- หน้าแรก
- ตาซ้ายหยินหยาง
- บทที่5 คืนวิญญาณกลับ
บทที่5 คืนวิญญาณกลับ
บทที่5 คืนวิญญาณกลับ
บทที่ 5
เขาเป็นใคร? ทำไมถึงรู้จักชื่อเล่นของไป๋อู๋ฉาง? ทำไมถึงต้องให้ไป๋อู๋ฉางออกไปจากที่นี่?
ไป๋อู๋ฉางรู้สึกเหงื่อแตกพลั่ก รีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งตรงไปยังบ้านย่า ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ในที่สุดไป๋อู๋ฉางก็มาถึง บ้านย่าดูไม่ต่างจากบ้านชนบททั่วไป สร้างด้วยอิฐแดง สนามหญ้าสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นเหม็นอะไรเลย รั้วไม้ไผ่รอบบ้านตั้งตระหง่านมาเป็นสิบปีแล้ว มีเถาวัลย์แปลก ๆ ที่ไป๋อู๋ฉางไม่รู้จักเลื้อยปกคลุมอยู่
ไป๋อู๋ฉางเปิดประตูรั้ว พลางตะโกนเรียกย่าเสียงดัง แต่กลับไม่มีใครตอบ
หลายปีแล้วที่ไป๋อู๋ฉางไม่ได้กลับมาบ้านย่า คราวนี้ก็ไม่ได้โทรบอกล่วงหน้าด้วย หรือว่าย่าไม่อยู่บ้าน?
รอบลานบ้านมีแปลงผัก ปลูกกะหล่ำปลี ต้นหอม กระเทียม และผักกาดแก้ว บางใบเริ่มเหี่ยวแห้งอย่างเห็นได้ชัด เหมือนขาดน้ำ ซึ่งไม่เหมือนนิสัยของย่าเลย ย่าไป๋อู๋ฉางขึ้นชื่อเรื่องการรดน้ำและดูแลผักอย่างดี ทำไมถึงเป็นแบบนี้? หรือว่าย่าไม่อยู่บ้านจริง ๆ?
ไป๋อู๋ฉางกำลังจะเคาะประตูไม้เก่าคร่ำคร่า แต่กลับพบว่ามีแม่กุญแจทองเหลืองเก่า ๆ ห้อยอยู่ แม่กุญแจนี้แบนและยาว มีคราบสนิมเกาะเต็มไปหมด พอเห็นแม่กุญแจนี้ ไป๋อู๋ฉางก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ ทำให้นึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่เคยแอบขโมยแม่กุญแจนี้ไปซ่อน เล่นเอาย่าหากันให้วุ่น
ไป๋อู๋ฉางมองไปรอบ ๆ แล้วสังเกตเห็นตะกร้าหวายใบหนึ่งแขวนอยู่บนเสาไม้ไผ่ ข้างในมีเศษผ้าหลายชิ้น เขาเดินไปหยิบมันขึ้นมาคลำหาอะไรบางอย่าง
ไม่นาน ไป๋อู๋ฉางก็สัมผัสได้ถึงอะไรแข็ง ๆ
"เฮะเฮะ ยังอยู่ที่เดิมจริง ๆ ด้วย"
ไป๋อู๋ฉางดึงมือกลับมา พร้อมกับถือกุญแจทองเหลืองเก่า ๆ ไว้ในมือ ทุกครั้งที่ย่าออกเดินทางไกล ย่าจะเก็บกุญแจไว้ในตะกร้านี้ และมีเพียงไป๋อู๋ฉางเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ หรือว่าย่ารู้ว่าไป๋อู๋ฉางจะมา?
เสียง "ครืด" ดังเบา ๆ ประตูไม้เปิดออก กลิ่นอับโชยมาแตะจมูก ไป๋อู๋ฉางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไป
แสงภายในห้องโถงค่อนข้างสลัว แต่สิ่งแรกที่สะดุดตาเขาคือรูปถ่ายขาวดำบนผนัง เป็นภาพชายหนุ่มคนหนึ่ง ผมสั้นเรียบสะอาด หน้าตาหล่อเหลา กำลังยิ้มอ่อน ๆ จ้องมองไป๋อู๋ฉางอยู่ เบื้องหน้ารูปถ่ายมีโต๊ะบูชาตั้งอยู่ บนโต๊ะมีป้ายวิญญาณสีดำสนิท สลักอักษรสีชาดว่า
"ป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ หวงกุ้ยเซิง"
เมื่อไป๋อู๋ฉางเห็นรูปถ่ายและป้ายวิญญาณนั้น เขาถึงกับสูดหายใจลึกด้วยความตกใจ เพราะชายในรูปถ่าย ไป๋อู๋ฉางเพิ่งจะพบเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน! เขาคือคุณปู่ของไป๋อู๋ฉางนั่นเอง! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงรู้ชื่อของไป๋อู๋ฉาง
บนโต๊ะบูชามีกระบอกไม้ทรงกลมขนาดเท่าฝ่ามือ ครึ่งหนึ่งของกระบอกใส่ข้าวสารอยู่ ข้างในมีธูปที่เผามอดไปหมดแล้ววางอยู่สองสามก้าน ข้าง ๆ กันมีชามเหล็กสีดำคล้ำ วางอยู่คู่กับแท่งไม้ที่ดูคล้ายกับไม้ตีกลอง ถ้าหยิบไม้ขึ้นมาตีลงไป จะเกิดเสียงกังวานก้องกังหู
ตอนเด็ก ๆ ไป๋อู๋ฉางเคยตีเล่น แล้วถูกย่าดุว่า
"เสี่ยวฉาง นี่ไว้ใช้เคาะตอนเรียกกินข้าวเท่านั้นนะ ถ้าตีแล้วปู่จะได้ยินเสียงและมารับข้าวกิน เข้าใจไหม? เอามานี่ให้ย่าเถอะ"
ไป๋อู๋ฉางมองไปยังธูปที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหยิบขึ้นมาสามก้าน จากนั้นล้วงกระเป๋าหาไฟแช็ก จุดไฟให้ธูปลุกโชน ก่อนจะปักมันลงไปในกระบอกไม้ทรงกลม
จากนั้น ไป๋อู๋ฉางพึมพำเบา ๆ
"คุณปู่ หลานกลับมาแล้ว"
ภายในห้องโถงอบอวลไปด้วยบรรยากาศอึมครึม ไป๋อู๋ฉางยกมือขึ้นปิดตาขวา เมื่อมองออกไปกลับพบว่าในห้องโถงนั้นว่างเปล่า... ไม่มีเงาของปู่เลยแม้แต่นิดเดียว
ใจไป๋อู๋ฉางเต็มไปด้วยความสงสัย นับไม่ถ้วน...
ทำไมคนขับรถมอเตอร์ไซค์ถึงบอกว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับจิ้วไว่กง?
ทำไมถ้าเขาไม่ดื่มน้ำซุปสะกดวิญญาณถึงมองเห็นสิ่งเหล่านั้น?
ทำไมย่าไม่อยู่บ้าน?
และที่สำคัญที่สุดทำไมปู่ถึงบอกให้เขารีบไปจากที่นี่!?
ไป๋อู๋ฉางกำลังยืนเหม่อคิดอะไรอยู่เพลิน ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้นจากด้านนอก
"เฮ้! เสี่ยวฉางไม่ใช่รึ?!"
ไป๋อู๋ฉางหันขวับไปมอง เห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาหา ใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด
"แม่นายบอกว่าบ่ายนี้นายจะมาถึง ฉันไปรอที่บ้านแล้วไม่เจอ เลยเดาว่านายคงมาหาย่าที่นี่ แล้วก็บังเอิญมาเจอจริง ๆ ด้วย"
ไป๋อู๋ฉางเพ่งมองเขาชัด ๆ พลันก็จำได้นี่มันพี่เฉียงจื่อนี่เอง!
ผ่านไปหลายปี พี่เฉียงจื่อดูเปลี่ยนไปไม่น้อย ใบหน้าผอมลง ดวงตากลมโตเหมือนเดิม ปากหนานิด ๆ แต่ดูสุขุมขึ้นมาก สวมชุดของแบรนด์ "แจ๊ค & โจนส์" ดูดีมีสไตล์ผิดจากเมื่อก่อนที่ชอบใส่เสื้อผ้าปอน ๆ เด็กบ้านนอก
"โอ้โห! ไม่เจอกันหลายปี เสี่ยวฉางของเราหล่อขึ้นเยอะเลยนะ"
พี่เฉียงจื่อหัวเราะพลางเอื้อมมือมาตบบ่าไป๋อู๋ฉาง เขาย่นคิ้วทันที พองลมแก้มเล็กน้อยแล้วโวยออกไปเหมือนตอนเด็ก ๆ
"พี่เฉียงจื่อ! ไม่มีใครชมผู้ชายด้วยกันว่า 'หล่อ' หรอกนะ!"
พี่เฉียงจื่อเกาหัวแกรก ๆ หัวเราะแห้ง ๆ
"โอเค ๆ ผิดไปแล้ว ๆ งั้นไม่พูดละ รีบไปกันเถอะ นายหิวจนท้องร้องแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เขากำลังจะตั้งโต๊ะเลี้ยงพอดี เราต้องไปให้ทันโต๊ะแรก!"
พี่เฉียงจื่อคว้ากระเป๋าสัมภาระของไป๋อู๋ฉางขึ้นมาถือเอง ไป๋อู๋ฉางเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ขัดอะไร
แต่ยังมีเรื่องที่ไป๋อู๋ฉางคาใจอยู่...
"พี่เฉียงจื่อ... แล้วย่าไปไหน?"
ไป๋อู๋ฉางถามขึ้นในขณะที่เดินตามเขาออกจากลานบ้าน
"ย่าไปเขาเอ๋อเหมย จะยังไม่กลับมาเร็ว ๆ นี้หรอก อีกอย่าง ก่อนออกเดินทาง ย่าฝากพี่มาบอกให้นายดื่มน้ำซุปสะกดวิญญาณด้วย ดื่มแล้วใช่ไหม?"
พี่เฉียงจื่อหยุดเดิน หันมาจ้องไป๋อู๋ฉางด้วยแววตาจริงจัง
ไป๋อู๋ฉางอึกอักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนี ตอบกลับไปเบา ๆ
"แค่ก ๆ... ดื่มแล้วสิ ดื่มแล้ว..."
ไป๋อู๋ฉางตอบไม่เต็มเสียงนักแล้วรีบเดินนำออกไป
แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นเขตบ้าน เฉียงจื่อก็พุ่งมาขวางทางไป๋อู๋ฉาง ใบหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ได้! นายไปไม่ได้!"
ไป๋อู๋ฉางชะงักเท้าทันที
"ทำไมล่ะ?"
พี่เฉียงจื่อจับไหล่ไป๋อู๋ฉางแน่น จ้องลึกเข้ามาในดวงตา แววตานั้นเต็มไปด้วยความกังวล
"จิ้วไว่กงกลับมาแล้ว"
เสียงของเฉียงจื่อเบาลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
ไป๋อู๋ฉางขมวดคิ้วแน่น รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาทันที
"หมายความว่ายังไง... 'กลับมาแล้ว'?"
เฉียงจื่อสูดหายใจลึก ก่อนพูดออกมาทีละคำ ทีละคำ...
"คืนวานเป็นคืนที่จิ้วไว่กงคืนร่างเป็นคืนที่ดวงวิญญาณของเขากลับมา"
หัวใจไป๋อู๋ฉางหล่นวูบ
"เป็นไปไม่ได้! คนเพิ่งตายไปยังไม่ถึงเจ็ดวัน จะเกิด 'คืนวิญญาณกลับ' ได้ยังไง?"
ไป๋อู๋ฉางแค่นหัวเราะ ฝืนยิ้มออกมา
"นายรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ในคัมภีร์เก่าบันทึกไว้ชัดเจน 'คืนวิญญาณกลับ' หรือที่เรียกว่า 'คืนชะตากรรม' จะเกิดขึ้นในคืนที่เจ็ดหลังความตาย ไม่ใช่เหรอ?"
เฉียงจื่อกำมือแน่น
"ปกติมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ... แต่ถ้าคนตายนั้นยังมีห่วง ยังมีสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ หรือยังมีบางอย่างที่ไม่อาจตัดใจได้ บางครั้งบางคราว... มันก็กลับมาก่อนถึงเจ็ดวัน"
ไป๋อู๋ฉางกลืนน้ำลายลงคอ ฝืนยิ้มบาง ๆ
"พี่อย่ามาพูดให้ฉันกลัวน่า พี่เฉียงจื่อ"
แต่ก่อนที่ไป๋อู๋ฉางจะพูดจบ จู่ ๆ ลมเย็นก็พัดมาวูบใหญ่
เส้นขนทั่วร่างลุกชัน...
และในขณะนั้นเอง ไป๋อู๋ฉางก็ได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ลอยมาตามสายลม
"เสี่ยวฉาง... รีบไปเสีย..."