เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 โอกาส

ตอนที่ 10 โอกาส

ตอนที่ 10 โอกาส


หลังจากเคลียร์เรื่องมื้อว่างยามเช้า เซเลียก็เตรียมโต๊ะสำหรับจัดการซากสัตว์ที่เหลือ

“นกที่เจ้าจับมาเรียกว่าบลิงเกอร์เพราะมันตกใจง่ายแล้วก็บินหนีเร็วมาก ปกติถ้าไม่มีโชคกับฝีมือก็ยากที่จะล่ามันได้จากระยะไกล ไม่รู้เจ้าใช้เวทอะไร แต่ฆ่าได้สะอาดดีมาก”

“นอกจากคอที่หักแล้ว ขนกับตัวก็ไม่เสียหายเลย”

ลิธยอมรับคำชมด้วยการโค้งเล็กน้อย

“ก็แค่พลิกแพลงการใช้เวทลมน่ะ ไม่ได้พิเศษอะไร”

ความอยากรู้อยากเห็นของเซเลียยังไม่ถูกเติมเต็ม แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ซักต่อ

“การลวกมันง่ายแล้วก็เร็ว แค่โยนลงหม้อประมาณ 45 วินาที ระหว่างนั้นก็คนเบา ๆ จะได้ช่วยล้างสิ่งสกปรกกับปรสิตข้างนอกออกไป”

“มันยังช่วยให้ถอนขนได้ง่ายขึ้นด้วย อย่าลวกนานเกินไปล่ะ ไม่งั้นเนื้อจะเริ่มสุก หรืออาจพลาดทำอวัยวะภายในแตกจนเนื้อเสีย”

ลิธรับหน้าที่ลวกนก เขาใช้มือขวาควบคุมน้ำในหม้อ กวนและปรับแรงน้ำตามที่เซเลียบอก

“บ้าจริง เจ้าเด็กนี่ ชักทำให้ฉันเริ่มเสียใจที่ไม่เคยสนใจเวทมนตร์ซักนิด”

“คุณใช้เวทมนตร์ไม่เป็นเหรอ?” ลิธถามอย่างตกใจ

“ไม่ และก่อนหน้านี้ฉันก็ภูมิใจที่เป็นแบบนั้น ฉันถือว่าเวทจิปาถะเป็นแค่ลูกเล่นไร้สาระ ทำไมต้องเสียเวลาฝึกทำอะไรด้วยเวทมนตร์ ในเมื่อใช้มือก็ทำได้เร็วกว่าแล้วก็ดีกว่า?” เซเลียยักไหล่

“เอาล่ะ เอาบลิงเกอร์ออกจากน้ำได้แล้ว ถึงเวลาจริงจังซักที”

การควักไส้ไก่มันคล้ายกับตอนที่ลิธทำกับกระรอก เพียงแต่การลวกกับถอนขนมาแทนที่การแล่หนัง และมีเพิ่มขั้นตอนเอากระเพาะ คอ กับต่อมน้ำมันออก

พอทำเสร็จ ลิธก็มองผลงานด้วยความพอใจ เขาสังเกตว่าหนังของบลิงเกอร์มีรูพรุนมากกว่าหนังไก่นิดหน่อย แต่ก็แค่ย่างอีกหน่อยก็เหมือนไก่ที่เคยซื้อกินบนโลกแล้ว

“แล้วผมจะปรุงมันยังไง?”

“ยังจะหิวอีกเหรอหลังจากกินกระรอกไปตั้งสองตัว?”

“ใช่ มากด้วย” มื้อก่อนหน้านั้นแค่เรียกน้ำย่อย เขายังไม่อิ่มเลย “เราไปย่างมันนอกบ้านกันเถอะ ผมต้องฝึกให้ชินกับการไม่ใช้เตาผิง”

เซเลียเอามือทุบหน้าผากตัวเอง

“เออ ๆ ข้าลืมเรื่องปัญหาครอบครัวเจ้าซะสนิทเลย”

หลังจากสอนเขาเลือกตำแหน่งกองไฟที่เหมาะสมแล้ว เซเลียก็สอนวิธีทำเคบับง่ายๆ ด้วยไม้เสียบ บทเรียนสุดท้ายคือความสูงที่ควรตั้งไม้เสียบเพื่อไม่ให้ไหม้ และวิธีดูว่าเนื้อสุกพร้อมกินเมื่อไหร่

พอจำทุกอย่างได้แล้ว ลิธก็ร่ายเวทไฟเข้าสู่ดวงตา เปิดใช้งานคาถาวิสัยทัศน์แห่งเพลิง ซึ่งทำงานคล้ายแว่นตรวจจับความร้อน แต่ดีกว่า

จากนั้นเขาก็เริ่มผสานเวทไฟกับเวทลม รักษาความร้อนรอบๆ เจ้าบลิงเกอร์ให้คงที่ ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป โดยใช้กระแสลมช่วยย่างให้เนื้อสุกทั่วทุกซอกทุกมุม

การควบคุมละเอียดแบบนี้ทำให้เขาต้องขยับทั้งมือทั้งเท้า มองเนื้อจากหลายมุม และปรับการไหลของมานาอยู่ตลอด

ท่าทางของเขาคล้ายการฝึกท่ารำคาตะในศิลปะการต่อสู้

เซเลียกำลังจะล้อว่า เขาเต้นฉลองชัยแค่เพราะนกตัวเดียวหรือไง แต่กลิ่นหอมก็ลอยมากระทบจมูกเธอเสียก่อน

เจ้าบลิงเกอร์ถูกย่างจนค่อยๆ สุกแบบเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวกลายเป็นหนังกรอบ และมีปล่อยน้ำมันเคลือบทั่วเนื้อ

กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอจนแม้ว่าเธอเพิ่งกินอาหารเช้าไปไม่ถึงสองชั่วโมงก่อน ท้องของเธอก็ยังเริ่มส่งเสียงร้อง

ลิธใช้เวทจิตวิญญาณยกไม้เสียบออกจากไฟ ก่อนลดอุณหภูมิเนื้อย่างลงเพื่อไม่ให้ลวกปาก จากนั้นก็กินเนื้ออย่างตะกละ ฉีกเนื้อออกมากินด้วยมือเปล่า

เริ่มจากน่อง ตามด้วยอก และสุดท้ายคือปีก

มันไม่มีเกลือ เนื้อก็ไม่ได้นุ่มเหมือนไก่ย่าง เพราะไม่ได้หมักเนื้อเลย แต่ถึงอย่างนั้น มื้อนี้ก็ยังเป็นมื้อที่ดีที่สุดในชีวิตของลิธ

“ไม่น่าเชื่อเลย… ฉันไม่หิวแล้ว” ลิธทรุดลงกับพื้นด้วยความปลื้มปีติ น้ำตาคลอเหมือนใกล้จะร้องไห้

แต่ช่วงเวลานั้นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

‘ฉันต้องการมากกว่านี้! ฉันจะยอมให้ความหิวมาทำให้ฉันอ่อนแออีกไม่ได้เด็ดขาด’ ลิธคิดพลางมองดวงอาทิตย์

ยังเหลือเวลาอีกสองสามชั่วโมงก่อนเที่ยง ที่เขาสามารถใช้ไปกับการล่าได้

“อาจารย์เซเลีย ผมขอร้องหน่อยได้ไหม ผมอยากได้ที่เก็บเนื้อที่ล่ามาเอง อย่างน้อยก็พวกที่ผมไม่อยากแบ่งใคร”

“เรียกแค่เซเลียก็พอ พวกนักล่าไม่เสียเวลามาใช้คำยกย่องกันหรอก พวกเราให้ความสำคัญกับการกระทำมากกว่า”

เธอโบกมือ เหมือนจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องใส่ยศหรือตำแหน่งให้วุ่นวาย

“ส่วนเรื่องที่เจ้าขอ ฉันไม่ใช่คนทำการกุศล ฉันทำแต่ข้อตกลง เอาแบบนี้ไหม ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป เจ้าจะต้องมาที่นี่ทุกวัน มาช่วยทำความสะอาดบ้านของฉัน แล้วบางครั้งอาจจะปรุงอะไรให้ข้ากินด้วยท่าเต้นตลก ๆ ของเจ้าด้วย”

“แลกกับที่ฉันจะเก็บเนื้อส่วนตัวของเจ้าไว้ให้ปลอดภัย แถมเวลาฉันให้เจ้าทำอาหารให้ เราจะหารกันคนละครึ่ง ตกลงไหม?” เซเลียยื่นมือให้เขาจับ

มันก็ยังเป็นข้อตกลงที่เอาเปรียบอยู่ดี แต่นี่ก็เป็นทางเลือกเดียวของเขา

“ตกลง แต่มีข้อแม้ข้อเดียว ผมไม่ซักผ้า”

หลังจากนั้นไม่กี่วัน บ้านของลิธก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขมากกว่าปกติ การที่เขานำเนื้อสัตว์ป่ากลับมาบ้านสร้างคำถามขึ้นบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่เขาอธิบายได้ไม่ยาก

อาหารช่วยให้ทุกคนผ่อนคลายและลืมเรื่องบาดหมางในอดีต แม้แต่ลิธกับโอร์พัลก็เริ่มประนีประนอมกัน เหลือเพียงจ้องตาเขม็งหรือด่ากันวันละไม่กี่ครั้ง

แต่ที่สำคัญกว่านั้น ลิธสามารถกลับมาฝึกศิลปะการต่อสู้ได้อีกครั้ง ตารางฝึกของเขาเรียบง่ายมาก ตอนเช้าจะออกล่า ตอนบ่ายฝึกเวทมนตร์ และตอนกลางคืนฝึกศิลปะการต่อสู้

ด้วยเทคนิคการหายใจฟื้นพลัง ลิธสามารถอดนอนได้เกือบสัปดาห์ก่อนที่ร่างกายจะทนไม่ไหว

เขาจะย่องออกจากบ้านทันทีที่คาถาวิสัยทัศน์แห่งชีวิต ยืนยันว่าทุกคนหลับหมดแล้ว

พอออกไปข้างนอก เขาจะใช้เวทดินสร้างหุ่นโคลนสำหรับฝึกท่าต่อสู้และฝึกความแข็งแกร่งให้ร่างกาย โดยเน้นที่การก้าวเท้าเป็นหลัก

บางทีอาจเพราะเขาอายุแค่สี่ขวบ หรืออาจเพราะอดอยากจนแทบไม่ได้ขยับร่างกายมาก่อน ร่างกายเขาจึงเก้งก้างน่าอายมาก

ทุกครั้งที่มีใครขว้างอะไรใส่เขา แม้แต่ลูกเกาลัดจากระยะเมตรเดียว เขาก็จะหลบไม่พ้นหรือไม่ก็รับพลาดทำมันตกพื้น

ลิธรู้ดีว่าถึงแม้การร่ายเวทของเขาจะรวดเร็วมาก โดยเฉพาะเวทจิตวิญญาณ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที เขาไม่อาจปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นเป้านิ่งหากมีใครเข้ามาใกล้เกินไป

เวทมนตร์ทำให้เขาทรงพลัง แต่ไม่ได้ทำให้เขาไร้เทียมทาน จะมีประโยชน์อะไรถ้าเขาสามารถโค่นภูเขาได้ แต่สุดท้ายกลับถูกอันธพาลที่ไหนไม่รู้ลอบเข้ามาฆ่าตาย

แม้แต่ตอนอยู่บนโลก ลิธก็คิดมาตลอดว่าการแยกจิตใจกับร่างกายออกจากกันเป็นเรื่องโง่เง่า การออกกำลังกายช่วยให้เขาลดความเครียดและทำให้จิตใจผ่อนคลาย

เหมือนกับการเรียนที่ช่วยให้ได้ดี ไม่ว่าจะในการทำงานหรือในการฝึกศิลปะการต่อสู้

กำลังอย่างเดียวก็เป็นได้แค่ความรุนแรง ในขณะที่ปัญญาอย่างเดียวก็เป็นได้เพียงแนวคิดที่จับต้องไม่ได้ มีแต่การฝึกร่างกายและจิตใจควบคู่กันเท่านั้น ที่ร่างกายจะสามารถปฏิบัติตามจิตใจได้

ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากลิธเริ่มฝึกซ้อม ก็เกิดบางอย่างขึ้น

เขาอยู่เพียงลำพังในตอนกลางคืน กำลังฝึกก้าวเท้าเคลื่อนไปรอบหุ่นดิน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ความเจ็บปวดพุ่งออกมาจากแก่นมานาของเขาและแผ่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยอาการคลื่นไส้จนหัวหมุนอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน

‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่?’ เขาคิด ‘นี่มันไม่ใช่คอขวดแน่ ๆ คอขวดครั้งล่าสุดเพิ่งคลายไปเมื่อวานนี้เอง และไม่เคยมีครั้งไหนให้ความรู้สึกแบบนี้เลย’

ไม่นานเขาก็เริ่มหอบหายใจแรง จนไม่สามารถยืนได้อีกต่อไปและทรุดตัวลงนอนดิ้นด้วยความเจ็บปวด

‘ฉันจะตายไม่ได้! ฉันไม่อยากตายอีกแล้ว จะต้องไม่ใช่หลังจากที่ทนมาขนาดนี้ ฉันจะไม่ยอมไปเป็นทาสในกาแล็กซีอันไกลโพ้น หรือไปเป็นคนแก่ที่รอความตาย ฉันพอแล้ว! ฉันขอปฏิเสธที่จะตาย!’

เขาใช้พลังใจทั้งหมด แปรเปลี่ยนมานาทุกหยาดหยดเป็นเวทแสง เพื่อพยายามต่อสู้กับความเจ็บปวดที่กำลังทรมานเขา แต่มันก็ไร้ผล

ความเจ็บปวดกลับยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ จนพลังของเขาต้านไว้ไม่อยู่

ในที่สุดลิธก็ยอมแพ้ ความรู้สึกแสบร้อนเหล่านั้นก็เป็นอิสระ มันลุกลามขึ้นไปจนถึงลำคอของเขา

ลิธเริ่มอาเจียนก้อนสะสารสีดำเหนียวหนืด คล้ายยางมะตอย แต่กลิ่นเหมือนซากที่เน่าอยู่หลายสัปดาห์กลางหน้าร้อน

มันมีขนาดแค่ประมาณถั่ว แต่ความรู้สึกทรมานที่เขาได้รับกลับเหมือนอาเจียนช้างสองตัวออกมา

“กลิ่นเหม็นนั้นแย่มากจนแม้ในสภาวะที่อ่อนแรง ลิธก็ยังหาพลังมาเรียกเวทมืดเพื่อทำลายก้อนพวกนั้นไม่ให้หลงเหลือซาก”

ลิธใช้เวลาหลายนาทีถัดมาในการถ่มน้ำลาย ดื่มน้ำ และแม้แต่กินหญ้า เพื่อขจัดรสอันน่าสะอิดสะเอียนในปาก

เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ลิธก็อ่อนแรงเกินกว่าจะฝึกต่อได้ จึงต้องใช้เทคนิคฟื้นพลัง เพื่อทำให้ร่างกายกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

ทันทีที่ลิธเริ่มฝึกหายใจตามเทคนิคการฟื้นพลัง เขาก็ค้นพบว่า ตอนนี้เขาสามารถสัมผัสแก่นมานาของตนได้ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย

ในขณะที่ดูดซับพลังงานโลกด้วยเทคนิคฟื้นพลัง ลิธสามารถรู้สึกและควบคุมการไหลของมานาที่วิ่งผ่านหลอดเลือดและอวัยวะของเขาได้ จนถึงขั้นมองเห็นแม้กระทั่งเวทที่ตกค้างตามเส้นขนบนร่างกาย

แม้ดวงตาจะปิดสนิท ลิธก็สามารถมองเห็นภายในร่างกายของตัวเองได้ ราวกับว่ากำลังสังเกตผลสแกนร่างกายสามมิติสุดล้ำ

แม้จะยังรู้สึกเวียนหัวอยู่ แต่ลิธก็ลองฝึกก้าวเท้าอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของลิธยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่เขาไม่รู้สึกเหมือนตัวเองมีเท้าซ้ายสองข้างอีกต่อไปแล้ว

‘นี่ถือเป็นความก้าวหน้าที่น่าทึ่ง ถ้าเทียบกับเมื่อกี้ที่เป้าหมายคือแค่ไม่ให้สะดุดขาตัวเอง ฉันสงสัยว่า...’

ลิธยื่นมือขวาที่แบออกไปข้างหน้า ใช้เวทจิตวิญญาณกับหัวของหุ่นดิน

‘เมื่อชั่วโมงก่อน ถ้าฉันพยายามโจมตีเป้าหมายมากขนาดนี้พร้อมกัน อย่างมากก็ทำได้แค่บีบมันได้นิดหน่อย แล้วตอนนี้ล่ะ?’

เขากำหมัดแน่น เร็ว และแรงกว่าที่เคย

หัวของหุ่นดินระเบิดแตกดังเป๊าะ ราวกับลูกโป่ง

จบบทที่ ตอนที่ 10 โอกาส

คัดลอกลิงก์แล้ว