- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- ตอนที่ 83 หอมจังเลย
ตอนที่ 83 หอมจังเลย
ตอนที่ 83 หอมจังเลย
“เควนตินนี่พูดไม่หยุดเลยนะ มีปากเดียวแท้ ๆ แต่พูดได้ทั้งวัน”
หลังจากที่เควนตินและพวกออกจากห้องไป โซเฟีย คอปโปลา ก็อดบ่นไม่ได้
“เขาอยู่น่ะก็ดีออก บรรยากาศไม่เงียบเหงาไง”ลิงก์ตอบ
“แปลว่าใครอยู่กับนายแล้วจะเงียบเหงา? เออ จริงของนาย
ก็นะ นายมันประเภทแข็งทื่อ พอคุยด้วยก็พากันเงียบทุกที”
โซเฟียแซวอย่างขำขัน
“จะทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย?”
โมนิก้า เบลลุชี่แกล้งพูดขึ้น
“ไม่เลย ฉันไม่กล้าเถียงกับเขาหรอก เขาน่ะสุดยอดขนาดไหน
ถ่ายหนังทุนแค่สองหมื่นดอลลาร์จนคนทั้งวงการเงียบกริบ
ฉันจะไปกล้าต่อปากต่อคำกับคนแบบนั้นได้ยังไง”
โซเฟียประชดพร้อมหัวเราะ
“พวกเขาก็แค่มีอคติ ยอมรับไม่ได้ว่ามีคนที่ทั้งเด็กกว่าและเก่งกว่าพวกเขาเท่านั้นแหละ”
“ฉันเองก็รับไม่ค่อยได้นะ นายอายุน้อยกว่าฉันตั้งปี แต่กลับถ่ายหนังได้โคตรเก่ง
ทำไมกัน? นายเป็นอัจฉริยะรึไง?”
โซเฟียถามพลางจ้องเขาไม่วางตา
“ไม่หรอก ก็พวกเขาตั้งฉายาให้ฉันว่า 'เอ็ด วู้ดคนที่สอง' ผู้กำกับหนังขยะไงล่ะ”
“ฮะ ๆๆ พูดอะไรน่ะ พวกนั้นก็แค่อิจฉานายไงล่ะ ทั้งฝีมือ ทั้งรายได้ นายได้หมด
คนพวกนั้นก็เลยสาดคำด่าใส่เพราะกินแห้วแล้วหงุดหงิด อย่าไปแคร์เลย”
โซเฟียพูดปลอบ
“ใช่เลยลิงก์ สำหรับฉัน นายคือผู้ชายที่เก่งที่สุดในโลก ไม่มีผู้ชายคนไหนเทียบได้แม้แต่ปลายนิ้ว”
โมนิก้ากอดแขนเขาแน่น แอบพิงไหล่อย่างออดอ้อน
ลิงก์ลูบผมยาวหยิกสีดำของเธอเบา ๆ
โซเฟียมองภาพหวานตรงหน้า บรรยากาศสีชมพูในห้องยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
เธอรู้สึกอึดอัด รีบพูดตัดขึ้นว่า
“ลิงก์ หนังเรื่องหน้าจะเริ่มถ่ายเมื่อไหร่?”
“น่าจะปีหน้านะ ฉันเพิ่งบอกไปเองนี่นา”
“ทีมงานรวบรวมครบหรือยัง? ขาดตำแหน่งไหนบ้าง?
ถ้าขาดผู้ช่วยผู้กำกับ ฉันสมัครได้นะ”
เธอถามแบบจริงจัง
“เธออยากเข้ากองฉันเหรอ? ไปทำอะไรล่ะ?”
“อยากเรียนรู้การทำหนังจากนายไง”
“พูดจริงเหรอ? พ่อของเธอ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา เป็นถึงระดับตำนาน ผู้กำกับเบอร์ใหญ่สุดของวงการ เธอมีพ่อเป็นอาจารย์อยู่ทั้งคน จะมาเรียนจากฉันที่ยังใหม่ขนาดนี้ทำไม?”
“ก็เพราะพ่อฉันเขาเป็นยุคเก่าน่ะสิ ทั้งแนวคิดทั้งวิธีทำงานมันตกยุคหมดแล้ว ฉันอยากเรียนจากคนรุ่นใหม่ที่มีหัวทันสมัยอย่างนาย จะได้มั้ย ตอบให้มันชัด ๆ หน่อย!”
น้ำเสียงของโซเฟียแปรเปลี่ยนเป็นกึ่งเอาแต่ใจ แต่น่าแปลกที่มันไม่ทำให้รู้สึกหมั่นไส้เลย
“ก็ได้ แต่ถ้าเธอเรียนไม่คุ้มก็อย่ามาว่าฉันทีหลังนะ”
“ไม่หรอก ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”
โซเฟียยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นมือออกไป
ลิงก์ยิ้มตอบและจับมือนั้นเบา ๆ
หลังจากโซเฟียกลับไป ลิงก์ก็หันกลับมาอ่านบท Ace Ventura: Pet Detective หรือชื่อไทยว่า นักสืบซุปเปอร์เก๊ก ซึ่งจิม แคร์รี่เอามาให้
เป็นบทแนวตลกแบบหลุดโลกสุด ๆ
ผู้เขียนบทก็คือจิม แคร์รี่เอง โดยได้แรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง Cadillac Man
ที่เขาเคยไปเล่นเป็นตัวประกอบในปี 1989
เรื่องเล่าถึงช่วงก่อนแข่งอเมริกันฟุตบอลนัดใหญ่ เมื่อมาสคอตปลาโลมาของทีมไมอามี
ดอลฟินส์กลับหายตัวไป และเอเจนต์ของทีมต้องไปจ้างนักสืบสัตว์เลี้ยงมาคืนปลาตัวนั้น
ตัวละครเอกของเรื่องวางบทมาสำหรับจิม แคร์รี่โดยเฉพาะ
นี่คือบทที่จะปูทางให้เขาขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์ โดยหลังจากเรื่องนี้ เขาจะได้แสดง The Mask, Dumb and Dumber, Batman Forever, Liar Liar, The Truman Show—เรียงต่อกันติด ๆ แบบไม่พัก
เขาจะกลายเป็นนักแสดงคนแรกที่มีค่าตัวแตะ 20 ล้านดอลลาร์
มากกว่าทอม ครูซและทอม แฮงค์สในยุคนั้นเสียอีก
เหตุผลที่จิมเอาบทนี้มาให้ลิงก์ มีสองข้อ
ข้อแรก—อยากให้ลิงก์ช่วยปรับบทให้ลื่นขึ้น
หลังจาก Buried และ Paranormal Activity ประสบความสำเร็จ
จนวงการยอมรับฝีมือในฐานะคนเขียนบท จิมเลยอยากมาขอคำแนะนำ
ข้อสอง หลังจาก Paranormal Activity ทำเงินถล่มทลาย ค่าย Guess Who Production ก็ได้กำไรแบบเต็มเหนี่ยว จากทั้งรายได้โรง, วิดีโอ, สิทธิ์ทำภาคต่อ ฯลฯ
หลายฝ่ายคาดว่า Guess Who จะทำกำไรได้มากกว่า 200 ล้านดอลลาร์
และอาจขึ้นแท่นบริษัทสร้างหนังอิสระอันดับต้น ๆ ของฮอลลีวูดในเวลาอันสั้น
จิม แคร์รี่จึงอยากลองชวนลิงก์มาลงทุนโปรเจกต์นี้ด้วย
เพราะ Ace Ventura ใช้งบแค่ราว 10 ล้าน แต่รายได้ทะลุ 100 ล้านในอเมริกาเหนือ
พูดง่าย ๆ คือ เป็นโปรเจกต์ที่คุ้มสุด ๆ
และลิงก์เองก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ
เขากำลังสนใจดึงจิม แคร์รี่เข้ามาอยู่ใต้ร่ม Guess Who
จะได้ผลิตหนังตลกทุนต่ำออกมาแบบต่อเนื่อง
“บทเป็นไงบ้าง?”
เสียงหวานกระซิบมาจากด้านหลัง
โมนิก้าสวมชุดนอนลูกไม้สีดำ กอดคอเขาไว้เบา ๆ
กลิ่นหอมของสบู่หลังอาบน้ำยังอวลอยู่ในอากาศ
ผมเปียก ๆ ยาวดำขลับของเธอไหลลงมาบนบ่าเขา
ลิงก์เพิ่งวางบทลง ก่อนจะเห็นว่า ฟ้ายามค่ำได้ปกคลุมลงมานานแล้ว
ไฟถนนกับแสงนีออนนอกหน้าต่างส่องเข้ามาพลิ้วไหว
เขาหันไปมองโมนิก้าในชุดนอนลูกไม้
เผยผิวขาวผ่องที่ถูกขับเน้นด้วยสีดำของลูกไม้ให้ยิ่งดูนุ่มนวลน่าสัมผัส
ได้เวลาเลิกงาน
เขาไม่ได้เป็นพวกบ้างานอยู่แล้ว
ลิงก์วางบท แล้วดึงโมนิก้าเข้ามากอดไว้เต็มอก มือเริ่มซุกซนสอดเข้าไปในชุดนอนของเธอแบบเคยชิน
“คุณนี่ทะลึ่งจริง ๆ”
โมนิก้าหัวเราะ กอดคอเขาแน่นขึ้น
“แต่คุณนี่หอมเหลือเกิน...”
ลิงก์ก้มลงสูดกลิ่นหอมจากเส้นผมและต้นคอเธอ
โมนิก้าหัวเราะคิก พร้อมเอียงคอให้เขาใกล้ขึ้นอีก
“ที่รัก...คุณจะกำกับหนังเรื่องนี้ด้วยเหรอ?”
“เปล่าเลย ฉันไม่ถนัดหนังตลกแบบนี้ ฉันชอบทำหนังที่จริงจังหน่อย”
เขาเป็นผู้กำกับแนวเนี๊ยบที่ชำนาญเรื่องระทึกขวัญ ดราม่า หรือโรแมนติก มากกว่าคอมเมดี้ที่พลาดนิดเดียวก็พัง
เขาจึงไม่คิดจะกำกับเอง
อีกเหตุผลคือ ตอนนี้เขามีบทหนังที่ดีกว่านี้ในมือ
การไปเสียเวลากับหนังที่คนอื่นเหมาะสมกว่าจึงไม่จำเป็น
ถ้าจะถ่าย Ace Ventura จริง เขาสามารถหาคนกำกับเก่ง ๆ มาทำแทนได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงนัก
เขายังอยากลอง “ทดลอง” ด้วยซ้ำว่า ถ้าตัวเองแค่เป็นโปรดิวเซอร์กับคนเขียนบท จะได้ผลตอบแทนกับเครดิตดีแค่ไหน
ถ้าเวิร์ก เขาอาจหันมาเน้นงานเบื้องหลังเต็มตัว
ปีหนึ่งออกหนังสิบเรื่อง ฟันรายได้รัว ๆ โดยไม่ต้องใช้แรงเยอะ
แบบนี้ เวลาไปถ่ายหนัง...หรือ “ถ่าย” โมนิก้า ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงานแล้ว
“เบาหน่อยสิ~ ชอบมาบีบตรงนี้ตลอดเลย...”
โมนิก้าขบใบหูเขาเบา ๆ
“เธออ้วนขึ้นหรือเปล่า?”
“ไม่จริง...ก็แค่ขึ้นมานิดเดียวเอง แค่สองปอนด์กว่า ถ้านายไม่ชอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันลดเลยก็ได้”
“ไม่ล่ะ ฉันชอบแบบนี้แหละ อวบ ๆ หน่อยน่ากอดดี”
“พูดจริงเหรอ?”
“จริงสิ เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดู...”
“ฮ่า ๆ~”
ยังไม่ทันให้ค่ำคืนผ่านไป ลิงก์กับโมนิก้าก็เริ่มป่วนกันในห้องทำงานจนเอกสารบนโต๊ะเปียกชุ่มไปหมด