เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12: ครีมเค้ก (ส่วนที่ 2 )

ตอนที่ 12: ครีมเค้ก (ส่วนที่ 2 )

ตอนที่ 12: ครีมเค้ก (ส่วนที่ 2 )


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

“อะไรเนี่ย?. ลู่หยานมองของที่ชิยูเอามาให้และสายตาของเธอก็ดูเปล่งประกายเพราะกลิ่นหอมหวานที่อยู่ด้านหน้าของเธอ. ที่จานด้านหน้าของเธอมีของหวานมันๆสีขาวอยู่5ชิ้น. เมื่อมันวางอยู่บนโต๊ะมันก็สิ่งกลิ่นหอมอบใหม่ๆโชยขึ้นมา.

 

“นี่คือสิ่งที่ชั้นทำเพื่อเธอเป็นพิเศษยังไงล่ะ” ชิยูตอบ “นี่คือขนมเค้กครีมสด. ชั้นมั่นใจว่าเธอต้องชอบแน่”.

 

หลินฟ่านหยิบชิ้นนึงมาแล้ววางใส่มือของลู่หยานแล้วเขาก็หยิบอีกชิ้นขึ้นมาให้ตัวเอง. เค้กมีครีมอยู่บนหน้าเยอะมากแล้วก็ผลไม้จำนวนนึงด้วย. ครีมนั้นทั้งนุ่มและหวาน มันต่างจากขนมเค้กของจีนที่เขาเคยกินมาเลย. ในโลกปัจจุบันเค้กนี้คือปีศาจสำหรับผู้หญิงที่ต้องการลดน้ำหนักเลยทีเดียว.  (ขนมเค้กของจีนอาจหมายถึงขนมไหว้พระจันทร์ก็ได้ครับ เพราะขนมไหว้พระจันทร์ฝรั่งเรียกว่ามูนเค้ก Moon cake)

 

เป็นดังที่คิด พอกัดไปหนึ่งคำลู่หยานก็ติดใจ. ทั้งหมดมี5ชิ้น เธอกิน3ชิ้นที่เหลือทันที. เมื่อเธอกินหมด4ชิ้นแล้ว เธอก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที “โทดที ชั้นห้ามตัวเองไม่อยู่”

 

เสี่ยวฉีก็มองด้วยสายตาอิจฉา เธอก็อยากกินบ้าง……

 

ชิยูสังเกตเห็นสายตาของเสี่ยวฉีจึงลูบหัวเธอ. เธอไม่ได้ทำเยอะเพราะมันใช้เวลานาน. ยิ่งไปกว่านั้นเธอต้องรับลูกค้า “อันนี้เป็นของแขกเรานะ, พอกลับถึงบ้านแล้วเดี๋ยวพี่จะทำให้กินนะจ๊ะ”

 

“อื้อ อื้อ” เสี่ยวฉีพยักหน้า “พี่สาวไปทำงานเถอะนะคะ. ไม่ต้องห่วงหนู!”

 

ชิยูจึงไป.

 

ลู่หยานรู้สึกอายมากกว่าเดิม. เธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน. มันต้องเป็นเพราะหลินฟ่านอยู่ข้างๆเธอแน่เธอจึงไม่ทันระวังตัว. พอหน้าแดงสุดขีดลู่หยานจึงสะบัดมือแล้วกล่องหยกก็ปรากฏมาบนมือเธออย่างน่าอัศจรรย์. เธอมอบกล่องนั้นให้เสี่ยวฉี “ในกล่องนี้มีโสมหยกอยู่. พี่ให้เป็นของขวัญนะจ๊ะ”

 

เสี่ยวฉีส่ายหัวแล้วดวงตากลมโตของเธอก็เต็มไปด้วยความความมุ่งมั่น “พี่คะมันแพงเกินไปหนูรับไว้ไม่ได้ค่ะ”

 

ลู่หยานยิ้ม “หนูรู้ได้ไงจ๊ะว่ามันแพง?”

 

เสี่ยวฉีจ้องไปทางชิยูแล้วตอบ “พี่สาวหนูบอกงั้นค่ะ. ถ้ามันเป็นของขวัญ มันก็มีราคาแพงมาก”

 

“ฮ่าๆๆๆ” หลินฟ่านหัวเราะชอบใจ. เขาอุ้มเสี่ยวฉีขึ้นมานั่งบนตักเขา “ถ้าของขวัญของพี่หยานแพงไปล่ะก็งั้นพี่จะให้นี่ โอเคมั้ยคะ?” เขาสะบัดมือแล้วลูกกวาดหนึ่งไม้ก็โผล่มา.

 

ทันทีที่เธอเห็นลูกกวาด ตาของเสี่ยวฉีก็ลุกเป็นไฟ.

 

“ค่ะ!”

 

ตอนที่เธอมองอยู่นั้นเธอกำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่. เธอเกือบจะเผลอตัดนิ้วตัวเอง.

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

ทำไมเสี่ยวฉีถึงไปนั่งบนตักของหลินฟ่าน?

 

ความคิดของเธอพุ่งทะลุเพดานไปแล้ว. อย่าบอกนะว่าโชคชะตาของหลินฟ่านกับเสี่ยวฉีต้องกันแล้ว และในอนาคตเสี่ยวฉีก็ต้องแต่งงานกับเขา. จากที่นิยายของเออ กูเขียนแล้ว หลินฟ่านนั้นมีฮาเร็มเยอะกว่า10คนอีก.

 

ชิยูตกใจมาก. ในโลกนี้ที่เพื่อนเธอสร้างขึ้นมา พระเอกกับนางเอกนั้นมีเสน่ห์แรงมาก. ใครก็ตามที่พบกับพวกเขาจะหลงเสน่ห์ในทันที.

 

แต่เธอคิดว่าเสี่ยวฉีเป็นน้องสาวแท้ๆจึงไม่ยอมให้เสี่ยวฉียอมแบ่งผู้ชายกับคนอื่นแน่.

 

เธอคิดอยู่นาทีนึงจึงตะโกนออกมา “เสี่ยวฉีจ๊ะ มาช่วยพี่หยิบหัวหอมหน่อย!”

 

เสี่ยวฉีกระโดดลงจากตักของหลินฟ่านทันทีแล้วรีบวิ่งไปช่วยพร้อมๆกับเคี้ยวลูกกวาดในปาก.

หลินฟ่านไม่ทันสังเกตความไม่พอใจของชิยู แต่ลู่หยานเห็น.

 

ลูกกุ้งนั้นพร้อมจะขายแล้ว. พอเตรียมทุกอย่างเสร็จเธอจึงเอาถ้วยใบใหญ่ให้หลินฟ่านกับลู่หยานแล้วไปทำเมนูผักเพิ่มปล่อยให้พวกเขาสนุกกับอาหาร.

 

เนื่องจากวันนี้พวกเขามีแขก จึงมีอาหารขายน้อย. เมนูลูกกุ้งถูกขายหมดอย่างรวดเร็ว. ลูกค้าหลายคนไม่พอใจ ชิยูจึงไม่มีทางเลือกเลยเอาตราให้พวกเขา. เธอบอกลูกค้าว่าถ้าพรุ่งนี้กลับมาพร้อมกับตรานี่จะให้ลูกกุ้งเพิ่มครึ่งจิน. พวกลูกค้าจึงพอใจแล้วก็ออกร้านไป.

 

เมื่อลูกค้าจากไปหมดแล้ว ชิยูก็ปิดประตู.

 

คุณตากับเด็กคนอื่นๆช่วยกันทำความสะอาดร้าน, ถูพื้น, ล้างจาน เช็ดโต๊ะ. มีแค่ชิยูที่นั่งอยู่กับหลินฟ่านและลู่หยาน.

 

“พวกเธอพอใจกับรสชาติอาหารรึป่าว?” ชิยูถาม. ถ้าเป็นเรื่องอาหารล่ะก็ เธอไม่ทำเล่นๆแน่นอน. เธอมั่นใจในวิชาทำอาหารของเธอมาก. ตราบใดที่เธอมีวัตถุดิบที่ถูกต้อง เธอสามารถทำให้หลินฟ่านจุกตายเพราะอาหารที่เธอทำได้เลย.

 

“แน่นอน พวกเราชอบมาก” ไม่ว่าเขาจะเจ้าเล่ห์ขนาดไหน เขาก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี.

 

“พวกนายเห็นด้วยตาตัวเองแล้วใช่มั้ย ร้านเราก็ไม่ได้ขายแย่. แล้วลูกกุ้งพวกนั้นก็แค่เสี้ยวหนึ่งของความสามารถชั้น”

 

“เธอทำอาหารอย่างอื่นได้ด้วยหรอ?” หลินฟ่านสนใจ. เขาไม่ใช่คนรักการกินแต่รสชาติอาหารพวกนี้ทำให้เขาจะรักแล้ว.

 

“แน่นอนสิ. ยิ่งวัตถุดิบดีเท่าไหร่ รสชาติก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้นแหละ. ชั้นมั่นใจวิชาทำอาหารของชั้นมาก”

 

“ถ้าเธอว่าแบบนั้น ชั้นก็จะตั้งตารออาหารที่เธอทำจากเนื้อสัตว์ปราณนะ”

 

ชิยูยักไหล่ “ชั้นก็อยากอยู่แต่มันแพงเกิน. ชั้นไม่มีพลังพอจะจับมันด้วยตัวเองด้วย. เอางี้สิ, ถ้านายได้เนื้อมาก็ส่งมาให้ชั้น. ชั้นจะทำให้นายฟรีๆเลย”

 

“ได้เลย”

 

“งั้นก็เข้าเรื่องกันเลย.หลินฟ่าน ชั้นจะให้กำไรจากร้านนี้ครึ่งนึง นายจะได้เป็นหุ้นส่วนของร้านนี้. อย่าเพิ่งปฏิเสธชั้น. ชั้นมีบางอย่างที่จะขอนาย. ในอนาคตนายจะได้เป็นใหญ่และตระกูลหลินเองก็จะรุ่งเรืองเพราะนายด้วย. ถ้าพวกเรามีคนคอยคุ้มกันล่ะก็ เราก็จะได้ทำการค้าได้ง่ายๆ. ดังนั้นเพื่อให้การค้าของชั้นรุ่งเรืองแล้ว ชั้นยินดีที่จะแบ่งให้เลย” ชิยูกล่าว.

 

หลินฟ่านถาม “แล้วทำไมเธอไม่เลือกคนอื่นล่ะ?”

 

เธอคือคนเดียวที่บอกได้ว่าสร้อยนั่นมีความลับซ่อนอยู่. เขาไม่เชื่อหรอกว่าเธอไม่มีความลับซ่อนอยู่.

 

“ชั้นเป็นคนธรรมดานะแล้วชั้นก็ไม่อยู่ที่นี่ไปจนตายแน่” ชิยูตอบ “ชั้นอาจจะไม่อยู่นี่ แต่ครอบครัวชั้นจะอยู่. ชั้นหวังว่าจะมีคนปกป้องพวกเขา”

 

ชิยูทนรอที่จะสำรวจโลกนี้อยู่. โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลและเธอก็โหยหาจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยด้วย.

 

หลินฟ่านไตร่ตรองอยู่. ปกติแล้วเขาเป็นคนที่ถ้าได้อะไรมา ก็จะต้องให้บางอย่างเช่นกัน. ถ้าเขายอมรับร้านอาหารนี้มา เขาก็ต้องปกป้องมัน.

 

แต่เขาก็ตอบตกลงอย่างเร็ว. เสี่ยวฉีทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและชิยูเองก็คืนสร้อยให้เขาด้วย. ตอนนี้เขาแข็งแกร่งมากกว่าเดิม. ถ้าเขาปกป้องพวกเธอ ก็เท่ากับว่าเขามีคนคอยสนับสนุนเมื่อตัวเองล้มลง. ถ้าเรื่องแค่นี้เขารับมือไม่ไหวแล้วเขาจะเป็นใหญ่ในอนาคตได้ยังไง?

 

“แต่ชั้นขอบอกเธอก่อนนะ. ชั้นจะเอาเสี่ยวฉีกลับไปด้วย” เขาตอบ.

 

เมื่อเขาเห็นชิยูขมวดคิ้ว เขาจึงรีบอธิบาย “ตะกี้นี้ ชั้นตรวจเสี่ยวฉีแล้ว. เธอเหมาะสำหรับการฝึกวิชา. ถ้าเด็กคนนั้นตามเธออยู่ล่ะก็ เด็กคนนั้นก็จะไม่มีวันได้พัฒนา. เสียดายพรสวรรค์นะ”

 

อะไรนะ? เสี่ยวฉีฝึกวิชาได้หรอ?

 

นอกจากชิยูตกใจแล้ว ทุกๆคนที่อยู่รอบๆโต๊ะก็ตกใจเช่นกัน.

 

แล้วชิยูก็เปิดปากตอบ “ถ้าเป็นอย่างงั้น, ชั้นก็จะไม่ห้ามนาย. แต่นายช่วยตรวจน้องๆคนอื่นของชั้นได้มั้ย? พวกเขาฝึกวิชาได้รึป่าว?”

 

หลินฟ่าน: “........”

จบบทที่ ตอนที่ 12: ครีมเค้ก (ส่วนที่ 2 )

คัดลอกลิงก์แล้ว