เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23: เนื้อสัตว์ปราณ, กระต่ายหิมะ (ส่วนที่ 3)

ตอนที่ 23: เนื้อสัตว์ปราณ, กระต่ายหิมะ (ส่วนที่ 3)

ตอนที่ 23: เนื้อสัตว์ปราณ, กระต่ายหิมะ (ส่วนที่ 3)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

กลางคืนมาถึงแล้ว ชิยูรอให้รอบๆเงียบลงก่อนที่เธอจะหายเข้าไปในมิติของตัวเอง.

 

ตอนนี้เธอได้เมล็ดอัคคีมาแล้วเธอจะทำยังไงให้ร่างกายดูดซับมันเข้าไป? เธอจะใช้มันได้จริงๆหรอเนี่ย?

 

ใจกลางมิตินั้น หนังสือก็ยังคงลอยอยู่เหมือนเดิม. แต่วินาทีที่เธอสงสัยขึ้นมาหนังสือนั่นก็เปิดขึ้นเอง.

 

“อืมม...ชั้นต้องอยู่ในน้ำก่อนสินะแล้วก็กลืนเมล็ดอัคคีเข้าไป?” พอชิยูคิดว่าไฟจริงๆกำลังจะลงไปในท้องของเธอ เธอก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว.

 

“ไม่มีวิธีอื่นจริงๆหรอ?”

 

ปุ่ก!

 

หนังสือปิดตัวลงเองอย่างรุนแรง.

 

“.....” เจ้านี่ดูท่าหยิ่งน่าดู.

 

พอมองไฟสีน้ำเงินที่กำลังลุกอยู่บนมือของเธอ เธอจึงคิดว่าต้องกลืนเจ้านี่ลงไปจริงๆน่ะหรอ.

 

เมล็ดอัคคี แม้จะด้อยกว่าของวิเศษอื่นๆแต่มันก็ยังคงเป็นของที่สวรรค์สรรสร้างมา. วินาทีที่มันถูกสร้างขึ้น เปลวไฟของมันก็จะไม่มีวันมอดดับลง. ถ้าเธอทนมันไม่ไหวล่ะก็ เธอคงกลายเป็นเถ้าธุลีแน่.

 

พอมองไปรอบๆชิยูก็เห็นบ่อน้ำเล็กๆที่อยู่เลยหมอกไปเล็กน้อย. นี่คือน้ำที่เจ้าหนังสือนั่นบอกสินะ.

 

ชิยูยืนอยู่ข้างบ่อนานมาก ก่อนจะตัดสินใจ. ไม่สนแล้ว ลองดูดีกว่าช่างหัวผลที่ตามมาปะไร.

ในโลกใบนี้นั้น คนที่ไม่มีพลังอำนาจจะถูกเหยียบย่ำ. พวกเขาจะต้องใช้ทั้งชีวิตอยู่กับความหวาดกลัว. และเธอก็ไม่อยากจะใช้ชีวิตแบบนั้น.

 

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็กลับไปที่โลกจริง ไปหยิบอ่างอาบน้ำมาแล้วกลับเข้าไปในมิติอีกครั้ง. จากนั้นเธอก็เอาน้ำจากบ่อใส่ลงในอ่างแล้วเข้าไปนั่งในนั้น.

 

(ผมนึกคำไม่ออกครับ คำว่าอ่างอาบน้ำ ในหนังกำลังภายในนี้เขาเรียกอะไรหรอครับ)

 

จะน้ำบ่อหรือน้ำแร่ธรรมชาติ ชิยูก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ มันเย็นแต่ก็ไม่ถึงกับสะดุ้ง. เธอเผลอกลืนไปส่วนนึงตอนใส่น้ำลงในอ่างด้วย ฮึ่ม รสชาติก็ไม่ได้แย่ ออกหวานๆ สดชื่นและชุ่มคอ. น้ำแบบนี้ถ้าเอาไปทำเหล้าหรือเต้าหู้น่าจะแจ่มมาก.

 

หลังจากมองเงาสะท้อนตัวเองอยู่พักหนึ่ง เธอก็ใจเย็นลง. ชิยูหยิบเมล็ดอัคคีน้อยมาแล้วพยายามจะกลืนมันลงไป.

 

จู่ๆเปลวไฟบนเมล็ดก็ลุกขึ้นมาราวกับว่ามันรู้ว่าเธอจะทำอะไร อุณหภูมิสูงขึ้นจนถึงจุดเดือด. มันร้อนพอที่จะทำให้ชิยูสลัดมันทิ้งไปได้เลยแต่โชคดีที่มันตกลงไปในอ่างแทน.

 

สมแล้วที่เป็นของที่สวรรค์ประทานมา ไฟนิรันด์ของมันยังคงลุกแม้อยู่ใต้น้ำ. เพียงแต่เปลวมันลดลงไปเยอะมากและก็ไม่ร้อนเหมือนเดิม. แต่ชิยูก็สังเกตุเห็นว่าน้ำในอ่างมันเริ่มเดือดปุดๆขึ้นมา.

 

เดี๋ยวนะ มันเดือดได้ยังไง?

 

ตอนนี้เมล็ดอัคคีไม่น่าจะร้อนพอนี่นา, ชิยูโยนความคิดทิ้งไปแล้วโดดลงไป.

เธออ้าปากดูดเมล็ดอัคคีมาเหมือนกับปลาเลย จากนั้นเธอก็พยายามจะกลืนมันลงไปพร้อมกับน้ำจากบ่อ.

 

ตอนแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ต่อมาชิยูก็รู้สึกถึงความร้อนแปลกๆในท้องของเธอ. มันเหมือนกับเธอเพิ่งกลื่นไฟจริงๆเข้าไปเลย แม้แต่อกเธอก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมา.

 

“อั่ก-” เธอพยายามกินน้ำเพิ่ม หวังว่ามันจะไปดับไฟและทำให้หายเจ็บปวดแต่ก็ไม่เป็นผล. กลับกันความรู้สึกร้อนๆนั่นกลับแผ่ไปทั่วตัวเธอจนถึงหัวใจ.

 

ชิยูเจ็บปวดมากๆจนดิ้นไปทั่ว เธอเผลอถีบอ่างจนล้มลง. พอไม่มีน้ำแล้วอุณหภูมิก็พุ่งขึ้น. เธอรู้สึกว่ากระดูกตัวเองจะถูกเผาเป็นถ่านแล้ว. เธอคลานไปทางบ่อน้ำโดยสัญชาตญาณ แต่ตอนนี้ไฟสีน้ำเงินกลับห่อหุ้มทั่วตัวเธอไปแล้ว.

 

เปลวไฟนั้นแผดเผาผิวหนังของเธอไปเรื่อยๆ ส่วนที่ไหม้เป็นเถ้าท่านนั้นปริแตกออกขณะที่เธอพยายามคลานไป จนเลือดและของเหลวในตัวเธอไหลออกมา. แม้แต่ของเหลวพวกนี้ก็ถูกไฟสีน้ำเงินเผาจนดำไปหมด. ในที่สุดเธอก็มาถึงบ่อน้ำแล้วเธอก็เอาตัวลงไปได้สำเร็จ น้ำนั้นชะล้างส่วนที่ถูกไหม้ออกไปทันที จนเนื้อหนังสีชมพูข้างในเปิดออก. วินาทีต่อมาไฟสีน้ำเงินนั้นก็ลุกขึ้นเรื่อยๆพยายามจะเผาเนื้อหนังนั่น.

 

เปลวไฟลุกโชนและผิวหนังถูกแผดเผาไปเรื่อยๆ น้ำก็ระเหยออกอย่างต่อเนื่องขณะที่เธอดิ้นพล่านไปมา ความเจ็บปวดนั้นมากมายจนในที่สุดชิยูก็หมดสติไป.

 

ราวกับว่าร่างกายของเธอถูกสร้างขึ้นมาใหม่จากไฟเลย เหมือนกับดาบหรือมีดที่กำลังแดงฉ่าจากความร้อนและถูกตีไปเรื่อยๆ.

 

หลังจากผ่านไปอย่างนาน ร่างสีขาวก็ลอยขึ้นมาบนบ่อน้ำ. ไฟยังคงลุกไปมารอบๆร่างนั้น แต่มันดูเหมือนไม่ได้จะทำอันตรายใดๆต่อร่างนั้น.

 

พอชิยูลืมตาตื่นขึ้น เธอก็มึนหัวอยู่นานมาก. เธอค่อยๆจับตัวเองอย่างระวัง พอเธอมั่นใจแล้วว่าตัวเองยังไม่ตายเธอก็ล้มตัวลอยขึ้น.

 

โชคดีจริงๆที่เธอยังไม่ตาย!

 

งั้นแสดงว่าเธอดูดซับเมล็ดอัคคีได้แล้วงั้นหรอ?

 

ชิยูรีบลุกออกจากบ่อน้ำแล้วกางแขนออกไปจากนั้นก็รวมสมาธิ. ไฟสีน้ำเงินลุกขึ้นมาและสะบัดไปทั่ว.

 

…..จะทำอาหารด้วยไฟเล็กๆแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย?

 

“ใหญ่อีก!”

 

ฟุ่บ! เปลวไฟลุกขึ้นอีก. สีของมันยังเป็นน้ำเงินแต่ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นร้อนกว่าเดิม มันร้อนพอจะทำให้อากาศรอบตัวเธอลอยขึ้น.

“เจ๋ง” ชิยูพอใจมาก.

 

คุ้มค่ากับที่เธอทนเจ็บจริงๆ.

 

สิ่งเดียวที่แย่คือเสื้อผ้าของเธอดันไหม้ไปด้วย. เธอแอบกลับเข้าไปที่ห้องแล้วรีบค้นกองผ้า.พอเจอตัวที่จะใส่แล้วเธอก็รีบสวมมัน จากนั้นเธอก็มองไปรอบๆตัว ตอนนี้ใกล้รุ่งสางแล้ว.

 

เธอรีบออกมาข้างนอกสูดอากาศดีๆ ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นที่สุดขอบฟ้า. ประกายแสงสีแดงทองสาดออกมา ส่องสว่างให้เห็นแก๊สสีแดงๆที่กำลังลอยไปมาอยู่.

 

ชิยูยื่นมือออกไปจับแก๊สสีแดงที่กำลังลอยอยู่.

 

นี่คือธาตุไฟงั้นหรอ?

 

ขณะที่สงสัยอยู่นั้น เธอก็เห็นไฟสีน้ำเงินลุกขึ้นมาแล้วกลืนแก๊สสีแดงนั่นเข้าไป. ชิยูรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังดูดซับธาตุไฟอยู่ แม้จะยืนอยู่เฉยๆก็ตาม.

สิ่งที่ประหลาดที่สุดก็คือตอนนี้เธอสามารถเห็นได้ว่าที่จุดตันเถียน(ท้อง)ของเธอเกิดอะไรขึ้นบ้าง. ข้างๆเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ของเธอมีลูกแก้วหยกกลมๆคอยปล่อยไฟสีน้ำเงินออกมาเรื่อยๆ. และสิ่งที่กำลังหมุนรอบๆของทั้ง2อย่างนั่นอยู่ก็คือ อะไรซักอย่างที่มีลักษณะเป็นหยดน้ำสีแดง3อัน. สงสัยคงจะเป็นธาตุไฟที่เธอเพิ่งดูดซับไปมั้ง.

 

ถ้าว่ากันตามวิถีวรยุทธของโลกนี้แล้ว เจ้าหยดน้ำพวกนี้น่าจะแปลว่า ตอนนี้เธออยู่ในระดับพื้นฐาน 3 สินะ?

 

พอรู้สึกถึงพลังที่ไหลผ่านทั่วตัวเธอแล้ว เธอก็คิดว่าที่อดทนกับความเจ็บปวดนั้นคุ้มค่ามากจริงๆ.

ตอนนี้เธอมีปราณไฟแล้ว เธอสามารถปรุงเนื้อสัตว์ปราณที่หลินฟ่านให้เธอได้. ตอนนี้ก็เช้าอยู่ เยี่ยมเลยมาทำอาหารเช้ากันเถอะ.

 

ห้องครัวข้างๆนั้นมีอุปกรณ์ครบครันมากทั้ง กระทะ, หม้อ, ตะหลิวแล้วก็ถ้วย. อันดับแรกเธอหยิบเนื้อสัตว์ปราณที่ซ่อนไว้ในมิติส่วนตัวออกมาแล้วใช้มีดหั่นมัน. มีดนี้หลินฟ่านเป็นคนให้เธอมาเพราะจะได้หั่นเนื้อสัตว์ปราณได้สะดวกๆ.

 

เนื้อนี้เป็นส่วนหลังของกระต่ายหิมะระดับ2 มันนุ่มอย่างเหลือเชือเลยแถมมีลายเนื้อสวยด้วย. เธอเอามีดสับเนื้อ ใสเกลือลงไปนิดหน่อยแล้วก็พักไว้ให้เนื้อหมักตัวเอง. จากนั้นเธอก็ไปล้างข้าว.

 

จริงๆแล้วของกินของใช้ที่ได้มาจากตระกูลหลินนั้นก็ไม่ได้แย่. อาจจะเป็นเพราะเสี่ยวฉี อาหารที่พวกเขาได้กินส่วนใหญ่จึงมีพลังปราณทั้งนั้น.

 

อาหารทื่มีพลังปราณอยู่นอกจากจะรสชาติขมแล้วมันยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและอายุยืนด้วย. ข้าวพลังปราณนี้เม็ดใหญ่และอวบอ้วนมาก มันดูเหมือนหยกน้อยๆเลย. เธอใส่ข้าวลงไปในหม้อดินแล้วไปตักน้ำจากบ่อในมิติมาใส่. เธอใช้สายตากะเอาตอนที่เติมน้ำจากนั้นก็ปิดฝาแล้วรอมันสุก.

 

ผ่านไป15นาทีเธอเปิดฝาออกแล้วใส่เนื้อกระต่ายสับลงไปแล้วคนให้ทั่วหม้อ. จากนั้นก็ใช้ไฟอ่อนลง. ทว่าเนื้อกระต่ายหิมะนั้นไม่สามารถปรุงให้สุกได้ด้วยไฟธรรมดา ชิยูจึงต้องไปนั่งด้านหน้าเตาแล้วใช้ไฟสีน้ำเงินจากในตัวเธอเพื่อปรุงมัน…..

จบบทที่ ตอนที่ 23: เนื้อสัตว์ปราณ, กระต่ายหิมะ (ส่วนที่ 3)

คัดลอกลิงก์แล้ว