- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- บทที่ 23: กระแสถล่มจอ
บทที่ 23: กระแสถล่มจอ
บทที่ 23: กระแสถล่มจอ
“Buried” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 28 แห่งในเครือ United Theaters เป็นเวลา 1 สัปดาห์ กวาดรายได้ไป 1.588 ล้านเหรียญ
ถือเป็นอันดับที่ 8 ของหนังเปิดตัวในช่วงเดียวกัน และยังแซงหน้าภาพยนตร์ “Chaplin” ที่ฉายมาก่อนถึงสองสัปดาห์ กลายเป็นม้ามืดของวงการอย่างไม่ต้องสงสัย
รายได้สะสมปัจจุบันของ “Buried” พุ่งถึง 2.16 ล้านเหรียญ มากกว่าทุนสร้างถึง 108 เท่า
หลัง United Theaters ประกาศตัวเลขนี้ สื่อใหญ่อย่าง Los Angeles Times, Variety, New York Post ก็แห่รายงานข่าวความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ทันที
ต่างยกย่องว่า “Buried” เป็นหนังคุณภาพที่ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ชมอย่างล้นหลาม
พร้อมชื่นชม “ลิงก์” ว่ามีพรสวรรค์รอบด้าน ทั้งเขียนบท กำกับ และแสดงได้ดี เขาคือดาวรุ่งพุ่งแรงของผู้กำกับรุ่นใหม่
Variety ในหมวดรีวิวถึงกับเรียก “Buried” ว่า “อัญมณีที่พลาดรางวัล” ของเทศกาลหนังซันแดนซ์ปีนี้ พร้อมบอกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่หนังไม่ได้รับรางวัล
New York Post เองก็วิเคราะห์จากแง่มุมศิลปะของภาพยนตร์ โดยระบุว่าคุณภาพของ “Buried Alive” ไม่ได้ด้อยกว่าเรื่องที่คว้ารางวัลอย่าง “Reservoir Dogs” หรือ “One False Move” เลยแม้แต่น้อย
กระแสตอบรับเหล่านี้ ทำให้ชื่อเสียงของลิงก์เริ่มโด่งดังในฮอลลีวูด
“ลิงก์ ที่นายพูดวันนั้นมันเรื่องจริงสินะ หนังของนายช่วยเพิ่มยอดผู้ชมในโรงได้จริง ๆ ด้วย”
เสียงเจอโรม เพรสตันดังมาจากปลายสาย เต็มไปด้วยความทึ่ง
“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่เคยโกหก”
“โอเค ยอมรับเลยว่าฉันประเมิน Buried ต่ำไป ขอโทษด้วยจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรครับ หนังจะได้ฉายก็เพราะคุณช่วยด้วยเหมือนกัน”
“ฮ่าฮ่า อย่าให้เครดิตฉันนักเลย ความดีความชอบเป็นของนายล้วน ๆ นายเป็นคนยืนยันจะฉายหนังเรื่องนี้ให้ได้ ใครห้ามก็ไม่ฟัง ตอนนั้นฉันกับวิลเลียมยังคิดว่านายบ้า ต้องเจ็บตัวแน่ ๆ แต่ตอนนี้...ตัวเลขมันฟ้องว่านายคิดถูก Buried มีแววจะเป็นหนังทำเงินจริง ๆ”
“ผมแค่ลองเสี่ยงดู แล้วโชคดีที่มันได้ผล”
“ใช่เลย ยินดีด้วย!”
หลังวางสาย ลิงก์ก็เดินเข้าไปในโรงภาพยนตร์ United Theater สาขาชิคาโก เพื่อร่วมกิจกรรมโร้ดโชว์โปรโมตภาพยนตร์
เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง เพราะผลงานเปิดตัวดี “Buried” จึงขยายการฉายไปยังโรงหนัง 116 แห่งทั่วทั้งอเมริกาเหนือ
นอกจาก 28 โรงในเครือ United Theaters แล้ว ก็ยังมีอีก 88 โรงในเครือ United Artists Theaters รวมแล้วกว่า 2,600 จอ
ทางเครือโรงหนังก็เริ่มผลักดันการโปรโมตหนักขึ้น จัดกิจกรรมทั่วสหรัฐและแคนาดา ข้ามเมืองแล้วข้ามเมืองอีก
ลิงก์แทบไม่มีวันหยุด อยู่บนถนนบ้าง อยู่บนเวทีบ้าง
แต่เขาก็ไม่บ่น เพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็มีคนอยากฟัง ต่างจากตอนก่อนหนังฉาย ที่เขาต้องวิ่งตามนักข่าวแบบเหนื่อยเปล่า
เมื่อฉายใน 116 โรงครบหนึ่งสัปดาห์ รายได้เพิ่มอีก 3.895 ล้านเหรียญ ขึ้นเป็นอันดับ 4 ของหนังทำเงินประจำสัปดาห์
เป็นรองเพียงหนังอีโรติก Basic Instinct หนังคอมเมดี้กีฬา White Men Can’t Jump และ The Hand That Rocks the Cradle
รายได้แซง Chaplin ไปถึง 230,000 เหรียญ
ภาพยนตร์ทุนสร้างแค่ 2 หมื่นเหรียญ กลับทำรายได้แซงหนังทุน 15 ล้านที่มี “โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” แสดงนำเลยด้วยซ้ำ
เรื่องนี้จุดกระแสถกเถียงในวงการอย่างรุนแรง
เมื่อรวมกับรายได้ก่อนหน้า ตอนนี้ “Buried” ทำเงินสะสมทะลุ 6.05 ล้านเหรียญแล้ว
“6 ล้านกว่าเหรียญ? เป็นไปได้ยังไง!? หนังห่วยแบบนี้คนดูเยอะได้ยังไงกัน! คนพวกนี้ไม่ใช้สมองรึไง!”
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ขมวดคิ้ว ปาม้วนหนังสือพิมพ์ลงพื้นอย่างหงุดหงิด
“ในแง่คุณภาพ อาจสู้ Chaplin ไม่ได้”
ผู้จัดการส่วนตัวของเขาอย่างจิมมี่ ริชชี่ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่มันสร้างกำไรเกินคาดด้วยทุนต่ำมาก ประเด็นมันร้อนแรงจนคนอยากดูขึ้นมา ส่งผลให้รายได้พุ่งกระฉูด”
“แปลว่าโดนปั่นกระแสสินะ งั้นบอกคาลล็อค พิคเจอร์สให้จัดงบโปรโมตเพิ่ม Chaplin ต้องไม่แพ้หนังทุนสองหมื่นห่วย ๆ แบบนี้เด็ดขาด!”
“ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ทันที”
“ฉายแค่สองสัปดาห์ ทำเงินตั้ง 6 ล้านเหรียญ? หนังหนักขนาดนั้นคนยังดูอีกเหรอ?”
ในอพาร์ตเมนต์ย่านซันเซ็ต บูเลอวาร์ด เบเวอร์ลี่ ฮิลส์ “เควนติน” พลิกหน้าหนังสือพิมพ์ไปมาด้วยสีหน้าตกตะลึง
เขาเคยดู “Buried” ในมุมมองสายอาชีพ ถือว่าหนังดี แต่ฉากมันเดิม ๆ เนื้อหาหนักหน่วง และพระเอกก็เป็นคนเอเชีย
จะเอาแบบนี้มาฉายในอเมริกาแล้วได้เรตติ้งดีเนี่ยนะ?
“Reservoir Dogs” ของเขาฉายมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ยังทำเงินทั่วโลกได้แค่ 2.2 ล้านเหรียญ จากทุน 1.2 ล้าน เรียกว่าเจ๊งนิดหน่อย
โชคดีที่ยอดขายวิดีโอเทปดี เขากับบริษัทถึงไม่ขาดทุน
ส่วน “Buried” ลงทุนแค่ 2 หมื่น พอฉายแค่สองอาทิตย์ ทำเงินไป 6 ล้านกว่า
ผลตอบแทนมากกว่า 300 เท่า
บ้าไปแล้ว
“อาจเป็นพวกเรานี่แหละที่ประเมินผิด คนดูเขาชอบอะไรที่แปลกใหม่แบบนี้ก็ได้”
โปรดิวเซอร์คู่หู “ลอว์เรนซ์ แบนด์” พูดพลางกวาดตามองรีวิวในหน้าหนังสือพิมพ์
“ลิงก์มันโชคดีชะมัด”
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
มือถือบนโต๊ะดังขึ้น เควนตินหยิบมาดู เป็นสายจาก “ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน”
เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะโทรมาทำไม
“เควนติน นายบอกว่ารู้จักลิงก์ใช่มั้ย?”
“ใช่ อยู่หมู่บ้านเดียวกันก่อนฉันจะย้ายบ้าน”
“ฉันอยากเจอตัวเขา ช่วยติดต่อให้ทีได้มั้ย?”
“ว่าไงนะ? คุณสนใจ Buried ? จำได้ว่าคุณเคยบอกว่าหนังนี่ไม่มีทางทำเงินได้นี่?”
“เวรเอ๊ย อย่าขุดอดีตดิ ใคร ๆ ก็เคยตาถั่วได้ทั้งนั้นแหละ!”
“ฮ่าฮ่า ได้ ๆ ฉันช่วยถามให้ก็ได้ แต่ช่วงนี้เขาออกโร้ดโชว์ตลอด อาจว่างยากหน่อย”
“ลองถามดูว่าเขายังถือสิทธิ์จัดจำหน่ายอยู่มั้ย ถ้ายัง ฉันอยากซื้อลิขสิทธิ์แพง ๆ เลย”
“รับแซ่บ เดี๋ยวแจ้งให้เขารู้”
พอวางสาย เควนตินก็ยักไหล่
“เห็นมั้ย ไม่ใช่แค่ฉันที่ดูพลาด ฮาร์วีย์ก็เหมือนกัน ไม่มีใครคิดหรอกว่า Buried ที่ลงทุนแค่สองหมื่นจะทำเงินระดับนี้ได้ มันกลายเป็นปรากฏการณ์ไปแล้ว”
“ลิงก์นี่มันตัวจริง”
ลอว์เรนซ์ แบนด์ ถึงกับยกนิ้วให้
“6.05 ล้านเหรียญ? 300 เท่าของทุนสร้าง? ฉันตาถั่วขนาดนั้นเลย?”
ในออฟฟิศของประธานบริษัท New Line Cinema บนถนนฮอลลีวูด
“โรเบิร์ต เชย์” จ้องตัวเลขในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยสีหน้าตึงเครียด
เขาจำได้ดี วันที่ลิงก์ยื่นแผ่นหนังมาให้ลองดู ที่หน้าตึกบริษัท
เจอแบบนั้นบ่อยจนชิน แต่สิ่งที่ต่างจากคนอื่นก็คือความมั่นใจในแววตาของลิงก์
มันไม่เหมือนพวกผู้กำกับที่เอาแต่นอบน้อมเลยสักนิดเดียว
เพราะแบบนั้น เขาถึงยอมรับแผ่นหนังไว้ก่อนขึ้นรถ
แต่พอดูจบ เขาก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ หนังทั้งเรื่องมีแค่พระเอกคนเดียว ฉากเดียว แถมยังพูดเรื่อง “ต่อต้านสงคราม” แบบซีเรียสอีกต่างหาก
ที่สำคัญคือพระเอกก็ยังเป็นคนเอเชียอีก
เขากับหัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายเห็นตรงกันว่า หนังแบบนี้ไม่มีจุดขาย คนทั่วไปไม่สนใจ เสี่ยงขาดทุน ไม่ควรลงทุนซื้อสิทธิ์
หลังจากปฏิเสธลิงก์ เขาก็ได้ยินมาว่าอีกฝ่ายไปเคาะประตูอีกกว่า 20 บริษัท แต่โดนปฏิเสธหมด
เขาก็เลยมั่นใจขึ้นไปอีก ว่าตัวเองตัดสินใจถูก
ใครจะไปคิด ว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ลิงก์จะเอาหนังไปฉายเองแบบอินดี้ ทำกระแสขึ้นมาได้ จนได้ฉายในวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ยอดทะลุ 6 ล้าน ภายในแค่สองสัปดาห์
ผลตอบแทนมากถึง 300 เท่า และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก
ตัวเลขนี่เหมือนตบหน้าดังเพียะ
เพียะ!
เหมือนฝ่ามือที่ตบหน้าทั้งเขา ฮาร์วีย์ และเหล่าผู้บริหารหนังอีกเป็นแถบ
พวกเขาคือคนที่ดูหนังไม่ออก เห็นเพชรเป็นกรวด
เรื่องนี้ในอนาคตอาจกลายเป็นตำนานวงการที่เอาไว้ล้อกันเล่น
“เฮ้อ แก่แล้วสินะ ตาถั่วซะจริง”
โรเบิร์ต เชย์ ลูบหน้าตัวเองเบา ๆ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์สั่งให้ฝ่ายจัดจำหน่ายติดต่อหาลิงก์ เพื่อสอบถามว่าเขายังถือสิทธิ์หนังอยู่หรือเปล่า
แม้ลิงก์จะมีสัญญาฉายร่วมกับเครือโรงหนัง แต่โรงภาพยนตร์ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการโปรโมตเท่าบริษัทจัดจำหน่าย แถมงบก็จำกัด
เพื่อเลี่ยงความเสี่ยง โรงหนังจะเลือกฉายแบบจำกัดรอบ อาจยืดเยื้อไปเป็นปี
แต่ถ้าอยากให้รายได้พุ่งอีก การร่วมมือกับบริษัทจัดจำหน่ายคือทางเลือกที่ดีที่สุด
โรเบิร์ตไม่แน่ใจว่าลิงก์จะตกลงรึเปล่า แต่ก็อยากลองดู
ถ้าได้สิทธิ์มา New Line ก็จะได้ประโยชน์จากหนังทำเงินเรื่องนี้ด้วย
และที่สำคัญ ลิงก์เองก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้กำกับที่มีทั้งฝีมือและอนาคตสดใส
ควรค่าที่จะสร้างสัมพันธ์ระยะยาว