เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8: หม่าล่าลูกกุ้ง

ตอนที่ 8: หม่าล่าลูกกุ้ง

ตอนที่ 8: หม่าล่าลูกกุ้ง


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

----------------------------------------------------------------------------------------------

นี่มันตัวละครเอกชายหนิ! ชั้นจำเป็นต้องสร้างสัมพันธไมตรีกับเขา ในอนาคตเขาจะได้มาช่วยชั้นไงล่ะ.

 

ขณะที่เขายังไม่ลุกไปจากตรงนั้น ชิยูก็รีบไปแบ่งไก่มาให้เขาทันที. พอคิดอยู่พักหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจเอาส่วนน่องให้เขาแล้วขอให้เสี่ยวฉีเอาไปให้.

 

เสี่ยวฉียังเด็กอยู่และเธอจะต้องเจอปัญหาในอนาคตแน่. ถ้าตอนนี้เธอไปพบกับพระเอกล่ะก็ เธอก็อาจจะรอดก็เป็นได้.

 

เสี่ยวฉีมองน่องไก่แล้วกลืนน้ำลายกรึ่บ. ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าทำไมพี่สาวถึงอยากให้เธอเอามันไปให้ใครที่ไม่รู้จักก็ไม่รู้, เธอก็ยอมทำตามอยู่ดี.

 

พอเปิดประตูออกไป เธอก็เห็นชายหนุ่มคนนึงกำลังกุมหน้าอกไว้อยู่ ราวกับว่าเขากำลังพยายามทนความเจ็บปวดไว้. เธอรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาแล้วรีบเข้าไปหาทันที. แล้วก็ยื่นน่องไก่ไปให้เขา “พี่ชายคะ, ถ้าพี่กินนี่แล้วพี่จะไม่เจ็บอีกต่อไปเลย”

 

หลินฟ่านตกใจมากที่เห็นเด็กผู้หญิงคนนี้. ตอนแรกเขาพยายามจะเมินเธอ แต่ตาของเธอมันดูแบ๊วเกินไปที่เขาจะปฏิเสธลง.

 

หลินฟ่านลูบหัวเสี่ยวฉีแล้วมองด้วยสายตาอบอุ่นขึ้นมานิดนึง “ขอบใจนะ, หนูเก็บไว้กินเถอะ!”

 

“หนูยังมีเหลือที่บ้านน่ะค่ะ” เสี่ยวฉีเดินเตาะแตะเข้ามาแล้วพยายามยัดน่องไก่ใส่ปากเขา “พี่สาวเป็นคนทำมันเอง. มันอร่อยมากเลยนะคะ ลองสิ”

 

กลิ่นหอมมันยั่วยุจมูกเขาอย่างไม่หยุดและความอบอุ่นของเด็กผู้หญิงอ่อนโยนคนนี้ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมา. หลินฟ่านจึงยอมแพ้และก็รับไก่มาแล้วก็กัดลงไป.

 

ใต้หนังสีทองนั่น, เนื้อไก่มันช่างขาวและนุ่มมาก. นี่มันก็แค่อาหารธรรมดาๆ แต่มันไม่มีรสชาติหนักๆของไก่อยู่เลย. กลับกันมันนุ่มลิ้นมาก. พอกัดเต็มคำไปอีกซักหน่อย เขาก็กินหมดทั้งน่องเลย.

 

นี่เป็นครั้งแรกที่หลินฟ่านไม่สามารถอธิบายอะไรได้เลย.

 

เขาคิดว่าตัวเองคงหิวมาก นั่นเลยทำให้ไก่มันอร่อยกว่าเดิม. เพื่อเป็นการแสดงคำขอบคุณเขาคิดอยู่แปปนึงแล้วถอดสร้อยมรกตออกมาแล้วมอบให้เสี่ยวฉีไป “ขอบคุณสำหรับน่องไก่นะ. อันนี้พี่ให้. ถ้าหนูมีปัญหาก็ให้มาหาพี่ที่สำนักของตระกูลหลิน. ชื่อของพี่คือ หลินฟ่าน”

 

เสี่ยวฉีเป็นเด็กขอทานและเคยชินกับของอะไรก็ได้ที่คนเขาให้เธอ. อีกอย่างในหัวเธอตอนนี้ก็มีแต่อาหารที่กำลังรอเธออยู่ที่บ้าน เธอเลยไม่ได้คิดมากเรื่องนี้. เธอพยักหน้าทันที “ขอบคุณค่ะพี่ชาย!” แล้วเธอก็รีบพุ่งกลับบ้านไป.

 

หลินฟ่านมองเธอขณะที่เธอกลับบ้านไป แล้วก็เห็นต้นไม้ใหญ่ในสวน. เขาจดจำที่แห่งนี้ไว้แล้วเดินกระเผลกกลับบ้านไป.

 

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเขาที่ส่งผลไปทางด้านจิตใจ แต่ว่าหลินฟ่านก็รู้สึกว่าแผลมันไม่ได้เจ็บปวดเท่าก่อนหน้านี้เลย.

 

ทันทีที่เสี่ยวฉีกลับบ้านมา เธอก็รีบยื่นสร้อยมรกตให้ชิยูทันที “พี่ชายคนนั้นให้นี่มาค่ะ” จากนั้นเธอก็ไปร่วมวงอาหารสุดบ้าคลั่งกับเพื่อนๆ.

 

ชิยูมองไปที่สร้อยมรกตเส้นนั้นแล้วนึกถึงเรื่องในอนาคต ถ้าหากเธอต้องการให้พระเอกช่วย เธอก็สามารถใช้สร้อยนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้. เธอดีใจมาก. แต่พอมองสร้อยนี้ดูดีๆแล้ว เธอก็คิดว่ามันดูคุ้นๆ.

 

จากนิยายที่เออกูเขียนไว้, หลินฟ่านชอบใส่สร้อยนี้ไปกับเขาด้วยทุกหนทุกแห่ง. สร้อยนี้มีช่องเก็บของต่างมิติขนาดใหญ่มากและมีวิญญาณอาศัยอยู่ในนั้นด้วย. พระเอกใช้พลังปราณของเขาเพื่อหล่อเลี้ยงสร้อยนี้มาหลายปีจนวิญญาณในสร้อยนี้สามารถจำแลงกายตัวเองได้. จากวินาทีนั้นเอง ชีวิตของเขาก็พลิกผลันเป็นดีขึ้นทันที.

 

ตอนนี้สร้อยนั้นก็ถูกให้เป็นของตอบแทนแล้ว. ถ้าไม่มีสร้อยนี้พระเอกจะแข็งแกร่งขึ้นได้ยังไงกันนะ?

 

ชิยูรีบออกมาและตามพระเอกไป.

 

โชคดีที่เธอคิดทันและหลินฟ่านเองก็กำลังบาดเจ็บเลยเดินช้าอยู่. เธอมองไปนอกประตูแล้วเห็นพระเอกอยู่ตรงสุดตรอกนั่น.

 

“หลินฟ่าน” ชิยูตะโกนและวิ่งไปหาเขา. จากนั้นเธอก็เอาสร้อยยัดใส่มือเขาไปแล้วพูดว่า “ของชิ้นนี้มันแพงเกินไปชั้นรับไว้ไม่ได้หรอกนะ. อีกอย่างคือนายไม่ควรจะให้สร้อยนี้กับใครอีก. ในนี้มันมีกุญแจสู่อนาคตของนายอยู่นะ”

 

พอพูดอย่างนี้เสร็จ เธอก็ไม่รอให้หลินฟ่านตอบแต่รีบวิ่งกลับไปที่บ้าน. ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับหลินฟ่านว่าเขาจะคิดหรือทำอะไรต่อ.

 

ทันทีที่เธอกลับถึงบ้าน, ไก่ก็เหลือแต่กระดูกแล้ว. แต่ทุกคนก็เหลือปีกไก่ไว้ให้เธอ.

 

เสี่ยววูอิ่มแปร้มาก เขาเรอออกมาแล้วก็ลูบท้อง “อร่อยจุง”

 

ในตอนนี้ชิยูก็รู้สึกได้ถึงพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ตรงช่วงท้องน้อยของเธอ. เธอเอื้อมมือไปจับจุดนั้น.

 

โอ๊ะ, สรุปเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ซ่อนอยู่ที่ดันเทียน* ของเธอสินะ.

 

หลังกินอาหารเย็นเสร็จท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว. ใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นมีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ. เสียงของนกกับแมลงหลากพันธุ์ก็ดังขึ้นตามประสาสัตว์หากินกลางคืน. ชิยูนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆประตูและรู้สึกสงบใจมาก.

 

ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่งดงามนี้มันยากที่จะหาได้ในเมืองใหญ่ที่คนพลุกพล่านและตึกสูงเต็มไปหมด. อากาศที่นี่เองก็ไม่เป็นมลพิษและสะอาดมาก. แม้แต่พวกวัตถุดิบเองก็ออร์แกนิค/สดใหม่. เธอได้ยินมาว่านอกจากวัตถุดิบทั่วไปแล้วก็ยังมีวัตถุดิบบางอย่างที่มีพลังปราณ* อยู่. และก็มีเนื้อของสัตว์ปราณ* และวัตถุดิบสมบัติระดับเทพอยู่ด้วย.

 

โลกนี้กว้างใหญ่มากและการพัฒนาก็มีหลายระดับด้วย. ระดับของการพัฒนามีมากขึ้นอีก8ระดับหลังจากระดับของมนุษย์ธรรมดา. ในอนาคตข้างหน้าถ้าเธอสามารถสำรวจโลกนี้ได้และลูทวัตถุดิบพิเศษและหายากมาได้ มันก็คงจะดีมาก.

 

ขณะที่เธอคิดอยู่นี้ชิยูก็ยิ่งอยากสำรวจขึ้นไปอีก. ตราบใดที่มันเป็นอาหารและวัตถุดิบที่คุ้นมือเธอก็รู้สึกสบายๆ.

แล้วเธอก็โดดเข้าเตียงไปนอน.

 

ไม่กี่วันต่อมาชิยูก็ยังคงตื่นเช้าแล้วไปขายซาลาเปาที่ประตูนอกเมืองเช่นเคย. คนในโลกนี้เป็นคนง่ายๆมาก - ถ้าอาหารรสชาติอร่อยพวกเขาก็จะเอาไปแบ่งเพื่อนๆและครอบครัว. คนแรกที่มาซื้อก็เอาไปแบ่งสมาชิกในครอบครัวตั้งคน10. และสมาชิกทั้ง10คนนี้ก็จะเอาไปแบ่งเพื่อนและคนรู้จักต่ออีก. ในเวลาไม่นานทั้งเมืองก็รู้จักซาลาเปาแสนอร่อยที่ชิยูขาย และร้านเธอก็ยุ่งมากๆเพราะซาลาเปาขายออกอย่างไว.

 

แต่ละวันนั้นพอซาลาเปาพร้อมขาย มันก็จะขายออกหมดแทบจะทันที. มีคนเคยบ่นเพราะเธอทำซาลาเปาไม่ทันด้วย.

 

ชิยูไม่ต้องการให้ธุรกิจมันใหญ่มากไปกว่านี้. ถ้าทำอย่างงั้นก็แปลว่าเธอจะต้องเหนื่อยมากๆและไม่มีแรงเหลือทำงานอื่นๆ. อีกอย่างคือเงินน่ะมันหาง่ายแต่ก็ออกง่ายมากเช่นกัน. แค่ซื้อของนู่นนี่นั่นเงินก็หายวับไปกับตาแล้ว.

 

ขณะที่ชื่อเสียงแผงลอยของเธอดังขึ้นเรื่อยๆ, คนที่มีอำนาจก็อาจจะเหลียวมามองแล้วก็พยายามสร้างปัญหาก็ได้. นั่นแปลว่าเธอคงจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆไม่ได้.

 

นี่ไม่ใช่สังคมที่สงบสุขแบบอีกโลก แต่เป็นสังคมที่ใช้กำลังและอำนาจเป็นหลัก. ขนาดก่อนที่พระเอกจะได้พลังมา เขาก็ต้องทนรับมือรับเท้าก่อน, ส่วนพวกขอทานไร้อำนาจแบบเราคงไม่ต้องพูดถึง.

 

ในสถานการณ์แบบนี้มันจะดีกว่าถ้าทำตัวไม่โดดเด่น, แต่ก็พยายามทำเงินให้ได้เยอะๆ.

 

หลังจากขายซาลาเปาหมดแล้ว ชิยูก็รีบขึ้นเขาไปทันทีเพื่อมองหาพวกพืชผักที่จะย้ายไปปลูกในสวน. หลังจากเทียวไปเทียวมาอยู่พักหนึ่ง, สวนนั้นก็เต็มไปด้วยพืชผักที่กินได้หลายอย่าง. เมื่อเธอกลับมา ในสวนก็มีสีเขียวอร่ามสบายตาไปหมด.

 

เธอปลูกผักชนิดใหม่ลงจำนวนหนึ่งแล้วเพื่อนบ้านก็เอาพริกแห้งกับกุ้งตัวเล็กๆที่จับได้ตรงแม่น้ำมาให้.

 

พอมองพวกกุ้งเล็กๆพวกนี้แล้ว ตาของชิยูก็ไฟลุกขึ้นมา. นี่แหละอาหารเย็น!

แต่จำนวนมันไม่พอสำหรับทุกคนนี่สิ.

 

ดังนั้นเธอจึงเรียกเด็กๆมาทันที, “พวกเราไปที่แม่น้ำแล้วจับกุ้งพวกนี้เพิ่มกันเถอะ. คืนนี้พี่จะทำหม่าล่าลูกกุ้งเป็นอาหารเย็นล่ะ!”

 

ช่วงนี้อยู่ระหว่างฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนและแม่น้ำก็มีกุ้งพวกนี้อยู่เต็มไปหมด. พวกเขาสามารถจับพวกนี้ได้เต็มกระบุงระหว่างทางเลย.

 

สัตว์พวกนี้ชอบฝังตัวเองลงในทรายไม่ก็โคลน. นี่คือเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ในโลกนี้รู้สึกว่าเจ้าตัวนี้มันสกปรก, ทำความสะอาดยากแล้วก็กินยากด้วย. เลยไม่ค่อยมีคนอยากกินพวกมันนัก.

 

แต่ชิยูมั่นใจว่าถ้าเธอปรุงอาหารจากพวกมันได้แล้ว, มันจะกลายเป็นอาหารที่ยอดเยี่ยมและเป็นจุดเด่นของเมืองนี้

 

----------------------------------

 

*ดันเทียน/ Dantian คือจุดพลังปราณในร่างกายมนุษย์ครับ ผมไม่รู้คำเรียกไทยเลยทับศัพท์ไปเลย.

 

*Spiritual Beast หรือสัตว์วิญญาณที่ผมแปลไว้ในตอนก่อนๆ ผมขอเปลี่ยนเป็นสัตว์ปราณนะครับ เพราะ Spiritual Energy หรือพลังวิญญาณผมจะแปลเป็นพลังปราณแทน เพื่อให้เข้ากับธีมจีนของเรื่องนี้ครับผม.

จบบทที่ ตอนที่ 8: หม่าล่าลูกกุ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว