เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (4)

ตอนที่ 24: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (4)

ตอนที่ 24: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (4)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

เนื่องจากนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้ทำอาหารโดยใช้ไฟปราณ เธอเลยไม่กล้าใช้ไฟแรงไม่งั้นหม้อคงเกรียมไปด้วยแน่ๆ. เธอค่อยๆคุมไฟช้าๆให้ไฟสีน้ำเงินนั้นครอบคลุมหม้อ ให้ความร้อนแผ่ไปเท่าๆกัน.

 

เพื่อให้ไฟคงความร้อนเอาไว้เธอจึงดูดธาตุไฟรอบตัวมาใช้รัวๆ.

 

เป็นเวลาพักใหญ่ที่ของรอบๆครัวดูเหมือนจะขยับไปเอง. พวกผู้ฝึกวิชาสามารถมองเห็นธาตุไฟได้จึงไม่แปลกใจเท่าไหร่.

 

ชิยูรู้สึกว่าตัวเองได้กลับไปเรียนคณิตอีกครั้ง ต้องคอยลดคอยเพิ่มเรื่อยๆ. โชคดีที่เมล็ดอัคคีในตัวเธอคอยชำระล้างสิ่งแปลกปลอมที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับธาตุไฟได้ เธอจึงสามารถปล่อยไฟบริสุทธิ์ออกมาจากมือได้อย่างไร้กังวล.

 

พลังปราณกำลังไหลผ่านทั่วร่างกายของเธอ การร่ายพลังตอนนี้ก็เริ่มจะนานขึ้นเรื่อยๆ ชิยูรู้สึกคันไปหมดแต่ก็แค่เดี๋ยวเดียว. ที่น่ารำคาญคือมันคันไปคันมาบ่อยซะนี่.

 

เธอจึงกัดฟันแล้วร่ายพลังต่อไป พยายามทำให้ไฟคงที่จนมีกลิ่นหอมโชยออกมาจากหม้อ. ในที่สุดเธอก็ทำอาหารเสร็จซักที เธอนอนหงายไปกับพื้นเพราะความเหนื่อยล้า.

 

“ทำข้าวต้มนี่มันยากเหลือเชื่อเลยแหะ” เธอหอบอย่างหนักแล้วปล่อยให้ร่างกายดูดซับพลังงานจากรอบๆตัว.

 

หลังจากพักอยู่ครู่นึง เธอก็มีแรงกลับมาอีกครั้ง. เธอเลยสำรวจจุดตันเถียนของตัวเองอีกครั้ง. ไม่น่าเชื่อเลยว่าในท้องของเธอมีหยดน้ำตาเพิ่มขึ้นเป็น4หยดแล้ว.

 

เธอใกล้จะก้าวข้ามขีดจำกัดแล้ว!

 

ชิยูรู้สึกดีใจมากๆ เธอรู้สึกว่าอนาคตของตัวเองเริ่มจะสดใสขึ้นแล้ว.

 

จริงๆแล้วมันก็แค่ระดับพื้นฐานเท่านั้น. การกลืนเมล็ดอัคคีเข้าไปในร่างและปล่อยให้มันเป็นส่วนนึงของเธอ เมล็ดนั่นก็ได้เปลี่ยนร่างกายของเธอด้วยไฟชำระล้างที่แผดเผาสิ่งไม่บริสุทธิ์ออกจากร่างเธอจนหมด. มันเหมือนกับว่าเธอได้เปลี่ยนร่างกายใหม่เลย!

 

อีกอย่างพวกธาตุไฟที่ถูกดูดเข้าไปในร่างของเธอจะถูกชำระล้างด้วยไฟสีน้ำเงิน เธอจึงไม่ต้องออกแรงอะไรเลย เหตุนี้เธอจึงพัฒนาวิชาได้เร็วมากๆ.

 

เธอลุกขึ้นแล้วเดินไปหาหม้อข้าวต้ม. พอเปิดฝาออกกลิ่นหอมของข้าวต้มก็พุ่งออกมา. พอมองเข้าไปในหม้ออีกครั้งก็เห็นว่าเนื้อกระต่ายสับนั้นปนไปกับเมล็ดข้าวแล้ว. แค่มองเธอก็อยากจะลองกินเลย.

เธอเอาฝาปิดกลับไปอีกครั้งแล้วเดินไปข้างนอกเพื่อดูเวลา. ตอนนี้ใกล้จะได้เวลาอาหารเช้าแล้วเธอจึงไปเรียกทุกคนมากิน. ทันทีที่เธอเดินออกไปจากเขตห้องครัว กลิ่นหอมของข้าวต้มนั้นไม่มีเลย.

 

กลิ่นมันถูกกักไว้งั้นหรอ?

 

ในชีวิตก่อนของเธอ ร้านอาหารดังๆจะใช้เทคนิคนี้ นั่นคือการกักกลิ่นหอมเอาไว้รอบๆอาหารเท่านั้น เพื่อจะได้เพิ่มรสชาติและความน่ากินของอาหารขึ้นไปอีก. เธอเคยพยายามทำอาหารแบบนั้นแล้ว แต่ก็พลาดตลอด.

 

พูดอีกอย่างก็คือ เทคนิคนี้เธอทำได้แค่มองเท่านั้น เธอไม่สามารถทำมันได้สำเร็จเลย.

 

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอบังเอิญทำเทคนิคนี้ได้ มันยิ่งทำให้เธออยากจะก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีก แต่ตอนนี้ก็ยังอีกยาวไกลนัก.

 

ไม่นานทุกคนก็มาถึง. เธอมอบถ้วยข้าวต้มให้ทุกๆคนพร้อมกับถั่วทอดเป็นเครื่องเคียง. อาหารเช้าวันนี้หอมและหวานมากๆเลย

 

“ข้าวต้มวันนี้อร่อยจังเลยค่ะ!” เสี่ยวฉีพูด “หนูรู้สึกว่าร่างกายอุ่นขึ้นมาและมือก็ไม่แข็งเลย. มีอีกมั้ยคะพี่?”

 

พอมองมาที่ตาดวงโตของเสี่ยวฉี ชิยูก็อดลูบหัวเธอไม่ไหว.

 

“จ้าๆ ในหม้อมีอีกนะ”

 

เสี่ยวฉีตัวสูงขึ้นมากในเวลาสั้นๆเลย. แต่ใบหน้าเธอดันเหมือนเดิมอยู่ ดวงตาของเธอดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น.

 

พอมองมาที่เล่าเอ๋อ, เอ่อ, เขาดูแข็งแรงและหุ่นดีขึ้นกว่าแต่ก่อน. แต่คิ้วของเขาก็ดูจะหนาขึ้นเหมือนกัน.

 

ชิยูรู้จักสาเหตุของคิ้วแบบนั้นและก็มีวิธีแก้ด้วย แต่ค่อยหาเวลาเหมาะๆบอกเล่าเอ๋อจะดีกว่า.

 

หลังกินข้าวเช้าแล้ว เสี่ยวฉีกับเล่าเอ๋อก็กลับไปฝึกวิชาต่อ. คุณตาพาเสี่ยววูและเสี่ยวหลิวไปช่วยงานที่ร้านอาหาร. ชิยูก็อยากจะไปด้วยแต่ทั้ง3คนก็หายวับไปแล้วตอนที่เธอเผลอ.

 

“ทำไมวันนี้พวกเขาไปเร็วจังนะ?” พอไม่มีทางเลือกอื่นเธอเลยกลับห้องไปขัดเกลาความสามารถใหม่ของเธอ.

 

คืนนั้นเองเสี่ยวฉีก็มาหาอย่างเจี๊ยวจ๊าว “พี่สาวคะ วันนี้ครูชมหนูด้วยล่ะ! หนูวิ่งได้ตั้ง30ลี้แถมยังเป็นที่1ด้วย! พี่เล่าเอ๋อก็วิ่งตามคนอื่นทันด้วย วันนี้สนุกจริงๆ!”

 

ชิยูรู้ว่าพวกเขาต้องวิ่ง30ลี้โดยไม่ได้พักก่อนเริ่มฝึกวิชาในทุกวัน. ก่อนหน้านี้เสี่ยวฉีวิ่งตามคนอื่นๆไม่ทันเลย และเล่าเอ๋อก็มักจะเป็นคนที่ช้าที่สุดด้วย. การพัฒนาในวันนี้เป็นข่าวดีสำหรับทุกคนจริงๆ.

