เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (่ส่วนที่2)

ตอนที่ 22: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (่ส่วนที่2)

ตอนที่ 22: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (่ส่วนที่2)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

“เธออยากเอาเนื้อสัตว์ปราณมาทำอาหารขายจริงๆหรอ?” หลินฟ่านมอง เขาไม่เห็นด้วยมากๆ “อันตรายเกินไปมั้ง”

 

ชิยูตอบ “ชั้นเองก็ไม่มีทางเลือก. เมล็ดอัคคีน่าจะต้องใช้เงินอย่างต่ำ1หมื่นตำลึงเงิน. ชั้นสู้ไม่ไหวหรอก. ทางเดียวที่จะหาเงินมาสู้ได้ก็มีแค่วิธีนี้เท่านั้น”

 

ใช่แล้ว ชิยูอยากจะหาเนื้อสัตว์ปราณมาทำอาหารขายเอาเงิน.

 

แต่พอเธอไปแจ้งหลินฟ่านแล้ว เขาก็ไม่เห็นด้วย. ถ้าเรื่องที่เธอทำอาหารจากเนื้อสัตว์ปราณได้ดีแพร่งพรายออกไปแล้วล่ะก็ เธอคงจะมีงานเข้าเยอะแน่ๆ. มันเสี่ยงเกินไป ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธ.

 

“ถ้ามันแค่ไม่กี่ตำลึงชั้นก็พอจะหาทางช่วยได้อยู่หรอก” หลินฟ่านเองก็นึกอะไรไม่ออกเช่นกัน. เงินตั้ง1หมื่นตำลึงมันมากกว่า1ใน3ของรายได้ตระกูลหลินซะอีก. อย่างมากเขาก็ขอมาได้แค่1หมื่นตำลึงแต่ถ้าไปขอมันมาจากพ่อล่ะก็ ท่านคงไม่เห็นด้วยแน่ๆเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของชิยู ไม่ใช่ของเขา.

 

ชิยูก็เริ่มเครียดหนัก ตอนนี้เธอไม่มีพลังอะไรเลย. แต่เธอก็ไม่อยากเสียโอกาสทองนี้ไป.

 

หลินฟ่านเห็นว่าเธอเครียดหนัก จึงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เอ้อนี่ ชั้นคิดอะไรออกแล้ว! ชั้นจะไปที่ภูเขา ไปล่าสัตว์ปราณให้ก็แล้วกัน!”

 

เขาว่าความคิดนี้น่าจะดี “สัตว์ปราณธรรมดาๆสามารถขายได้ราคาหลายพันตำลึงเงินเลย. สัตว์ปราณระดับ2มีราคาถึง2หมื่นตำลึง. ถ้าฆ่าระดับ3ได้ก็จะได้ตั้ง1แสนตำลึง. ตอนนี้ระดับของชั้นก็คงไม่กล้าไปท้าสัตว์ระดับ3หรอก แต่ระดับ2ก็น่าจะพอไหว. แล้วถ้าสัตว์ปราณมันมีแก่นพลังปราณอีกก็ยิ่งมีราคามากขึ้น. ก่อนงานประมูลก็อีกตั้ง10วัน ถ้าทุกอย่างราบรื่นดีชั้นน่าจะกลับมาทัน”

 

ชิยูก็คิดเหมือนกัน. จากนิยายต้นฉบับแล้วหลินฟ่านจะไปล่าสัตว์ปราณที่ภูเขา. เพื่อจะไปฝึกฝีมือให้เก่งขึ้นและหาซากสัตว์ปราณมาขายเอาเงิน แล้วก็เอาเงินนั้นไปซื้อยาวิเศษเพื่อพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก.

 

“ชั้นจะไปเตรียมของก่อน” ชิยูลุกขึ้น. เธอต้องเตรียมตัวออกไปล่าครั้งใหญ่. ตอนนี้เธอมีสถานที่ลับเอาไว้เก็บของ มันช่างสะดวกสบายจริงๆ.

 

แต่หลินฟ่านก็ห้ามเธอไว้ “เธอห้ามไปเด็ดขาด! เธอเป็นแค่คนธรรมดา. อยากจะไปให้สัตว์ปราณเคี้ยวเล่นรึไง?”

 

“.....” ชิยูลืมเรื่องนี้ไปเลย “แต่….ถ้านายไปคนเดียว ชั้นก็ไม่สบายใจน่ะสิ. ชั้นไม่อยากนั่งงอมืองอเท้าอยู่นี่หรอกนะ! ให้ชั้นไปด้วยเถอะ ชั้นดูแลตัวเองได้น่า”

 

ถ้าเธอเจออันตรายเข้าจริงๆ เธอก็สามารถหนีเข้าไปในมิติส่วนตัวได้.

 

“อันตรายเกินไป” หลินฟ่านปฏิเสธ. เขาค่อนข้างจริงจังกับเรื่องนี้มาก.

 

“วางใจเหอะน่า ชั้นดูแลตัวเองได้! ชั้นไม่ถ่วงแข้งขานายหรอก!” ชิยูสัญญา.

 

สุดท้ายชิยูก็ดึงดันจะไปจนหลินฟ่านยอม. ทั้งสองคนรีบเก็บของที่ต้องใช้ทันทีแล้วรีบไปแจ้งทางตระกูลให้รู้. แต่ตอนหลินฟ่านไปบอกลู่หยาน เรื่องก็ยากขึ้นซะงั้น.

 

“มันอันตรายเกินไปนะ! ก็แค่เงินหมื่นตำลึงเอง ชั้น…” ลู่หยานยังพูดไม่จบชิยูก็พูดแทรกขึ้นมา “ลู่หยาน เธออยากไปกับเรามั้ยล่ะ? เอ่อะ ดีเลยสิ! ชั้นกำลังคิดอยู่พอดีว่าหลินฟ่านคงจัดการคนเดียวไม่ไหว. ถ้าเธอไปกับเราก็คงไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”

 

ลู่หยานทำหน้าแปลกๆ แล้วเธอก็ตกลง “ก็ได้ ชั้นจะไปด้วย” แต่จู่ๆเธอก็หันมาคุยกับชิยูว่า “เธอจะไปด้วยทำไมเล่า? เราไม่มีพลังพอจะปกป้องเธอหรอกนะ”

 

“ชั้น...ชั้นเองก็ต้องการเงินเหมือนกัน…” ชิยูพูดอย่างกระอั่กกระอ่วม.

 

ลู่หยานไม่พูดอะไรอีกแล้วหันไปหยิบการ์ดคริสตัลออกมาแล้วเอาให้ชิยู “ในการ์ดนี้มีเงินอยู่จำนวนนึง. เอาไปสิ. ถือซะว่าเป็นของขวัญจากชั้น. เธอไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตหรอก”

 

พอเห็นการ์ดคริสตัล ชิยูก็รับมาอย่างเต็มใจ “งั้นขอให้พวกเธอเดินทางอย่างปลอดภัยนะ ชั้นจะรอพวกเธอสองคนกลับมา อยู่ที่นี่”

 

หลินฟ่าน “.....”

 

ใครนะที่เขาเสนอความคิดให้ว่าจะไปล่าสัตว์ปราณบนเขาน่ะ?

 

พอเห็นท่าทางของชิยู ลู่หยานก็ดีใจมากๆ เธอรีบไปควงแขนหลินฟ่านแล้วพูด “ท่านพี่หลินฟ่านคะเราไปกันเถอะ!”

 

หลินฟ่าน “....”

 

สุดท้ายทั้งสองคนก็จากไป. ชิยูรีบเปิดการ์ดออกมาดูว่ามีเงินเท่าไหร่.

 

ในโลกนี้ เนื่องจากหลายๆคนคิดว่าการพกเงินทองไปไหนมาไหนเยอะแยะนั้นไม่สะดวก ทางธนาคารจึงสร้างการ์ดคริสตัลนี้ขึ้นมา. ตราบใดที่มีการ์ดพวกนี้อยู่ ก็สามารถเบิกเงินจากในธนาคารมาใช้ได้.

 

สำหรับผู้หญิงแบบลู่หยานแล้ว เงินนั้นเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยมาก. ดังนั้น เมื่อตะกี้เธอคิดว่าจะเอาให้หลินฟ่านแต่ชิยูดันพูดขึ้นมาซะก่อน. ชิยูไม่อยากให้เธอพูดออกมา เพราะนั่นจะเป็นการทำร้ายเกียรติของหลินฟ่าน. วัยรุ่นทุกคนนั้นย่อมมีเกียรติศักดิ์ศรีของตัวเอง ถ้ามันจะแปดเปื้อนเพราะเรื่องแบบนี้ล่ะก็ ชิยูคงรู้สึกแย่แน่.

 

พอเธอไปถึงที่ธนาคาร ชิยูก็แทบจะกระอั่กเลือดออกมาทันทีที่รู้ว่าในการ์ดนี้มีเงินอยู่เท่าไหร่. ทำไมลู่หยานถึงมีเงินอยู่แค่หมื่นเดียวล่ะเนี่ย? ไล่ตามพวกเขาไปทันมั้ย?

 

ชิยูทำอะไรไม่ได้เลย.

 

ชิยูกังวลหนักมากขณะที่10วันนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว. งานประมูลเริ่มไปแล้ว. หลินฟ่านก็กลับมาทันก่อนปิดงาน1วัน เขาเอาเนื้อสัตว์ปราณกลับมาเยอะแยะด้วย. เนื้อบางอันเป็นของสัตว์ปราณระดับ2เลย.

 

ชิยูยิ้มขณะที่รับพวกมันมา.

 

เธอไม่ได้ไปงานประมูลแต่นั่งอยู่ร้านอาหารแล้วนับเงิน.

ร้านขายดีเรื่อยๆแต่ก็ทำกำไรได้แค่ไม่กี่100ตำลึงเงินเอง.

 

บ่ายวันนั้นงานประมูลก็ได้จบลงแล้ว. เศรษฐีหลายคนพากันมาที่ร้านเพื่อฉลอง.

 

ชิยูจึงถามได้แค่ข่มตัวเองไว้แล้วออมเงิน. บางทีเธออาจจะเจอเมล็ดอัคคีอีกอันวางขายก็ได้ในอนาคต. ตอนนั้นเธอคงจะซื้อมันไหวแล้ว.

 

ร้านขายดีมากๆจนร้านปิดเกือบเที่ยงคืนกว่าๆ. คุณตากับชิยูเก็บข้าวของแล้วกลับบ้านกัน. ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลหลิน.

 

หลังจากเธออาบน้ำเสร็จและพร้อมจะเข้านอนแล้ว เธอก็สังเกตุเห็นว่าหลินฟ่านกำลังยืนอยู่ด้านนอกประตู เหมือนกำลังรอเธออยู่.

 

“นายยังไม่นอนหรอ?” พอเห็นเขาชิยูก็ถาม.

 

หลินฟ่านยื่นมือออกมา “เอาการ์ดของลู่หยานมาให้ชั้นด้วย”

 

“อ่า” ชิยูส่งการ์ดให้เขา.

 

จากนั้นหลินฟ่านก็รับการ์ดมาในมือซ้ายแล้วยื่นมือขวาออกไป พอเขาแบบมือออกมา. มีแสงจ้าออกมาบนมือของเขา. นี่มันเมล้ดอัคคีหนิ. เมล็ดนี้ดูเล็กมากๆ มันมีสีออกเขียวๆ. ชิยูตกใจจนพูดไม่ออก.

 

“นี่มัน…”

 

“เอ้านี่ เธอได้ซื้อมันไว้แล้ว” หลินฟ่านพูด.

 

ภายใต้ความมืดนั้นชายหนุ่มหน้าตาดียืนสง่าอยู่.

 

“นาย….” ทันใดนั้นชิยูก็ซึ้งใจ.

 

เจ้าหนุ่มนี่…..

 

ชิยูรับเมล็ดอัคคีมาอย่างดี เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนเบาๆที่ออกมาจากมัน.

 

จากนั้นก็มองไปทางหลินฟ่านแล้วพูด “ขอบใจนะ! ชั้นจะตอบแทนนายทีหลังแน่ๆ!”

จากนั้นหลินฟ่านก็ลูบหัวเธอแล้วหัวเราะ “ถ้างั้นก็รีบโตล่ะ!”

 

“.....”

 

หมายความว่าไงวะนั่น?

จบบทที่ ตอนที่ 22: เนื้อสัตว์ปราณ - กระต่ายหิมะ (่ส่วนที่2)

คัดลอกลิงก์แล้ว