- หน้าแรก
- Supreme Magus
- ตอนที่ 14 ความขัดแย้ง
ตอนที่ 14 ความขัดแย้ง
ตอนที่ 14 ความขัดแย้ง
ตามที่ลิธคาดไว้ ฤดูหนาวปีที่ห้าของเขากำลังจะเป็นฤดูหนาวที่น่าสนใจทีเดียว
การรักษาอาการของทิสตาต้องทำอย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง ครั้งละราวสี่ชั่วโมง ใช้เวลาสองชั่วโมงสำหรับการรักษาจริง ๆ ส่วนเวลาที่เหลือเขาต้องใช้อาบน้ำและพักฟื้นกำลัง
การควบคุมการไหลของมานาทิสตา พร้อมกับใช้เวทไฟ น้ำ และมืดไปด้วย ทำให้เขาเหนื่อยทุกครั้ง แต่ข่าวดีก็คือ ด้วยการฝึกบ่อย ๆ เขาเริ่มชินกับการร่ายและคงสภาพเวทมนตร์หลายบทพร้อมกันแล้ว
การรักษาง่ายขึ้นทุกครั้ง และอาการของทิสตาก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เธอสามารถช่วยทำงานบ้านและดูแลปศุสัตว์ได้แล้ว
เธอยังสามารถเดินเล่นนาน ๆ ข้างนอกได้ เมื่ออากาศดี
ข่าวร้ายคือ ความสัมพันธ์ของลิธกับพี่ชายยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ทุกครั้งที่ทิสตาอาการดีขึ้น ก็จะมีคนตำหนิโอร์พัลเรื่องคำพูดในอดีตของเขา ถ้าไม่มีใครทำ ทิสตาก็จะเป็นคนทำเอง
อาการโมโหร้ายของโอร์พัลทำให้เธอเจ็บปวดจริง ๆ คำพูดโหดร้ายของเขาทำลายภาพครอบครัวที่แสนสมบูรณ์แบบและพี่ชายที่แสนห่วงใยที่เธอเคยมีในใจมาตลอด
ทิสตาถูกทำให้อับอายและถูกหักหลัง เธอไม่มีทางให้อภัยเขาง่าย ๆ แน่
หลังจากที่มีน้ำร้อนสำหรับอาบในฤดูหนาวได้ไม่นาน ราซก็เริ่มอาบน้ำบ่อยขึ้นเช่นกัน
โอร์พัลกับไทรออนเป็นสองคนเดียวที่ยังไม่ได้ใช้น้ำร้อนนั่น ในส่วนของออร์พัลเป็นเพราะเขาทนไม่ได้ที่จะต้องขออะไรจากลิธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะต้องพูดอะไรดี ๆ
‘ฉันเป็นพี่ชายคนโต ฉันไม่ควรที่จะต้องไปขอร้องเจ้าตัวกระจ้อยพวกนั้นเลย ฉันต้องเป็นคนคอยออกคำสั่งแล้วได้รับความเคารพ! ไอ้ปลิงนั่นถึงกับทำให้เจ้าพิการนั่นหันมาต่อต้านฉัน!’