 

เล่าเอ๋อเองก็ดูมีความสุขมากๆ “วันนี้ผมรู้สึกมีแรงและเร็วมากกว่าเดิมด้วย” เขาเชื่อว่านี่เป็นผลมาจากที่เขาฝึกอย่างหนักทุกๆวัน.

 

“ใช่เลย หนูก็รู้สึกอย่างงั้น!” ้เสี่ยวฉีพยักหน้า.

 

“นึกว่าพี่รู้สึกคนเดียวซะอีก” พอได้ยินอย่างนั้นเสี่ยวหลิวก็แว่บเข้ามา “วันนี้ผมก็รู้สึกว่าที่ขามีแรงมากๆ ขนาดเดินธรรมดาผมยังเร็วขึ้นเลย”

 

“.......”

 

ถ้าแค่คนเดียวล่ะก็ มันก็อาจจะเป็นผลจากการฝึกหนักก็ได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้สึกแบบเดียวกัน มันเริ่มน่าสงสัยซะแล้วสิ.

 

พอคิดถึงข้าวต้มเมื่อเช้า ชิยูก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นขาเธอก็รู้สึกปวดๆเหมือนกัน แต่เธอกำลังง่วนอยู่กับความสามารถใหม่เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นไป.

 

ถ้างั้นก็แปลว่านี่คือผลพิเศษจากข้าวต้มนั้นหรอ?

 

วันต่อมาเธอไปที่ห้องหนังสือเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ปราณแล้วก็เจอหมวดของกระต่ายหิมะ. เหตุผลที่กระต่ายหิมะถูกจัดให้เป็นสัตว์ระดับ2ก็เพราะว่าความเร็วมหาศาลของมัน. ปกติแล้วพวกมันจับได้ยากมากๆ จึงถูกจัดให้เป็นสัตว์ปราณตัวป่วน.

 

ความสามารถของกระต่ายหิมะคือความเร็ว แล้วเธอก็เพิ่งใช้เนื้อมันทำอาหารจนทุกคนที่ได้กินมันมีความเร็วเพิ่มขึ้น. ถ้าอย่างงั้นถ้าเธอทำอาหารจากเนื้อเจ้านี้เก็บไว้แล้วใช้ตอนที่เธออยากจะหนีล่ะ?

 

แล้วก็ถ้าเกิดเธอทำอาหารจากเนื้อสัตว์ปราณด้วยพลังปราณธาตุต่างๆ มันจะเพิ่มความสามารถด้วยรึป่าวนะ?

 

พอคิดได้แบบนั้นชิยูก็เริ่มอยากจะลองทดสอบดู.

 

เธอเห็นหนังสือการฝึกพลังยุทธขั้นพื้นฐานเล่มหนึ่งจึงอยากจะนำมันออกไปอ่าน เลยเอาไปแจ้งที่โต๊ะโดยมีชายชราคนหนึ่งเฝ้าอยู่.

 

ตอนนั้นมีศิษย์สำนักหลินยืนอยู่สองสามคน พอพวกเขาเห็นชิยูเอาหนังสือการฝึกพลังยุทธขั้นพื้นฐานออกไปเลยอดหัวเราะใส่ไม่ไหว “แม่ครัวตัวน้อยของเราไปเริ่มฝึกวิชาตอนไหนเนี่ย?”

 

คนอื่นๆก็เริ่มพูดแทรกขึ้นมา “นอกจากแม่ครัวตัวน้อยแล้วยังมีเจ้าขยะไร้ประโยชน์กำลังหลอกตัวเองอยู่ด้วยแหละ! พวกมันคิดจริงๆหรอว่าแค่อยากมีพลังปราณก็จะฝึกได้ง่ายๆน่ะ? พวกมันน่าจะเจียมกะลาหัวบ้างนะ”

 

ชิยูรู้ว่าพวกเขากำลังพูดใส่เธอแต่ขยะไร้ประโยชน์นั่นหมายถึงใคร? พวกเขาพูดถึงเล่าเอ๋องั้นหรอ?

 

เขาต้องไปฝึกวิชากับพวกขี้โม้นี่หรอ เล่าเอ๋อเจ็บปวดมามากขนาดไหนเนี่ย?

จบบทที่ ตอนที่ 24: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว