- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- บทที่ 12 โอกาสดี
บทที่ 12 โอกาสดี
บทที่ 12 โอกาสดี
ดวงอาทิตย์กำลังลับฟ้า ขณะที่ลินค์กำลังเดินทอดน่องไปตามถนนยามเย็น แสงไฟนีออนสีสันสดใสหน้าเหล่าบาร์กับคลับเต้นรำสว่างไสวอยู่ริมทาง ยอดต้นปาล์มไหวเอนไปมากับสายลมยามค่ำคืน ทำให้บรรยากาศในคืนนี้ดูต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ราวกับโลกทั้งใบดูรื่นรมย์ขึ้นอย่างประหลาด
หลังจากถูกเจอโรม เพรสตันเรียกคุยที่โรงหนัง ทั้งคู่ก็ไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารจีนในห้าง และพูดคุยเรื่องการจัดจำหน่ายหนัง
เจอโรมบอกว่า ภายใต้ขอบเขตอำนาจของเขา เขาสามารถช่วยจัดให้ Buried ได้ฉายในสองโรง พร้อมรอบฉายวันละห้ารอบขึ้นไป
นอกจากนี้ยังสามารถช่วยติดต่อผู้จัดการโรงหนังอื่น ๆ ให้พยายามจัดรอบฉายเพิ่มขึ้นเท่าที่จะทำได้ แล้วให้ลินค์รอฟังข่าว
ถ้าทุกอย่างราบรื่น หนังเรื่องนี้ก็มีแววจะได้ออกฉายในเร็ววัน
แต่โลกแห่งความจริงไม่ใช่ความฝัน หลายอย่างมันยากกว่าที่คิดมาก โดยเฉพาะก่อนจะมีรายได้จากตั๋วหนัง ทุกขั้นตอนต้องระวังให้ถึงที่สุด
“เฮ้ ลินค์ หายหัวไปไหนมา?”
ลินค์กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์วัยรุ่นที่ถนนลิตเติ้ลเบิร์ด เจอกลุ่มหนุ่มสาวกำลังปาร์ตี้กันอยู่บนสนามหญ้าหน้าอาคารหมายเลข 10
เพลงดังสนั่น กล่องเบียร์กับน้ำอัดลมวางระเกะระกะบนพื้น หนุ่มสาวในชุดบางเบาเต้นกันอย่างเมามัน แถมยังมีลีลายั่วยวนแบบไม่แคร์ใคร เล่นเอาคนรอบข้างส่งเสียงโห่ร้องกันลั่น
คริส บอล์เปลือยท่อนบน โชว์กล้ามแน่น ๆ ขณะเต้นอยู่กลางวง พอเห็นลินค์เดินผ่านมา ก็หยุดทักขึ้น
“ไปดูหนังมา พึ่งกลับจากโรงพอดี”
“ไปคนเดียวเหรอ หรือพาสาวผมบลอนด์คนนั้นไปด้วย?”
เอริค หนุ่มรอยสักแขนลายดอกไม้ที่กำลังกอดสาวในชุดน้อยชิ้น หัวเราะพลางแซว
“สาวผมบลอนด์อะไร?”
“ลินค์มีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพวกเราถึงไม่รู้เรื่อง?”
คริสกับคนรอบข้างพากันงง
“ฮ่า ๆ พวกนายไม่ได้เห็นเหรอ ไม่กี่วันก่อน ลินค์พาผู้หญิงผมบลอนด์กลับมาค้างที่นี่ ใส่สูทผู้หญิง เรียบร้อยแบบสาวออฟฟิศน่ะแหละ หน้าตาดูฉลาด อายุน่าจะสามสิบกว่า ไม่อยากจะพูดนะลินค์ แต่รสนิยมของนายนี่...ไม่ธรรมดาเลย”
เอริคหัวเราะอย่างมีเลศนัย
“ว้าว ลินค์ นายชอบผู้หญิงรุ่นพี่เหรอ?”
“อย่างนี้นี่เอง ถึงไม่สนลิเลียนกับเจนนิเฟอร์!”
“โคตรเท่เลยว่ะ ลินค์!”
เสียงแซวลั่นสนั่นสนามหญ้า
“เฮ้ ทุกคน เต้นดีขนาดนี้ อย่าหยุดสิ หวังว่าฉันไม่ได้ขัดจังหวะพวกนายใช่ไหม?”
ลินค์ยกขวดเบียร์ขึ้นให้เป็นเชิงทักทาย
“มาเต้นด้วยกันเลยลินค์ นายไม่ใช่พวกโดดเดี่ยวประจำแอลเอสักหน่อย จะเก็บตัวอยู่คนเดียวไปถึงไหน!”
คริสโอบไหล่เขา ดันเข้าไปในวง
สุดท้ายลินค์ก็ต้องขยับตัวไปตามจังหวะดนตรี โยกแบบมั่ว ๆ ไปกับเพลงดิสโก้
อากาศร้อน ๆ กับบรรยากาศคึกคักทำเอาเหงื่อซึมไม่ถึงห้านาที
“ลินค์ วันนี้มีสาวใหม่ย้ายเข้าอาคาร 13 หุ่นแซ่บใช้ได้เลย แถมดูโตกว่าพวกเรานิดหน่อย นายชอบแนวรุ่นพี่ไม่ใช่เหรอ ลองจีบดูสิ”
คริสหัวเราะพร้อมยักคิ้วให้
“ไม่ใช่แค่อายุนะ นี่ก็ใหญ่ นี่ก็ใหญ่...”
เอริคทำท่าลูบอกลูบก้นตัวเอง หัวเราะลามกอย่างเมามัน
“ลืมไปเหอะ เธอสวยก็จริง แต่หยิ่งสุด ๆ ท่าทางยังกะเจ้าหญิง มีคนทักก็ไม่สนใจ เรา ๆ นี่ไม่มีทางจีบติดหรอก”
อีกคนโพล่งขึ้นมา
“ช่างเหอะ ฉันยุ่งจะตาย ไหนจะงาน ไหนจะหนัง ไม่มีเวลาจีบใครหรอก พวกนายเต้นต่อเถอะ ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อน”
ลินค์กระดกเบียร์เบา ๆ ฮัมเพลงใหม่ของไมเคิล แจ็คสัน Dangerous ขณะเดินกลับอาคาร 13
ตอนเดินขึ้นชั้นสาม เขาได้กลิ่นน้ำหอมลอยมาแตะจมูก หอมแรงแต่สดชื่น คล้ายกุหลาบปนส้ม รู้เลยว่ามาจากผู้หญิงแน่นอน
พอเลี้ยวถึงชั้นสาม เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินนำอยู่ข้างหน้า ใส่ชุดเดรสแขนกุด หุ่นดีเอาเรื่อง เอวบาง สะโพกผาย
เธอถือถุงช้อปปิ้งจากคอสต์โก ตอนขึ้นบันไดแขนออกแรงพยุงตัว ทำให้สะโพกขยับไปมาชัดเจน ยิ่งในแสงสลัว ๆ ยิ่งดูน่ามอง
เธอเดินไปที่ห้องฝั่งขวาของชั้นสาม เสียงรองเท้าส้นกลางกระทบพื้นดังก้อง
บรรยากาศเหมือนหลุดมาจากหนังทริลเลอร์
ลินค์แสยะยิ้มบาง ๆ เดินต่อขึ้นไปชั้นสี่
หลังอาบน้ำเสร็จ เขาเปลี่ยนเป็นชุดนอนหลวม ๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยแพลงก์สามนาทีบนพื้นไม้ แล้วเอนตัวลงบนเตียง ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เรื่อยเปื่อยจนหลับไป
—
“ยินดีต้อนรับครับ!”
“ขอน้ำมะนาวโซดาหนึ่งแก้ว กับเบอร์เกอร์ไก่ใส่ผักอันนึงค่ะ”
“ได้เลยครับ คุณมอร์ รอสักครู่นะครับ!”
ช่วงสาย ลินค์หยิบเบอร์เกอร์ไก่ออกจากครัว เทน้ำมะนาวใส่แก้ว แล้วนำไปให้ลูกค้า
หลังจากลูกค้าเดินออกไป คริสบัลก็เดินมาสะกิดแขนเขาแล้วชี้ตามหลังหญิงสาวอย่างตื่นเต้น
“ลินค์! คนเมื่อกี้คือคุณจูเลียน มอร์ใช่มั้ย! ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะมาซื้อเบอร์เกอร์ที่นี่ด้วยตัวเอง!”
“ดาราก็คนเหมือนกัน แวะมาซื้อของกินก็ไม่แปลกอะไร”
ลินค์ยักไหล่ก่อนจะหยิบผ้ามาเช็ดเคาน์เตอร์
คนที่มาเมื่อกี้แน่นอนว่าเป็น จูเลียน มอร์ ดาราชื่อดังที่เพิ่งแจ้งเกิดจากบทเพื่อนนางเอกในหนังเขย่าขวัญ The Hand That Rocks the Cradle (มือคู่นี้เลี้ยงเป็นเลี้ยงตาย)
ด้วยฝีมือการแสดงกับหน้าตาที่โดดเด่น เธอเริ่มมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงสหรัฐ
กลายเป็นนักแสดงหญิงที่เป็นที่รู้จักพอสมควร
แต่การทำงานในฮอลลีวูด โอกาสเจอดารามีได้บ่อย โดยเฉพาะพวกที่ยังไม่ดังมาก
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ลินค์เจอนักแสดงหน้าใหม่ในกองถ่ายเยอะจนชิน
“ได้ยินมาว่า จูเลียน มอร์ ก็เคยเป็นพนักงานเสิร์ฟมาก่อนเหมือนกัน
ต้องสู้ดิ้นรนในวงการถึงเจ็ดแปดปีกว่าจะเริ่มดัง ฉันอยากมีเส้นทางแบบเธอบ้างจัง”
คริสพูดอย่างมีความหวัง
“ฝันไปเถอะ จูเลียน มอร์ ทั้งสวยทั้งแสดงเก่ง นายสู้ได้เหรอ?”
ไมเคิล พนักงานอีกคนพูดสวน
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันมีกล้าม! นายมีมั้ย?”
คริสชูแขน โชว์ลูกหนูอย่างภาคภูมิ
“แต่ฉันสูงกว่า!”
“เวรเอ๊ย! อย่ามาแขวะเรื่องส่วนสูงได้มั้ย!”
ระหว่างที่สองคนเถียงกัน ลินค์ก็ส่งลูกค้าอีกรายจนเสร็จ แล้วได้ยินเสียงบี๊บ ๆ จากเพจเจอร์ในกระเป๋า พอหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเบอร์ของเจอโรม เพรสตัน
ลินค์บอกคริสไว้ แล้วรีบเดินไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะริมถนน
เจอโรมบอกเขาว่า ตอนนี้เขาหาโรงหนังให้อีกแห่งหนึ่งได้ เป็นโรงหนังแนวอาร์ตในเมืองเบอร์แบงก์ มีทั้งหมดสิบโรง เน้นฉายหนังอินดี้ทุนต่ำ
ช่วงก่อนโรงกำลังปรับปรุง พอเสร็จเร็วกว่าแผนไปไม่กี่วันเลยมีช่องว่างหนึ่งสัปดาห์ที่ยังไม่มีหนังเข้าฉาย
ผู้จัดการที่นั่นยอมให้ Buried เข้าโรงได้ แต่มีเงื่อนไขคือลินค์ต้องจ่ายเงินมัดจำ 30,000 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยง
“ลินค์ สามหมื่นน่าจะไหวนะ ถ้าหนังทำเงินได้ดี เขาก็จะคืนเงินให้นายหลังจบรอบฉาย เป็นข่าวดีใช่ไหมล่ะ?”
เจอโรมพูดอย่างอารมณ์ดี
“…แต่ฉันไม่มีเงินเลยแม้แต่ร้อยเหรียญ”
ลินค์กัดฟันตอบ
“อย่าบอกนะว่านี่พูดจริง นายสร้างหนังยาวตั้งเก้าสิบนาทีได้ แล้วไม่มีเงินสามหมื่นเนี่ยนะ?”
“ฉันทุ่มหมดหน้าตักกับหนังเรื่องนี้แล้ว”
“…สุดยอด นายมันโคตรบ้า เอาเถอะ ถ้าไม่มีมัดจำ ก็ยกเลิกโรงนั้นไปตามระเบียบ โรงหนังในห้างจะยังฉายให้สองโรง รอบรวมกันราวสิบหกรอบในสามวัน พวก AMC ที่เพอร์ชิงสแควร์ กับฝั่งมหา’ลัย USC ก็ช่วยจัดให้ได้สามโรง รวมแล้วประมาณยี่สิบรอบ
แต่รอบจะกระจายหน่อยนะ นายต้องเข้าใจไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่มีปัญหาทีหลังเรื่องตัวเลขรายได้”
ลินค์เองก็คิดถึงจุดนี้เหมือนกัน เพราะเขาไม่ใช่บริษัทจัดจำหน่าย ไม่มีทีมคอยเก็บข้อมูล ถ้าหนังฉายพร้อมกันหลายโรง ก็คงยากจะรวมยอดรายได้ให้แม่นยำ
และถ้าไม่มีสถิติชัดเจน ก็ยิ่งยากจะไปเตะตาใครในวงการจัดจำหน่ายหรือโรงภาพยนตร์
“เจอโรม แล้วโรงที่ว่างอยู่หนึ่งอาทิตย์นั่น วันไหนถึงวันไหน?”
“ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 22!”
ตอนนี้คือวันที่ 10 เหลือเวลาอีกแค่ห้าวัน
จะไปหาเงินสามหมื่นในห้าวันได้ยังไง?
แต่นี่มันเป็นโอกาสที่ดี ถ้าปล่อยหลุดไปก็น่าเสียดาย
“เจอโรม ให้เวลาฉันห้าวัน ถ้าฉันหาเงินไม่ทัน ก็ค่อยกลับไปแผนเดิม ฉายกระจายสามวัน”
“โอเค ฉันจะรอฟังข่าวดีจากนาย”
ลินค์วางสาย ถอนหายใจ กดนิ้วนวดหัวคิ้วเบา ๆ เดิมคิดว่าการฉาย Buried น่าจะลงตัวแล้ว กลับกลายเป็นว่า…
พอไม่มีเงินนี่จะทำอะไรมันก็ยากไปหมดจริง ๆ