เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (2)

ตอนที่ 26: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (2)

ตอนที่ 26: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (2)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

เมืองเมฆขาวนั้นเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงตีนเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์ปราณ. ตอนแรกนั้นมันเป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ แต่ต่อมาเมื่อจำนวนนักผจญภัยที่มาล่าสัตว์ปราณบนภูเขาเพิ่มขึ้น พวกเขาก็ได้ตั้งรกรากอยู่ที่เมืองนี้. พวกนักล่าที่ประสบความสำเร็จก็มาตั้งร้านขายของที่นี่เช่นกัน ไปๆมาๆคนก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ พอเห็นโอกาสก็เปิดร้านค้าเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนเมืองเมฆขาวนั้นกลายเป็นสถานที่ที่ครึกครื้นมาก.

 

ตอนนี้ก็มีกลุ่มนักผจญภัยเล็กๆหลายกลุ่มพยายามจะหาคนไปร่วมพิชิตภูเขานั้นด้วยกัน.

 

เขตรอบๆภูเขาสัตว์ปราณนั้นเป็นสถานที่ที่มีแต่อันตราย. เนื่องจากจำนวนสัตว์ปราณนั้นมีอยู่เยอะ ถ้าพวกนักผจญภัยเจอตัวที่โหดๆล่ะก็ พวกเขาก็มีโอกาสตายอยู่ในภูเขานั้นสูงมากๆ. แต่ถ้าพวกเขาสามารถจับสัตว์ปราณมาได้เยอะๆหรือเจอหินสัตว์ปราณล่ะก็ พวกเขารวยอื้อซ่าแน่.

 

ด้วยสมบัติมากมายที่คอยยั่วให้ผู้คนมาที่ภูเขานี้ ต่อให้เสี่ยงตายแค่ไหนก็มีหลายๆคนอยากจะลองดูซักตั้ง. ปกติแล้วถ้ามีกลุ่มเล็กๆมา พวกเขาก็จะเข้าไปทั้งๆที่คนน้อยแบบนั้นแหละ (ประโยคนี้ไม่มั่นใจครับ eng แปลมาแบบนี้) ถ้าพวกเขาสามารถกลับมาแบบมีชีวิตรอดทุกคนได้ก็แปลว่าคนในกลุ่มนั้นต้องเป็นพวกระดับสูงแน่.

 

หยงหมิงเป็นนักผจญภัยระดับพื้นฐานขั้น5และหัวหน้าของกลุ่มนักผจญภัยอนาคตสดใส. กลุ่มของเธอมีกัน8คน, ส่วนใหญ่แล้วมีแต่ผู้ชาย. หญิง2ชาย6รวมทั้งหมด. ระดับของพวกเขานั้นส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 4 ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงออกล่าแค่เฉพาะเขตรอบนอกของภูเขา.

 

เมื่อตอนที่พวกเขากำลังเดินทางไปเขตภูเขาวันนี้ พวกเขาก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก. เด็กคนนั้นเดินไม่ใกล้และไม่ไกลจนเกินไปแต่นางก็เดินตามมาตลอดซึ่งมันแปลกมากๆ.

 

“เราไล่เธอไปดีมั้ย?” คนในกลุ่มนั้นถามขึ้นมา “ตามเรามาอย่างงั้นมีแต่จะถ่วงแข้งขาเราป่าวๆ”

 

“ไม่ต้องหรอก! เธออยู่ไกลพอตัวอยู่แล้วก็ไม่มาขวางเราด้วย ปล่อยไปงั้นแหละ” ผู้หญิงคนนึงในทีมตอบ.

 

“เธอน่าจะตามเรามาเพราะต้องการคนปกป้องแหละ! อย่าไปสนเลย” หยงหมิงกล่าว “พอเราเจอหนอนไม่ก็งูเธอก็คงกลัวแล้ววิ่งหนีไปเองแหละ”

 

พอถึงช่วงบ่าย เด็กคนนั้นก็ยังตามพวกเขาอยู่ห่างๆ.

 

“เราพักกันซักหน่อยเถอะ หาอะไรกินกัน” หยงหมิงกล่าว. จากระยะไม่ไกลนักเด็กคนนั้นก็หยุดเดินเหมือนกัน.

 

ขณะที่พวกเขาทำอาหารอยู่นั้น เด็กคนนั้นก็ทำด้วยเหมือนกัน. พวกเขาเห็นว่าเธอเพิ่งจะเริ่มกอ่ไฟแล้วก็กำลังย่างอะไรอยู่.

 

ผ่านไปพักนึง สมาชิกในกลุ่มคนนึงที่ไปเดินเปลี่ยนบรรยากาศก็กลับมา. เขาสูดกลิ่นด้วยความสงสัย “พวกเธอทำอะไรน่ะ? หอมจัง อาา!”

 

จากนั้นเขาก็สังเกตุเห็นว่าคนในกลุ่มทั้งหมดจ้องมาทางเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ. แล้วหัวหน้าทีมก็พูดขึ้นมาว่า “กลิ่นหอมๆนั่นไม่ได้มาจากเรานะ”

 

“ห้ะ?” ชายคนนั้นจ้องไปในหม้อ ซึ่งมันกำลังอุ่นซาลาเปายัดไส้, หมั่นโถวแล้วก็เซาปิ่งอยู่

 

“แล้วกลิ่นนั่นมาจากไหนล่ะ?”

 

คนในทีมทั้งหมดหันไปทางเดียวกัน.

 

เด็กผู้หญิงที่เดินตามพวกเขามาตลอดทางกำลังย่างบางอย่างแบบเมามันส์อยู่ พลิกไปพลิกมาบ้าง.

 

“ชั้นทนไม่ไหวแล้ว เธออยากจะมาท้าทายภูเขาใช่มั้ย? ให้นางมากับเราเถอะ!” ผู้หญิงในกลุ่มคนนึงลุกขึ้นแล้วกล่าว.

 

“เดี๋ยว!” หยงหมิงรั้งแขนเธอไว้ “เด็กผู้หญิงธรรมดาๆจะกล้ามาได้ยังไงกัน? เธอต้องมีอะไรแน่ๆ”

ผู้หญิงคนนั้นปัดมือออกแล้วยิ้ม จากนั้นกล่าว “ถ้าเธอมีอะไรแล้วยังไงล่ะ? เราไม่มีของมีค่าพอจะให้เธอขโมยหรือหลอกเอาได้หรอก!”

 

“....”

 

พวกเขาพูดอะไรไม่ออก.

 

พอชิยูเห็นผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามา เธอก็ยิ้มให้. โชคดีที่ความพยายามของเธอไม่สูญเปล่าจริงๆ. นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาท้าทายภูเขาสัตว์ปราณและการมีกลุ่มมันสำคัญมาก. เธอสังเกตุตั้งแต่อยู่ในเมืองมาซักพักแล้ว และกลุ่มนี้ก็ไม่ได้แย่ เธอเลยเลือกจะตามพวกเขามา.

 

พอผู้หญิงคนนั้นหยุดอยู่ด้านหน้าชิยูแล้วชวนเธอเข้ากลุ่ม ชิยูก็ตกลงทันที. เธอดับไฟแล้วเอาปีกไก่ที่เพิ่งย่างเสร็จให้เธอ…

 

“นี่เธอ ทำไมถึงทำอาหารได้น่าอร่อยจัง?” คนอื่นๆรีบเข้ามาแล้วถาม.

 

“ชั้นเพิ่งย่างปีกไก่เสร็จน่ะ ลองกินมั้ย?” ชิยูยื่นปีกไก่ย่างหนังเหลืองอร่ามให้.

 

“แน่นอน!” จากนั้นพวกเขาก็แย่งกันหยิบ.

 

ปีกไก่มีอยู่4ชิ้นแต่มีคนตั้ง9คน ชิยูจึงยิ้ม “ถ้าพวกเธอไม่รีบ ชั้นจะทำเพิ่มให้นะ”

 

พวกเขาเพิ่งกินอาหารของคนอื่นไป จะให้รีบไปได้ยังไง? พวกเขาจึงพากันนั่งรอ.

 

ชิยูเตรียมปีกไก่มาจำนวนนึง. เธอเอาทุกอย่างออกมาแล้วใช้มีดจิ้มที่ปีกไก่ จากนั้นก็ทาน้ำมันแล้วย่าง.

 

ไฟจากถ่านนั้นร้อนมาก ไม่นานปีกไก่ก็เริ่มเปลี่ยนสี น้ำมันก็เริ่มหยดออกมาจากรูนั้น. ชิยูโรยเกลือลงไปแล้วใช้แปรงทาเกลือกับน้ำมันนั้นไปรอบๆ. เธอทำซ้ำอยู่หลายทีแล้วก็รอให้มันเกือบจะได้ที่ จากนั้นขั้นสุดท้ายเธอก็โรยพริกป่นลงไปแล้วย่างอีกซักหน่อยแค่นี้ก็เสร็จแล้ว.

 

พวกที่กำลังนั่งรออยู่กำลังทรมาณกับกลิ่น. พอปีกไก่เสร็จแล้วพวกเขาก็หยิบไปทันที. ชิยูทำอะไรไม่ได้เลยตั้งหน้าตั้งตาย่างต่อไป.

นักผจญภัยคนอื่นๆนั้นระแวงผู้หญิงคนนี้ที่กำลังจะเข้ากลุ่มอยู่แล้ว. ตอนที่รอเธอ พวกเขาก็พยายามเรียนรู้เธอแบบอ้อมๆผ่านการสนทนาทั่วๆไป. เธอตอบคำถามเมื่อตอบได้ และจะยิ้มให้แบบแปลกๆพอเธอไม่อยากตอบ.

 

พอพวกเขาเห็นว่าเธอไม่อยากตอบก็เลยเปลี่ยนเรื่องไปคุยอย่างอื่น.

 

“ชั้นได้ยินมาว่าพวกตระกูลเจาจากเมืองชิงฉานเองก็มาที่นี่ ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำอะไรเขตภูเขาสัตว์ปราณนี้”

 

“เรื่องของตระกูลใหญ่แบบนั้นไม่เกี่ยวกับเราหรอก. เรารู้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วย. พวกเขาคงมีเรื่องต้องทำแหละถึงมานี่. คงไม่มีอะไรหรอกถ้าพวกเขาไม่บ้าปิดภูเขาหรืออะไรแบบนั้นล่ะนะ”

 

บ่อยครั้งที่เวลาพวกตระกูลใหญ่ๆจะมาล่าสัตว์ปราณ พวกเขาจะปิดอาณาเขตนี้ทั้งหมดไม่ให้ใครเข้ามา. นักผจญภัยกลุ่มเล็กๆหลายกลุ่มก็ไม่ค่อยชอบด้วย.

 

พอเธอได้ยินพวกเขาพูดถึงตระกูลเจา สีหน้าของชิยูก็หมองลง.

 

เธอกะว่าจะสั่งสอนเจา ฉางชิงตอนที่อยู่เมืองชิงฉานเพื่อระบายอารมณ์. แต่พอเธอได้ยินข่าวเกี่ยวกับตระกูลเจาเธอก็รู้มาว่าเจา ฉางชิงนั้นพาคนมาล่าสัตว์ที่ภูเขานี้. ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจมาที่นี่ซะเลย.

 

จะดีกว่าถ้าจะสั่งสอนเจา ฉางชิงที่เขตภูเขาสัตว์ปราณนี้เพราะจะไม่มีใครในตระกูลเจาสงสัย. เจา ฉางชิงมีระดับ6ตอนนี้แต่เธออยู่แค่ระดับ4เอง นั่นแปลว่าพวกเขาห่างกัน2ระดับ. แต่ตราบใดที่เธอระวังล่ะก็ เธอสามารถสั่งสอนเจา ฉางชิงจนเขาไม่มีวันลืมแน่!

 

คนระยำแบบนี้เป็นภัยต่อสังคม เขากล้าฆ่าคนบริสุทธิ์และเอาเปรียบคนอื่น. เขาต้องถูกสั่งสอนสามัญสำนึกของมนุษย์ซะบ้าง.

จบบทที่ ตอนที่ 26: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว