เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (ส่วนที่1)

ตอนที่ 25: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (ส่วนที่1)

ตอนที่ 25: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (ส่วนที่1)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ชิยูเมินพวกปากร้ายนั่นแล้วนำหนังสือออกไป.

 

พอช่วงบ่ายมาถึงก็มีแค่เธอ,เสี่ยวฉีแล้วก็เล่าเอ๋อที่กำลังกินข้าวกัน. มื้อเที่ยงบ่ายนั้นก็ธรรมดาๆ, ข้าวผัดเนื้อสับ, อาหารผัดเป็นของเคียงแล้วก็น้ำซุปหนึ่งถ้วย. แม้สองคนนี้จะยังเด็กอยู่ แต่ปริมาณที่พวกเขากินนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย. เสี่ยวฉีคนเดียวก็กินข้าวไปตั้ง3จานแล้ว เล่าเอ๋อมากกว่านั้นอีก.

 

ข้าวผัดนั้นใช้เนื้อของสัตว์ปราณมาทำ. เนื้อนั้นต้องสับให้ละเอียดก่อนแล้วค่อยเอาไปผัดด้วยไฟธาตุจนมันกรอบและหอม จากนั้นก็เอาไปผัดกับข้าวที่เหลือจากเมื่อวานแล้วก็ปรุงรสด้วยเกลือ. มันที่ไหลออกมาจากเนื้อนั้นเคลือบเมล็ดข้าวทุกเมล็ดจนมันดูแวววับ. แค่ดมกลิ่นมันก็พุ่งผ่านจมูกขึ้นไปถึงแกนสมองเลย.

 

เสี่ยวฉีกับเล่าเอ๋อนั้นตั้งใจกินมากๆ พอชิยูเห็นว่าพวกเขากินพอแล้วจึงเทน้ำใส่แก้วให้.

 

“พวกเธอทั้งคู่อย่าเพิ่งไปนะ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” ชิยูกล่าว.

 

พอเด็กทั้งสองคนหันมารอฟัง ชิยูจึงค่อยๆหาทางพูด “ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว พี่ว่าพี่จะออกจากที่นี่ไปน่ะ”

 

“พี่จะออกไปไหนครับ?” เล่าเอ๋อถามด้วยน้ำเสียงสลด.

 

ตลอดเวลาที่เขาฝึกฝนวิชามา เขาเริ่มจะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นและใจเย็นขึ้นมากๆ.

 

“พี่จะออกไปท่องโลกน่ะ. พี่อยากเห็นพระราชวังหลวงแล้วก็ที่อื่นๆนอกเมืองด้วย. พี่ไม่อยากอยู่ที่เมืองนี้ไปตลอด” ชิยูบอกแผนของเธอไปหมดแล้ว “ตอนนี้ร้านเราก็ขายดีไม่มีปัญหาด้วย ต่อให้ไม่มีพี่ร้านก็ไม่เป็นอะไรหรอก”

 

ตั้งแต่แรกนั้นเธอเป็นคนให้คนอื่นจัดการดูแลร้านอาหารอยู่แล้ว. สิ่งเดียวที่เธอมีหน้าที่ทำก็คือทำอาหารจานพิเศษ. เธอได้สอนสูตรลับอาหารจานพิเศษให้พวกพ่อครัวคนอื่นๆด้วยเหมือนกัน ต่อให้ไม่มีเธอร้านก็ยังขายดีอยู่เหมือนเดิม. นอกจากนั้นเธอก็ได้สอนสูตรลับให้เสี่ยววูไปตั้งเยอะแล้วด้วย ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเสี่ยววูที่จะพัฒนาพวกมันด้วยตัวเอง.

 

สูตรลับพวกนั้นเอาไว้เผื่อในอนาคตเวลาที่ร้านเจอปัญหาจะได้นำมันออกมาช่วยได้ทันเวลา.

 

“พี่สาวจะทิ้งพวกเราไปเหรอคะ?” พอเสี่ยวฉีเข้าใจแล้ว ตาของเธอก็เริ่มแดงขึ้น“แต่หนูไม่อยากให้พี่ไป พี่ไม่ไปได้มั้ยคะ?” เธอเข้ามากอดชิยูอย่างแน่นที่เอว.

 

ส่วนเล่าเอ๋อนั้น “โลกภายนอกมันอันตรายมากนะครับ พี่เป็นแค่ผู้หญิงบอบบางตัวเล็กๆ. มันอันตรายเกินไป ผมไม่อยากให้พี่ไป”

 

ชิยูก็คิดไว้แล้วล่ะว่ามันจะเป็นแบบนี้. เธอยื่นมือออกไปแล้วเรียกไฟสีน้ำเงินออกมาวนรอบๆมือของเธอ.

 

“พี่ไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางนะจ๊ะ พี่กลายเป็นผู้มีพลังปราณแล้ว.

 

“ว๊าว!” เสี่ยวฉีร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ “พี่สาวก็เป็นผู้มีพลังปราณเหมือกันหรอคะ! ไฟนี้น่ารักจังเลย พี่มีปราณธาตุไฟหรอคะ?”

 

เล่าเอ๋ออึ้งไปตอนแรก จากนั้นเขาก็รู้สึกหดหู่ลง.

 

ขนาดพี่สาวยังมีพลังปราณได้……

 

ทว่าคำที่ชิยูกำลังจะพูดออกมาทำให้เขามีความหวังขึ้นมา.

 

“ความจริงแล้วพี่ก็ไม่มีพลังปราณแต่แรกหรอกนะ” เธอชำเลืองตาไปทางเล่าเอ๋อ “เหมือนเราไง”

 

“พี่ครับ….” ทั่วทั้งตัวของเล่าเอ๋อเริ่มสั่น. ไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เป็นเพราะความตื่นเต้น. เขามองตาชิยูด้วยความหวังอันสดใสและความคาดหวัง แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร.

 

เขากลัวว่าจะผิดหวัง.

 

“มันเจ็บมากๆเลยล่ะ เธออาจจะเอาชีวิตไม่รอดเลยก็ได้นะ. โอกาสสำเร็จมันน้อยมาก ถ้าเธอพลาดบททดสอบล่ะก็ พวกเราจะเสียเธอไปตลอดกาลนะ. รู้งี้แล้วเรายังอยากจะลองต่อมั้ย?”

 

เล่าเอ๋อพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “เจ็บก็ยังดีกว่าเศร้าครับ”

 

“ดีมาก” ชิยูยิ้ม “พี่จะไม่ขัดขวางเธอนะ. เพราะเธอตัดสินใจแล้ว, พี่จะสนับสนุนเธอทุกๆทางเลย. เธอเห็นไฟในมือพี่แล้ว ตอนนี้พี่คือผู้มีพลังปราณธาตุไฟ. เหตุผลที่พี่มีได้ก็เพราะพี่กลืนเมล็ดอัคคีสีน้ำเงินเข้าไป. เล่าเอ๋อ เราอยากได้ธาตุแบบไหนล่ะบอกมาสิ”

 

ไม่รู้ว่านี่นับเป็นรางวัลจากสวรรค์หรือป่าว การได้เลือกธาตุของตัวเองเนี่ย แต่พระเป็นเจ้าจะไม่ยื่นมือมาช่วยบททดสอบนี้หรอกนะ.

 

“ไฟไม่ก็สายฟ้าครับ” เล่าเอ๋อตอบโดยไม่ลังเลเลย.

 

นอกจากปราณธาตุหลักทั้ง5แล้ว ยังมีปราณธาตุอื่นที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก. หนึ่งในนั้นก็คือธาตุสายฟ้าซึ่งว่ากันว่าเป็นธาตุที่แข็งแกร่งที่สุด. ต่อให้เป็นผู้มีวรยุทธระดับเดียวกันแล้ว ถ้าเจอปราณธาตุสายฟ้าเข้าล่ะก็จะถูกขยี้หายไปเลยแหละ. ดูหลินฟ่านเป็นตัวอย่างก็ได้ ปราณลับของเขาก็คือสายฟ้า.

 

“พี่เข้าใจนะจ๊ะแต่เมล็ดอัคคีกับอัสนีมันหายากอยู่นะ. ต่อให้พี่เจอมัน มันก็ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อซื้อมา. โชคดีนะที่เรายังเด็กอยู่ พี่จะกลับมาพร้อมกับของฝากซักอย่างก่อนเธออายุ15แน่นอน”

 

“พี่สาวครับ พี่จะไปจริงๆหรอ? โลกข้างนอกนั่น มันอันตรายจริงๆไม่ใช่เหรอครับ?” เล่าเอ๋อกล่าว “ถ้ามันอันตรายแบบนั้นผมก็ไม่อยากให้พี่ไป. ผมไม่อยากให้พี่ตายเพราะผมครับ.

 

“พูดอะไรน่ะ! ต่อให้ไม่ใช่เพราะเธอ พี่ก็ยังอยากจะไปท่องโลกอยู่ดี. ช่วยหาเมล็ดธาตุให้เธอก็เป็นแค่เรื่องรอง. แค่เพราะมันอันตรายก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ทำมันหนิ!” ชิยูใจเย็นมากๆ. “ถ้าถึงเวลาเราเองก็อยากจะไปเหมือนกันแหละ. อีกอย่างที่พี่จะไปก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกหนิ”

 

เธอจำได้ว่าในนิยายต้นฉบับ เมื่อหลินฟ่านกลับมาที่เมืองชิงฉาน, เขาก็มีเมียนับสินคน แต่ละคนก็งามราวกับดอกไม้และหยก. เขาจะใช้ชีวิตอยู่กับพวกนาง. พอชิยูคิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็อดหัวเราะไม่ได้. อีกซักพักเขาก็จะออกไปเล่าเรียนที่นครหลวง ใครจะรู้ บางทีพวกเขาทั้งสองคนอาจจะเจอกันที่นั่นก็ได้.

 

“ถ้างั้น พี่สาวจะไปตอนไหนคะ?” เสี่ยวฉีถาม.

 

“เร็วๆนี้แหละจ่ะ อาจจะวันสองวันนี้” ตอนนี้เธอมีพลังปราณขั้นพื้นฐานแล้ว เธอเลยทนรอออกไปสำรวจโลกไม่ไหว.

 

พอคุณตากับคนอื่นๆกลับมา ชิยูก็ใช้โอกาสนี้บอกให้พวกเขารู้. แม้ว่าในตาพวกเขาจะดูเศร้าๆ แต่คุณตาก็จะไม่ห้ามเธอ. ส่วนเด็กคนอื่นๆก็พยายามจะอยู่กับเธอให้นานขึ้นกว่านี้. ชิยูจึงใช้เวลาในช่วงวันสองวันนั้นทำอาหารทุกๆแบบให้พวกเขากิน.

 

ข่าวเรื่องชิยูกำลังจะไปก็มาถึงหูของหลินฟ่าน.

 

ถึงเขากับลูหยานจะมาพบเธอพร้อมกัน แต่เธอก็รู้ว่าสองคนนี้มีอะไรบางอย่างกันแน่ๆ.

 

“เธอตัดสินใจดีแล้วเหรอ?” หลินฟ่านถาม.

 

“อื้อ” ชิยูพยักหน้า “อีกประมาณครึ่งปีจะมีการรับสมัครเข้าศึกษาที่นครหลวง. ชั้นอยากจะรู้น่ะว่าตัวเองจะเข้าได้มั้ย”

 

“ทำไมเธออยากจะเข้าเรียนที่นครหลวงล่ะ? เธอเป็นแม่ครัวไม่ใช่เหรอ?” ลู่หยานขมวดคิ้ว.

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเครื่องรางที่ท้องเธอรึป่าว แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครรู้เลยว่าเธอเป็นผู้มีพลังปราณไปแล้ว.

 

“ก็ถ้าไม่มีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้น ก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละ” ชิยูกำลังเศร้าอยู่ในใจ เพราะตัวละครหญิงหลักคนนี้เริ่มดุขึ้นเรื่อยๆ. ยังไงเธอก็ยืนกรานว่าเธอกับหลินฟ่านไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งต่อกันเลย! สำหรับชิยูแล้ว เธอไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับเจ้าพระเอกนี่หรือไปเป็นหนึ่งในฮาเร็มของเขาเลย.

 

“เธอจะไปตอนไหน?” หลินฟ่านขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพยายามกลับเข้าเรื่อง.

“พรุ่งนี้” หลังจากคิดดูดีๆแล้วพรุ่งนี้น่าจะเหมาะที่สุด.

 

“ก็ดี” หลินฟ่านพยักหน้าแล้วควักกล่องออกมา “ชั้นไม่มีอะไรจะให้เธอเลยแต่ในเมื่อเธอทำอาหารเก่ง ชั้นขอมอบมีดเล่มนี้ให้เป็นของขวัญจากแล้วกัน. อีกไม่กี่เดือนชั้นเองก็จะเข้าไปที่เมืองหลวงเหมือนกัน. หวังว่าจะเจอเธอที่นั่นนะ”

 

“เหะๆ” ชิยูหัวเราะอย่างเดียว. ถ้าเป็นไปได้นะ เธอขอไม่เจอเขาอีกแล้วกัน!

จบบทที่ ตอนที่ 25: ปีกไก่จี๊ดจ๊าด (ส่วนที่1)

คัดลอกลิงก์แล้ว