เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 การเริ่มต้นใหม่

ตอนที่ 1 การเริ่มต้นใหม่

ตอนที่ 1 การเริ่มต้นใหม่


*“เขารอดแล้ว! ข้าทำได้! ข้าช่วยชีวิตลูกชายของเจ้าไว้ได้!”* (*หมายเหตุ: เครื่องหมายดอกจัน * ใช้แทนคำพูดที่เดเร็กไม่สามารถเข้าใจได้)

ทันทีที่หมอตำแยเอ่ยคำนั้น เสียงโห่ร้องก็ดังก้องไปทั่วห้อง น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อท้น ทุกคนผลัดกันกอดกันเอง และกอดแม่ของเด็กด้วยความปลื้มปีติ

ในขณะนั้น เดเร็กนอนอ่อนแรงอยู่ในอ้อมแขนของหมอตำแย กวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อประเมินว่าสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน

‘โอ้โฮ... อะไรกันนี่? ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงนั่นน่าจะเป็นแม่ของร่างนี้แน่ ๆ แล้วก็ดูเหมือนว่าเธอจำเป็นต้องอาบน้ำอย่างด่วน หลังจากคลอดลูก ผ้าปูที่นอนก็เปื้อนเลือด ปัสสาวะ และอุจจาระ’

‘ผู้ชายหน้าตาเคร่งเครียดที่กำลังร้องไห้น่าจะเป็นพ่อสินะ สงสัยจังว่าเขาร้องเพราะฉัน หรือเพราะกลัวจะเสียเมียไปกันแน่ ขอเดาว่าคงเป็นอย่างหลังล่ะนะ ฉันเดาว่าฉันน่าจะเป็นลูกคนที่สอง นั่นหมายความว่าฉันน่าจะมีพี่ด้วย นี่ไม่ใช่ลางดีเลย’

ทันใดนั้น ผู้หญิงอีกคนก็เดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับพาเด็กชายและเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เข้ามาด้วย ทั้งคู่วิ่งเข้าไปหาแม่ที่นอนอยู่บนเตียงทันที

‘บ้าชะมัด! ยิ่งแย่กว่าที่คิดไว้อีก ตอนนี้ฉันมีทางเลือกแค่สองทาง ทางแรกการเติบโตในครอบครัวใหญ่แบบนี้ หมายความว่าอาหารในบ้านคงไม่พอให้แบ่งกันกิน ภาวะขาดสารอาหารคงเลี่ยงไม่พ้นแน่’

‘จากนั้นพอโตพอจะจับจอบจับเสียมได้ ฉันก็คงถูกลากให้ไปทำงานกับญาติ ๆ แล้วก็แต่งงาน มีลูก มีชีวิตวนลูปไปแบบเดิม ทางเลือกที่สองคือ... รอให้สูงพอจะหยิบของมีคมได้ แล้วก็ชีวิตตัวเอง จากนั้นค่อยลองเสี่ยงกลับชาติมาเกิดใหม่อีกที เผื่อจะได้ชีวิตที่ดีกว่านี้ ฉันว่า...ฉันเลือกทางที่สองดีกว่า’

ระหว่างที่เดเร็กกำลังครุ่นคิด ห้องก็เริ่มเงียบลง หมอตำแยทำความสะอาดทารกเรียบร้อยแล้วและห่อตัวเขาไว้ในผ้าผืนใหม่ ตลอดเวลานั้น เดเร็กไม่ได้ขยับตัวหรือส่งเสียงร้องเลยแม้แต่น้อย

“แม่เฒ่า เด็กเป็นอะไรรึเปล่า? ทำไมเขาไม่ร้องเลยล่ะ? แบบนี้มันไม่ปกติใช่ไหม!?” นางกังวลมากเสียจนลืมความเจ็บปวด แล้วพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง

*“เงียบก่อน เจ้าอย่าดื้อให้มาก ข้ายังต้องรักษาเจ้าอยู่นะ!” น้ำเสียงของหมอตำแยเด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าแย้ง “ข้าทำคลอดเด็กมาเป็นโหลแล้ว เด็กที่ไม่ร้องน่ะหายากก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรอก อยากรู้ไหมว่าเขาแข็งแรงแค่ไหน? นี่ไง!”*

เธอคลี่ผ้าที่ห่อร่างเขาออก แล้วอุ้มเดเร็กไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะตีเบาๆ ที่ก้นหวังให้เขาร้องออกมา

เดเร็กครางเสียงแผ่ว พลางจ้องหน้าหมอตำแยด้วยแววตาฉงนปนตื่นตระหนก

‘จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม ยายแก่?’ เขาคิดในใจ ‘งั้นก็เอาซี่! แกพึ่งจะไปกระตุ้นการ์ดกับดักของฉันเองนะ! น้ำหลากสองสาย จงทำงาน!’ เดเร็กปล่อยทั้งอึและฉี่ใส่หมอตำแยโดยไม่ลังเล

กระสุนด้านหลังพุ่งใส่เท้าของเธอ ส่วนกระแสน้ำด้านหน้าก็ซัดตรงเข้าหน้าและหน้าอกแบบไม่ปรานี

เดเร็กหัวเราะคิกคักออกมาเสียงดังด้วยความสะใจ

*“เอ่อ...ไม่ใช่สิ่งที่ข้าคาดไว้เสียทีเดียว แต่เจ้าก็ได้ยินแล้วนี่ เด็กน้อยจอมซนคนนี้ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”* หมอตำแยเอ่ยพลางส่งทารกให้ผู้หญิงอีกหนึ่งคนหนึ่งนำไปล้างตัว

เดเร็กยังคงหัวเราะคิกคักอย่างภูมิใจในผลงานของตน หลังจากเช็ดหน้าด้วยผ้าและน้ำอุ่นเสร็จ หญิงชราก็ยกนิ้วชี้ข้างซ้ายวาดวงกลมในอากาศ แล้วขีดเส้นผ่านวงนั้นจากขวาไปซ้าย จากนั้นก็เอ่ยคำหนึ่งออกมา

“เอกิดู!”

พลังงานสีดำปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเธอ จากนั้นเธอก็ชี้นิ้วไปยังชุดที่เปียกชุ่ม และรองเท้าที่เลอะเปรอะ กลิ่นของอุจจาระและปัสสาวะหายไปในพริบตาพร้อมกับต้นตอของมัน

เดเร็กอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เขาเห็นอึของตัวเองค่อยๆ แห้งและแตกละเอียดกลายเป็นฝุ่น มันเหมือนกับดูวิดีโอแบบเร่งเวลา ที่เมล็ดกลายเป็นดอกไม้ภายในไม่กี่วินาที

“ไฮเซนเบิร์กยังต้องอึ้ง! นี่มันไม่ใช่หมอตำแยแก่ ๆ ธรรมดา… แต่นี่คือจอมเวทตัวจริงเสียงจริง! ตลอดสามชีวิตที่ผ่านมา ฉันไม่เคยดีใจที่ตัวเองคิดผิดขนาดนี้มาก่อนเลย!”

เดเร็กปลาบปลื้มสุดขีด ไม่ใช่แค่เพราะโลกนี้มีเวทมนตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะทันทีที่ได้ยินคำว่า “เอกิดู” เขาก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างข้างในตัวเขาถูกกระตุ้น

ราวกับว่ามีบางสิ่งในส่วนลึกลงไปในตัวเขาเริ่มหยั่งราก และในชั่วขณะนั้นเอง เขาก็เหมือนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกใบนี้

เขาเริ่มท่องคำร่ายเวทซ้ำไปซ้ำมาในหัวอย่างหมกมุ่น พร้อมกับพยายามจดจำทุกอากัปกิริยาของปลายนิ้วที่วาดวงเวทให้แม่นยำในทุกรายละเอียด

“ตอนนี้ข้าสะอาดแล้ว ข้าขอช่วยหยุดเลือดให้เจ้าสักครู่นะ” หมอตำแยเดินเข้าไปหาแม่ของเด็กแล้ววางมือเหนือช่วงล่างของเธออย่างอ่อนโยน

“จะมีเวทมนตร์อีกไหมนะ!? ได้โปรด… แสดงให้ดูอีกเถอะ!” เดเร็กวิงวอนอยู่ในใจ

แม่เฒ่าเริ่มจากแผ่ห้านิ้วออกกว้าง แล้วค่อย ๆ หมุนแขนทั้งสองเป็นวงกลม โดยยกขึ้นเหนือศีรษะก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นนางก็กางแขนออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะนำฝ่ามือและหลังมือประกบกันตรงระดับสะดือ

“วินิเร ลาครัต!”

แม้จะถูกห่อตัวแน่นอยู่ในผ้า เดเร็กก็ยังพยายามขยับตัวเลียนแบบท่าทางของแม่เฒ่าอย่างสุดความสามารถ เขาทำตามทุกจังหวะ ทุกท่วงท่า พลางพยายามจดจำทุกรายละเอียดท่าที่จะทำได้

ลูกแสงทรงกลมห่อหุ้มช่วงล่างของร่างมารดาของเดเร็กไว้ และสีหน้าของเธอก็ค่อยๆ ฟื้นกลับมามีเลือดฝาด ผิวซีดกลายเป็นชมพูระเรื่อ ร่องรอยของความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าจางหายไปจากใบหน้าอย่างสิ้นเชิง

เป็นอีกครั้งที่บางสิ่งในตัวเขาถูกกระตุ้น หลังจากได้สัมผัสเวทมนตร์มืดมาก่อน คราวนี้เพียงแค่ได้ยินคำร่ายเวท เดเร็กก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า สายใยบางอย่างได้เชื่อมโยงเขาเข้ากับเวทมนตร์แห่งแสง และเขาก็ยิ้มกว้างไม่หุบด้วยความปีติ

‘ถ้า… ถ้าข้ามีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์จริง ๆ นั่นอาจหมายความว่ายังมีทางเลือกที่สามซ่อนอยู่’ เดเร็กครุ่นคิด ‘ข้าอาจกลายเป็นจอมเวท แล้วได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเป็นครั้งแรกในชีวิต! ไม่มีพันธนาการ ไม่มีภาระ ไม่มีสิ่งใดฉุดรั้งได้อีก! แต่ก็ควรระวังไว้ก่อน อย่าเพิ่งดีใจเกินเหตุ ถ้าดูจากดวงข้าแล้วล่ะก็ ไม่แน่ว่าอาจมีพรสวรรค์กระจอกงอกง่อย หรือไม่ก็...’

ความคิดของเขาถูกขัดจังหวะอย่างกะทันหัน เมื่อผู้หญิงที่อุ้มเขาไว้ตั้งแต่ต้นส่งตัวเขากลับสู่อ้อมแขนของมารดา

*“แม่เฒ่า... ท่านแน่ใจนะว่าเขาไม่เป็นอะไร? เขาไม่ร้อง แล้วก็ไม่หัวเราะเลย เขาเงียบเกินไป ข้ากลัวจริงๆ ว่าจะมีอะไรผิดปกติกับเขา”*

ทันทีที่สิ้นเสียง ห้องทั้งห้องก็หม่นลงอย่างรู้สึกได้ เดเร็กซึ่งกลัวว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุให้บรรยากาศเปลี่ยนไป และในขณะเดียวกันก็อยากจะลองสำรวจ ‘ทางเลือกที่สาม’ อย่างจริงจัง เขาจึงแสดงความเป็นทารกเต็มที่ ยิ้มแย้ม หัวเราะคิกคัก และส่งเสียงพ่นลมฟู่ฟ่าจากริมฝีปากอย่างขะมักเขม้น

คำพูดเหล่านั้นกระทบต่อศักดิ์ศรีในวิชาชีพของหมอตำแยไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องรับมือกับแม่ที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล

เธอรู้จักเอลินามาตั้งแต่เอลินายังเป็นเด็ก และก็เป็นคนทำคลอดลูกให้เอลินาทุกคน แต่แม่เฒ่าเองก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการคลอดครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในครั้งที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพของเธอ

การคลอดกินเวลายาวนานหลายชั่วโมง เธอจำเป็นต้องร่ายเวทรักษาหลายครั้งเพื่อหยุดเลือด ในที่สุดเห็นหัวเด็กโผล่ออกมา เธอก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เอลินาสู้สุดกำลัง แต่ว่าทารกกลับแน่นิ่งไร้เรี่ยวแรง แม่เฒ่าจึงต้องรีบรุดเข้าช่วย เธอใช้มือดึงเด็กออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และสิ่งที่เธอพบก็คือ เด็กคนนี้กำลังถูกสายสะดือรัดคอของตัวเองอยู่

หลังจากตัดและนำสายสะดือออกแล้ว หมอตำแยก็ใช้เวทมนตร์ที่ดีที่สุดทั้งหมดที่เธอมี ทว่าไม่มีสิ่งใดได้ผล ตลอดหนึ่งนาทีที่ยาวนานและแสนเลวร้ายนั้น หมอตำแยเชื่อจริงๆ ว่าเด็กคนนี้คงไม่รอดแล้ว

แต่แล้วแสงแห่งการรักษาก็ทำงานในที่สุด มันกระตุ้นให้ทารกสำรอกสิ่งอุดตันออกมา เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง และในตอนนั้นเองเท่านั้นที่หมอตำแยถึงจะผ่อนคลายลงได้บ้าง

เวทรักษาไม่ใช่ปาฏิหาริย์ มันเพียงช่วยเสริมพลังชีวิตของผู้ป่วย ให้ฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยหรืออาการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น แต่มันไม่สามารถสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่ได้

แม่เฒ่าเป็นคนละเอียดอ่อน เธอจึงเข้าใจดีว่าเอลินาไม่ได้ต้องการบทเรียนเกี่ยวกับเวทมนตร์ เธอแค่อยากได้รับความมั่นใจว่าลูกของเธอปลอดภัยดีเท่านั้น

“ไม่ต้องห่วงนะ เด็กน้อย ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าดูว่าเขาปลอดภัยดีจริงๆ”

แม่เฒ่าลูบแก้มของเอลินาเบาๆ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น แล้วรับตัวเดเร็กจากอ้อมแขนของเธอ ก่อนจะคลี่ผ้าที่ห่อออกราวกับกำลังเปิดเผยขุมทรัพย์ล้ำค่า

เธอจัดท่าเดเร็กให้อยู่ในอ้อมแขนซ้ายอย่างระมัดระวัง แล้วใช้มือขวาวาดวงโค้งวนรอบตัวเขา ก่อนจะพูดว่า

“วินิเร รัด ทู!”

แสงเรืองเล็กๆ พุ่งออกจากฝ่ามือของเธอ หมุนวนรอบทารกอย่างพลิ้วไหว ก่อนจะซึมเข้าสู่หน้าอกของเขา

แสงนั้นค่อย ๆ แผ่กระจายจากศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้ร่างของเดเร็กเปล่งประกายอ่อนๆ

*“เห็นไหม? ถ้าเขามีแม้แต่รอยขีดข่วน เวทตรวจบาดแผลของข้าจะทำให้จุดนั้นมืดลง เด็กน้อยของเจ้าแข็งแรงดีทุกอย่าง”*

พลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างทำให้เดเร็กรู้สึกเปี่ยมไปด้วยพลัง ในชีวิตก่อน เขาเคยรู้สึกเช่นนี้แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ตอนที่เขาได้รับปริญญา ตอนที่ย้ายออกจากบ้านพ่อแม่สำเร็จ หรือแม้แต่ตอนที่เอาคืนพวกนักเลงได้สำเร็จ แต่ทุกครั้งก็เป็นเพียงความรู้สึกชั่วแล่น ที่คงอยู่ได้ไม่กี่วินาที

แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป มันไม่ใช่แค่ความฮึกเหิมจากอะดรีนาลีน หากเป็นเวทมนตร์จริง พลังจริง ที่แล่นไปทั่วทุกเส้นใยในร่างกาย ทำให้เขารู้สึกไร้เทียมทาน

ดังนั้นเมื่อเวทมนตร์เริ่มเลือนหาย เดเร็กจึงไม่อาจยอมรับได้

‘ไม่! กลับมา! เอาพลังของข้าคืนมา!’ เดเร็กตะโกนก้องอยู่ในใจ

เขาจดจ่อกับเศษเสี้ยวพลังที่ยังหลงเหลืออยู่ พยายามจะยื้อมันไว้ แม้เขาจะไม่อาจร่ายคาถานั้นได้ด้วยตัวเอง แต่ยังรับรู้ได้ถึงพลังที่ยังไม่จางหาย เขาจึงเริ่มหล่อเลี้ยงมันด้วยพลังของตนเอง

แสงที่กำลังจางกลับหยุดนิ่ง และเริ่มเปล่งประกายเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

แม่เฒ่าอึ้งจนพูดไม่ออก เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน เพราะนั่นไม่ใช่วิธีที่คาถานี้ควรจะทำงานเลย

เดเร็กอยากให้พลังนั้นคงอยู่ตลอดไป แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็หลับไปเพราะพลังเวทหมดตัว และแสงทั้งหมดก็ดับวูบหายไปในทันใด

แม่เฒ่าห่อตัวทารกอีกครั้ง แล้วส่งเขาคืนสู่อ้อมแขนของมารดา

“แม่เฒ่า... นั่นมันอะไรกัน?” เอลินาถามด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความพิศวง

หมอตำแยเฒ่าไม่รู้จะตอบอย่างไร แม้ความเป็นไปได้หลายอย่างจะผุดขึ้นมาเต็มไปหมด แต่ทุกทางล้วนต้องอธิบายยืดยาว ซึ่งอาจทำให้เอลินาต้องกังวลไม่จำเป็น หรือที่แย่กว่านั้นคือเธอต้องร่ายเวทซ้ำอีก

วันนี้ช่างยาวนานเกินพอแล้ว และเธอไม่คิดจะยืดเวลาออกไปแม้แต่วินาทีเดียวโดยไม่จำเป็น จึงเลือกยืมคำพูดจากนิทานเรื่องโปรดในวัยเยาว์มาใช้แทน

“แม่หนูเอ๋ย… ข้าคิดว่าเจ้าทารกน้อยผู้นี้ อาจได้รับพรจากแสงสว่าง ไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก เจ้าน่าจะรู้สึกยินดีเสียมากกว่า”

จบบทที่ ตอนที่ 1 การเริ่มต้นใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว