- หน้าแรก
- ตาซ้ายหยินหยาง
- บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 1
บางเรื่อง…ไม่ว่าคุณจะพยายามเปลี่ยนแปลงมันสักเพียงใด ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม เหมือนกับว่ามันถูกลิขิตเอาไว้แล้ว…แต่เราไม่ยอมรับชะตานี้!
ผมชื่อว่า ไป๋อู๋ฉาง (ยมทูต) ชื่อนี้อาจฟังดูแปลกพิสดาร แต่เป็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนบัตรประชาชนของผมอย่างแท้จริง ปีนี้ผมพึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ในเดือนตุลาคม ปี 2010 ผมเดินทางกลับจากเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของประเทศ มุ่งหน้ากลับมายังเมืองเล็ก ๆ บนแผ่นดินใหญ่ทางตอนใต้ เหตุผลที่กลับมาก็ง่าย ๆเพราะมีญาติเสียชีวิต
ผู้ล่วงลับเป็นพี่น้องของปู่ ผมเรียกเขาว่า “จิ้วไว่กง”
เดิมทีพ่อแม่ของผมอยู่ที่เมืองอื่น แถมยังต้องยุ่งกับธุรกิจจนไม่มีเวลามา ผมซึ่งเพิ่งเรียนจบและยังไม่ได้หางานทำจึงเป็นคนเดียวที่สามารถเดินทางมาได้
ที่ผมยังไม่ได้ออกไปหางานทำ มีอยู่สองเหตุผลหลักที่ฉุดรั้งผมเอาไว้
หนึ่ง ผมนิสัยค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับสังคม ผมจึงใช้เวลาหลังเรียนจบไปกับการอ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ฝึกคัดอักษรพู่กันจีน ว่าง ๆ ก็วาดภาพ บางครั้งผมยังอดสงสัยตัวเองไม่ได้ ว่าผมเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ หรือคนแก่วัยหกสิบกันแน่!
สอง ปัญหาสุขภาพของผมเอง ตั้งแต่เกิดมาผมก็ร่างกายอ่อนแอ เพราะแม่ของผมประสบเหตุการณ์บางอย่างในช่วงตั้งครรภ์ ผมเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด เดิมทีต้องรออีกหนึ่งสัปดาห์จึงจะครบกำหนดคลอด แต่คืนหนึ่งขณะที่แม่ของผมตั้งท้องแก่ เธอกลับโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด จนทิ้งบ้านสามีแล้วจากไปอย่างกะทันหัน และคืนนั้น…เป็นคืนที่ผมลืมตาดูโลก!
เรื่องนี้ผมสนใจมาตลอด ทว่าแม่ของผมไม่เคยเล่าเหตุผลที่แท้จริงให้ฟัง ผมเพียงได้ยินมาจากคุณลุงว่า คืนนั้นแม่ของผมดื้อดึงจะกลับไปไหว้บรรพบุรุษ ทว่าคุณปู่ของผมขัดขวาง เพราะเห็นว่าเวลากลางค่ำกลางคืนไม่เหมาะสม อีกทั้งแม่ใกล้คลอดเต็มที ขืนเดินทางข้ามภูเขาอาจเกิดอันตรายได้
แต่ความจริง…คุณปู่เป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่านั่นก็คือสิ่งที่ “มองไม่เห็น” บนภูเขา เพราะหญิงตั้งครรภ์พลังหยางอ่อนแอ หากเผชิญกับบางสิ่งเข้า
อาจดึงดูดให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามากล้ำกราย!
และแล้วผมก็ได้รู้ ว่าชื่อของผม"ไป๋อู๋ฉาง"มีความเกี่ยวพันกับคืนที่ผมเกิดอย่างลึกซึ้ง ขณะที่บ้านปู่ย่าผมคัดค้านสุดกำลัง ทว่าคุณยายของผมกลับยืนกรานตั้งชื่อนี้ให้ผม โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของใครทั้งสิ้น เธอเป็นหญิงที่ดื้อรั้นอย่างหาตัวจับยาก แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนท้องถิ่น แต่ด้วยอำนาจบารมีในหมู่บ้าน ทำให้ปู่ย่าของผมจำต้องยอมจำนนต่อชื่ออัปมงคลนี้
ภายหลังผมถึงได้รู้ทุกสิ่งที่คุณยายของผมทำไป ก็เพื่อปกป้องผม!
มนุษย์…เมื่อตั้งชื่อขึ้นแล้ว ชื่อของเขาจะปรากฏบน “บัญชีเกิดตาย” ของยมโลก ชื่อจะกำหนดเส้นทางชีวิตในภายภาคหน้า เดิมทีผมไม่เคยเชื่อเรื่องเหลวไหลพวกนี้ แต่หลังจากพบเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดมากมาย ผมก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
คืนที่แม่ของผมอุ้มท้องผมด้วยความโมโหและเดินข้ามภูเขาไปนั้น…หลังจากเดินผ่านภูเขาลูกแรก เธอก็พบกับสุสานรกร้างแห่งหนึ่ง ทว่ากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย!
เส้นทางระหว่างบ้านคุณยายกับบ้านปู่ย่านั้น แม่ของผมรู้จักดีราวกับลายมือของตนเอง เส้นทางนี้ไม่มีสุสานใด ๆ ขวางอยู่แน่นอน ทว่าคืนนั้น…เธอกลับพบกับสุสานร้างที่ไม่ควรจะมีอยู่!
ที่แท้ เธอถูก "ผีบังตา" หรือที่เรียกว่า "ผีสร้างกำแพงลวง" นั่นเอง!
ในชนบท วิธีแก้ไขเรื่องพรรค์นี้มีอยู่มากมาย ตามความเชื่อหากเป็นชายหนุ่มที่ยังเป็นพรหมจรรย์ เพียงแค่ใช้ปัสสาวะของตน ซึ่งถือเป็นพลังหยางบริสุทธิ์ ก็สามารถทำลายม่านลวงตานี้ได้ หรือหากไม่มี ก็สามารถใช้นิ้วกลางกรีดเลือดแล้วสะบัดออกไป หรือหากไม่กลัวเจ็บ กัดลิ้นให้เลือดพุ่งออกมาก็สามารถขับไล่สิ่งอัปมงคลเหล่านี้ได้เช่นกัน
ในชนบท เมื่อค่ำคืนมาเยือน บ้านทุกหลังต่างปิดประตูแน่นหนา ไม่มีใครกล้าออกไปข้างนอก เพราะกลัวว่าจะนำพาสิ่งชั่วร้ายกลับเข้าบ้าน และโดยเฉพาะในป่าลึกภูเขาสูง การออกจากบ้านยามค่ำคืนถือเป็น "ข้อห้ามเด็ดขาด"!
แน่นอนว่า เมื่อมีข้อห้าม ย่อมมีวิธีแก้ไขมากมายสำหรับผู้ที่เผลอฝ่าฝืน…
ตอนนั้นใกล้จะเข้าเดือนพฤศจิกายนแล้ว อากาศยามค่ำคืนหนาวเหน็บ ราวกับมีมีดนับพันกรีดผ่านผิวหนัง ขนาดคนธรรมดายังทนแทบไม่ไหว แล้วนับประสาอะไรกับหญิงตั้งครรภ์ที่มีเพียงเสื้อกันหนาวทหารสีเขียวคลุมกาย
สุสานเบื้องหน้าดูเก่าแก่ทรุดโทรม แผ่นหินจารึกบนหลุมศพแตกลอกจนไม่อาจอ่านอักษรไดได้ บางหลุมถึงกับถูกขุดคุ้ยจนเห็นโพรงดำมืดน่าสะพรึง ส่วนในหุบเขาก้องไปด้วยเสียงนกเค้าแมวกู่ร้อง ประหนึ่งเสียงโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อน!
แต่แม่ของผมหาใช่หญิงสาวขวัญอ่อนไม่ เมื่อพิจารณาสถานการณ์โดยรอบแล้ว เธอตะโกนด่าทอลั่นเสียงดังดั่งแม่เสือโคร่ง! เสียงของเธอแผดก้องกังวานราวกับจะฉีกกระชากม่านลวงตานี้ให้สลายไป
แต่ผ่านไปครู่ใหญ่…ทุกสิ่งทุกอย่างกลับยังคงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
ยิ่งกว่านั้น ความโกรธที่ปะทุขึ้นทำให้แม่ของผมกระทบกระเทือนถึงครรภ์ เธอเริ่มรู้สึกเจ็บท้องขึ้นมา!
เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง…เธอพบว่า พระจันทร์บนท้องฟ้าใสกระจ่างขึ้นผิดปกติ
ก่อนออกจากบ้าน เธอยังเห็นพระจันทร์ดวงเล็กที่ซ่อนอยู่หลังม่านเมฆอยู่เลย แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นดวงโตเต็มดวง รัศมีขาวนวลราวกับหยกขัดเงา ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าราวกับกระดาษขาวแผ่นหนึ่ง
…นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ!
หัวใจของแม่ผมกระตุกวูบ…
และทันใดนั้น เธอก็นึกขึ้นได้ถึงสิ่งสำคัญบางอย่าง
"แย่แล้ว! วันนี้คือเทศกาลเสื้อกันหนาวนี่นา!"
หากตอนนั้นเธอเชื่อฟังคำของแม่ตัวเอง กลับไปไหว้บรรพบุรุษตั้งแต่ตอนเย็น ก็คงไม่ต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้!
