- หน้าแรก
- แฟรี่เทล: ฉันไม่อยากเป็นกิลด์มาสเตอร์เลย
- บทที่ 78: หลุมพราง
บทที่ 78: หลุมพราง
บทที่ 78: หลุมพราง
ชีตาห์ถูกพาปลับหมู่บ้านด้วยเจ้าปูเร็วจากรอยแยก ด้วยอาการบาดเจ็บที่รุนแรง โร้ดส์จึงสั่งให้ปูเคลื่อนไหวช้าลงเพื่อหลีกเลี่ยงการกระเทือนเพิ่มเติม
เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้าน แผลของชีตาห์ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยผ้าพันแผลและยาห้ามเลือดที่โร้ดส์มีติดตัวไว้ อีกทั้งยังใช้หนังหมาป่าที่ทำความสะอาดแล้วคลุมช่วงล่างเพื่อรักษาความสุภาพ เพราะทั้งโร้ดส์และนัตสึไม่ได้พาเสื้อผ้าสำรองติดตัวมา นี่จึงเป็นทางออกดีที่สุด แม้ข้อเสียคืออากาศค่อนข้างร้อน แต่โชคดีที่หมู่บ้านอยู่ไม่ไกล
เมื่อทั้งสามมาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างกรูมาด้วยความอยากรู้ ชีตาห์เป็นนายพรานฝีมือดีที่สุดของหมู่บ้าน และทุกคนต่างคิดว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะถูกช่วยชีวิตกลับมาได้!
โร้ดส์เห็นใบหน้าคุ้นตาในฝูงชนจึงรีบร้องเรียกขึ้น "คุณมาสทิฟ ที่หมู่บ้านมีหมอไหม? พาเราไปหาเขาที อาการเขาสาหัสมาก"
"อ๋อ ได้เลย!" มาสทิฟรีบหาคนมาช่วยเฝ้าประตูบ้านตัวเองก่อนจะนำพวกเขาไปยังบ้านหมอ "ทางนี้เลยครับ!"
พร้อมกันนั้นก็มีคนรีบไปแจ้งข่าวให้หัวหน้าหมู่บ้าน
...
หมอประจำหมู่บ้านตรวจดูบาดแผลของชีตาห์อย่างระมัดระวัง ก่อนจัดการส่งตัวเขากลับบ้านพร้อมกำหนดแวะมาทำแผลทุกวัน หมอผู้นี้เป็นผู้อาวุโสที่น่านับถือที่สุดคนหนึ่งของหมู่บ้าน และแม้จะมีประสบการณ์มากมายตลอดชีวิต แต่เขาก็ไม่เคยเห็นบาดแผลที่ยุ่งเหยิงเช่นนี้มาก่อน ทั้งรอยกัดจากสัตว์ป่า รอยฟันแผลฉีกจากอาวุธคม รอยช้ำจากการโดนกระแทก และแม้แต่รอยไหม้จากเปลวเพลิง—ทุกบาดแผลล้วนรุนแรงจนน่าประหลาดใจว่าชีตาห์รอดมาได้อย่างไร
หมอคาดเดาว่าชีตาห์คงขึ้นเขาไปล่าสัตว์หรือทดสอบอาวุธ ส่วนโร้ดส์กับนัตสึที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมองเพดาน ไม่ใช่เพราะพวกเขาลงมือแรงเกินไป...แต่เป็นเพราะหมอนั่นมันต้อง “โดนสั่งสอน” ต่างหาก! ที่เขารอดมาได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะร่างกายที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์จากพลังของราชาสัตว์ป่า หากไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น ก็คงตายไปแล้ว
เรื่องนี้ต้องโทษดวงซวยล้วน ๆ
จนกระทั่งยามเย็น ชีตาห์ถึงจะได้สติ ขณะนั้นนัตสึกับโร้ดส์กำลังอยู่ในลานบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน ฝึกเทคนิคการต่อสู้ (หรือจะเรียกว่า “สู้กันจริง ๆ” ก็ได้) โร้ดส์ชอบพูดมากกว่าลงมือ แต่นัตสึสอนไม่เก่ง ก็เลยตกลงกันว่า "ไม่ใช้เวท" แล้วผลลัพธ์ก็คือ ศึกชุลมุนในลานบ้านตามสไตล์
แฮปปี้กับวอร์มกำลังนั่งอยู่ข้างประตู กินขนมไปดูความวุ่นวายไป
"ขนมอร่อยจัง~"
"งี๊ด~"
"แต่อยากกินปลานะ"
"หือ?"
"ปลานี่แหละ รักที่สุด~"
สองตัวน่ารักคุยกันไปมา ฟังยังไงก็เข้าใจไม่ได้เลยสักคำ
แล้วในจังหวะหนึ่ง โร้ดส์กับนัตสึก็หยุดพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากในบ้าน
"พ่อ!!" คลาวด์ร้องเรียกด้วยความดีใจ
"ที่รัก...ฟื้นแล้ว!" เสียงของสโนว์เปี่ยมด้วยความโล่งใจและน้ำตา
ตึง! พานเซอร์ใช้ไม้เท้าเคาะพื้นพร้อมเสียงฮึ่มเบา ๆ ดูเป็นคุณตาจอมดื้อพอตัว
ครอบครัวที่เกือบต้องจากกันเพราะความเป็นความตายได้กลับมารวมตัวอีกครั้ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ไม่มีใครกล้าเข้าไปขัด พวกเขารออยู่นอกประตู จนกระทั่งพานเซอร์ถามขึ้นว่า
"จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?"
โร้ดส์กับนัตสึจึงเคาะประตู ขออนุญาตเข้าไป
"ขอบคุณมาก ขอบคุณพ่อมดทุกท่าน..."
คำพูดนี้พวกเขาได้ยินมาหลายรอบแล้ว โร้ดส์จึงรีบประคองหัวหน้าหมู่บ้านให้นั่งลง และกล่าวว่าไม่ต้องพิธีรีตอง นัตสึก็ลูบหัวคลาวด์เบา ๆ ก่อนจะส่งเธอไปหาพ่อ
โร้ดส์สังเกตว่านัตสึเข้ากับเด็กได้ดีทีเดียว
"พวกเราอยากขอฟังประสบการณ์ของคุณชีตาห์ เพราะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สัตว์ป่าคลุ้มคลั่งที่หมู่บ้านช่วงนี้ ต้องขออภัยที่มารบกวนในเวลานี้"
โร้ดส์ยังคงสุภาพและจริงใจ
"อย่าพูดแบบนั้นเลย ถ้าไม่มีพวกคุณ ลูกชายสุดซุ่มซ่ามของข้าคงไม่ได้กลับมาแล้ว"
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวอย่างจริงใจ แต่พอหันไปหาลูกชาย สีหน้าก็เปลี่ยนทันที
"รีบพูดมา! เกิดอะไรขึ้น?"
"ครับ..." ชีตาห์ที่ยังมีอาการหวาดกลัวไม่น้อยก็ไม่กล้าขัด และเริ่มเล่าเหตุการณ์
"วันนั้น ข้าทะเลาะกับพ่อ แล้วด้วยความโกรธ ข้าก็เอาอาวุธขึ้นเขาไปคนเดียว แล้วไปเจอราชาสัตว์ป่า
ข้าไม่กล้าเข้าใกล้ เลยแอบซุ่มรอจนมันหลับ แล้วจึงยิงลูกธนูใส่มัน
ลูกธนูปักเข้าที่หลัง ถ้าเป็นสัตว์ป่าทั่วไป คงตายไปแล้ว แต่นี่มันราชาสัตว์ป่า...
หนังของมันหนามาก ลูกธนูแทบไม่ทะลุ แถมยังทำให้มันโกรธจัด มันกระโจนใส่ข้าทันที...
การโจมตีครั้งแรก มันทำลายธนูข้าทันที ข้าจึงชักมีดล่าสัตว์ขึ้นมาสู้ แต่ก็โดนมันปัดตก
จากนั้นมันก็กระแทกข้าจนล้ม แล้วพยายามกัดลำคอข้า..."
ตอนนี้ชีตาห์ยังรู้สึกหวาดผวาไม่หาย
พานเซอร์หน้าตาเรียบเฉย แต่ไม้เท้าในมือกำแน่น
สโนว์กับคลาวด์ก็กอดกันแน่น เหมือนภาพในหัวกำลังเล่นซ้ำ
"จากนั้นข้าก็หมดสติ รู้สึกเหมือนฝัน...
ข้าฝันว่าข้าได้กลายเป็นราชาสัตว์ป่าเอง เมื่อหิวน้ำก็ไปดื่มน้ำจากธารบนเขา เมื่อหิวข้าวก็ล่าสัตว์กิน
ตอนนั้นข้าคิดอะไรไม่ค่อยออก เสียงหนึ่งในหัวบอกให้ข้าต่อสู้ ฆ่า และทำลาย
แต่ข้าไม่รู้จะต่อสู้หรือทำลายอะไร พอพยายามคิด ก็รู้สึกปวดหัว
แต่เสียงนั้นก็ยังตะโกนอยู่ตลอด ข้าก็พยายามคิดต่อ จนหัวปวดอีกหลายครั้ง แล้วจู่ ๆ ก็จำได้ว่าข้าต้องปกป้องหมู่บ้าน ต้องฆ่าราชาสัตว์ป่า
ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าหมู่บ้านหรือราชาสัตว์ป่าคืออะไร แต่ข้าก็ออกตามหาราชาสัตว์ป่าบนเขา
เพื่อฆ่ามัน ข้าจึงล่าสัตว์ทุกตัวที่อยู่โดดเดี่ยว และถ้าเจอกลุ่มหมาป่า ข้าจะมุ่งเล่นงานตัวที่แข็งแกร่งที่สุด..."
นัตสึ แฮปปี้ และครอบครัวสโนว์รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
แต่หัวหน้าหมู่บ้านกับโร้ดส์กลับมองชีตาห์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
แม้เขาจะขาดสติ แต่ยังจดจำได้ว่าต้องปกป้องหมู่บ้านและฆ่าราชาสัตว์ป่าได้ แสดงว่าเขาเป็นคนจิตใจดีจริง ๆ
เพียงแต่การกระทำนั้น...มันช่างอันตรายสิ้นดี
ที่แท้พวกสัตว์ป่าที่กรูลงมาทำลายพืชผลและโจมตีหมู่บ้านหลายวันที่ผ่านมานั้น ล้วนถูกขับไล่มาโดยฝีมือของชีตาห์เอง!
ไม่แปลกใจเลยที่โร้ดส์ส่งปูออกลาดตระเวนแล้วเจอสัตว์ป่าหลายตัวเพียงเดินผ่านหมู่บ้านไปยังถิ่นที่อยู่อื่น
ดูเหมือนสัตว์ป่าทั้งหลายไม่สามารถอยู่บนเขาลูกนั้นได้อีกแล้ว และว่าจะมาถึงหมู่บ้านหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกมันเดินเส้นหลักหรือทางเบี่ยง
พูดอีกอย่างคือ ก่อนชีตาห์ขึ้นเขา การโจมตีของสัตว์ป่าเกิดจากการที่พวกมันถูกเบียดเบียนที่อยู่อาศัยจากราชาสัตว์ป่า เลยต้องลงมาหาโอกาสรอดในหมู่บ้าน
แต่หลังจากชีตาห์ขึ้นเขา ราชาสัตว์ป่าก็เริ่มไล่ฆ่าพวกสัตว์อย่างบ้าคลั่ง ทำให้สัตว์ที่ถูกไล่ตามต้องหนีตายลงมา
และจากการไล่ล่าของชีตาห์ สัตว์ที่หนีลงมาก็มีจำนวนมากอย่างน่ากลัว
"คุณพ่อเก่งจังเลย!" คลาวด์ที่รู้ว่าพ่อของเธอจัดการสัตว์ได้มากมายคนเดียวก็รู้สึกภูมิใจสุด ๆ
"ฮะฮะฮะ..." ชีตาห์ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อลูกสาวมองเขาด้วยสายตาเคารพยกย่อง
พานเซอร์รู้สึกมือคันยิบ ๆ ไม้เท้าในมือเหมือนอยากฟาดอะไรสักอย่าง
...ไม่ได้! ทำไม่ได้นะ! พวกผู้มีพระคุณก็อยู่ตรงนี้ จะเสียมารยาทไม่ได้ ยิ่งลูกชายยังไม่หายดี...ไว้หายเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน!