เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7: ไก่ขอทาน

ตอนที่ 7: ไก่ขอทาน

ตอนที่ 7: ไก่ขอทาน


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ตลอดเวลามานี้ เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์นั้นซ่อนอยู่ในตัวเธอมาโดยตลอดเลย.

 

แต่มันจะปรากฏออกมาก็ต่อเมื่อเงื่อนไขสมบูรณ์แล้ว.

 

และเงื่อนไขเหล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณตาและพวกเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับเธอนั่นเอง.

 

ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ จะมีพวกใคร่เด็กที่ไปชอบเสี่ยวฉีเข้าและอยากจะลักพาตัวเธอไป แต่ก็ถูกเด็กคนอื่นๆหยุดยั้งเอาไว้. ด้วยความโมโห พวกเขาจึงฆ่าเด็กขอทานทุกคนและในตอนนั้นชิยูก็ดันไม่อยู่ เธอจึงรอดชีวิตไป. พอเธอกลับมา เธอก็ต้องหวาดผวากับซากศพที่เลือดนองอยู่เต็มพื้น. เธอพยายามหาตัวเสี่ยวฉีแล้วก็ต้องพบว่า ศพของเธอถูกโยนให้สุนัขกิน. (ไอ้เหี้ย อะไรวะเนี่ย อย่างดาร์ค 7ตอนเองนะฮัลโหล่ว)

 

เจ้าโรคจิตคนนั้นเป็น*ผู้ฝึกวิชาสิ่วเจิ้น* แห่งเมืองชิงฉาน และเป็นคนที่พวกขอทานไม่กล้าไปยุ่งด้วย. และในที่สุดตัวเอกชายก็ช่วยชิยูแก้แค้นสำเร็จ.

 

ชิยูทำอาหารที่พวกขอทานชอบกินมากที่สุดและเอาอาหารพวกนี้ไปเซ่นไหว้ที่หน้าหลุมศพของพวกเขา. และในตอนนั้นเอง เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ตื่นขึ้น และชิยูก็ได้เดินไปบนหนทางแห่งผู้ฝึกวิชาสิ่วเจิ้นด้านอาหารแล้วก็ได้กลายเป็นเซียนด้านอาหาร.

ชิยูไม่พอใจมาก. บทมันเขียนมาอย่างนี้. ก็แปลว่าพวกเด็กๆขอทานคนอื่นจะต้องตายหรอ?

 

พอมองทุกคนที่กำลังเล่นอยู่ในสนามเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแล้วเธอก็รู้สึกว่าต้องทำอะไรซักอย่าง.

 

พวกคนในนิยายมีจริงและเรื่องแบบนั้นก็มีโอกาสจะเป็นจริงด้วย. ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้คือต้องเลี่ยงสถานการณ์นั้นให้ได้.

 

ปัญหาคือ เธอไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหนนี่สิ…..

 

สมองเธอกำลังสับสนและกระวนกระวายกับเรื่องพวกนี้ ชิยูเลยตัดสินใจหาของกินเพื่อสงบใจลง.

 

ตอนนี้ในสวนพอจะมีที่ว่างไว้ปลูกผักอยู่บ้าง. พื้นที่ถึงจะไม่ใหญ่มากแต่ก็น่าจะพอปลูกผักได้. ชิยูขอให้พวกเด็กๆช่วยถอนหญ้าออก. จากนั้นพวกเขาก็จะพากันไปที่เขาเพื่อหาผักที่พอจะขุดมาปลูกในสวนได้.

 

ตอนที่พวกเขาได้ยินว่าสามารถปลูกผักไว้กินในสวนได้ เด็กๆทุกคนก็พากันตื่นเต้นและมีกำลังใจกันยกใหญ่. เล่าเอ๋อกับเสี่ยววูไปตัดไผ่แล้วเอาให้คุณตาทำเป็นรั้ว. ชิยูก็ใช้จอบขุดดินทำแปลง.  ถึงเธอจะไม่เคยเป็นชาวไร่ชาวนามาก่อนแต่มันก็ไม่ได้ทำยากอะไร. หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แปลงผักก็ดูดีขึ้นมากๆแต่มันก็ยังห่างกับคำว่า พร้อมสำหรับปลูก อยู่โขเลย.

 

ณ ตอนนี้ คุณตาอยากจะช่วยแต่ชิยูปฏิเสธความช่วยเหลือของเขา. คุณตาค่อนข้างแก่มากแล้วและการตากลมตากหนาวมาหลายปีก็ทำให้คุณตาอ่อนแอลงมาก. ถ้าคุณตาล้มลงเพราะความเหนื่อย ท่านอาจจะจากไปเลย.

 

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชิยูก็ตัดสินใจไปขอร้องให้เพื่อนบ้านเธอช่วยเหลือ. โลกนี้อาจจะเป็นโลกที่เต็มไปด้วยเทพต่างๆและผู้ฝึกวิชาสิ่วเจิ้น แต่คนปกติส่วนใหญ่ก็รู้วิธีทำไร่ทำนาอยู่.

 

คุณพ่อของเด็กผู้หญิงที่ร้องไห้วันนั้น มาเคาะประตูตอนบ่ายพร้อมกับหมูย่าง และอาสาจะช่วยเหลือทันทีที่ได้ยินว่าพวกเขาต้องการให้ช่วย. เขาหยิบอุปกรณ์และช่วยจัดแจงแปลงผักจนถึงตอนเย็นเลย.

พอถึงตอนเย็น ดินกับโคลนก็ดูสมบูรณ์แบบและพร้อมจะปลูกผักแล้ว.

 

“ขอบคุณค่ะ” ชิยูทราบซึ้งมากๆและมอบซาลาเปาถุงใหญ่ให้เขาไป.

 

ปัญหาเรื่องสวนผักก็หมดไป.

 

กองไฟที่ใช้ย่างไส้หมูตอนบ่ายก็ยังเหลืออยู่ตรงนั้น. ชิยูเลยขอให้เล่าเอ๋อไปเก็บฟืนมาเพิ่ม แล้วก็ไปขุดโคลนดินขึ้นมา. เธอกำลังจะฆ่าไก่.

 

ใช่แล้ว, เธอกำลังจะทำไก่ขอทานยังไงล่ะ.

 

ไก่ขอทานเป็นเมนูที่ค่อนข้างทำยาก. ถ้าเธออยากให้มันอร่อย เธอก็ต้องใช้ความพยายามมากเลยทีเดียว. พอฆ่าไก่และปล่อยให้เลือดไหลหมดแล้ว, เธอก็ดึงขนออกให้หมดแล้วเอาไส้ไก่ออกมา. ขั้นตอนสุดท้ายคือเธอใส่เห็ดและเครื่องปรุงลงไปในท้องของไก่. เพื่อให้มั่นใจว่าไก่จะออกมาอร่อย เธอจึงโรยเกลือไว้บนผิวหนังของไก่ด้วย.

 

พอเสร็จแล้วเธอก็ใช่ใบ้ไม้ห่อไก่ไว้แล้วก็ผูกให้ดีๆ. จากนั้นเธอจึงใช้โคลนกับดินเหนียวพอกไว้อีกทีแล้วก็ใช้ใบไม้เช็ดให้สะอาด.

 

ตอนนี้คุณตาก็ช่วยขุดหลุมลงและชิยูก็เอาไก่ที่ห่อแล้วลงไปในหลุมจากนั้นก็เริ่มก่อกองไฟไว้บนหลุมนั้น.

 

พอทำเสร็จแล้ว พระอาทิตย์ก็ลับฟ้าพอดี. ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อและสีของพระอาทิตย์ที่กำลังลับฟ้าทำให้ทุกคนดูแดงขึ้นกว่าเดิม. ชิยูก็รู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว - เธอไม่มีข้อกังขาอะไรเลย.

 

ชิยูมองไปมารอบๆแล้วก็เห็นว่าน้องเสี่ยวฉีกำลังมองกองไฟอยู่. ไฟที่กำลังครุกกรุ่นอยู่นั้นดูเหมือนกำลังเต้นระบำอยู่ในดวงตาของเธอ, ดวงตาของเธอนั้นดวงโตและน่ารักมาก. หน้าตาของเธอเองก็ขาวและน่ารักด้วย และถ้าเธอมีน้ำมีนวลกว่านี้ เธอจะดูเหมือนตุ๊กตาเลย.

คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าเธอน่ารักมากๆ และนั่นคือเหตุผลที่เจ้าโรคจิตนั่นเข้ามา.

 

ชิยูกังวล. เธออยากจะพาเสี่ยวฉีไปซ่อนไม่ก็พาเธอหนีเพื่อหลบเลี่ยงชะตากรรมอันโหดร้ายนั้น. แต่ถ้าเธอพยายามจะทำแบบนั้น มันก็จะก่อให้เกิด *บัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็ค(ผีเสื้อขยับปีก)*.

 

ตอนนี้เธอทำได้แค่ก้าวทีละก้าวเท่านั้น.

 

พอเต็มไปด้วยความกังวล ชิยูจึงตัดสินใจทำอะไรซักอย่างเพื่อให้สมองเธอเอาความคิดบ้าบอพวกนี้ออกไป. เธอไปหยิบไส้หมูมากองหนึ่งแล้วย่างมันซะ. ทุกๆคนก็เข้ามาเพื่อช่วยด้วย และพอเธอย่างไส้หมูหมดแล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าย่างมาเยอะเกิน.

 

“ไม่เป็นจ่ะ. พรุ่งนี้เราจะเอามันใส่รถแล้วลองขายดูก็ได้” ของพวกนี้ได้มาแบบฟรีๆ. ถ้าพวกเขาขายออกพวกเขาก็จะได้กำไรแน่. ถ้าขายไม่ออก พวกเขาก็เก็บไว้กินเองก็ได้ ไม่ว่าจะทางไหนก็มีแต่ได้กับได้.

หลังจากไส้หมูย่างหมดแล้ว พวกเขาก็ดับไฟแล้วใช้พลั่วปัดขี้เถ้าออก. แล้วในที่สุดพวกเขาก็ขุดเจอโคลนแข็งๆ. โคลนนั้นแข็งมากและร้อนมากด้วย. แต่พอพวกเด็กๆนึกถึงไก่ที่อยู่ด้านใน พวกเขาก็น้ำลายไหลออกมาทันทีจากนั้นก็พยายามกระเทาะโคลนให้แตกออก.

 

ชิยูไม่ทำให้พวกเขาผิดหวังแน่นอน. เธอหยิบหินขึ้นมาแล้วทุบไปโคลนแข็งๆนั้น. โคลนก็แตกกระจุยออกทันทีแล้วกลิ่นหอมๆก็ลอยออกมา. พอเอาโคลนออกหมด, เปิดใบไม้ออกมาแล้ว ก็มีไก่สีเหลืองอร่ามอยู่ด้านหน้าของทุกคน. มันมีกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจากพวกเห็ดด้านในและทำให้ทุกคนน้ำลายสอเลย.

 

ไก่นี่ร้อนมาก. ชิยูบอกให้เสี่ยววูไปเอาจานกับตะเกียบมาแล้วตักไก่ใส่จานไป. แบบนี้จะได้ทำให้พวกเขาแบ่งไก่กันได้ง่ายขึ้น.

 

ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอกประตูบ้าน “หลินฟ่าน, นี่แกคิดว่าแกยังฉลาดอยู่นักเหรอ? ตอนนี้แกมันก็แค่หมาโง่ๆ. รอดูเหอะ! อีกไม่กี่เดือน, หลังจากงานแข่งสำนัก แกจะต้องถูกไล่ออกจากสำนักตระกูลหลินแน่”

 

“แกมันไร้ประโยชน์ แค่เพราะแกมีพ่อหนุนหลัง, แกเลยคิดว่ามีสิทธิ์ใหญ่ที่สุดในสำนักงั้นสิ. ถ้าชั้นเป็นแกนะ ชั้นออกสำนักไปนานแล้ว. ชั้นคงไม่หน้าด้านอยู่ในสำนักต่อหรอก”

 

“ทำไมพวกเราต้องมาพูดเรื่องเจ้าโง่ไร้สมองนี่ด้วย? อีกไม่นานมันก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาขัดรองเท้าให้พวกเราแล้วด้วยซ้ำ”

 

หลินฟ่าน.

 

ชิยูส่งไก่ไปที่มือของคุณตาแล้วค่อยๆย่องไปที่ประตู. เธอเห็นว่าที่ถนนตรงด้านนอกประตูนั้นมีเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังตบตีวัยรุ่นคนนึงอยู่.

 

ผ่านไปพักหนึ่งพวกเขาระบายความโกรธแค้นไปหมดแล้ว. พวกเขาก็บังเอิญได้กลิ่นหอมของไก่แล้วอุทานว่า “อะไรเนี่ย? กลิ่นหอมมาก.แค่กลิ่นก็ทำให้ชั้นหิวแล้ว.ไปเถอะ. เราต้องระวัง อย่าตีมันจนตาย. ไม่งั้นพ่อมันเล่นงานเราแน่”

 

กลุ่มเด็กหนุ่มนั้นก็จากไป.

 

มีแต่เด็กหนุ่มผอมแห้งคนหนึ่งถูกทิ้งไว้ในตรอก. เขากัดฟันขณะพยายามจะลุกขึ้น. ตอนนี้ชิยูก็สังเกตุเห็นหน้าของเขาแล้ว.

 

เหมือนกับในนิยายไม่มีผิด เขาเป็นคนหน้าตาหล่อเหลาบวกกับความหยิ่งผยองนิดๆ.

 

ตัวเอกชายในนิยายของเออกู - หลินฟ่าน. ชั้นไม่คิดเลยว่าจะเจอเขาเร็วขนาดนี้!

**** ผู้ฝึกวิชาสิ่วเจิ้นคือคนที่ฝึกฝนตัวเองเพื่อจะได้กลายเป็นเทพ. นั่นแหละคือที่มาของเทพ, เซียน และครึ่งเทพ ฯลฯ. จึงเป็นที่มาของชื่อนิยาย Little cooking saint. (ผมขอแปล Saint เป็นเซียนนะครับ)

ชื่อนิยายเองผมก็ขอเปลี่ยน เติมคำว่าเซียนลงไปด้วย  *****

****บัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็คหรือผีเสื้อขยับปีก คือการที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วมันไปกระทบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าอย่างเช่นว่า คุณย้อนเวลากลับไป10ปี แล้วบอกหวยกับแม่ ถ้าแม่ถูกหวยตั้งแต่10ปีก่อนนั้น อีก 2-3ปีต่อมา อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ต่างไปจากที่คุณจำได้. นั่นแหละครับคือบัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็ค***

จบบทที่ ตอนที่ 7: ไก่ขอทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว