เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28: สมบัติแห่งภูเขา ซุปปลาสไลซ์

ตอนที่ 28: สมบัติแห่งภูเขา ซุปปลาสไลซ์

ตอนที่ 28: สมบัติแห่งภูเขา ซุปปลาสไลซ์


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ทุกๆคนเข้าใจดีว่าการที่เข้ามาในภูเขาสัตว์ปราณนั้นย่อมจะได้เจอกับปีศาจและสัตว์ปราณ. แต่ตอนนี้พอสัตว์ปราณโผล่ออกมาจริงๆ พวกเขาก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย.

 

แม้แต่ชิยูเองก็รู้สึกว่านี่มันแปลกๆ. สัตว์ปราณที่ทำให้นกและสัตว์ตัวอื่นๆเงียบลงได้คงจะเป็นสัตว์ปราณที่แข็งแกร่งน่าดู. แต่ว่าไม่ว่าเธอจะเพ่งสมาธิดีขนาดไหน เธอก็ไม่สามารถได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใดๆได้เลย อย่างน้อยเธอต้องได้ยินเสียงมันขยับตัวบ้างสิ.

 

หรือว่าจะเป็นสัตว์ปราณที่แข็งแกร่งขนาดว่าสามารถทำให้พวกนกและสัตว์อื่นๆเงียบลงได้จากระยะไกลๆ? ถ้าอย่างงั้นมันจะอยู่ระดับไหนกัน? ระดับ2? หรือระดับ3สุดโหด?

 

ทันใดนั้นหยงหมิงก็ตะโกนออกมา “ดูนั่น!”

 

ชิยูเงยหน้าขึ้นแล้วตกใจ.

 

ให้ตายสิ! บนหัวของพวกเขามีตัวอะไรไม่รู้ลอยอยู่ มันดูเหมือนกับกองสำลีกองใหญ่เลย. แค่มีสำลีกองใหญ่ลอยอยู่บนหัวพวกเขาก็ว่าแปลกแล้ว แต่เจ้านั่นดันมีใบหน้าที่เหมือนกับมนุษย์อีก มันยิ้มอย่างโรคจิตใส่พวกเขา. แค่มองดู ขนก็ลุกซู่แล้ว.

 

“นั่นมันตัวบ้าอะไร?” นักผจญภัยหญิงคนหนึ่งถามขึ้นมา. พวกผู้หญิงนั้นค่อนข้างเซ็นซิทิฟกับของน่าเกลียดแบบนี้.

 

“มันคือสัตว์เมฆ. เวรเอ๊ย! ทำไมเราโชคร้ายมาเจอไอ้ตัวแบบนี้ด้วย”

 

เจ้าตัวที่อยู่บนหัวพวกเขาถูกเรียกว่าสัตว์เมฆ, นักผจญภัยทุกคนที่มาล่าสัตว์ปราณนั้นหวังให้อย่าเจอกับเจ้าตัวนี้เลย. ถึงแม้ว่ามันจะมีหน้าตาประหลาด แต่จริงๆแล้วมันเป็นสัตว์ระดับ3เลยทีเดียว นั่นแปลว่าถ้าจะฆ่ามันก็คงยากมากๆ. แต่สิ่งที่แย่ที่สุดเกี่ยวกับเจ้าสัตว์เมฆนี้คือไม่มีส่วนไหนของมันที่จะขายได้เลย.

 

พวกนักผจญภัยมาล่าสัตว์ปราณเพื่อเอาเนื้อและหนังมัน แต่เนื้อเจ้าสัตว์เมฆนี่ทั้งนิ่มและมีรูพรุนเต็มไปหมด พอมันตายปุ๊บเนื้อก็จะหายไปในทันทีเลย. ไม่เพียงแค่นั้น สัตว์เมฆนี่แทบจะไม่มีหินเวทย์มนต์อยู่กับตัวเลย. พูดสั้นๆก็คือถ้าเจอมันก็เท่ากับขาดทุนย่อยยับแถมยังวิ่งหนีมันไม่พ้นอีกต่างหาก.

 

ถ้าชิยูจำไม่ผิดล่ะก็ ในหนังสือ ‘คุณสมบัติพิเศษของสัตว์ปราณ’ นั้นบอกไว้ว่าเจ้าพวกนี้กลัวไฟ นั่นแปลว่าเธอมีธาตุที่ได้เปรียบอยู่. แต่เธอไม่มั่นใจว่าพลังดิบของเธอจะเผามันให้ตายได้.

 

ขณะที่ชิยูคิดเรื่องนี้ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังพวกเขา. คนอื่นๆก็เดินมาทางเดียวกัน พวกเขามองไปที่เจ้าสัตว์เมฆที่น่าเกลียดนั่นด้วยความผิดหวัง “ชั้นก็นึกว่าจะมีอะไรดีๆโผล่มา ดันเป็นเจ้าขยะนี่ไปซะได้”

 

สายตาของชิยูจ้องไปยังผู้หญิงที่สวยโคตรๆคนนึงในกลุ่มนั้น. ดูจากหน้าเธอแล้วชิยูเดาว่าเธอน่าจะอายุ17-18ปี ร่างกายของเธอโตมาได้ดีมากๆ. ของที่ควรจะยื่นออกมาก็ยื่นออกมาซะดี ส่วนที่ควรจะผอมก็ไม่มีไขมันเกินออกมาเลย. ร่างกายที่เซ็กซี่บวกกับหน้าสวยๆ นี่คงเป็นคนที่หาได้ยากของยากเลย.

 

“คุณเร็น น่าตกใจจริงๆเจอคุณอีกแล้ว” มีกลุ่มนักผจญภัยเข้ามาอีกกลุ่ม. รอบนี้เสียงหน้าม่อนั้นคุ้นหูชิยูมากๆ.

 

ชิยูหันกลับมา แหมๆๆ นี่มันเป้าหมายของเธอไม่ใช่เหรอ - เจ้าเจา ฉางชิง?

 

ในกลุ่มของเจาฉางชิงนั้นมีผู้หญิงอยู่นิดเดียว. ทุกๆคนนั้นหน้าตาน่ารักหมด. แต่สายตาของพวกเธอแทบไม่มีชีวิตชีวาเลย พวกนางน่าจะเป็นแค่หุ่นเชิ้ด. ใต้ชุดโทรมๆนั่นมีรอยถูกทุบตีและบาดแผลอยู่. เจ้าเจา ฉางชิง, ความชั่วของเขาทำให้ชิยูแทบจะอ้วกออกมาจริงๆ. ขนาดจะมาล่าสัตว์ในภูเขาอันตรายๆแท้ๆ เขายังมีเวลาไปรังแกคนอื่นอีกนะ. อีกอย่าง ในกลุ่มผู้หญิงพวกนั้นยังมีเด็กอยู่ด้วย!

 

เธอมาที่ภูเขานี้เพื่อจะก่อกวนเจา ฉางชิงแต่ทว่าพอเห็นเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารพวกนั้นแล้ว เธอจึงตัดสินใจจะฆ่าเขาซะ.

 

เนื่องจากหัวหน้าของทั้งสองกลุ่มที่เพิ่งมานั้นไม่ใช่คนธรรมดาๆ, หยงหมิงจึงไม่กล้าขัดใจพวกเขา. เขาทำได้แค่ยืนอยู่ห่างๆและพยายามไม่ให้พวกเขาสนใจ. เขาไม่ว่าอะไรเธอด้วย โดยเฉพาะตอนที่เขาเหลือบไปเห็นสภาพที่น่าสงสารของเด็กผู้หญิงพวกนั้น. มันทำให้เขาขยะแขยงจริงๆ.

 

“กำจัดเจ้าสัตว์เมฆนั่นซะ เราต้องไปต่อแล้ว” นางสั่ง.

 

คนที่มากับเธอนั้นเป็นข้ารับใช้ของตระกูลเร็น. พวกเขาน่าจะมีระดับพลังที่สูงมากๆด้วย. จะจัดการกับสัตว์ระดับ3ก็คงไม่ยากเท่าไหร่. ปัญหาเดียวก็คือเจ้าสัตว์เมฆนั่นลอยอยู่สูงมากๆ ทำให้โจมตีได้ไม่สะดวก.

 

เนื่องจากว่าสู้กับเจ้าสัตว์เมฆนี้ไม่ได้อะไรดีๆเลย พอมันลอยพ้นระยะโจมตีพวกเขาไปแล้วก็ไม่มีใครสนใจตามมันไปเลย. หยงหมิงทราบซึ้งมากที่คนพวกนี้ช่วยแก้ปัญหายากๆแบบนั้นให้จึงรีบเดินเข้าไปขอบคุณ.

 

ขณะเดียวกันชิยูก็นึกเรื่องของคุณหญิงเร็นผู้ยอดเยี่ยมนี้ออก. ตระกูลเร็นนั้นก็เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของเมืองชิงฉาน. เอาจริงๆแล้วผู้นำของตระกูลเร็นก็คือเจ้าเมืองของเมืองชิงฉานนั่นเอง. ผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขานี้คือ เร็น ฉุเอ๋* ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของผู้เฒ่าเร็น.

 

พอมานึกดูแล้ว เร็น ฉุเอ๋คนนี้ก็เคยไปยุ่งเกี่ยวกับหลินฟ่านเช่นกัน. แต่หลังจากที่เธอตามหลินฟ่านไม่ทันเรื่องพลังปราณ สุดท้ายเธอก็กลายเป็นหนึ่งในฮาเร็มของเขา.

 

น่ารำคาญจริงๆ. ‘พี่น้อง’ของหลินฟ่านนี่แทบจะมีอยู่ทุกที่เลย. *

 

ชิยูสบถอยู่ในใจ ขนาดเจ้า เจา ฉางชิงที่น่ารำคาญนั่นยังโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้เลย

เธอไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเร็น ฉุเอ๋พยายามเลี่ยงไม่คุยกับเจ้าโรคจิตนั่นรึป่าวแต่นางดูจะเลี่ยงไม่พูดกับเขาตรงๆ. เธอถึงขนาดชวนหยงหมิงและกลุ่มของเขาไปล่าด้วยกันเลย. อาจจะเป็นเพราะถ้ามีคนอยู่เยอะๆ ความโรคจิตของเจ้าฉางชิงจะไม่หือรือขึ้นมาก็ได้.

 

ดังนั้นกลุ่มที่มีอยู่9คนตอนแรกก็กลายเป็นกลุ่มนักผจญภัยที่ใหญ่มากๆ. มันทำให้ชิยูดีใจขณะที่เริ่มวางแผนอย่างลับๆ.

 

กลางคืนมาถึงแล้ว กลุ่มของพวกเขาจึงตัดสินใจตั้งแคมป์ใกล้ๆกับแม่น้ำ. ก็เหมือนเดิม ชิยูเริ่มไปเตรียมอาหาร. เนื่องจากว่ามีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆเธอจึงหาของใกล้ๆตัวมาจับปลาจากแม่น้ำ.

พอเธอควักไส้และขอดเกล็ดปลาออกแล้ว เธอก็แล่มันออกมาให้เท่าๆกันด้วยมีดคู่ใจของเธอ. จากนั้นก็ไปหยิบเครื่องเทศน์และวัตถุดิบอื่นๆมาจากตะกร้า.

 

ทันทีที่หม้อเหล็กร้อน เธอก็ใส่น้ำมันลงไปพร้อมกับพริกแห้ง, ขิงหั่นและกระเทียม. เครื่องเทศน์พวกนั้นต้องผัดด้วยไฟแรงก่อนให้หอมจากนั้นน้ำมันก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะพริกแห้ง. ต่อมาชิยูจึงเทน้ำสะอาดจากบ่อน้ำลับของเธอลงไปในหม้อแล้วก็ใส่เกลือกับเครื่องปรุงอย่างอื่นให้ได้รสชาติ.

 

พอซุปเริ่มเดือดแล้วเธอก็ใส่สมุนไพรต่างๆลงไปพร้อมกับผักป่าที่เก็บมาระหว่างทาง จากนั้นก็ใส่ปลาสไลซ์ลงไปในหม้อ. เพียงเท่านี้ สมบัติแห่งภูเขาซุปปลาสไลซ์ก็เสร็จแล้ว.

 

ความเผ็ดของพริกทำให้จมูกของคนที่อยู่รอบๆเธอคัดไปหมด พอกลิ่นหอมของซุปโชยไปมา คนที่สนใจในอาหารยังไงก็ต้องหันมามองบ้างแหละ. คนแรกที่เข้ามาก็คือ เร็น ฉุเอ๋ ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างแพ้ทางอาหารอร่อย.

 

เธอสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลึกแล้วหันมาถาม “นี่น้อง เห็นเอาปลามาทำอาหารหนิ แบ่งให้พี่ด้วยได้มั้ยจ๊ะ?”

 

ชิยูยิ้มแบบไร้เดียงสาแล้วตอบ “แน่นอนค่ะ”

 

พอมีคนเปิดก็ต้องมีคนตามมา. ซุปปลาทั้งหม้อหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีคนครวญครางว่าไม่ได้กินเท่าคนอื่นเลย.

 

ด้วยเหตุนี้จึงมีคนอาสาจับปลาให้เยอะมาก, ส่วนคนอื่นๆก็ไปช่วยหาบน้ำและล้างปลาให้. ซุปปลาง่ายๆหม้อนึงดันกลายเป็นปาร์ตี้ฮ้อทพ็อต*ไปแล้ว.

 

โชคดีที่ยังมีวัตถุดิบเหลืออยู่เยอะมาก ทุกๆคนจึงได้กินอิ่มท้องและมีความสุขกัน. แม้แต่เจา ฉางชิงเองก็อดเข้ามาขอกินด้วยไม่ไหว. แต่ทว่าเขาก็ยังทำตัวระแวงอยู่ดี จึงใช้ถ้วยเงินและตะเกียบของตัวเองกิน.

 

ส่วนชิยูก็ตักให้ให้เขาเหมือนๆกับคนอื่นๆ.

*มาจากคำว่า Xue ครับ เป้นคำที่อ่านยากมากๆและภาษาไทยออกเสียงแทบไม่ได้ด้วย มันออกเสียงควบ สระอุกับสระเอ ผมเลยแปลมาเป็น ฉุเอ๋แทนครับ*

*พี่น้องอันนี้ก็คือพี่น้องแบบคนเคยมีอะไรกันแล้วนั่นแหละครับ ต้นฉบับใช้คำว่า 'Female close friend' เพื่อนสนิทหญิง ผมเลยแปลมาเป็นพี่น้องจะได้เข้าใจง่ายๆครับ*

จบบทที่ ตอนที่ 28: สมบัติแห่งภูเขา ซุปปลาสไลซ์

คัดลอกลิงก์แล้ว