เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่ 3)

ตอนที่ 10: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่ 3)

ตอนที่ 10: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่ 3)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ก่อนจะเริ่มทำหม่าล่าลูกกุ้ง, ชิยูต้องเตรียมวัตถุดิบอื่นก่อนและก็ต้องขอขอบคุณธรรมชาติ. เพราะในหุบเขาข้างๆศาลร้างนั้นมีสมุนไพรป่าที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องปรุงได้อยู่. ส่วนหนึ่งก็ถูกย้ายมาปลูกไว้ในสวนของชิยูด้วย.

 

ปู้ หยานเห็นเธอหยิบใบไม้และผลไม้แห้งมา. จากนั้นชิยูก็ใส่น้ำมันลงไปในกระทะนิดหน่อย พอมันร้อนเธอก็หยิบขิง, หัวหอม, พริกและอื่นๆใส่ลงไปในกระทะแล้วผัดมัน.

 

พวกนี้เอามาผัดได้ด้วยหรอ?

 

ปู้ หยานตื่นเต้นมาก.

 

จากนั้นเขาก็เห็นชิยูใส่ใบไม้และผลไม้แห้งพวกนั้นลงไปผัดในกระทะด้วย.

 

ไม่นานกลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็โชยขึ้นมา. เนื่องจากมีพริกอยู่กลิ่นนั้นทำให้ทุกๆคนที่ดมจามออกมา.

 

ด้วยเหตุผลแปลกๆบางอย่าง ปู้ หยานกับชอบกลิ่นนี้.

 

ตอนนั้นเองเล่าเอ๋อก็ล้างลูกกุ้งเสร็จแล้วนำมาให้. ชิยูใส่ลูกกุ้งลงไปในกระทะแล้วผัดมันซักพัก. พอลูกกุ้งเปลี่ยนสีจากเทา-ดำเป็นสีแดง ชิยูจึงใส่ไวน์กับน้ำตาลลงไป. พอกลิ่นเริ่มหอมมากขึ้นเธอก็ใส่น้ำแล้วปิดฝา.

 

“เอาล่ะ ทำอีกซักจานแล้วกัน”

 

เนื่องจากพวกลูกกุ้งนี้ค่อนข้างเผ็ด, พวกเขาคงคอแห้งเพราะความเผ็ดแน่. ดังนั้นพวกเขาต้องหาอะไรดื่มเพื่อล้างความเผ็ดไป. เนื่องจากส่วนใหญ่มีแต่เด็กๆและพวกเขาก็ดื่มเบียร์ไม่ได้ ชิยูจึงมอบหมายให้เสี่ยว วูกับเสี่ยว หลิวไปซื้อน้ำลูกพลัมเปรี้ยวมา.

 

พอลูกกุ้งสุกดีแล้ว, ชิยูก็เปิดฝาออก. กลิ่นหอมน่าอร่อยก็ฟุ้งออกมาและพวกเด็กๆก็น้ำลายสอ.

 

ปู้ หยานเคยกินลูกกุ้งมาก่อน. รสชาติมันห่วยมากเหมือนดินกับทรายเลย. แต่เพราะอะไรไม่รู้พอเขาได้กลิ่นหอมนั้น เขาก็น้ำลายหกออกมา.

 

“ชิมสิ!” ชิยูยื่นตะเกียบคู่นึงให้. เธอชอบที่จะดูสีหน้าตอนที่คนกินอาหารของเธอ.

 

ปู้ หยานไม่ปฏิเสธ เขาหยิบลูกกุ้งขึ้นมาหนึ่งตัว. พอแกะเปลือกมันออกเขาก็เอาเนื้อเข้าปากไป. รสชาติเนื้อเด้งของลูกกุ้งบวกกับความเผ็ดร้อนของซอสละลายในปากเขา. นี่...นี่มันสวรรค์ชัดๆ.

 

“อร่อยมากครับ!” ปู้ หยานร้องออกมา.

 

เนื้อกุ้งที่เด้งและนุ่มเต็มไปด้วยซอสเผ็ดนั้นรสชาติดีมากๆ. เขายังเคี้ยวไม่ได้รสเต็มที่เลยก็กลืนเข้าไปแล้ว.

 

พอเห็นปู้ หยานกินต่อหน้าพวกเขา พวกเด็กๆจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป. เด็กแต่ละคนหยิบกุ้งขึ้นมาด้วยมือโดยไม่สนว่ามันร้อนหรือป่าวเลย จากนั้นก็แกะเปลือกมันออกแล้วกัดเข้าเนื้อไปทันที.

 

“ป้ะ ไปกินกันด้านนอกเถอะ” ชิยูเทกุ้งใส่ถ้วยใหญ่แล้วเอาถ้วยไปวางไว้ที่โต๊ะใต้เงาต้นไม้ใหญ่.

 

ทันทีที่เธอวางถ้วยลง, พวกเด็กๆก็กรูกันเข้ามาแล้วกินอาหารทันที. ชิยูเทน้ำพลัมใส่จอกให้พวกเด็กแล้วนั่งลงกินกับพวกเขา.

 

ลูกกุ้งหนึ่งถ้วยใหญ่กับน้ำพลัมจอกเล็กๆ. ใต้แสงดาวของคืนนั้นมีกลุ่มเด็กและชายชราหนึ่งคนกำลังนั่งดื่มด่ำกับพวกมันอยู่.

 

พอคลุกกับซอสเผ็ดแล้วพวกลูกกุ้งก็อร่อยมากจริงๆ. พอกุ้งหมด พวกเขาก็ตักน้ำซอสใส่ข้าวแล้วกินทั้งอย่างนั้นเลย.

 

ปู้ หยานลูบท้องโตๆของเขาขณะกลับบ้านไป. เขาชอบอาหารนั้นมากและเขาก็บอกกับชิยูว่าต่อให้อาจารย์ของเขาไม่บอกให้มาที่นี่ก็ตาม เขาก็จะมาเองแน่.

 

วันต่อมาชิยูก็ไปขายซาลาเปาเหมือนเคย. เธอได้ยินคนบ่นว่า “ซาลาเปาที่ร้านนั้นรสชาติเหมือนของร้านนี้เลย” เธอยิ้ม. จากนั้นก็เข็นรถออกไปขาย.

พอเธอกลับมา เธอก็มีตำลึงเงินเต็มกระเป๋า.

 

พอวันที่3ร้านส่วนใหญ่ในเมืองชิงฉานก็ขายซาลาเปาที่เหมือนกับของเธอเป๊ะ.

 

“คุณตาคะ, ตอนีน้เรามีเงินประมาณ100ตำลึงเงินแล้ว, มาเปิดร้านอาหารของเราเองเถอะ!” ชิยูนับเงินแล้วเสนอความคิด.

 

“โอ้, ตามใจหนูเลย!” คุณตาเหมือนจะเข้าใจ - เด็กที่เทพเจ้าอวยพรนั้นแตกต่างและชาญฉลาดกว่าเด็กทั่วๆไป.

 

“ดีค่ะ, งั้นเราหาเช่าที่เปิดร้านกัน” ชิยูได้หาข้อมูลมาบ้างแล้ว. การเช่าที่ต่อปีส่วนใหญ่มีราคาไม่เกิน50-100ตำลึง. ตอนนี้พวกเขาสามารถลองดูได้. อีกอย่างตอนนี้ก็อยู่ในฤดูผสมพันธุ์ของพวกกุ้งและลูกกุ้งก็มีอยู่เยอะมาก. บางทีลูกกุ้งอาจจะกลายเป็นอาหารเด่นของเมืองนี้เลยก็ได้.

 

“คุณตาคะ, หนูยังเด็กและบางอย่างน่าจะให้ผู้ใหญ่แบบคุณตาจัดการจะดีกว่า. หนูอยากให้คุณตาช่วยค่ะ”

 

เพื่อที่จะปลุกเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ให้ตื่นขึ้น เธอต้องหาเงินและซื้อวัตถุดิบที่เลอค่ากว่านี้.

 

หลายวันมานี้เธอรู้แล้วว่าแต่ละคนชอบกินอะไร. เสี่ยว ฉีชอบกินซาลาเปา, เสี่ยว วูชอบกินไก่, คุณตาชอบกินอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ปราณ. เล่าเอ๋อกับเสี่ยวหลิวอยากกินอะไรก็ได้ที่ใช้วัตถุดิบปราณ.

 

ในโลกนี้, ประเภทของอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารแบบทั่วๆไป. เหนือขึ้นไปคืออาหารที่ใช้วัตถุดิบปราณ, เหนือขึ้นไปอีกคืออาหารที่ใช้เนื้อของสัตว์ปราณ. แถมยังมีอาหารที่ระดับสูงกว่านั้นด้วย แต่ตอนนี้พวกเขาเอื้อมมันไม่ถึงหรอก.

 

ในเมืองชิงฉานนี้ นอกจากตระกูลใหญ่ๆแล้ว, คนส่วนใหญ่ในเมืองไม่มีปัญญาซื้อเนื้อปราณนั่นหรอก. ถ้าพวกเขาอยากกินเนื้อสัตว์ปราณ, พวกเขาก็ต้องไปฆ่าสัตว์ปราณเอาเอง. แต่คนส่วนใหญ่ก็ถูกสัตว์ปราณล่าแทนที่จะไปล่ามัน. มีเพียงแค่ผู้ฝึกวิชาซิ่วเจิ้นเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับสัตว์ปราณได้.

 

พูดถึงผู้ฝึกวิชาซิ่วเจิ้นแล้ว พวกเขาสามารถแบ่งได้หลายระดับ: ระดับพื้นฐาน, ระดับฝึกหัด, ระดับปานกลาง, ระดับสูง, ระดับราชันย์, ระดับอาจารย์, ระดับปรมาจารย์, ระดับเทพ, และระดับจักรพรรดิ. ทั้งหมดก็ 9 ระดับ. และแต่ละระดับเองก็มีแบ่งย่อยๆออกมาอีก9ระดับด้วย.

 

(ไม่รู้ว่าจะใช้ฮ่องเต้หรือจักรพรรดิดี ขอใช้จักรพรรดิไปก่อนนะครับ)

 

ชิยูเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆที่ไม่ได้เดินเส้นทางของซิ่วเจิ้นเลย. ศิษย์ส่วนใหญ่ในสำนักอย่างต่ำก็มีระดับพื้นฐาน4ขึ้นไป ไม่น่าเกินนั้น. ตอนนี้หลิน ฟ่านมีระดับไม่ถึงพื้นฐาน 3 ด้วยซ้ำ. นั่นคือเหตุผลที่เขาถูกกลั่นแกล้งและถูกด่าว่าเจ้าไร้ประโยชน์จากคนอื่นๆ.

 

ในโลกนี้ที่ความแข็งแกร่งเป็นใหญ่, ชิยูเองก็อยากได้พลังนั้น. ในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนนึง เธอไม่มีพลังพอที่จะปกป้องคนอื่นหรือไล่ตามสิ่งที่เธอต้องการเลย.

 

ในที่สุดคุณตาก็สามารถหาเช่าร้านได้. ร้านนี้อยู่ในจุดที่ดีมาก แต่เจ้าของร้านมีปัญหาบางอย่างทางบ้านเขาจึงต้องการเงินอย่างเร่งด่วน. เขาตกลงราคาเช่า6เดือนเป็น70 ตำลึงเงิน.

 

ร้านนี้เป็นร้านอาหารอยู่แล้วและมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้ทันทีเลยด้วย. ยกตัวอย่างเช่น, มันมีโต๊ะกับเก้าอี้พอให้ลูกค้า. ชิยูไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มเลย.

 

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเฟ้นหาวัตถุดิบดีๆแล้วเลือกวันเปิดร้านให้ถูก.

 

“ตอนเช้า, เราจะขายอาหารเช้ากัน. ตอนบ่ายเราจะขายอาหารแป้ง. ตอนค่ำเราจะขายลูกกุ้งกัน” นี่คือแผนของชิยู. เนื่องจากร้านเป็นร้านธรรมดา ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านทั้งนั้น. นอกจากอาหารแล้วของอื่นๆไม่ควรจะมีราคาแพงเกินไป.

 

ทุกๆคนตกลง. คุณตาเคยเป็นบัณฑิตมาก่อนและรู้วิธีอ่านเขียน. ดังนั้นทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับตัวเลขเงินท่านจะจัดการเอง. ส่วนเด็กๆที่เหลือ, ตอนที่ร้านคนเริ่มเยอะพวกเขาจะช่วยเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือตอนที่คนไม่เยอะพวกเขาก็จะไปช่วยจับลูกกุ้งมาให้.

 

แต่พวกเขาก็มีกันไม่เยอะ. ดังนั้นชิยูจึงประกาศที่ทางเข้าว่าเธอจะรับซื้อลูกกุ้งและราคาที่ให้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจับมาได้เยอะแค่ไหน.

 

พวกกุ้งนั้นค่อนข้างเซ่อและชอบซ่อนตัวอยู่ในทรายเท่านั้น. แม้แต่เด็กๆก็สามารถจับพวกมันได้เยอะ. ทันทีที่พวกเด็กๆเห็นประกาศ, พวกเขาก็รีบไปบอกพ่อแม่แล้วรีบไปที่แม่น้ำเพื่อจับพวกมัน.

 

เพียงแค่วันเดียว ชิยูก็ได้ลูกกุ้งมาหลายถังมาก. เธอคิดอยู่ว่าจะขุดบ่อไว้เก็บพวกมันดีมั้ย.

 

หลังจากผ่านไป3วัน ในที่สุดร้านก็พร้อมเปิดขายแล้ว. ชื่อร้านนี้คือ “กุ้ง เออ กู หอมอ้วน”

 

ชื่อมันพิลึกไปมั้ยเนี่ย?

 

อ๋อ, เพื่อนนักเขียนนิยายสองคนของเธอเป็นคนสร้างโลกนี้ขึ้นมาแต่ชื่อของพวกเขาดันไม่มีโผล่ซักที่ในโลกนี้เลย.เท่านี้ เออ กูกับหอมอ้วนคงดีใจแล้วล่ะ.

จบบทที่ ตอนที่ 10: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่ 3)

คัดลอกลิงก์แล้ว