‘ฉันไม่สามารถจัดการทิสตาได้ ไม่งั้นจะดูเหมือนฉันเป็นคนเลวที่รังแกเด็กที่กำลังป่วยอยู่ ยัยนั่นมันเจ้าเล่ห์จริง ๆ!’ เขาคิด
ส่วนไทรออนนั้นเพราะเขาอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขารักทิสตาอย่างมาก แต่ก็รักและเคารพออร์พัลด้วยเหมือนกัน ออร์พัลเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างเขา เขาจึงไม่อาจทำลายสายสัมพันธ์นั้นได้
เมื่อทุกคนในบ้านหอมสะอาด กลิ่นเหม็นของพวกเขาก็เด่นออกมาอย่างชัดเจน ถึงแม้ครอบครัวของเขาจะจิตใจดีแค่ไหน แต่สีหน้าเอียนก็ห้ามไม่อยู่เป็นบางครั้ง
ครั้งแรกที่ทิสตาตั้งชื่อเล่นให้สองคนนั้นว่า โอร์อุนจิ* กับ ไทรไชขี้* เธอทำให้ทั้งบ้านหัวเราะกัน ออร์พัลกับไทรออนโทษลิธที่ทำให้พวกเขาต้องอับอาย แต่ลิธก็เมินพวกเขาตามเคย
ราซทำรองเท้าหิมะให้ลิธคู่หนึ่ง แล้วก็ใช้เวลาอยู่กับเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ราซยังเริ่มสอนวิธีจัดการฟาร์มและสอนการแกะสลักไม้ให้ลิธด้วย ถึงลิธจะยังเด็กมาก แต่เมื่อเห็นว่าเขาสามารถลอกหนังและเอาเครื่องในสัตว์ออกได้ ราซก็คิดว่าการให้เขาจับมีดแกะสลักคงไม่เป็นไร
แต่ออร์พัลกับไทรออนกลับมองต่างออกไป ก่อนหน้านั้นลิธใช้เวลาเกือบทั้งหมดกับพวกผู้หญิง ปล่อยให้ราซใช้เวลาว่างทั้งหมดกับพวกเขา
พวกเขารู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบถึงสองครั้ง ครั้งแรกเพราะลิธแย่งเวลาอยู่กับพ่อไป ครั้งที่สองเพราะราซไม่เคยยอมสอนการแกะสลักไม้ให้พวกเขาก่อนอายุแปดปีเลย
หลังกลางฤดูหนาว เรื่องราวก็เริ่มน่ากระอักกระอ่วนยิ่งขึ้นสำหรับลิธ ทุกครั้งที่เขารักษาทิสตา เขาจะสังเกตเห็นว่าแม่กับพี่สาวคนโตมีแววตาแปลก ๆ
พวกเธอมักจะอ้าปาก เหมือนจะพูดอะไร แต่ก็หุบปากลงแล้วเงียบไปเป็นชั่วโมง ลิธไม่เข้าใจเหตุผลของพฤติกรรมนี้เลย เขาคิดมากจนสมองเขาปั่นป่วนไปหมด
‘พวกเธอคิดว่าฉันลามกหรือเปล่า? หรือฉันเผลอมองพวกเธอแบบไม่เหมาะสม? บางทีพวกเธออาจเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง หรืออาจรู้แล้วว่าฉันมาจากโลกอื่น!’ เขาคิด
ความหวาดระแวงสุดขั้นของลิธไม่ยอมปล่อยให้เขาได้พักแม้แต่วินาทีเดียว มันทำให้เขานอนไม่หลับตลอดคืน แถมเขายังได้ยินพวกเธอถอนหายใจบ่อย ๆ อีกด้วย มีบางอย่างไม่ปกติแน่
ลิธรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อเผชิญหน้ากับพวกเธอแล้วถามความจริง
การเผชิญหน้ากันเกิดขึ้นในห้องของเด็กผู้หญิง ขณะที่ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรักษาทิสตา
“ลิธ ลูกไม่เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ เหรอ?” เอลินาถามพลางทำหน้าบึ้ง
“เห็นสิครับ ทิสตาอาการดีขึ้นมากแล้ว ไม่ใช่เหรอ?”
“ก็ใช่ แต่ว่าลูกไม่เห็นอะไรตรงนี้เลยเหรอ?” เธอชี้ไปที่ทิสตาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นั่นก็พี่สาวผมไงครับ”
“และ?” เธอเร่งให้ตอบต่อ
“สุขภาพเธอก็ดีขึ้น ไม่มีอะไรแย่ลง ทิสตาก็ยังเป็นทิสตา” นี่เป็นครั้งแรกในตลอดสามชาติที่ลิธได้เห็นคนตบหน้าผากพร้อมกันด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่แค่ในมีมบนเน็ต เรน่าถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“จริงเหรอ? ลูกไม่เห็นเลยเหรอว่าผมเธอนุ่มและเป็นเงา ไม่พันกันหรือแตกปลายเลย?” ทิสตามีผมสีน้ำตาลอ่อนแซมม่วงอยู่ทั่วไป นับตั้งแต่เริ่มการรักษา สีผมเธอก็ยิ่งสดใสขึ้น”
‘แซมสีม่วงงั้นเหรอ แสดงว่านี่มันเป็นอีกโลกจริง ๆ สินะ สงสัยจังว่าทำไมผู้หญิงถึงมีแต่ผู้ชายไม่มีล่ะ’ ลิธคิด
“พอแม่พูดก็เห็นครับ แต่ปกติผมไม่สนใจเรื่องผมหรอก และที่ผมตัดผมตัวเองสั้นก็เพราะมีเหตุผล” เรน่าส่ายหน้าหลังจากที่ได้ยิน
“ลูกไม่เห็นเลยเหรอว่าผิวของทิสตาเรียบเนียนขึ้น ไม่มีฝ้าหรือกระ แล้วเธอก็สูงขึ้น แถมยังผอมเพรียวกว่าคนวัยเดียวกัน?”
ลิธยังคงเกาศีรษะ เขาไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงทั่วไปเป็นยังไง อีกทั้งสิ่งที่พวกเธอพูดก็เป็นแค่ผลข้างเคียงจากการกำจัดสิ่งปนเปื้อนเท่านั้น
“แล้วนั่นเป็นปัญหาตรงไหนล่ะ? มันไม่ใช่เรื่องดีหรอกเหรอ?” คราวนี้แม้แต่ทิสตาก็ยกมือขึ้นตบหน้าผากด้วย
“พวกเขาอิจฉาน่ะ เจ้าบื้อ! พวกเขาแค่อยากให้นายทำแบบเดียวกันให้บ้าง”
ลิธถึงกับอึ้งกับข้อเรียกร้องเล็กน้อยพวกนี้ “สีหน้าและการกระทำแปลก ๆ ทั้งหมดนั่นเพราะเรื่องงี่เง่าแบบนี้เนี่ยนะ?”
“ลิธจ๊ะ การดูดีสำหรับผู้หญิงมันสำคัญมากนะ สำหรับพี่สาวของลูก มันอาจหมายถึงการเลือกได้ว่าจะเอาแค่ผู้ชายรวย หรือผู้ชายที่ทั้งดีและรวย เรื่องนี้มีผลต่อทั้งชีวิตและความสุขของพวกเธอเลยนะ”
สิ่งนั้นฟังดูมีเหตุผลสำหรับลิธ “ทำไมฉันถึงไม่คิดเรื่องนี้มาก่อนนะ?”
“ส่วนแม่ที่น่าสงสารของลูก มันหมายความว่าแม่จะได้ทำให้พวกเพื่อนบ้านขี้อวด ที่คอยคุยโวว่ารวยกว่าแม่แล้วก็อวดครีมบำรุงราคาแพงของพวกเขา ต้องอิจฉาจนเจ็บใจบ้าง!”
สำหรับลิธแล้วนั่นก็ฟังดูเข้าท่าเหมือนกัน เขาถอนหายใจยอมรับ แล้วชีวิตก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เขาต้องเสียเวลาช่วงบ่ายอย่างน้อยสัปดาห์ละสามวันไปกับการรักษา แต่มันก็คุ้มค่า
การฝึกทั้งหมดนั้นทำให้แก่นมานาของเขาเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว การควบคุมมานาและความเร็วในการร่ายเวทก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ก่อนสิ้นฤดูหนาวไม่นาน เขาก็ถูกบังคับให้รับลูกค้าใหม่
เมื่ออากาศดีขึ้น ครอบครัวเพื่อนบ้านก็เริ่มพบปะกันบ่อยขึ้น บางครั้งไปเยี่ยมกัน บ่อยครั้งก็เจอกันโดยบังเอิญระหว่างแลกเปลี่ยนสินค้าในหมู่บ้าน
และนั่นทำให้ราซแทบคลั่ง
“ลิธ ลูกต้องช่วยพ่อด้วยนะ!” เขาอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“แม่ของลูกดูเด็กลงไปอย่างน้อยก็สิบปี แต่พ่อก็เริ่มดูเหมือนพ่อของแม่มากกว่าสามีของเธอซะอีก ชาวบ้านซุบซิบกันใหญ่ว่าแม่ของลูกโชคร้ายที่ต้องมาแต่งงานกับพ่อ เขาพูดกันว่าเธอน่าจะได้คนที่ดีกว่านี้ ลิธช่วยทำให้พ่อดูดีเหมือนที่ทำให้แม่ได้ไหม!”
ลิธเองก็เคยได้ยินข่าวลือพวกนั้นมาเหมือนกัน มันทั้งใจร้ายและหยุมหยิมสิ้นดี คนพรรค์นั้นสมควรจะถูกเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาว่าร้ายพ่อของเขาเด็ดขาด
“ก็ได้ แต่ต้องมีเงื่อนไข เหมือนที่ผมบอกแม่ไว้นั่นแหละ ข้อแรก เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด นอกจากพ่อกับผม ลองคิดดูสิ ถ้าพวกคนเลวรู้เข้าจะอยากฉกฉวยเอาตัวผมไปใช้ประโยชน์ขนาดไหน”
ราซพยักหน้า
“ข้อสอง ห้ามพูดเรื่องนี้กับออร์พัลหรือไทรออนเด็ดขาด แล้วก็ห้ามมาขอให้ผมทำเพื่อพวกเขาด้วย ผมไม่สนหรอกว่าพวกเขาจะไปตกหลุมรักหรืออยากแต่งงานกับใคร พวกเขาก็แสดงให้เห็นชัดแล้วว่ารู้สึกยังไงกับผมและทิสตา ผมจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงเพราะพวกเขา พ่อจะรับหรือไม่รับข้อเสนอล่ะ”
ราซอยากจะค้าน และเตือนลิธว่าพวกเขาก็เป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนกัน แต่พฤติกรรมของพวกเขากลับยิ่งแย่ลง หลังจากถูกบังคับให้อยู่ร่วมกันตลอดฤดูหนาว ราซต้องคอยดุซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าพวกเขาจะยอมทำตัวดี ๆ
‘ได้แต่หวังว่าเมื่อพวกเขาโตขึ้น ลูกชายของฉันจะปรับความสัมพันธ์กันได้เอง ฉันบังคับให้พวกเขาสนิทกันไม่ได้หรอก’ ราซคิด
เขาจึงยอมรับมันแบบนั้น
สองสามสัปดาห์ต่อมา ลิธกำลังมุ่งหน้าไปบ้านของเซเลียเพื่อทำความสะอาดตามปกติ ก่อนจะออกไปล่าสัตว์ แสงรุ่งอรุณทำให้โลกรอบตัวเขาดูเหมือนออกมาจากนิทานเทพนิยาย
ชั้นหิมะบาง ๆ ขาวสะอาด สะท้อนแสงสีส้มเหนือหญ้าป่าและต้นไม้ตามทาง สภาพแวดล้อมรอบตัวเขาเงียบสงบสนิท โลกสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความสงบ
ที่บริเวณป่าโล่ง ลิธหยิบหินวิเศษออกมาจากถุงหนัง สังเกตมันท่ามกลางแสงยามเช้า
ตลอดเดือนฤดูหนาวที่ผ่านมา รอยกัดบนหินวิเศษส่วนใหญ่หายไปแล้ว ทั้งพลังชีวิตและการไหลของมานาดีขึ้นมาก แต่มันก็ยังไร้ประโยชน์เหมือนวันที่ลิธเจอมันครั้งแรก
“เคราะห์ดีจริง ๆ” เขาถอนหายใจ “ฉันเสี่ยงชีวิตไปเจอเจ้าไรย์ตัวนั้นซะเสียเปล่า หวังว่าฉันจะเจออะไรในหนังสือของแม่เฒ่าบ้างนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมขายมันออกไป”
ลิธแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเริ่มการเป็นลูกศิษย์ของแม่เฒ่า
นั่นหมายถึงในที่สุดเขาจะได้เรียนรู้เวทมนตร์จากหนังสือแทนที่จะเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง อีกทั้งในฐานะศิษย์ของฮีลเลอร์ นอกจากเขาจะได้ฝึกเวทมนตร์เขายังได้เงินอีกด้วย แถมยังได้รับการยอมรับและความเคารพจากคนในหมู่บ้านด้วย
ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว
หลังจากเก็บหินวิเศษกลับเข้าถุง ลิธก็เดินทางถึงที่หมายแล้วเปิดประตู วันนี้เซเลียออกไปขายของนอกเมือง เธอเลยเปิดประตูทิ้งไว้ให้
ใช้เวลาไม่นานเขาก็ทำความสะอาดทุกอย่างและออกไป
ทันทีที่ก้าวออกจากบ้าน เขาก็ถูกไม้ฟาดเข้าที่หัว
สายตาของลิธพร่ามัว เขารู้สึกว่ามีคนผลักเขากลับเข้าไปข้างใน แล้วเตะเข้าที่ท้องจนล้มลง
“ดูซิใครกันนะเนี่ย อ้อ เจ้าปลิงตัวน้อยนี่เอง!” ลิธจำเสียงนั้นได้ มันเป็นเสียงเพื่อนของโอร์พัลคนหนึ่ง
เด็กผู้ชายสี่คนรีบล้อมลิธไว้ เตะซ้ำทั้งที่เขายังล้มอยู่ ขณะที่คนที่ห้าปิดประตูหลังจากตรวจดูว่าไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขา
“ไอ้เด็กจองหอง! โอร์พัลเล่าให้พวกเราฟังหมดแล้ว ว่าแกทำให้เขาต้องอับอายทุกวัน แถมยังกล้าขโมยอาหารเขาด้วย!”
“ใช่!” อีกคนตะโกน “เขาเป็นพี่แกนะ เขาสมควรได้เนื้อส่วนดีที่สุด ไม่ใช่แก ไอ้เด็กเนรคุณ!”
“อย่ามัวแต่โวยวาย ต่อยเตะเข้าไปสิแทรนท์! จำที่โอร์พัลพูดไว้ไม่ได้หรอ ถ้าปล่อยให้ไอ้ปลิงนี่ได้ใช้เวทมนตร์ พวกเราแย่แน่!”
ถึงลิธจะขดตัว พยายามปกป้องหัวกับท้องสุดชีวิต แต่ก็ยังโดนเตะเฉี่ยวหน้า จนฟันน้ำนมซี่หนึ่งหลุดออกมา
“ฉันรู้แล้วว่าจะทำยังไง!” แทรนท์ก้าวเข้ามาแล้วบีบมือของลิธแน่นจนเหมือนจะบี้กระดูกของเขา “ลองดูซิว่าถ้าไม่มีมือแล้วจะมันจะร่ายเวทมนตร์ยังไง!”
การที่แทรนท์เข้ามาใกล้ ทำให้เพื่อนของเขาต้องหยุดเตะ นั่นเป็นโอกาสที่ลิธต้องการพอดี
เขาปล่อยสายฟ้าทั้งหมดที่รวบรวมได้ ใส่แทรนท์ทันที
แต่น่าเสียดายที่ก่อนเขาจะทำอะไรได้อีก ไม้ด้ามหนึ่งก็ตีเข้ามาที่หัวของเขาอีกครั้ง ทำให้เขาล้มลง
“ไอ้เวรเอ้ย! แกกล้ามาทำร้ายรุ่นพี่เหรอ! แกสมควรตาย!”
พวกนั้นกลับมาต่อยเตะต่อ คราวนี้ไม่มีความปรานีหรือการยั้งมือใด ๆ ลิธเริ่มไอออกมาเป็นเลือดและฟัน
ทั้งสี่ล้อมเขาไว้ ลิธพยายามกลิ้งหนีออกจากวงหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ถูกผลักกลับมาที่เดิม
ความรู้สึกมากมายพลุ่งพล่านในหัวเขา ขณะที่ร่างกายแผดเผาไปด้วยความเจ็บปวด ความแค้นที่ถูกพี่ชายหักหลัง ความโกรธที่ถูกเด็กหนุ่มซึ่งตัวใหญ่และอายุมากกว่าเป็นสองเท่ารุมทำร้าย แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขารู้สึกไร้หนทางและหวาดกลัวความตาย
‘ไอ้เวทมนตร์บ้า! จะมีประโยชน์อะไรถ้าฉันไม่มีเวลาตั้งสมาธิ? ไอ้หินโง่ ฉันคล้องแกไว้ที่คอมาหลายเดือนแล้ว ทำอะไรสักอย่างสิ! ช่วยฉันหน่อย! ใครก็ได้ ช่วยด้วย!’ คำวิงวอนเงียบ ๆ ทั้งหมดนั้นไม่ได้รับคำตอบใดเลย
ขณะสติเริ่มเลือนหาย ลิธก็เริ่มสาปแช่งความอ่อนแอและไร้หนทางของตัวเอง
‘เวทมนตร์ ศิลปะการต่อสู้ การเตรียมตัวทุกอย่าง ช่างไร้ค่า’ แปลกที่ความคิดสุดท้ายของเขาไม่ใช่เรื่องครอบครัวหรือการล้างแค้น แต่กลับเป็นคู่ต่อสู้คนสุดท้ายของเขา
‘ถ้าฉันแข็งแกร่งเหมือนไรย์ได้ล่ะก็! มันหยุดเวทจิตวิญญาณของฉันได้ง่าย ๆ แค่...’
สัญชาตญาณเอาตัวรอดของเขาถูกกระตุ้นขึ้น สมองและร่างกายทำงานสอดประสานกัน
‘โดยการถ่ายเทมานาเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง! ฉันก็ทำได้ นั่นมันหลักการเดียวกับวิสัยทัศน์แห่งชีวิตกับวิสัยทัศน์แห่งเพลิงนี่นา!’ เขาคิด
ทุกครั้งที่หายใจเข้า เขาก็ดึงพลังธาตุเข้ามา แต่แทนที่จะเสียเวลาแปรรูปมัน ลิธกลับปล่อยมันไหลตรงเข้าสู่แกนมานา แล้วถ่ายเทเวทธาตุดินเข้าสู่ร่างกาย
ร่างกายเขาเริ่มแข็งขึ้น ความเจ็บค่อย ๆ จางลง ลิธยังถ่ายเทเวทแสงเข้าไปอีก ซึ่งเร่งการรักษาและป้องกันไม่ให้เขาหมดสติ
ไม่นานเขาก็สามารถเมินการเตะเหล่านั้นได้ แล้วเด้งตัวกลับขึ้นมายืนด้วยการดีดตัวจากพื้นอย่างรวดเร็ว
‘ดินคืออะไร? ก็แค่ส่วนผสมของแร่ธาตุกับอินทรียวัตถุ เหมือนกับร่างกายฉัน ฉันสามารถมั่นคงไม่ไหวติงเหมือนภูเขาได้!’
ด้วยความคิดนั้น เขาทำให้หัวแข็งขึ้นอีก ก่อนจะโหม่งขึ้นจากข้างล่างใส่คางคนที่อยู่ตรงหน้า
ก่อนที่อีกสามคนที่เหลือจะหายตกใจแล้วกลับมารุมเขา ลิธก็ยกการ์ดขึ้น แขนซ้ายยื่นไปข้างหน้าเพื่อป้องกัน ส่วนแขนขวาพร้อมจะโจมตี
เพื่อนของโอร์พัลเริ่มกลัว หลังลิธโหม่งหัวหน้าพวกเขาล้มลง สิ่งเดียวในหัวพวกเขาคือป้องกันไม่ให้เขาใช้เวทมนตร์ พวกเขาจึงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ลิธตั้งตัวได้
คนที่ใกล้ที่สุดพยายามต่อยหน้าของลิธ เพื่อขัดจังหวะไม่ให้เขาใช้เวทมนตร์ใด ๆ
‘60% ของร่างกายมนุษย์คือน้ำ ฉันสามารถไร้รูปทรงเหมือนน้ำได้’
แขนซ้ายของลิธที่อัดเวทน้ำเข้าไป พันรอบแขนขวาของคู่ต่อสู้เหมือนงู
‘ร่างกายเผาผลาญแคลอรีเพื่อสร้างความร้อนและพลังงาน ฉันสามารถมีพลังทำลายล้างเหมือนไฟได้!’
เวทไฟแผดเผาผ่านกล้ามเนื้อ ทำให้ลิธระเบิดพลังได้ชั่วขณะ เขาเกร็งแขนซ้ายจนแขนที่ถูกล็อกไว้หักสามท่อน ข้อศอก กระดูกอัลนา และกระดูกเรเดียสแตกละเอียด ขณะที่หมัดขวาของลิธซัดเข้าใส่จมูกคู่ต่อสู้จนแหลก
ความเจ็บปวดทำให้เด็กคนนั้นสลบไป ขณะที่เลือดไหลนองออกจากจมูก
สองคนที่เหลือแตกตื่นจนพยายามวิ่งหนี
‘เส้นประสาท ซินแนปส์ คำสั่งและข้อมูลทั้งหมดในร่างกายส่งผ่านไฟฟ้า ฉันสามารถเร็วเหมือนสายฟ้าได้!’
ลิธถ่ายเทเวทลมเข้าไปทั่วร่าง ทำให้เขาเร็วพอจะที่จะหายตัวไปอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้วต่อยเข้าที่หว่างขาของทั้งคู่พร้อมกัน
คู่ต่อสู้ทั้งหมดล้มลง บ้างก็สะอื้นเพราะเจ็บปวด บ้างก็หมดสติ
ลิธบ้วนเลือดออกมากำมือหนึ่ง พลางครุ่นคิดถึงผลการทดลองครั้งล่าสุด
‘ดูเหมือนเวทใหม่นี่จะสร้างภาระให้ร่างกายมากไป บางทีฉันอาจยังเด็กเกินไป หรือบางทีอาจเป็นเพราะบาดเจ็บหนักเกินไป ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันมีเวลาเหลือเฟือ’
“ฉันต้องคิดแล้วล่ะว่าจะจัดการกับพวกแกยังไงดี ไอ้เวรพวกนี้” ลิธพูดพลางใช้เวทแสงรักษาอาการภายในตัวเอง
“อาจใช้เวลาหน่อยนะ แต่พวกแกจะได้รับความเอาใจใส่อย่างเต็มที่ ขอให้สนุกกับการอยู่ตรงนี้ล่ะ”
ลิธนั่งลงบนโซฟา มือซ้ายวางบนอก ใช้เวทรักษาตัวเองต่อ
มือขวาเขาแบออกไปข้างหน้า ปล่อยสายฟ้าห้าสายพันรอบเด็กทั้งห้าเหมือนรากไม้ ทำให้พวกนั้นกรีดร้องด้วยความทรมาน