- หน้าแรก
- ตาซ้ายหยินหยาง
- บทที่ 9 ตามรังควาน
บทที่ 9 ตามรังควาน
บทที่ 9 ตามรังควาน
บทที่ 9
“เสี่ยวฉาง ตื่นสิ ตื่นเร็ว!”
จู่ ๆ ไป๋อู๋ฉางก็ได้ยินเสียงเฉียงจื่อร้องเรียก ไป๋อู๋ฉางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก ก็พบว่าตนเองยังคงนอนอยู่บนเตียงในบ้านย่า ผ้าห่มก็ไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัวทั้งตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เฉียงจื่อที่เห็นไป๋อู๋ฉางตื่นขึ้นมาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่พลันคลายลง ส่วนชิงหมิงยืนอยู่ข้าง ๆ กำลังกุมมือของตนเอง ทำหน้าเจ็บแปล๊บ ๆ ถลึงตาใส่ไป๋อู๋ฉาง เขาล่ะเพิ่งเคยเห็นชิงหมิงทำสีหน้าจริงจังขนาดนี้ เลยแอบหัวเราะออกมา
“เมื่อกี้ฉันฝันว่ามีผีสาวชุดกี่เผ้ามาจับไหล่ฉันไว้”
ไป๋อู๋ฉางนั่งตัวตรงขึ้นมา ตัวทั้งตัวเหนียวเหนอะหนะ แม้แต่ผมก็เปียกไปหมด
“ผีสาวงั้นเรอะ? หึ หล่อนคงมีความแค้นกับนายล่ะสิ แต่ฉันผิดอะไรถึงต้องมารับเคราะห์แทด้วยเล่า?”
ชิงหมิงเดินมาข้างหน้าไป๋อู๋ฉาง แล้วยื่นฝ่ามือเรียวยาวออกมา บนหลังมือมีรอยข่วนหลายรอย ดูแล้วน่ากลัวสุด ๆ ไป๋อู๋ฉางพลันเข้าใจทันที ความรู้สึกตอนถูกจับไหล่ในฝันเมื่อครู่นั้น ที่แท้ก็เป็นชิงหมิงนี่เอง
“เดิมทีก็ใกล้เวลาร่ำไห้เรียกวิญญาณอยู่แล้ว นายยังไม่โผล่มา ชิงหมิงเลยถามพี่ว่านายอยู่ไหน พี่ก็พึ่งนึกออกว่านายยังอยู่ที่นี่ โทรหานายก็ไม่รับ พี่กับชิงหมิงเลยรีบมาดู พอเห็นนายร้องลั่นอยู่บนเตียง แต่ยังไงก็ปลุกไม่ตื่น พี่ตกใจแทบตาย ดีที่ชิงหมิงยื่นมือไปตบเรียกนาย แต่นายกลับดิ้นพล่าน ข่วนไม่ยั้ง เกือบจะถูกกัดเข้าให้ ดีที่ชิงหมิง
กดนายไว้แน่นถึงได้ปลุกขึ้นมาได้”
เฉียงจื่อหยิบเสื้อผ้าจากกระเป๋าเดินทางให้ไป๋อู๋ฉางเปลี่ยน
ไป๋อู๋ฉางจ้องมองแขนขาว ๆ ของชิงหมิงที่แม้แต่ปลายแขนเสื้อก็โดนเขาฉีกขาด รอยข่วนก็ดูเหมือนจะเริ่มตกสะเก็ดแล้ว ไป๋อู๋ฉางรีบกล่าวขอโทษอย่างจริงใจสุด ๆ แต่ไม่คิดว่าเจ้าหมอนั่นจะไม่ใส่ใจอะไร แถมยังมองไป๋อู๋ฉางนิ่ง ๆ แล้วพูดว่า:
“ยังจะยืนเซ่ออะไรอยู่อีก รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว เดี๋ยวเสียฤกษ์ขึ้นมา มีหวังโดนเล่นแน่!”
“เฮ้อ! ดีที่ชิงหมิงเตือน ไม่งั้นไป๋อู๋ฉางลืมไปเลย เขาต้องรีบไปแล้ว อีกเดี๋ยวพิธีร้องเรียกวิญญาณจะเริ่มแล้ว เสี่ยวฉาง นายเดินตามชิงหมิงไปดี ๆ อย่าหนีไปไหนล่ะ แล้วก็อย่าลืมดื่มของนั่นด้วยนะ”
เฉียงจื่อเหมือนนึกอะไรสำคัญขึ้นมาได้ ก็ตบหน้าผากตัวเองทีหนึ่ง พูดฝากฝังไป๋อู๋ฉางไม่กี่ประโยคก่อนรีบออกจากบ้านย่า ปล่อยให้ไป๋อู๋ฉางกับชิงหมิงอยู่ในห้องกันตามลำพัง
ชิงหมิงนั่งดื่มชาอยู่ข้าง ๆ ส่วนไป๋อู๋ฉางก็กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ทันใดนั้นก็มีลมเย็นจัดพัดวูบเข้ามา ความร้อนจากตาซ้ายก็ปะทุขึ้นมาอีก ไป๋อู๋ฉางใจเต้นพลัน อุทานในใจว่า "ซวยแล้ว!" อยากจะเรียกชิงหมิง แต่พออ้าปากกลับไม่มีเสียงหลุดออกมาแม้แต่นิด เหมือนคนเป็นใบ้ก็ไม่ปาน
ทันใดนั้น ไป๋อู๋ฉางรู้สึกได้ถึงฝ่ามือหนึ่งวางลงบนไหล่ของเขาอย่างช้า ๆ ราวกับมีก้อนน้ำแข็งมาประคบที่หัวไหล่ซ้าย ทำเอาไป๋อู๋ฉางหนาวจนสั่นสะท้าน
ฝ่ามือนั้นค่อย ๆ ลูบไล้จากไหล่มาด้านหน้าของไป๋อู๋ฉาง
เหี้ย… มันจะเอาไงกันแน่เนี่ย!? เล่นแบบนี้ไม่เอานะเฟ้ย!
ผิวหนังตรงที่ฝ่ามือลูบผ่าน ขนลุกตั้งชันหมด แล้วมันก็มาหยุดที่หน้าอกซ้ายของไป๋อู๋ฉางไม่ยอมขยับ ไป๋อู๋ฉางนั่งแข็งทื่ออยู่บนเตียง กลั้นหายใจทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจกำลังกรีดร้องเรียกชิงหมิงอย่างสุดเสียง
“ฮัดเช้ย!!”
ชิงหมิงจู่ ๆ ก็จามเสียงดัง แล้วหันกลับมาทันที เขามองไป๋อู๋ฉางแวบหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาก็ฉับพลันเปลี่ยนเป็นมืดดำ
“ฉันถามจริง ๆ เถอะ คุณผีสาว เธอชอบเขาตรงไหนกัน? ตัวก็ผอมบางเป็นโครงกระดูกแบบนั้น เธอไม่กลัวโดนเขาข่วนเข้าให้เรอะ?”
พอได้ยินคำพูดของชิงหมิง ไป๋อู๋ฉางก็ทั้งขำทั้งอยากร้องไห้ออกมา ในเวลาคับขันแบบนี้ ยังมีหน้ามาแซะเขาอีกเรอะ! เขาน่ะอยากให้ชิงหมิงลงมือจัดการเร็ว ๆ จะดีกว่า
ไป๋อู๋ฉางรู้สึกได้ว่าฝ่ามือนั้นเริ่มถอยห่างออกจากเขาเล็กน้อย แล้วไป๋อู๋ฉางก็ขยับตัวได้แล้วอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนคำพูดของชิงหมิงจะดึงดูดความสนใจของผีสาวที่อยู่ด้านหลังไป๋อู๋ฉางได้ ไป๋อู๋ฉางสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง จากนั้นก็ม้วนตัวกลิ้งลงจากเตียง เกือบได้ท่าหมาเลียพื้นอยู่แล้ว โชคดีที่ชิงหมิงคว้าไป๋อู๋ฉางไว้ทัน ความเย็นยะเยือกที่เกาะติดตัวก็เหมือนจะจางลงไปทันที ไป๋อู๋ฉางหันกลับไปมองเจ้าของฝ่ามือนั้น แล้วก็แทบจะอ๊วกออกมา
ก็ยังเป็นผีสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงตัวเดิมนั่นแหละ แต่ตอนนี้สภาพของเธอเปลี่ยนไปแบบคนละคน ผมสีดำสนิทของเธอแผ่ปกคลุมไปทั่วเตียง เส้นผมนั้นค่อย ๆ ขยับไหวราวกับอสรพิษสีดำ ใบหน้าของเธอถูกปิดด้วยผมเกือบหมด เผยให้เห็นแค่บางส่วนที่เป็นเนื้อเน่าหลุดลอก ดวงตาบวมเป่งจนแทบจะถลนออกจากเบ้า จู่ ๆ ก็มีหนอนแมลงวันไต่เลื้อยออกมาจากเบ้าตา พร้อมกับที่ลูกตานั้นหล่นลงมาปึง! ตกอยู่บนพื้น กลวงโบ๋เผยให้เห็นเนื้อเน่าภายในตา
เธอยิ้มให้ไป๋อู๋ฉาง แต่ปากนั้นกลับสำลักเลือดสดออกมาอีก ไป๋อู๋ฉางหันไปมองฝ่ามือของเธอ ก็เห็นหนอนดำ ๆ ไต่ทะลักออกมาจากหลังมือทีละตัว ทีนี้ไป๋อู๋ฉางแทบจะอยากร้องออกมา
เวรเอ๊ย! ไอ้มือที่เต็มไปด้วยหนอนดำเน่าบูดนี่น่ะเรอะที่มาจับตัวเขา!?
“ข้าหาเจ้าจนเจอแล้วนะ~”
ผีสาวในชุดกี่เผ้าแสยะยิ้มกว้าง เนื้อเน่าบนใบหน้าของเธอถึงกับหล่นลงมาเป็นแผ่น ๆ ไป๋อู๋ฉางทนไม่ไหวแล้วถึงกับสะอึกสะอื้นอาเจียนแห้ง ๆ อยู่ในใจก็สบถด่าผีสาว! ฉันไม่รู้จักเธอเลยแม้แต่น้อย! มาตามฉันทำไม!? ข้าง ๆ นี่ยังมีหนุ่มหล่ออย่างชิงหมิงอยู่นะ เชิญไปหาเขาแทนเถอะ!
ชิงหมิงตบหลังไป๋อู๋ฉางเบา ๆ แล้วกล่าวว่า:
“ฉันก็มองเห็นเธอแล้วเหมือนกัน เธอก็มาหาฉันแทนเถอะ และถ้ายังไม่ไปอีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
แววตาของชิงหมิงตอนที่มองผีสาวในชุดกี่เผ้านั้นดำสนิทไร้แวว สีหน้าเย็นชาจนน่าขนลุก ไป๋อู๋ฉางเผลอจ้องตาเขาแล้วรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“เจ้า... อย่ามายุ่งเรื่องนี้ เจ้านี่น่ะ... มันไม่ควรเกิดมาบนโลกนี้แต่แรกอยู่แล้ว!”
เสียงเย็นยะเยือกของผีสาวในชุดกี่เผ้าดังขึ้นจากปากที่ขยับช้า ๆ
เธอรู้ได้ยังไงว่าไป๋อู๋ฉางไม่ควรเกิดมา? ไป๋อู๋ฉางจำได้ว่าแม่เขาเคยพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน…
“เธอคือใครกันแน่ ไม่สิใครที่อยู่เบื้องหลังเธอกันแน่ เธอรู้ใช่มั้ยว่าวันนี้ฉันจะกลับมา? เป็นเพราะลุงสามของฉันสั่งเธอให้มารึเปล่า!?”
เมื่อรู้สึกตัวอบอุ่นขึ้น ไป๋อู๋ฉางก็ลุกขึ้นยืนฝืนถามออกไป ถึงจะขยะแขยงผีสาวนี่สุด ๆ แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับชีวิตของลุงเล็ก ไป๋อู๋ฉางจะถอยไม่ได้
“เจ้าเข้ามาหาข้าสิ แล้วข้าจะบอกเจ้า”
ผีสาวชุดกี่เผ้าโบกมือเรียกไป๋อู๋ฉาง... บ้าแล้ว! เธอจะให้ฉันเดินไปหางั้นเรอะ!? ถ้าจะฆ่ากันก็เชิญเลย!
ไป๋อู๋ฉางรีบคว้ามือชิงหมิงแน่นแล้วหลับตาปี๋
“ฟ้าดินไพศาล สรรพสิ่งต้องสยบ วิญญาณร้าย... จงถอยไปซะ!”
เสียงเย็นยะเยือกประหนึ่งคำประกาศิตดังขึ้นข้างหูไป๋อู๋ฉาง เขายังไม่ทันได้มองให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ผีสาวในชุดกี่เผ้าที่นั่งอยู่บนเตียงก็อ้าปากค้าง ใบหน้าแสดงความตกใจสุดขีด จากนั้นก็กรีดร้องเสียงแหลมบาดหู แล้วสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
เนื้อเน่าที่หล่นลงมา หนอนดำที่ไต่เต็มพื้นทุกอย่างก็หายวับไปด้วย เหมือนกับว่าไม่เคยมีอยู่จริง
ชิงหมิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา มือของเขาไม่รู้ว่าไปหยิบยันต์สีทองมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ปากก็ร่ายอาคมไปด้วย ก่อนจะสะบัดยันต์ไปยังเตียงนั้น
ยันต์สีทองพลันลอยขึ้นกลางอากาศแล้วลุกไหม้ทันที ไฟลามไหม้จนยันต์นั้นกลายเป็นเถ้าถ่านไปก่อนที่จะตกถึงพื้น
แม้ว่าชิงหมิงจะช่วยชีวิตไป๋อู๋ฉางไว้อีกครั้งก็เถอะนะ แต่ถ้าเมื่อครู่นี้เขาเผาผ้านวมผ้าไหมของย่าไป๋อู๋ฉางจนไหม้ล่ะก็คงจะต้องโดนอัดสักหมัดให้เข็ดแน่ ๆ!
“เตียงนี้น่ะ เพิ่งถูกนังผีสาวสิงสู่ไป มันเต็มไปด้วยสิ่งอัปมงคล ฉันก็แค่ใช้ยันต์สะกดวิญญาณเพื่อขับไล่มันออกไป อย่าได้คิดมากไปล่ะ”
ชิงหมิงก้าวเร็ว ๆ มาข้างเตียง หยิบเสื้อผ้าขึ้นมายื่นให้ไป๋อู๋ฉาง แต่สายตากลับจ้องแน่วแน่ไปที่...หน้าอกข้างซ้ายของไป๋อู๋ฉางอย่างไม่ละสายตา