เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27: ซูชิไก่ฉีกน้ำเบอรี่

ตอนที่ 27: ซูชิไก่ฉีกน้ำเบอรี่

ตอนที่ 27: ซูชิไก่ฉีกน้ำเบอรี่


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ชิยูก็ได้รับการยอมรับจากกลุ่มพอตัวด้วย. เธอตามพวกเขาผ่านป่าไปจนในที่สุดก็ถึงเขตตีนภูเขาสัตว์ปราณ.

 

ป่าที่พวกเขากำลังจะเข้าไปตอนนี้แตกต่างกับป่าที่เพิ่งผ่านเข้ามา. ป่านี้ดูเก่าแก่ ต้นไม้สูงใหญ่ใบหนาทึบจนแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาไม่ถึง. แม้ตอนนี้ยังเป็นตอนกลางวันอยู่แต่ป่านั้นก็แทบจะมืดไปหมด ใครก็ตามที่มายืนอยู่หน้าป่านี้คงต้องมีลังเลก่อนเข้าบ้างล่ะ.

 

“เอาล่ะ คืนนี้เราพักที่นี่แหละ. พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปแล้วกัน” หยงหมิงกล่าว สายตาเธอจ้องไปที่ชิยู “ข้างในนี้อันตรายมาก เราอาจจะไม่มีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่. เธอแน่ใจนะว่าจะมากับเรา?”

 

ชิยูคิดอยู่แปปนึงแล้วพูด “งั้นพรุ่งนี้พวกเธอก็เข้าไปเถอะ ชั้นจะรออยู่นี่ก็ได้”*

 

สีหน้าของหยงหมิงบูดมากๆ.

 

คืนนั้นไม่มีการโต้เถียงใดๆอีก.

 

วันต่อมาขณะที่หัวหน้าทีมส่งสายตาไม่พอใจอย่างแรง ชิยูก็เข้าไปที่เขตตีนภูเขาสัตว์ปราณกับคนอื่นๆ.*

 

*(2ท่อนนี้แปลย้อนแยงกันมาก ผมก็งงๆเหมือนกัน)

 

เธอต้องยอมรับเลยว่า รอบๆภูเขาสัตว์ปราณนั้นเป็นที่ที่สวยงามจริงๆ! ถึงแม้พวกต้นไม้จะดูมืดมนและน่ากลัว แต่พวกพงหญ้าด้านล่างนั้นแทบจะไม่มีใครมาแตะเลย มีแต่ผักที่กินได้น่าอร่อยและน่าจะดีต่อสุขภาพเยอะแยะไปหมด. ชิยูรู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้ค้นพบภูเขาอาหารในตำนานเลย.

 

ขณะที่พวกนักผจญภัยเริ่มเคลียร์เส้นทาง ชิยูที่ตามมาด้านหลังก็กำลังยุ่งอยู่กับการเด็ดผลไม้และผักที่กินได้. มีบางช่วงที่เธอขุดสมุนไพรขึ้นมาแล้วพอคนอื่นไม่ได้สนใจเธอก็โยนพวกมันไปไว้ที่มิติลับของเธอ.

 

เพียงแค่แป๊บเดียวตะกร้าด้านหลังเธอก็เต็ม. เนื่องจากเธอต้องแบกของหนักเลยทำให้เดินช้ามากๆ. พลังปราณในร่างกายเธอก็เริ่มจะทำงาน มันช่วยให้เธอเพิ่มความเร็วในการเดินในขณะที่เธอพยายามตามกลุ่มให้ทันอย่างสุดความสามารถ. แต่นี่ก็หมายความว่าพลังปราณของเธอกำลังถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว.

 

แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ การเดินจ้ำไปมาของเธอนั้นทำให้พวกสมาชิกในกลุ่มประหลาดใจกัน.

 

ทางเดินนี้มันค่อนข้างขรุขระแต่เพราะพวกเขาทุกคนเป็นผู้มีพลังปราณจึงทำให้เดินได้เร็วกว่าคนส่วนใหญ่. แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะเหนื่อยอยู่ดี. แต่ทำไมผู้หญิงอ่อนแอคนนี้กลับเดินตามพวกเขาได้ทันกัน? ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นด้วย ใครก็ตามที่เข้าเขตภูเขาสัตว์ปราณมาจะต้องระมัดระวังตัวไว้ตลอด แต่ทำไมเธอทำเหมือนว่าตัวเองมาเที่ยวกันเนี่ย? บ้าเกินไปแล้วมั้ง!

 

เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ.

 

พวกเขาพากันมองตากันจนได้ข้อสรุปในใจเหมือนๆกัน. พอหยุดพักกินข้าวเที่ยงพวกเขาจึงเข้ามาล้อมชิยู.

 

“คุณหนูยู เอ่อ. ในตะกร้ามีอะไรงั้นหรอ? ทำไมมันเยอะแยะไปหมด?” คนที่ช่วยชิยูยกตะกร้าออกจากหลังเธอถาม.

 

พอตะกร้าออกจากหลังเธอแล้ว ชิยูก็รู้สึกว่าตัวเบาลงมากๆ เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูด “ก็มีแค่พวกผลไม้กับผักน่ะค่ะ เราจะใช้มันทำอาหารเที่ยงกัน”

 

ใบหน้าของหยงหมิงเย็นชา “พวกเรากำลังรีบ มีแต่จะเสียเวลาถ้าจะรอกินอาหารเป็นชั่วโมง. เราพักกินข้าวเดี๋ยวเดียวก็จะไปต่อแล้ว”

 

ชิยูพยักหน้าเข้าใจเธอ “อ่อ งั้นชั้นจะทำกินคนเดียวแล้วกัน”

 

พอพูดเสร็จเธอก็หยิบใบไม้สีเขียวๆออกมาจากตะกร้าแล้วจุ่มล้างมันในน้ำสะอาด. จากนั้นเธอก็แผ่ใบออกแล้วหยิบข้าวที่เหลือจากมื้อเมื่อคืนใส่ลงไปตรงกลางใบนิดหน่อย, จากนั้นก็โรยไก่ฉีกลงไปบนข้าวนั้น.

 

ขั้นสุดท้าย เธอหยิบเบอรี่สีแดงสดที่เพิ่งเด็ดออกมา ปอกเปลือกแล้วบี้มันเพื่อเอาน้ำแล้วราดลงไปบนข้าวนั้น. พอเสร็จแล้วเธอก็ค่อยๆม้วนซูชิไก่ฉีกน้ำเบอรี่ให้เป็นทรง.

 

ผักป่านั้นสดและกรอบมาก, น้ำเบอรี่เองก็หวานและเปรี้ยว มันช่วยตัดความมันของไก่และทำให้ข้าวอร่อยยิ่งขึ้น. เธอเอามือคลำลงไปในตะกร้าแล้วหยิบผลไม้ชิ้นใหญ่ที่ดูเหมือนลูกแพร์ออกมาแล้วกัดไปคำโต. กัด ‘ซูชิ’ หนึ่งคำแล้วกัด ‘ลูกแพร์’ ตาม ฟินจริงๆ.

 

คนอื่นๆกำลังจ้องอาหารที่เธอกินอย่างมีความสุขอยู่ จากนั้นก็มองลงมาดูซาลาเปาเย็นๆแข็งๆในมือ. พวกเขาทุกคนอยากจะพูดว่า “น้องจ๋าขอพี่กินด้วย โถ่!” แต่พอเห็นสีหน้าไม่ปกติของหัวหน้าทีมพวกเขาแล้วจึงข่มน้ำตาไว้แล้วกัดซาลาเปาแข็งๆนั่น.

 

ชิยูกิน ‘ซูชิ’ ไป3อันจนอิ่ม. พอเงยหน้ามาเห็นคนอื่นๆกำลังกินอยู่เธอจึงเอนตัวไปพิงตะกร้าแล้วหลับตานอน.

 

เธอไม่ได้ขี้เหนียวหรือไม่ได้ไม่อยากแบ่งอาหารหรอก แต่ของที่ให้โดยไม่มีใครขอคงไม่ควรเท่าไหร่.

 

พอเธอปิดตาลงเธอก็ค่อยๆเข้าสู่โหมด(?นึกคำบ่ออก) ฝึกฝนพลังปราณ. เธอลอยขึ้นด้วยพลังปราณของเธอ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังว่ายอยู่ในน้ำอุ่นๆ. ความเมื่อยล้าที่ร่างกายเธอค่อยๆดีขึ้น. สิ่งเดียวที่เธอตงิดก็คือบรรยากาศรอบๆที่มีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด. ธาตุไฟที่เธอต้องใช้เพิ่มระดับพลังปราณก็หาไม่ค่อยได้ ดังนั้นเธอจึงเพิ่มพลังปราณได้ช้ามากๆ.

 

หลังจากพักครู่นึงความเหนื่อยล้าส่วนใหญ่ก็หายไปจากตัวชิยูแล้วตอนนี้เธอกลับมามีแรงอีกครั้ง. กลุ่มพวกเขาจึงมุ่งหน้าเดินทางเข้าไปในภูเขาต่อ.

