- หน้าแรก
- ตาซ้ายหยินหยาง
- บทที่ 8 ข้าเห็นเจ้า
บทที่ 8 ข้าเห็นเจ้า
บทที่ 8 ข้าเห็นเจ้า
บทที่ 8
“งั้นวันนี้ฉันจะกลับไปนอนบ้านย่า หนีจากที่นี่ หรือไม่ก็ให้พี่เฉียงจื่อไปนอนเป็นเพื่อน”
ไป๋อู๋ฉางรู้ดีว่าหากพลังหยางกล้าแกร่งพอ ผีจะไม่กล้าเข้าใกล้ นี่คือความรู้ขั้นพื้นฐาน
ที่ไป๋อู๋ฉางไม่ดื่ม “น้ำซุปสะกดวิญญาณ” นั้น ผลที่ตามมาก็ต้องยอมรับเอง
“นายเป็นเด็กหรือไง ยังต้องมีคนไปนอนเป็นเพื่อนอีก”
ไม่คิดเลยว่าชิงหมิงจะพูดออกมาแบบนี้ ไป๋อู๋ฉางแทบอยากจะตะบันหน้าเขาสักหมัด! ไป๋อู๋ฉางขบเขี้ยวฟันจ้องเขาด้วยสายตาเดือดดาล ใจในพลางสบถว่า นายสิถึงเป็นเด็ก ยังไม่หย่านม ฟันยังขึ้นไม่ครบ! ฉันนี่นะกำลังกลัวผี เข้าใจผิดหรือเปล่า!
“อ๊าาาาา……”
จู่ ๆ ลุงเล็กก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดขีด นักพรตยกกระดาษยันต์สีทองขึ้นมาตวัดไปมาในอากาศเหนือท้องของลุงเล็ก ท้องนั้นราวกับมีบางอย่างอยู่ภายใน เริ่มดิ้นไปมา เหมือนมีบางสิ่งพยายามจะออกมาแต่กลับติดขัดอยู่ภายใน ถึงจะอย่างนั้น ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้เลย
“ใครมันใจคอโหดเหี้ยมปานนี้ ให้เขาโดนคุณไสยจากดินยังไม่พอ ยังให้เขาต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก
ขณะที่เห็นนักพรตเหงื่อท่วมเต็มหน้าผาก ชิงหมิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก คิ้วดกหนาเป็นรูปใบมีดของเขาขมวดเข้าหากันแน่น
“นายหมายความว่า ลุงเล็กนอกจากจะพบเจอคุณไสยจากดินแล้ว ยังไปเจออย่างอื่นอีก?”
ไป๋อู๋ฉางถามด้วยใจตกตะลึง
“ในท้องมีผีเด็ก!”
ชิงหมิงแค่นเสียงตอบกลับมา
“ผีเด็ก!”
ไป๋อู๋ฉางแทบจะร้องลั่นออกมา แต่ชิงหมิงไวปานสายฟ้า รีบยกมือมาปิดปากไป๋อู๋ฉาง แล้วดึงตัวออกไปจากตรงนั้น ทุกคนคิดว่าเขากำลังเล่นหยอกล้อกันอยู่เท่านั้น จนกระทั่งพ้นจากศาลาบำเพ็ญกุศล มาอยู่มุมเงียบสงบ เขาถึงได้ปล่อยมือ
“นายมั่นใจว่าคือผีเด็ก? ไม่น่าใช่นะ ฉันเคยได้ยินย่าพูดว่า ผีเด็กจะเกิดได้ต้องมีคุณไสยผสานกับวิญญาณผี ถ้าเป็นจริงล่ะก็ แค่ให้พ้นสามวัน ผีเด็กจะถือกำเนิด ถึงมันจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่มันมีเรื่องแบบนี้อยู่จริง ในวินาทีสุดท้ายก่อนจะคลอด ผีเด็กจะดูดกินพลังชีวิตทั้งหมดของร่างเจ้าของ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถเกิดได้ วิญญาณผีที่ติดในท้องลุงเล็กจะไม่มีวันไปเกิด แถมยังทำให้ลุงเล็กตายอีกด้วย! เขาโดนเล่นงานเมื่อวานนี้เอง ถ้าไม่รีบจัดการ วันพรุ่งนี้ลุงเล็กก็ต้องตายแน่!”
ไป๋อู๋ฉางรู้สึกเย็นเฉียบไปทั้งตัว เหงื่อไหลไม่หยุด ย่ากลับไปเขาเอ๋อเหมยน่าจะมีเรื่องสำคัญถึงไม่กลับมาแม้จิ้วไว่กงจะสิ้น ไป๋อู๋ฉางต้องช่วยลุงเล็ก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม!
“ไม่เลวเลยนะ นายยังรู้เรื่องพวกนี้อีก แต่นายรู้หรือเปล่าว่าจะแก้อย่างไร?”
ชิงหมิงกอดอก มองไป๋อู๋ฉางอย่างกับมองคนโง่
“เอ่อ... แล้วจะทำไงดีล่ะ ฉันคงดูลุงเล็กตายเฉย ๆ ไม่ได้หรอก หรือท่านนักพรตจะช่วยได้?”
ไป๋อู๋ฉางถามขึ้น ถึงจะพอรู้เรื่องพวกนี้บ้าง แต่ฉันยังไม่ได้เข้าสายหยินหยางโดยแท้จริง จึงยังมีหลายอย่างที่ยังไม่เข้าใจ
“นักพรตน่ะ? เขาก็แค่พอจะแก้คุณไสยได้เล็กน้อย จะให้เขาแก้ผีเด็ก? ไม่มีทาง เขาไม่มีปัญญาขนาดนั้น ตอนนี้สิ่งที่เราต้องรู้ก็คือ ผีเด็กที่อยู่ในนั้นเป็นแค่วิญญาณเร่ร่อน หรือมีที่มาที่ไป ถ้าเรารู้ที่มา และวิญญาณนั่นยอมร่วมมือ การแก้จะง่ายยิ่งขึ้น พอช่วยผีได้เราก็จะได้กุศล แถมยังรู้ได้ด้วยว่าใครกันแน่ที่คิดร้ายต่อลุงเล็กนาย”
ชิงหมิงแย้มยิ้มเยือกเย็น พูดเสียงเบา
“แล้วจะเริ่มจากตรงไหนล่ะ?”
“ก็ต้องเริ่มจากตัวลุงเล็กสิ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ ต้องรอถึงเที่ยงคืน ในพิธีร้องไห้ส่งวิญญาณนั่นแหละ ถึงจะลงมือได้ นายนี่ดูเหนื่อยมากแล้ว ไปพักก่อนเถอะ ถึงเที่ยงคืนมีเรื่องใหญ่รออยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องลุงเล็ก แต่ยังมีวิญญาณผีสาวชุดกี่เผ้านั่นอีก ฉันคนเดียวรับมือไม่ไหวแน่”
ชิงหมิงมองไป๋อู๋ฉางด้วยสายตาเย็นเยียบเอ่ยขึ้น
“อืม ว่าแต่ นายเองก็มี ‘ตาหยินหยาง’ ใช่มั้ย?”
ไป๋อู๋ฉางพยักหน้าแล้วถามต่อ แต่เขากลับยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในศาลา ในสายตาไป๋อู๋ฉางหมอนี่มันน่าอัดจริง ๆ
คนวัยเดียวกันแท้ ๆ ดันทำตัวแก่แดด ไป๋อู๋ฉางสะบัดหน้าอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะไปหาเฉียงจื่อบอกเขาว่า เดี๋ยวตอนกลางคืนจะกลับมา ตอนนี้ขอกลับไปพักที่บ้านย่าก่อน เขาพยักหน้ารับ แล้วเดินไปส่งไป๋อู๋ฉางถึงบ้าน
บางทีอาจจะเหนื่อยเกินไป พอหัวถึงหมอน ไป๋อู๋ฉางก็เริ่มเคลิ้ม หลับไปทันที
ไม่รู้ว่าตอนไหน ไป๋อู๋ฉางกลับกลายเป็นอยู่ในสถานที่มืดมิดแห่งหนึ่ง รอบตัวมืดสนิท แต่ร่างของเขากลับส่องสว่างอยู่จุดเดียว
แล้วทันใดนั้นเสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นรอบตัว เสียงนั้นทำเอาหัวใจไป๋อู๋ฉางหดเกร็งด้วยความกลัว เขาตกใจจนเหงื่อไหลซึม แล้วก็พบว่า ในมุมมืดแห่งนั้น มีเงาร่างเล็ก ๆ ขดตัวอยู่ในเงามืด
“นั่นใคร?”
ไป๋อู๋ฉางรวบรวมความกล้าเอ่ยถามออกไป แต่คนผู้นั้นกลับไม่สนใจไป๋อู๋ฉางเลย ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เช่นเดิม เสียงร้องนั้น...ทำไมมันคุ้นหูนัก? เป็นเสียงร้องไห้ของคนแก่...พอเขาร้อง ไป๋อู๋ฉางเองก็รู้สึกน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ความเศร้าโศกอย่างไร้สาเหตุเอ่อล้นขึ้นมาในใจ
“โจวซาน เจ้าสัตว์เดรัจฉาน!”
เสียงร้องสะอื้นขาดหายไปในทันที แทนที่ด้วยเสียงก่นด่าอย่างคับแค้นใจ ไป๋อู๋ฉางได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกใจสะท้านขึ้นมา หรือว่าจะเป็น…
จิ้วไว่กง,จริงดังที่คาด เงาดำตรงนั้นลุกขึ้นยืน เขาสวมชุดคนตายหนาเตอะ รองเท้าหนังดำขลับแบบที่ใช้กับศพ ใส่หมวกจงซานดำทะมึน เผยให้เห็นร่างของชายชราใบหน้าซีดเผือด หน้าตาแข็งทื่อไร้ชีวิต ดวงตากลวงโบ๋มีเส้นเลือดแดงฉานอยู่เต็มเบ้า เลือดสีแดงสดไหลจากหางตาออกมาอย่างน่ากลัวจนไป๋อู๋ฉางขนลุก
“จิ้วไว่กง!”
ไป๋อู๋ฉางร้องออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ ปู่เอง เสี่ยวฉาง ปู่รู้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว ย่าเจ้าก็ไม่อยู่บ้าน ปู่เลยต้องใช้วิธีนี้บอกเจ้าเวลาปู่มีน้อยนัก หลานต้องตั้งใจฟังให้ดี…เป็นไอ้โจวซานนั่นแหละที่ทำร้ายปู่
มันอยากฮุบมรดกเอาไว้คนเดียว ตอนฝังศพ มันจงใจให้ลุงเล็กของหลานยืนในตำแหน่งต้องห้าม ทำให้โดนคุณไสยจากดิน แล้วมันก็สมรู้ร่วมคิดกับนังผีชั่วร้ายนั่น ลากดวงจิตของปู่ไปสิงอยู่ในท้องของลุงเล็กปู่ออกมาไม่ได้เลย...อกตัญญู! ไอ้ลูกทรพี!”
จิ้วไว่กงยิ่งพูดก็ยิ่งน้ำตานองหน้า เลือดสด ๆ ไหลรินออกมาจากดวงตา สุดท้ายถึงขั้นกระอักเลือดออกจากปาก ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่าสะพรึง ไป๋อู๋ฉางกลัวจนขนลุกพองทั่วตัว ทันใดนั้นเอง หญิงสาวรูปร่างอรชรร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในความมืด ส่งเสียงหัวเราะแหลมเล็กชวนขนหัวลุก
ไป๋อู๋ฉางขนลุกซู่ทันที!
ถึงแม้จิ้วไว่กงจะอยู่ในสภาพน่ากลัวเพียงใด เขาก็ไม่สนใจความกลัวของไป๋อู๋ฉาง กลับผลักไป๋อู๋ฉางแรง ๆ พลางตะโกนเสียงดังลั่นว่า:
“ตื่นเดี๋ยวนี้! หล่อนมาแล้ว! อย่าให้หล่อนจับหลานได้!”
ในความมืด ไป๋อู๋ฉางกระเสือกกระสนวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
จากคำพูดของจิ้วไว่กงประกอบกับวิญญาณชั่วร้ายที่ปรากฏ ไป๋อู๋ฉางรู้แล้วว่าเป็นฝีมือของ “โจวซาน” ที่สมรู้ร่วมคิดกับวิญญาณผีสาวชุดกี่เผ้าผู้นี้ ไม่เช่นนั้นเธอจะมาปรากฏตัวในงานศพได้ง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?
ตอนนี้...ไป๋อู๋ฉางได้ยินเสียงเธอกระซิบที่ข้างหูแว่ว...
“ข้าเห็นเจ้าแล้วนะ…”
ถ้อยคำเหล่านั้นดั่งอาคมสะกดดังสะท้อนก้องในความมืดมิด ไป๋อู๋ฉางปิดหูวิ่งหนี แต่สองขากลับหนักอึ้งราวกับถูกหล่อด้วยปูน ความเร็วก็ยิ่งช้าลงเรื่อย ๆ ทันใดนั้น ไป๋อู๋ฉางรู้สึกได้ว่ามีมือข้างหนึ่งวางอยู่บนไหล่ของไป๋อู๋ฉาง เขากรีดร้องลั่น แม่งเอ๊ย! ฉันจะสู้ตาย! ถึงจะต้องตาย ฉันก็จะลากเจ้าผีสาวนี่ไปตายเป็นเพื่อน! แล้วก็หลับตา กระหน่ำชกและเตะใส่มือนั่นอย่างไม่ยั้ง!