ขณะเดียวกัน อาการเจ็บครรภ์ก็เริ่มรุนแรงขึ้น…
"เทศกาลเสื้อกันหนาว" หรือ "เทศกาลส่งเครื่องกันหนาว" ตรงกับวันที่ 1 เดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ถือเป็นวัน "ไหว้บรรพบุรุษ" ซึ่งผู้คนจะเผากระดาษเงินกระดาษทอง รวมถึงเสื้อผ้าสำหรับให้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับได้ใช้กันหนาว
เทศกาลนี้มีความสำคัญพอ ๆ กับเทศกาลเช็งเม้งในฤดูใบไม้ผลิ และเทศกาลจงหยวนในฤดูใบไม้ร่วง เป็นหนึ่งใน "สามเทศกาลแห่งภูตผี" ที่มีมาตั้งแต่โบราณ
ผู้คนเชื่อว่า หากไม่เผาเสื้อผ้าให้บรรพบุรุษ พวกเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานกับความหนาวเหน็บในยมโลก และไม่เพียงแค่บรรพบุรุษเท่านั้น เทศกาลนี้ยังเป็นวันสำหรับมอบเสื้อกันหนาวให้กับ "วิญญาณเร่ร่อน" ที่ไม่มีญาติให้อาลัยอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน…วันนั้นยังถือเป็นวันแรกของฤดูหนาว ผู้คนมักจะมอบเสื้อผ้าให้กับคนในครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักและความห่วงใย
แต่สำหรับแม่ของผม…
วันนี้เป็นวันที่ต้อง "ห้ามให้กำเนิดบุตร!"
เพราะหากเด็กเกิดในวันนี้ อาจจะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่!
"ฉัน…ต้องอดทนให้ได้!"
แม่ของผมกัดฟันแน่น พยายามข่มความเจ็บปวด แล้วเงยหน้าขึ้นมองสุสานร้างเบื้องหน้า ก่อนจะสูดหายใจลึก และกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ฉันเป็นศิษย์นอกสำนักเขาอู่ วันนี้หากล่วงเกินท่านทั้งหลายโดยมิได้ตั้งใจ ขอโปรดยกโทษให้ด้วย"
"ขอให้ฉันได้กลับบ้านไปก่อนเถอะ"
"วันหน้า ฉันจะนำกระดาษเงินกระดาษทองมาเซ่นไหว้ มิลืมเลือน!"
หากเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนตนเดียวที่ใช้ อำนาจบังตา เธอด่าทอกระจายเสียงเมื่อครู่ก็คงทำให้มนต์สะกดมลายหายไปแล้ว ทว่ายามนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายยังคงเดิม ราวกับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นแล้ว เรื่องนี้คงมิใช่ฝีมือของวิญญาณตนเดียวเป็นแน่!
ในป่าช้าอันรกร้างเช่นนี้ เหล่าวิญญาณที่ไร้คนเซ่นไหว้ ย่อมเฝ้าคอยวันสำคัญอย่าง เทศกาลเสื้อกันหนาว ที่ประตูนรกเปิดออก ให้พวกมันเล็ดลอดออกมาแสวงหาผู้ที่สามารถเผากระดาษเงินกระดาษทอง เผาเสื้อผ้าให้พวกมันได้
และแล้ว...
ทันทีที่คำพูดของแม่สิ้นสุดลง เงาร่างขาวซีดนับสิบก็ลอยออกมาจากเนินหลุมศพตรงหน้า พวกมันมีทั้งรูปร่างสูงต่ำ ต่างขนาดกันไป แม่รู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดจากครรภ์ทวีขึ้นเป็นเท่าตัว เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
"ไม่ได้! ฉันต้องอดทน หากให้เด็กคนนี้เกิดมาในค่ำคืนนี้... อนาคตของเขาต้องพัวพันกับเส้นทางหยินหยางแน่ ฉันไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!"
เธอกัดฟันแน่น ฝืนใช้เรี่ยวแรงลุกขึ้นยืน มองตรงไปยังเหล่าวิญญาณที่ลอยวนอยู่เบื้องหน้า ทันใดนั้น
พวกมันยกแขนขึ้นพร้อมกัน นิ้วทั้งสิบชี้ตรงไปยังหน้าท้องของแม่!
เสียงเย็นยะเยือก คล้ายดังมาจากห้วงความคิดของเธอเอง ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน
"เ ร า... ต้ อ ง ก า ร เ ด็ ก ค น นี้..."
ลมหนาวโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น กิ่งไม้โดยรอบสั่นไหวสะบัดเสียงดัง กร๊อบแกร๊บ! กระแสลมเย็นยะเยือกปะทะใบหน้า เธอแทบลืมตาไม่ขึ้น...