เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 วิญญาณในชุดกี่เพ้า

บทที่ 2 วิญญาณในชุดกี่เพ้า

 บทที่ 2 วิญญาณในชุดกี่เพ้า


บทที่ 2

หนึ่งในวิญญาณร้ายค่อย ๆ ลอยเข้าหาแม่ของผม ส่วนที่เหลืออีกสิบกว่าตนยังคงยืนนิ่งอยู่บนหลุมศพ ไม่กล้าเคลื่อนไหว ราวกับเกรงกลัวบางสิ่งบางอย่าง

วิญญาณร้ายตนนั้นเป็นหญิงสาว ผมยาวดำขลับ สวมชุด กี่เพ้า สีแดง ใบหน้าซีดเผือดดุจแผ่นกระดาษขาว ทว่าเรียวปากกลับแดงสดราวกับโลหิต ครึ่งใบหน้างดงามหมดจด แต่อีกครึ่งกลับเน่าเละเฟะ มีหนอนแมลงไต่ออกมาจากเนื้อหนังที่ผุกร่อน โหนกแก้มเผยให้เห็นกระดูกสีขาว ดวงตาทั้งคู่ขาวโพลน ไร้ซึ่งแก้วตาดำ

ลมเย็นยะเยือกพัดกระโชกแรงขึ้นทุกขณะ จนแม่แทบลืมตาไม่ขึ้น เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกดังขึ้น "แคก ๆ ๆ !" เงาร่างสีขาวแยกเขี้ยว แล้วยื่นมือกระดูกออกมาหมายจะคว้าไปที่ครรภ์

หากมือนั้นสัมผัสลงได้จริง ไป๋อู๋ฉางคงถูกพรากไปสู่ยมโลกตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตาดูโลก แต่แน่นอนแม่ย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น!

"ไสหัวไป!"

แม่กัดฟันกรอด ตะโกนก้องพร้อมกับกัดปลายลิ้นของตนเองจนเลือดสาดกระเซ็น จากนั้นพ่นใส่มือขาวซีดของวิญญาณร้ายนั้น

"ฉี่ฉี่ฉี่!"

เสียงดังคล้ายเนื้อถูกน้ำกรดราด เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น วิญญาณสาวกรีดร้องแล้วรีบดึงมือกลับทันที

ภายหลัง แม่กล่าวว่าการกระทำนี้แลกมาด้วยราคาที่หนักหนา เนื่องจากเธอตั้งครรภ์ พลังหยางในกายจึงอ่อนแอลงจนแทบหมดสิ้น ท้องของหญิงตั้งครรภ์เปรียบเสมือนที่พักพิงของดวงจิตเป็นเป้าหมายที่วิญญาณชื่นชอบที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่สตรีมีครรภ์มักถูกห้ามไม่ให้เดินทางกลางค่ำกลางคืน เพราะเป็นเหยื่ออันโอชะของเหล่าภูตผี

นับตั้งแต่ไป๋อู๋ฉางเติบโตมา หากผู้ใดกล้าพูดจาเย้ยหยันว่าแม่ของไป๋อู๋ฉางพูดไม่ชัด ไป๋อู๋ฉางจะลุกขึ้นอัดกับมัน แม้จะบาดเจ็บทั้งตัวก็ตาม!

แม่ของไป๋อู๋ฉางมิใช่คนธรรมดา ยายของไป๋อู๋ฉางเป็นศิษย์นอกของ สำนักเขาอู่ แม้ไม่ได้เป็นนักพรตโดยตรง ทว่าครั้งหนึ่งก็เคยเป็นบุคคลที่ช่ำชองในเรื่องสิ่งลี้ลับ กระนั้นแม่กลับมิได้สนใจในศาสตร์เร้นลับเหล่านี้มากนัก เธอเพียงเรียนรู้ติดตัวไว้บ้างตามพื้นฐาน ในทางกลับกัน ไป๋อู๋ฉางกลับศึกษาเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งเพราะทุกครั้งที่มีวันหยุด แม่จะส่งไป๋อู๋ฉางไปอยู่กับยาย

แต่ก็แค่ทฤษฎีเท่านั้นล่ะนะ... เรื่องฝีมือจริง ๆ ยังอีกไกลนัก

วิญญาณสาวที่ถูกไล่ต้อนถอยห่างไปเล็กน้อย แม่ฉวยโอกาสนั้นพ่นโลหิตลงบนฝ่ามือของตนเอง ก่อนจะกำมันแน่น

มือทั้งสองข้างของวิญญาณร้ายละลายหายไปอย่างสิ้นเชิง แต่แทนที่มันจะถูกกำราบจนหมดสิ้น มันกลับยิ่งเดือดดาล ครึ่งใบหน้าที่งดงามนั้นพลันเลือนหาย กลายเป็นหัวกระโหลกที่มีเส้นผมดำขลับขึ้นปกคลุม

"วันนี้เป็นเทศกาลเสื้อกันหนาว ฉันไม่อยากมีเรื่อง แต่มิใช่ว่าฉันจะเกรงกลัวอันใด หากแกยังไม่ถอยไป ฉันจะถือว่าทำลายกฎแห่งยมโลก จำไว้! ฉันคือศิษย์รุ่นที่ 108 ของสำนักเขาอู่ หากแกยังรั้น ฉันจะจัดการแกเอง!"

แม้เธอตั้งครรภ์อยู่ แต่แววตากลับแน่วแน่ ประกายความแข็งกร้าวฉายชัด

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

วิญญาณหญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ

"เด็กในท้องของแก ต่อให้เกิดมา ก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ไยไม่ยกให้ฉันเสีย? ฉันจะยอมเป็น

เยียนหลิง ประจำบ้าน เเกจะว่าอย่างไร!"

(เยียนหลิง - วิญญาณที่บ้านใดเลี้ยงไว้ จะช่วยปกปักษ์รักษาให้โชคดี แต่ต้องมีการเซ่นไหว้ตลอด)

แม่ได้ฟังถึงกับแค่นเสียงเย็นชา

"เยียนหลิงรึ? บ้านของฉันไม่เลี้ยงผี สำนักเขาอู่ก็ไม่มีประเพณีนี้ ฉันรู้ว่าแกต้องการใช้ลูกของฉันเป็นเครื่องมือบำเพ็ญตบะ เพื่อหนีการไล่ล่าจากยมโลก แต่หากแกยังดื้อรั้น ไม่ยอมถอยไป อย่าโทษฉันที่ต้องลงมือ! แม้ฉันจะตั้งครรภ์ใกล้คลอด แต่ยังมีพลังพอจะเปิดประตูยมโลกเรียก 'ผู้พิพากษาแห่งยมโลก' ออกมาได้เช่นกัน!"

"!!"

วิญญาณร้ายเผลอถอยกรูดไปสองก้าวทันที...

แม่แค่นเสียงเย็นชา เอ่ยวาจาขึ้น

แท้จริงแล้วภายในใจของเธอกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างกายแทบจะทรงตัวไม่อยู่ จวนจะเป็นลมล้มพับไปเสียตรงนั้น แต่ทว่าสิ่งที่เธอเพิ่งกล่าวไปล้วนเป็นเพียงคำขู่เพื่อข่มขวัญวิญญาณหญิงสาวเท่านั้นเอง

และก็เป็นดังคาด วิญญาณหญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาที่ขาวโพลนเต็มไปด้วยความลังเล แต่ไม่นานนัก มันกลับแหงนหน้ามองพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า ก่อนจะฉับพลันพุ่งเข้าหาแม่อีกครั้ง!

เพราะค่ำคืนนี้เป็นคืนพิเศษคืนที่ "พลังแห่งจันทรา" แข็งแกร่งที่สุด

ที่แห่งนี้เดิมทีก็ไร้ผู้คนสัญจรอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลากลางคืน และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องสตรีมีครรภ์

มีเพียงแม่ของไป๋อู๋ฉางเท่านั้นที่บังเอิญมาติดอยู่ในสถานการณ์นี้

ณ ตอนนั้น แม่รู้ดีว่า ตนเองก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว!

ที่ผ่านมา เธอเคยพบเจอเพียงแค่ดวงวิญญาณไร้พลังตบะ จึงสามารถขับไล่ได้อย่างง่ายดาย แต่วิญญาณร้ายที่อยู่เบื้องหน้านี้แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จากอาภรณ์และเครื่องแต่งกายที่มันสวมใส่ ดูแล้วน่าจะเป็นหญิงสาวจากยุคจีนโบราณ ซึ่งแปลว่า มันมีตบะมานานหลายร้อยปีแล้ว! ต่อให้แม่ทุ่มสุดตัว เธอก็มิอาจต่อกรได้!

"ไม่ได้! ต้องปกป้องลูกของฉันให้ได้! ถ้าหากลูกของฉันกลายเป็นวิญญาณเด็ก นั่นจะเป็นหายนะที่ไม่มีวันจบสิ้น!"

ร่างของแม่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ปลายเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเลือดซึมออกมา เธอไม่เคยเผชิญหน้ากับวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน ปลายริมฝีปากของเธอซีดขาว แต่กลับมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่แม่คิดถึงพ่อ..

พ่อของไป๋อู๋ฉางเป็นเพียงชาวไร่ชาวนาธรรมดา แม้จะซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ ไม่ค่อยพูดจากับใคร แต่กลับเป็นคนจิตใจดีเสมอมา ตอนที่แม่หยอกล้อพ่อ เขามักจะเกาหัวแกรก ๆ พลางหัวเราะ "เฮะ ๆ" อย่างเขินอาย

แต่น่าเสียดาย... ที่ตอนนี้พ่อไม่ได้อยู่เคียงข้างแม่

วิญญาณธรรมดาคือ "ชี่ผั่ว" ดำรงอยู่ด้วยแรงอาฆาตและความคั่งแค้น

พวกมันไร้ซึ่งสติปัญญา มีเพียงความทรงจำและแรงอาฆาตเป็นตัวขับเคลื่อน ทว่า...หากวิญญาณร้ายสามารถ "บำเพ็ญตบะ" ไปถึงขั้นที่เริ่มสร้าง "ซานหุน ( สามวิญญาณ)" ได้ พวกมันจะกลายเป็นอิสระจากอดีต และสามารถเลือกเส้นทางของตนเองได้

วิญญาณที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือ "สามวิญญาณเจ็ดจิต " หากพบเจอพวกมัน นั่นหมายความว่ามันสามารถ ช่วงชิงร่างมนุษย์ได้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "วิญญาณสิงร่าง"

"คนกลัวผีสามส่วน ผีกลัวคนเจ็ดส่วน"

คำกล่าวนี้ไม่ใช่คำพูดที่ไร้เหตุผล โลกมนุษย์เป็นสถานที่ของผู้มีชีวิต ยิ่งในเวลากลางวัน เหล่าวิญญาณร้ายที่ยังไม่บรรลุ "สามวิญญาณ" จะไม่กล้าออกมาปรากฏตัว เพราะมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่สูงส่งที่สุดในสามภพร่างมนุษย์ประกอบด้วยพลังชีวิต เมื่อพลังชีวิตของบุคคลใดรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อให้เป็นวิญญาณร้าย ก็ทำอะไรเขาไม่ได้

พวกวิญญาณร้ายที่มีเพียง "เจ็ดจิต" เท่านั้น จะมีความสามารถแค่บางอย่าง เช่น " การลวงตา" พวกมันแค่รบกวนคลื่นสมองของมนุษย์ ทำให้เกิดภาพหลอน หากอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็คือการรบกวนคลื่นไฟฟ้าในสมอง ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเรื่องราวนั้นเป็นความจริง

แต่วิญญาณหญิงสาวตนนี้...

ร่างของมันพลันพวยพุ่งควันดำออกมาจากทั่วร่าง ทว่าเหนือศีรษะของมันกลับปรากฏ "วงแหวนสีขาว" ขึ้นจาง ๆ

แม่เบิกตากว้าง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ เอ่ยเสียงสั่นเครือ

"มัน...มันบำเพ็ญตบะจนมีหนึ่งวิญญาณแล้วรึ? ดูท่าคืนนี้ฉันคงหนีไม่พ้นเคราะห์นี้แล้วจริง ๆ..."

"ชี่ชี่ชี่—!"

ทันใดนั้น ผมสีดำสนิทของวิญญาณร้ายพลันลอยพุ่งออกมาจากศีรษะ พวกมันบิดม้วนราวกับอสรพิษนับพัน ก่อนจะพุ่งทะลวงเข้าจู่โจมแม่อย่างรวดเร็ว!

แม่เบิกตากว้างสภาพตรงหน้าทำให้เธอถึงกับชะงักงัน!

จบบทที่ บทที่ 2 วิญญาณในชุดกี่เพ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว