เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่2)

ตอนที่ 9: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่2)

ตอนที่ 9: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่2)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ลูกกุ้งนั้นจับได้ง่ายกว่าพวกปลามากๆ. แค่หว่านแหไปก็ได้มาเพียบแล้ว. ไม่นานลูกกุ้งก็เต็มถัง. เสี่ยวฉีหยิบลูกกุ้งขึ้นมาแล้วถาม “พี่ขาๆ วันนี้เราจะกินเจ้าตัวนี้หรอ?”

 

ลูกกุ้งดิ้นไปมาที่นิ้วเธอ. พอเสี่ยวฉีไม่ระวังตัว มันก็ลื่นหลุดจากนิ้วเธอแล้วหล่นหายไปในแม่น้ำ.

 

“มันหนีไปแล้ว!” เสี่ยวฉีอยากจะพุ่งตามไปแต่ชิยูห้ามเธอไว้.

 

“ปล่อยมันไปเถอะจ่ะ! เรามีเยอะแล้ว!”

 

“อื้อๆ” จากนั้นเสี่ยวฉีรีบวิ่งไปเด็ดดอกไม้.

 

ชิยูยิ้มขณะที่มองเสี่ยวฉีกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุขไปมา. ที่ด้านหลังเธอ เล่าเอ๋อ, เสี่ยววูกับเสี่ยวหลิวเด็กผู้ชายทั้ง3คนเดินตามเธอพร้อมกับถังในมือ.

 

ไม่นานเสี่ยวฉีก็กลับมาพร้อมกับมงกุฏดอกไม้แล้วเธอก็วางมันลงบนหัวของชิยู. พวกเธอทั้งสองมีมงกุฏบนหัวและมีความสุขกันมากๆ.

 

สายลมอ่อนๆ, ความเยาว์วัย, อิสระภาพ, ชีวิตแบบนี้มันก็ไม่เลวนักหรอก.

 

พอเอาลูกกุ้งเข้าเมืองมา, มีหลายคนเห็นพวกเธอจึงถาม “พวกเธอจับเจ้าพวกนี้มาทำไมน่ะ?”

 

“เอามากินค่ะ!” เสี่ยวฉีรีบตอบทันที. พอเธอนึกถึงอาหารอร่อยๆที่พี่สาวเธอทำให้ทุกๆวัน เธอก็น้ำลายสอทันที.

 

“เจ้าพวกนี้มันกลิ่นแรงมากเลยนะ แถมล้างยากด้วย. มันเหมือนกับกินโคลนเข้าไปเลย ไม่อร่อยซักนิด”

 

“มีแต่พวกสามัญชนแหละที่กินของแบบนี้” กลุ่มสตรีหัวสูงรีบแซะทันที.

 

“เห้อพวกเธอนี่น่าสงสารจังนะ. ชั้นว่าพวกนี้คงไม่มีวันได้กินเนื้อสัตว์ปราณตลอดไปแน่!” สตรีอีกคนหยิบสตางค์ออกมาแล้วโยนลงพื้นจากนั้นมองหยามมาทางชิยู “เอ้านี่ ชั้นให้”

 

ชิยู: “.....”

 

แค่โยนเหรียญให้ก็รู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าแล้วเหรอ?

 

ชิยูจับมือเสี่ยวฉีพร้อมเรียกเด็กคนอื่นๆแล้วรีบเดินผ่านไป.

 

สตรีอายุน้อยนั้นไม่ได้รับคำขอบคุณตามที่เธอหวังไว้จึงโกรธขึ้นมา “นี่ เจ้าพวกสามัญชนนั่นน่ะ! ชั้นอุตส่าทำบุญให้, ทำไมไม่คุกเข่าแล้วขอบคุณชั้นล่ะห้ะ? พวกชั้นต่ำแบบพวกแกนี่ไร้มารยาทจริงๆ!”

 

ชิยูไม่ชอบในสิ่งที่เธอพูดเลย.

 

ใครคือ ‘พวกชั้นต่ำ’งั้นหรอ? พวกเค้าอาจจะยากจนแต่พวกเขาก็มีศักดิ์ศรีนะ.

 

ชิยูหยิบตำลึงเงินออกมาก้อนนึงแล้วโยนไปให้หญิงคนนั้น “ตำลึงเงินนี่ชั้นให้เธอ. ไม่ต้องคุกเข่าแล้วขอบคุณชั้นหรอก. ชั้นกำลังรีบ”

 

พอพูดเสร็จก่อนที่หญิงคนนั้นจะตอบโต้ ชิยูก็พากลุ่มเด็กขอทานรีบหนีไป. พอเธอเข้ามาถึงซอยเธอก็ได้ยินเสียงกรี๊ดดังมาก.

