างผมเลย! ไม่เคยเลย!”

“พวกเขาแค่ทำเกินกว่าเหตุเหรอ? นี่คือคำแก้ตัวของลูกงั้นเหรอ?” ราซไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

“ลูกหมายความว่า การซุ่มทำร้ายและซ้อมน้องชายตัวเอง มันไม่ผิดถ้าทำแต่พอดีเหรอ?” เขาชูกำปั้นขึ้นอย่างอยากจะสั่งสอนโอร์พัลให้สำนึก แต่เอลินาห้ามไว้ทัน

“วันนี้มีเลือดหลั่งมากเกินไปแล้ว อย่าทำเลย มีแต่ทำร้ายตัวเอง เขาไม่มีทางกลับตัวได้แล้ว” เอลินาร้องไห้เช่นกัน แต่ใบหน้าและน้ำเสียงของเธอกลับเย็นชา เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว

ราซเสียใจเกินกว่าจะยืนอยู่ได้อีกต่อไป เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ ๆ แล้วปล่อยโฮออกมา

“เธอพูดถูก ที่รัก ฉันจำไม่ได้แล้วว่าพยายามสอนเขากี่ครั้ง ว่าความเคารพต้องให้ก่อนถึงจะได้รับ ว่าเราคือพ่อแม่ของเขา ไม่ใช่เพื่อนเล่น เราควรจะช่วยให้ลูกเข้าใจความผิด ไม่ใช่สนับสนุนพวกเขา”

“เหล่าเทพเจ้ารู้ดีว่าฉันพยายามจะสอนเขาว่า พี่น้องของเขาไม่ใช่ข้าทาสบริวาร ว่าความเป็นผู้นำของลูกผู้ชายอยู่ที่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่พละกำลัง ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่พ่อที่สมบูรณ์แบบ แต่ฉันก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว”

“ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับเขาอีกแล้ว เอลินา” ราซปาดน้ำตาของตัวเอง มองภรรยาเพื่อขอแรงใจ

“ฉันเห็นด้วย แม้ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้สึกผิดเลย เขาไม่เคยรักน้องชายของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาเริ่มขโมยอาหารและเรียกชื่อล้อเลียนลิธตั้งแต่ก่อนที่ลิธจะเดินได้เสียอีก มันชัดเจนว่าเขาไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าความผิดของเขาร้ายแรงแค่ไหน”

“ฉันเชื่อว่าถ้าเราปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไป เขาก็จะทำมันอีก ถ้าไม่ใช่กับลิธ ก็ต้องเป็นทิสตา ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายครอบครัวเราไปมากกว่านี้เด็ดขาด”

เธอบีบมือของราซแน่น เพื่อหาพลังใจที่เธอต้องการ

“ฉันคิดว่าเราควรตัดเขาออกจากครอบครัว ถอนชื่อเขาออก และแจ้งความเขากับพรรคพวกในข้อหาพยายามฆ่าต่อกองกำลังหมู่บ้าน”

“ขอบคุณนะ ที่รัก” ราซไม่มีน้ำตาให้ร้องอีกแล้ว หัวใจของเขาแข็งกร้าวลง และน้ำเสียงก็หนักแน่น

“ฉันไม่คิดว่าฉันจะมีแรงพอที่จะพูดมันออกมาได้เอง”

จบบทที่ ตอนที่ 15 แตกหัก

คัดลอกลิงก์แล้ว