เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 [ชื่อตอนขอปิดไว้ เพราะจะเป็นการสปอยตอนหน้าครับ]

ตอนที่ 11 [ชื่อตอนขอปิดไว้ เพราะจะเป็นการสปอยตอนหน้าครับ]

ตอนที่ 11 [ชื่อตอนขอปิดไว้ เพราะจะเป็นการสปอยตอนหน้าครับ]


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อแสงอรุณลับขอบฟ้าไป, ธุรกิจยามค่ำในเมืองชิงฉานก็เริ่มขายดีขึ้น. ผู้คนในตอนค่ำนั้นมีเวลาเดินไปมามากขึ้นไม่เหมือนกับตอนกลางวัน.

 

ที่ถนนมีคนอยู่ชุกชมและกลิ่นหอมยั่วยวนก็โชยออกมาจากร้านอาหารนั้น ทำให้ผู้คนที่เดินไปมาสนใจ. แค่สูดฟึดเดียวก็ทำให้คนรู้สึกหิวได้แล้ว.

 

ลูกค้าของร้านบะหมี่ข้างทางเพิ่งมาถึง เขาสั่งบะหมี่หนึ่งถ้วยเหมือนอย่างเคย. ขณะที่เขากำลังรอบะหมี่อยู่นั้นจู่ๆเขาก็ได้กลิ่นแปลกๆแต่ก็ยั่วยวนมากๆ.

 

กลิ่นนี้มันช่างหอมหวานและเผ็ดร้อนมากๆ. แค่สูดครั้งเดียวก็พอจะทำให้น้ำลายไหลออกมาได้เลย. เขาลืมบะหมี่หนึ่งถ้วยนั้นไปทันทีแล้วเดินตามกลิ่นนั่นไป. ในที่สุดเขาก็เดินมาเจอร้านอาหารแห่งนึงที่มีคนยืนรออยู่หน้าร้านเยอะแยะไปหมด.

 

ร้านนั้นเอาโต๊ะมาวางไว้ด้านนอกอยู่เต็มไปหมดและด้านในร้านก็มีหม้อใบใหญ่ตั้งอยู่. ในหม้อนั้นเต็มไปด้วยลูกกุ้งสีแดง. กลิ่นหอมที่ยั่วน้ำลายพวกเขานั้นได้พาพวกเขามาที่ร้านอาหารนี้.

 

“ลูกกุ้งครับ, 20ทองแดงต่อ1จินครับ. ถ้าอยากกินก็รีบสั่งนะครับ. ถ้าเราขายหมดแล้วก็หมดเลยนะ!”  (จินคือหน่วยน้ำหนักของจีนครับ)

 

มีคนคนนึงจำเด็กเสิร์ฟคนนั้นได้ “เห้ย เจ้าหนูคนที่ขายซาลาเปานอกเมืองหนิ? ทำไมชั้นไม่เห็นหนูขายซาลาเปาแล้วล่ะ?”

 

เล่าเอ๋อเงยหน้าขึ้นแล้วจำชายคนนี้ได้. เขาเป็นลูกค้าประจำ. เขายิ้ม “อ๋อ, จากนี้ไปเราจะมาขายที่ร้านนี้น่ะครับ. ถ้าลุงอยากกินก็มาตอนเช้านะครับ. ตอนกลางคืนพวกเราจะขายอาหารพิเศษ - ลูกกุ้งนี่ไงครับ. อยากลองมั้ยครับ?”

 

“ราคามันแพงไปหน่อยนา” ลูกค้าลังเล.

 

“ราคานี้ไม่แพงเลยนะครับ. ร้านอื่นๆก็ขายกันราคานี้. สำหรับพวกเรา เราตวงจากน้ำหนัก. ลุงได้1จินแน่นอนครับ. ผมสัญญาด้วยว่ามันอร่อยมาก”

ทันทีที่เขานึกถึงรสชาติของซาลาเปา ลูกค้าคนนั้นก็พยักหน้าทันที “งั้นชั้นเอา1จินนะ”

 

“รอแปปนึงนะครับ”

 

ลูกค้าคนนั้นนั่งลงที่เก้าอี้. ข้างๆเขานั้นมีคนคนนึงสั่งอาหารมา แล้วก็กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย. ลูกค้าคนนั้นกินจนเหงื่อแตกออกมาเยอะมากแต่ก็ไม่ได้แคร์เลยแล้วเขาก็รีบพุ่งขึ้นมาว่า “อร่อยมากๆเลย! เสี่ยวเอ้อ, ขอเพิ่มอีก3จิน!” (ผมลืมไปว่านี่นิยายจีน ต้องแปลเป็นเสี่ยวเอ้อไม่ใช่เด็กเสิร์ฟ55+)

 

ลูกค้าประจำคนนั้นเห็นเปลือกกุ้งกองเป็นภูเขาอยู่บนโต๊ะจึงกลืนน้ำลายตัวเอง. เขาคาดหวังมากๆ.