 

“เร็ว, วิ่งไป!” ชิยูรีบคว้าถังแล้ววิ่งเข้าไปในซอยเขาวงกต. พื้นที่ของสามัญชนแถบนี้มีทางเลี้ยวและทางลัดอยู่มาก. ถ้าไม่คุ้นเคยกับที่นี่ล่ะก็คงจะหลงได้ง่ายๆเลย.

 

หื้ม, เธอโหดเกินปไ. เธอต้องทำตัวเสงี่ยมกว่านี้รอบหน้า.

 

เมื่อพวกเธอมาถึงบ้าน, เธอก็เทลูกกุ้งทั้งหมดลงในถังน้ำใสๆแล้วปล่อยให้พวกนั้นคลายดินออก. ชิยูพร้อมจะเตรียมมื้อค่ำแล้ว.

 

พอเธอกำลังจะทำก็มีแขกมาหา2คน.

 

ชิยูคิดไว้แล้วว่าพวกเขาน่าจะมาไม่ช้าก็เร็ว. เธอบอกให้เล่าเอ๋อดูลูกกุ้งทั้งหมดไว้แล้วไปเปิดประตู.

 

เป็นอย่างที่คิด, แขกนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกซะจากเชฟหลี่กับศิษย์ของเขา, ปู้หยาน.

 

เชฟหลี่รีบมองไปรอบๆแล้วเอ่ยชม “เธอนี่เก่งจังนะ. ที่นี่สะอาดมากๆ.”

 

ชิยูยิ้ม. เสี่ยวฉีเอาแก้วน้ำชามาให้2ใบแล้วเสิร์ฟให้แขก.

 

เชฟหลี่นั่งลงบนเก้าอี้แล้วรีบเข้าเรื่องทันที “ชิยู, ชั้นได้ยินมาว่าหนูขายซาลาเปาอยู่. ซาลาเปาพวกนั้นเป็นที่นิยมมากถึงขนาดว่ามีคนไปเข้าแถวรอซื้อตั้งแต่เช้า. เป็นเรื่องจริงงั้นหรอ?”

 

ชิยูยิ้ม “นี่เป็นแค่ธุรกิจเล็กๆเท่านั้นค่ะ. พวกเราโชคดีที่ลูกค้าหลายคนอยากช่วยเรา”

 

“อื้ม, ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกนะ” รอยยิ้มบนใบหน้าของเชฟหลี่เริ่มจะกว้างขึ้น “การทำอาหารของหนูนั้นยอดเยี่ยมมาก. ชั้นขอพูดตรงๆเลยแล้วกัน. หนูขายสูตรให้ชั้นได้มั้ย?”

 

“.....” ชิยูไม่เคยคิดเลยว่าอาหารง่ายๆอย่างซาลาเปาจะต้องมีสูตรด้วย.

 

เชฟหลี่เห็นว่าชิยูไม่ตอบและคิดว่าเธอกำลังคิดบางอย่างอยู่. เขาจึงพยายามกดดันเธอทันที “หนูรู้รึป่าวว่ามีหลายคนเริ่มสนใจหนูแล้ว? ธุรกิจหนูกำลังไปได้สวยแต่มันก็ไปแย่งลูกค้าจากคนอื่นๆ. หนูคิดดูสิไม่เกิน3วันคงจะมีคนมาสร้างเรื่องให้แน่. แล้วร้านหนูก็จะพังแล้วหนูกับเด็กคนอื่นๆก็จะเจ็บกันหมด. หนูเสียกับเสียแน่!”

 

สิ่งที่เชฟหลี่พูดนั้นคือสิ่งที่ชิยูรู้อยู่แล้ว. ในเมืองชิงฉานนี้มีร้านอยู่กี่ร้านล่ะ? ขนาดร้านอาหารใหญ่ๆยังขายซาลาเปาเลย. พอคนหันมาซื้อซาลาเปาเธอเยอะๆ พวกนั้นก็คงจะอิจฉาและเกลียดแน่นอนอยู่แล้ว.

 

“คุณให้หนูได้เท่าไหร่คะ?” เธอถาม.

 

เชฟหลี่ยิ้มแล้วยกนิ้วขึ้น2นิ้ว.

 

“???” ชิยูถามไป “200ตำลึงเงินหรอคะ?”

“ปู้ด..” เชฟหลี่พ่นน้ำชาออกจากปาก “2ตำลึงเงินต่างหากเล่า. นี่แค่สูตรซาลาเปาธรรมดาๆ. 2ตำลึงเงินก็เยอะแล้วนะ”

 

“.....” ชิยูยิ้ม.

 

เธอโกรธมาก.

 

เชฟหลี่คนนี้คิดว่าเธอเป็นเด็กไร้เดียงสาหรอ? หลายวันมานี้เธอทำเงินได้อย่างน้อยก็1ตำลึงเงิน. ตอนนี้เขาอยากจะซื้อสูตรมันด้วยเงินแค่2ตำลึงเงินนี่นะ. หลอกซื้อกันชัดๆ.

 

เชฟหลี่เห็นว่าชิยูยิ้มเลยคิดว่าเธอคงจะพอใจ. เขาควักเงินออกมาแล้วพูด “เอ้านี่เงิน. หนูบอกสูตรให้ชั้นฟังแบบปากเปล่าก็ได้”

 

ชิยูไม่อยากขายสูตรแต่เธอคิดว่าตอนนี้เธอยังไม่มีกำลังใดๆเลย จึงเลือกที่จะไม่ทำให้เชฟหลี่ไม่พอใจดีกว่า. ดังนั้นเธอจึงรับเงิยมาแล้วบอกสูตรไป.

 

ปู้หยานเดินออกไปเพื่อเลี่ยงการแอบฟัง.

 

หลังจากพักหนึ่งเชฟหลี่ก็จากไปอย่างมีความสุข. แต่ก่อนเขาจากไปเข้าหันไปทางปู้หยานแล้วขอให้เขาอยู่ “อายุพวกเธอน่าจะใกล้ๆกัน ลองดูสิเพื่อพวกเธอสองคนจะเข้ากันได้”

 

ชิยูได้กลิ่นแผนทันที เธอจึงขมวดคิ้ว.

 

ปู้หยานเองก็รู้สึกว่าอาจารย์เขาเยอะเกิน. เขาขอโทษอย่างอายๆ “อย่าอารมณ์เสียเลยนะครับ”

 

“โอ๊ะ ไม่หรอก. เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายหรอกนะ. แต่รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นคนแบบนี้ทำไมนายถึงยังตามเขาอยู่ล่ะ?”

 

ชิยูถาม.

 

ปู้หยานค้อมหัวลง, “ท่านอาจารย์เลี้ยงดูผมเป็นอย่างดีน่ะ”

 

“เลิกโกหกเถอะ. ดูชุดนายสิ. ตอนที่ชั้นเห็นนายครั้งแรก ชุดนายมีรูด้วย. ตอนนี้รูมันก็กว้างขึ้น. ถ้าเขาเลี้ยงดูนายอย่างดี, ต่อให้ไม่ซื้อเสื้อดีๆให้ใส่ก็น่าจะห้ามไม่ให้นายใส่ชุดขาดๆนี่นา! ช่างเหอะ! บางอย่างนายก็ควรต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง. ตอนนี้นายก็อยู่นี่แล้ว รอกินมื้อค่ำด้วยกันสิ”

 

พอพูดถึงปู้หยาน ชิยูรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายนัก. เด็กหนุ่มคนนี้มีจิตใจที่อ่อนโยนและเป็นเชฟฝึกหัดที่ร้านอาหาร. เธอจึงสงสัยความสามารถเขา.

 

ชิยูพาเขาเข้าไปในครัวแล้วบอก “วันนี้ชั้นจะทำอะไรอร่อยๆให้นายกิน. แต่นายต้องไม่บอกเรื่องนี้ให้อาจารย์นายฟัง. ต่อให้เขาถามนายก็ต้องปิดเป็นความลับเอาไว้ซะ”

 

ปู้หยานประหลาดใจแล้วพยักหน้า “ผมจะปิดเป็นความลับแน่”

 

ชิยูยิ้มด้วยความพอใจ. เชฟหลี่บอกให้ปู้หยานอยู่นี่เพื่อคอยสอดส่องสูตรอาหารเพิ่ม. ถ้าปู้หยานสามารถขโมยมาให้เขาได้คงจะดีไม่น้อย.

จบบทที่ ตอนที่ 9: หม่าล่าลูกกุ้ง (ส่วนที่2)

คัดลอกลิงก์แล้ว