 

เขตภูเขาสัตว์ปราณนั้นกว้างใหญ่มากๆ มันแบ่งได้เป็น3เมืองเลย. เมืองชิงฉานนั้นตั้งอยู่ทางตะวันออกของภูเขา.

 

ชิยูเดินตามพวกเขาต่อไปแต่ก็ไม่ร่าเริงเหมือนตะกี้. เธอรวบรวมพลังปราณไว้ที่รอบๆหูของเธอ ในป่าที่เงียบสงัดนี้แทบจะไม่มีสิ่งใดเล็ดรอดหูของเธอไปได้เลย. เธอเองก็ไม่ประมาทเก็บพลังปราณไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย. เพื่อที่จะตามพวกเขาให้ทันเธอเลยนำเนื้อกระต่ายหิมะตากแห้งออกมากิน หวังจะให้มันช่วยเพิ่มความเร็วให้.

 

ใครจะรู้ล่ะว่าตอนนั้นเอง หนึ่งในสมาชิกกลุ่มที่คอยมองเธอกิน กิน กินอยู่ตลอดเวลาเกิดทนไม่ไหวเลยถามไปว่า “น้องยูกินอะไรน่ะ? พี่ขอกินด้วยหน่อยสิ เห้ย”

 

ชิยูใจสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย. เนื้อนี้เป็นเนื้อกระต่ายหิมะที่สามารถเพิ่มความเร็วให้คนที่กินมันได้. ทันทีที่พวกเขากินมัน พวกเขารู้แน่ว่ามันคืออะไร.

 

เธอยิ้มตอบ “หนูเอามาไว้เผื่อกินเล่นก่อนเข้าภูเขาน่ะค่ะ หนูมีเหลืออยู่นะ”

 

พอพูดเสร็จเธอก็ล้วงมือลงไปค้นในตะกร้าแว่บเดียว จากนั้นก็หยิบเนื้อตากแห้งออกมาแล้วยื่นไปให้.

 

“น้องยูทำอาหารเก่งจังนะ พอเราเสร็จงานนี้แล้วน้องลองไปที่เมืองเฟิ่งสิ. พี่ได้ข่าวมาว่าผู้เฒ่าแห่งสำนักเฟิ่งไม่อยากอาหารและกินอะไรไม่ได้เลย. ร่างกายเขาค่อยๆโทรมลงๆทุกวัน. พ่อครัวจากทั่วทั้งโลกมาลองช่วยท่านแต่ไม่มีใครทำให้ความอยากอาหารของท่านกลับมาได้เลย. ถ้าน้องยูรักษาท่านผู้เฒ่าได้ น้องอาจจะได้ของตอบแทนดีๆก็ได้นะ” หนึ่งในสมาชิกพูดพร้อมกับแทะเนื้อแห้ง.

 

เขาได้ยินเรื่องนี้มาระหว่างทางและตอนนั้นเขาก็คิดว่า “ถ้าตาเฒ่าเรื่องมากนั่นไม่อยากกินอาหารเจ๋งๆหรือเนื้อหายากพวกนั้นล่ะก็ ชั้นจะไปกินมันเอง อาาา ชั้นจะกินให้หมดเลย!”

 

ชิยูรู้สึกใจสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้ง. ในโลกนี้มีเพียงแค่ตระกูลเดียวเท่านั้นที่มีอำนาจมากพอจะตั้งชื่อเมืองตามชื่อตระกูลตัวเอง. ดูเหมือนว่าตระกูลเฟิ่งนี่จะไม่ใช่ตระกูลใหญ่ธรรมดาๆซะแล้ว อา! ถ้าเธอจบเรื่องที่นี่แล้วเธอจะแวบไปที่เมืองเฟิ่งแน่ๆ.

 

“ถ้างั้นมาภาวนาให้เรากลับออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยด้วยเถอะ เพี้ยง!” ชิยูพูดด้วยรอยยิ้ม.

 

พวกเขาคุยกันระหว่างเดินทางอย่างสนุกสนาน. พอพวกเขามาถึงช่องแคบนึง หยิงหมิงที่เดินนำอยู่ก็พูดขึ้นมาว่า “น่าแปลก ทำไมมันเงียบนักนะ?”

 

พอเขาพูดเสร็จ ทุกคนก็หยุดฟัง

 

รอบๆตัวพวกเขานั้นเงียบฉี่มากๆ ไม่มีนกร้องหรือแมลงร้องซักนิดเลย…..

 

จากผู้แปล: อ้าวหยงหมิงผู้ชายหรอวะ นึกว่าผู้หญิงมาตั้งนาน

จบบทที่ ตอนที่ 27: ซูชิไก่ฉีกน้ำเบอรี่

คัดลอกลิงก์แล้ว