 

ลูกกุ้งมาถึงรวดเร็วมาก. เล่าเอ๋อเอาจอกใส่น้ำพลัมเปรี้ยวให้เขาดื่ม “นี่ถึงเป็นของพิเศษเนื่องในวันเปิดร้าน. ถ้าลุงกินลูกกุ้งแล้วดื่มนี่เข้าไป ลุงจะรู้สึกสดชื่นขึ้นครับ”

 

นี่คือหน้าร้อนและน้ำแข็งก็ไม่มีเลย. ดังนั้นตอนที่ทำน้ำพลัมเปรี้ยวนี้เสร็จ มันก็ถูกเอาไปแช่ให้เย็นในน้ำเย็นจากบ่อน้ำ.

 

ลูกค้าประจำคนนั้นพยักหน้าแล้วหยิบกุ้งขึ้นมาทันที. เขาแกะเปลือกมันออกได้ง่ายๆเลย. เนื้อขาวๆดุจหิมะลอยอยู่บนน้ำซอสเผ็ด. เมื่อเขาหยิบมันเข้าปาก, รสชาติของกุ้งเผ็ดๆและละลายในปากก็ระเบิดออกมา.

 

เผ็ดมาก! อร่อยมาก!

 

พอกลืนลูกกุ้งลงไปเสร็จ ลูกค้าคนนั้นก็จิบน้ำพลัมไปทันที. จากนั้นเขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นเพราะรสเผ็ดไม่แสบอีกต่อไป.

 

ตอนนี้เขารู้สึกว่าเหรียญทองแดง20เหรียญคุ้มทุกสตางค์มาก.

 

คุ้มจริงๆนะ!

 

เขากินต่ออย่างมีความสุข. หลังจากกินไปเกือบหมดถ้วยเขาก็สั่งเพิ่มอีก3จิน.

 

วันนี้เขาจะยัดอาหารสุดแซ่บนี้จนท้องแตกไปเลย.

ชิยูเองก็เตรียมตัวมาดีมาก ลูกค้าทุกคนอิ่มหนำหมด. แต่พอร้านกำลังจะปิดลง ลูกกุ้งที่พวกเขาซื้อมาทั้งหมดก็หายไปในคืนเดียวเลย.

 

ในตอนนั้นเอง ร้านนี้ก็มีชื่อเสียงขึ้นมาแบบข้ามคืนเลยทีเดียว. ลูกค้าหลายคนอยากจะจองล่วงหน้า. ชิยูก็ทำได้แค่ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วบอกลูกค้าว่าใครมาก่อนก็ได้ก่อน.

 

เมื่อร้านปิดลง ทุกๆคนก็นอนฟุ่บอยู่บนโต๊ะเพราะความเหนื่อยล้า. แต่เมื่อพวกเขานั่งนับเงิน ทุกคนก็มีแรงขึ้นมาทันที.

 

“ว้าว, เงินเยอะจัง!” ชีวิตขอทานนั้นไม่เคยได้เห็นเงินเยอะแบบนี้มาก่อน, “เหมือนกับฝันไปเลย”

 

ชิยูยิ้ม “คราวหลังเราจะได้เยอะกว่านี้อีก. ในอนาคตเงินจะเริ่มไม่สำคัญกับพวกเธออีกต่อไป. พวกเธอจะโหยหาสิ่งที่สำคัญกว่านั้น”

 

“คุณตา, พี่สาวและพวกพี่ชายสำคัญกว่าเงินใช่มั้ยคะ?” เสี่ยวฉีถาม.

 

ชิยูลูบหัวเธอ “เสี่ยวฉีฉลาดมากจ้ะ!”

 

วันต่อมาและวันหลังจากนั้น ร้านก็ขายดีมากๆ.

 

จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมากๆ. พอถึงเย็น แม้แต่ก่อนที่ร้านจะเปิด, ก็จะมีลูกค้ามารอต่อคิวยาวมากที่ด้านนอก. ชิยูภูมิใจกับความสำเร็จนี้มากแต่ในเวลาเดียวกันเธอก็เริ่มกังวล.

 

ยิ่งขายดีเท่าไหร่ ก็จะมีศัตรูเพ่งเล็งมากขึ้นเท่านั้น.

 

ร้านนี้ไม่มีคนหนุนหลังดีๆ. ถ้ามีคนพยายามจะมาปล้นร้านล่ะก็ เธอกับพวกเด็กกำพร้าคงไม่มีแรงสู้โจรแน่.

 

“หลินฟ่าน, นายคงปลุกพลังขึ้นมาได้แล้วสินะตอนนี้?” ชิยูคิด. เธอบอกให้เล่าเอ๋อพาเสี่ยวฉีไปเชิญหลินฟ่านมา.

 

เนื่องจากร้านนี้ต้องการคนคุ้มกัน, ทำไมถึงไม่ให้ตัวละครที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้มาช่วยล่ะ. ทันทีที่หลินฟ่านเป็นใหญ่ขึ้นมา ตระกูลหลินก็จะได้กลายเป็นผู้ปกครองแห่งเมืองชิงฉานแห่งนี้. ถ้าในอนาคตเธอจากที่นี่ไปสำรวจโลกและทิ้งกิจการไว้ให้คุณตา, ตระกูลหลินก็จะคอยคุ้มกันไม่ให้ใครกล้ามาสร้างปัญหาให้.

 

เสี่ยวฉีโชคดีมากๆ. เธอบังเอิญพบหลินฟ่านพอดีตอนที่กำลังจะออกไปแล้วรีบเชิญเขาเข้ามาในร้านทันที. หลินฟ่านตอบตกลงแล้วบอกว่าเขาจะพาน้องสาวไปด้วย.

 

เมื่อเสี่ยวฉีไปบอกชิยู ชิยูก็หยุดทำอาหารทันที.

 

น้องสาวของหลินฟ่านงั้นหรอ?

 

ในนิยายนั้น เพราะหลินฟ่านถูกมองว่าไร้ค่า, สมาชิกในสำนักตระกูลหลินทุกคนจึงไม่อยากไปยุ่งกับเขา - ยกเว้นน้องสาวเขา.

 

ถ้าเป็นอย่างงี้ล่ะก็ เธอควรจะต้องเตรียมอะไรให้หน่อยแล้ว…..

 

คืนนั้นหลินฟ่านมาที่ร้าน. ข้างๆเขามีเด็กผู้หญิงน่ารักคนนึง. นางใส่ชุดสีเขียว ใบหน้าของเธอดูใสและสวยมากๆ. เป็นความสวยที่เมื่อมองครั้งนึงแล้วอยากจะมองอีก.

 

“ออ, พวกเธอนี่เองหรอที่ขายลูกกุ้งอันโด่งดังนั่น!” ตอนนั้นเองหลินฟ่านก็ไม่ใช่คนอ่อนแออีกต่อไป เขามีความมั่นใจมากๆ.

 

เขาน่าจะค้นพบความลับของสร้อยนั่นแล้ว.

 

ชิยูยักไหล่ “ช่วยไม่ได้นะ. ก็เราต้องหาเลี้ยงตัวเองหนิ. แต่เราขายดีเกินไปแล้วเราก็มีปัญหาด้วย. เราเลยไม่มีทางเลือกจึงเชิญนายมาแล้วก็หวังว่าจะมีคนคอยคุ้มกันให้นะ?”

 

“เธอยังต้องการคนคุ้มภัยอีกเหรอ?” หลินฟ่านตกใจ.

 

ชิยูรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องพูดแบบนี้จึงยิ้ม “ชั้นเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆนะ”

 

จู่ๆหลินฟ่านก็จับมือชิยูแล้วมือก็ไปโดนกระเป๋าเงินของเธอ. จากนั้นเขาก็ประหลาดใจ “เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาๆแน่เหรอ?”

 

“นายก็ลองพิสูจน์เองสิ!” ชิยูยิ้ม “แล้วก็ ถ้านายไม่ปล่อยมือชั้นล่ะก็ น้องสาวนายจะไม่พอใจเอานะ”

 

“.....” หลินฟ่านปล่อยมือเธอออก. เขาดูลุกลี้ลุกลนมากว่าความลับของสร้อยเขาจะถูกคนอื่นรู้เข้า.

 

ฮ่าฮ่า นายเป็นเด็กผู้ชายอายุ14-15ปีนะ ทำไมทำหน้าบึ้งอย่างกับตาแก่ล่ะ?

 

ชิยูยิ้มแล้วเชิญให้พวกเขานั่ง. เธอรีบไปเอาอาหารที่เตรียมไว้ออกมาทันที. เธออยากจะเจรจากับหลินฟ่านและดูว่าเขาจะยอมช่วยหรือป่าว.

จบบทที่ ตอนที่ 11 [ชื่อตอนขอปิดไว้ เพราะจะเป็นการสปอยตอนหน้าครับ]

คัดลอกลิงก์แล้ว