เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13: เนื้อสัตว์ปราณที่น่าอร่อย

ตอนที่ 13: เนื้อสัตว์ปราณที่น่าอร่อย

ตอนที่ 13: เนื้อสัตว์ปราณที่น่าอร่อย


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

หลินฟ่านหยิบลูกแก้วปราณออกมา. ถ้าหากวางมือบนลูกแก้วปราณนี้แล้วมีแสงสว่างขึ้นมาแสดงว่าคนๆนั้นมีความสามารถพอที่จะฝึกวิชาได้. มีธาตุอยู่ทั้งหมด5ธาตุ, เหล็ก, ไม้, น้ำ,ไฟและดิน. แต่ละธาตุนั้นมีสีที่ต่างกันและเป็นตัวบ่งบอกว่าคนๆนั้นมีพลังปราณธาตุใด.

 

เสี่ยวฉีได้แสงสีน้ำเงินตอนที่เธอวางมือลงบนลูกแก้วปราณนั่นแสดงว่าเธอมีปราณธาตุน้ำ. แต่เมื่อคนอื่นๆวางมือลงบนลูกแก้วแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย. ขนาดชิยูเองก็ไม่มีเหมือนกัน.

 

พวกเด็กๆดูผิดหวังกันแต่ก็ทำใจไว้ก่อนแล้ว. คนที่มีพลังปราณนั้นเป็นหนึ่งในหมื่น. แค่มีคนนึงจากเด็ก5คนก็นับว่าดีแล้ว. เพราะถึงยังไงก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะฝึกวิชาได้.

 

ความแตกต่างระหว่างเหล่าผู้ฝึกวิชาซิ่วเจิ้นนั้นก็คือธาตุเหล่านี้นี่แหละ. หากไม่มีพลังปราณแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกวิชา. แต่หลินฟ่านนั้นประหลาดใจมากๆเมื่อชิยูวางมือเธอลงบนลูกแก้วแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น.

 

ตลอดเวลามานี้เขาคิดเสมอว่าชิยูคือผู้ฝึกวิชาซิ่วเจิ้น เพียงแต่เธอแค่ซ่อนพลังเอาไว้. หลินฟ่านเอาลูกแก้วออกมาเพื่อจะทดสอบพลังของชิยูแต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากไป - ชิยูเป็นคนธรรมดาจริงๆ.

 

เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว หลินฟ่านก็เตรียมตัวลากลับพร้อมกับลู่หยาน.

 

ในตอนนั้นเองประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกถีบออกอย่างรุนแรง. ทันทีที่เธอเห็นสิ่งที่ถีบประตูนั้นเธอก็แทบจะผวาเลยทีเดียว. ด้านหน้าของพวกเขานั้นคือสัตว์ปราณขนาดมหึมา. เจ้าสัตว์ตัวนี้ดูคล้ายเสือ มันแยกเขี้ยวใส่ทุกคนแล้วก็คำราม.

 

“สัตว์ปราณหนิ!” หอกเล่มหนึ่งโผล่ออกมาที่มือของหลินฟ่านทันที. เขาหันมันไปทางสัตว์ตัวนั้นแล้วตะโกน “เจ้าสัตว์ร้าย ถอยไปซะดีกว่านะ!”

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๅ, ที่แท้ก็ไอ้กระจอกหลินฟ่านนี่เอง!” มีเสียงคนพูดหยามดังขึ้นมา.

 

ตอนนั้นเองชิยูก็สังเกตุเห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่หลังสัตว์นั่น. เขาสวมชุดคลุมสีน้ำเงินรอบๆตัวเขามีกลุ่มผู้ติดตามอยู่กลุ่มหนึ่ง. เขาพูดดูถูกทันทีที่เห็นหลินฟ่าน.

 

“ชั้นก็สงสัยอยู่ว่าใครปล่อยมันมา ที่แท้ก็แกเองสินะที่เป็นคนควบคุมสัตว์ปราณตัวนี้” หลินฟ่านเสกดาบเล่มหนึ่งออกมาแล้วโยนมันไปทางประตู. ดาบนั้นปักลงไปที่พื้นอย่างลึกพร้อมกับเสียงดังเก๊ง.

 

“เจา ฉางชิง! ตระกูลเจาไม่ได้จับสัตว์ปราณนี้มาให้นายขี่ได้ง่ายๆนะ. มันไม่ได้มีไว้ให้นายทำร้ายผู้อื่นด้วย”

 

เจา ฉางชิง ร้องเหอะออกมา “ถ้าเป็นหลิน หยานล่ะก็ชั้นคงจะไว้หน้าเขาแล้วก็กลับไป. แต่แก, หลินฟ่าน, ไอ้คนกระจอก. ชั้นก็แค่พาเจ้าเสือลายดาวนี่มาเดินเล่นเท่านั้น. ถ้าแกโดนมันกินล่ะก็คงโชคไม่ดีน่าดูเลยนะ”

 

หลิน หยานคือคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในสำนักตระกูลหลิน. เขาอยู่ระดับพื้นฐานที่ 7 ณ ตอนนี้และเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลหลินอย่างมาก. หลายๆคนคิดว่าเขาจะได้กลายเป็นเจ้าสำนักคนต่อไปแน่ๆ.

 

ตอนนั้นเองความสนใจของชิยูก็ไปตกที่ชื่อของชายที่อยู่ด้านนอกนั่น, เจา ฉางชิง.

 

เจ้าหมอนี่มันพวกใคร่เด็กที่ฆ่าเสี่ยวฉีหนิ?

 

ชิยูค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆหลินฟ่านแล้วกระซิบ “ถ้านายฆ่าเจา ฉางชิงได้ล่ะก็ ชั้นจะเป็นหนี้นายครั้งใหญ่เลย”

 

หลินฟ่านตกใจกับคำขอนี้มาก. ชิยูดูน่ารักมากๆ. เขาจ้องเธอแล้วก็ตอบตกลง.

 

“โอ้แล้วก็ถ้านายฆ่าเจ้าสัตว์นี่ได้แล้ว อย่าลืมส่งเนื้อมันมาให้ชั้นด้วย. ชั้นจะทำของอร่อยสุดยอดให้นายเอง” ชิยูเตือนความจำเขา.

 

หลินฟ่านมองไปที่เจ้าสัตว์ปราณเสือลายดาว. เขารู้สึกสงสารมันขึ้นมา. นอกจากจะทำให้ชาวบ้านกลัวไม่ได้แล้วยังจะกลายเป็นอาหารให้ชาวบ้านอีก.

 

พอพูดเสร็จชิยูก็พาพวกเด็กๆไปที่ห้องหลังครัว.

 

การต่อสู้ของทั้งสองนั้นควรปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเขาดีกว่า. คนธรรมดาควรอยู่ให้ห่างๆไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน.

 

ทันทีที่พวกเขาเข้าห้องไป เสียงต่อสู้ก็ดังขึ้นไปทั่ว. เสียงมันดังมากและร้านทั้งร้านก็สั่นสะเทือนจนฝุ่นตกลงมาจากเพดาน.

 

พอผ่านไปซักพักหนึ่งในที่สุดมันก็เงียบลง.

 

เมื่อชิยูออกมาดู เจา ฉางชิงก็อยู่ใต้เท้าหลิน ฟ่านไปแล้ว. ส่วนเจ้าสัตว์ปราณนั้นก็นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นกับกองเลือด. มันไม่หายใจแล้ว น่าจะตายแล้วล่ะ.

 

“ว้าวสุดยอดเลย!” เสี่ยวหลิวดีใจ “เสี่ยวฉีในอนาคตเธอจะเป็นแบบพี่หลินฟ่านมั้ย?”

 

เสี่ยวฉีมองไปที่หลินฟ่าน. ดวงตาของเธอเปล่งประกาย.

 

จบแล้ว!

ชิยูปวดหัวมาก. นี่คือสิ่งที่เธอไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย. เสี่ยวฉีเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ. ตอนนี้ในสายตาเธอหลินฟ่านคงดูหล่อเท่ไปแล้ว. ในอนาคตถ้าหลินฟ่านเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเสี่ยวฉีคงไม่มีวันชอบผู้ชายคนอื่นได้แน่.

 

ก็เหมือนกับการเล่นเกมนั่นแหละ ถ้าได้เจอคนที่แกร่งมากๆล่ะก็คนที่เหลือก็จะกลายเป็นอากาศธาตุไป เว้นซะแต่จะมีคนที่แกร่งกว่าโผล่ออกมา.

 

แต่ในโลกนี้มีน้อยคนนักที่แกร่งกว่าหลินฟ่าน. ถึงตอนนี้พวกเขาจะแกร่งกว่าแต่ในอนาคตพวกเขาจะต้องเทียบเขาไม่ติดแน่นอน. ก็เขาเป็นพระเอกในนิยายของเออกูหนิ.

 

ชิยูกุมขมับ.

 

เธอไม่สามารถควบคุมชีวิตของเสี่ยวฉีได้จึงทำได้แค่มองดูเท่านั้น.

 

หลังจากเจา ฉางชิงถูกหลินฟ่านสั่งสอนไป เขาก็สบถออกมาแล้วรีบเผ่นไป.

 

หลินฟ่านหันกลับมาแล้วถามพวกเขา “ชั้นว่าพวกนั้นต้องกลับมาแก้แค้นเธอแน่. ชั้นว่าพวกเธอกลับไปที่สำนักตระกูลหลินกับชั้นดีกว่ามั้ย? ชั้นจะแจ้งเรื่องนี้ให้พ่อทราบแล้วพรุ่งนี้ก็ค่อยตกลงกันใหม่. คิดว่าไง?”

 

ชิยูคิดอยู่พักหนึ่ง. ตอนนี้แผนนี้เจ๋งสุดแล้ว.

 

คืนนั้นทุกๆคนจัดกระเป๋าแว่บเดียวแล้วกลับไปกับหลินฟ่านทันที.

 

ตำหนักตระกูลหลินนั้นใหญ่มากๆ. หรือจะพูดดีว่าตำหนักทุกตำหนักในโลกนี้ใหญ่หมด? ที่ฝึกวิชานั้นก็เป็นห้องโถงที่ใหญ่มากๆ.

 

ชิยู, พวกเด็กๆกำพร้าและคุณตามาถึงตอนเที่ยงคืนและไม่ได้ส่งเสียงรบกวนใคร. พวกเขาทุกคนตามหลินฟ่านไปที่เรือนส่วนตัวของเขาแล้วก็เข้าห้องไปพักผ่อนกัน.

 

ในโลกใบนี้ ตระกูลส่วนใหญ่นั้นไม่มีกฏอะไรมากมาย. ถ้ามีกฏ ก็มีไว้เพื่อผู้ที่อ่อนแอ. ผู้แข็งแกร่งสร้างกฏขึ้นมาเอง.

 

ชิยูกอดเสี่ยวฉีแล้วค่อยๆหลับไป. บางทีอาจจะเป็นเพราะต่างสถานที่แต่ชิยูก็รู้สึกสบายใจและสงบมากๆ. อาการวิตกกังวลที่เธอเคยเครียดก็หายไปแล้ว.

 

บางทีอาจจะเป็นเพราะเธอมีคนคอยคุ้มภัยให้แล้วก็ได้.

 

วันต่อมา ทุกๆคนก็ต้องตื่นเพราะมีเสียงดังมาจากด้านนอกห้องพวกเขา.

 

ยังรุ่งสางอยู่แต่ศิษย์ทุกคนในสำนักหลินรวมถึงหลินฟ่านก็มารวมกันที่ลานฝึกเรียบร้อย แล้วพวกเขาก็เริ่มฝึกวิชากัน. ทุกๆคนตั้งใจฝึกมากแถมเหงื่อออกเยอะมากด้วย. พวกเขาเคลื่อนไว้ซ้ำไปมาหลายรอบเกือบ100ครั้งเห็นจะได้. แต่ก็ไม่มีใครซักคนยอมแพ้เลย.

 

การที่จะได้พลังมานั้นไม่ใช่เพียงแค่โชคช่วยอย่างเดียว. ในโลกใบนี้มีคนอยู่มากที่มีความพยายาม. ถ้าไม่พยายามแล้วก็จะไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้นได้.

 

ขณะยืนอยู่ด้านนอกลานฝึกชิยูก็รู้สึกมีความสุขมากๆ. เธอรู้สึกโชคดีจริงๆที่หันไปพึ่งการทำอาหารเพื่อฝึกวิชา. ถ้าเธอไปเรียนวิทยายุทธเพื่อฝึกวิชาเหมือนหลายคนที่นี่ล่ะก็ ถ้าเธอไม่ตายก็คงไม่มีแรงทำอย่างอื่นแน่ๆ.

จบบทที่ ตอนที่ 13: เนื้อสัตว์ปราณที่น่าอร่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว