เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 408 ให้คุมแผนฟ้าคราม

ตอนที่ 408 ให้คุมแผนฟ้าคราม

ตอนที่ 408 ให้คุมแผนฟ้าคราม


ตอนที่ 408 ให้คุมแผนฟ้าคราม

หากคนทั่วไปได้รับคำชื่นชมจากเจ้านาย ไม่เพียงแต่ดีใจเท่านั้น ย่อมจะรู้สึกมีความสุขเล็ก ๆ ในใจ

ทว่าเฉินมู่ไม่เคยวางตัวเองอยู่ในตำแหน่งของผู้ใต้บังคับบัญชาจริง ๆ และไม่อยากให้ซูอันชื่นชมด้วย

เขายกมือคารวะซูอัน จากนั้นยกมือคารวะเหล่าเฉินที่อยู่ข้าง ๆ “ขอบคุณสำหรับคำชมของใต้เท้า ข้ามิบังอาจจะรับความดีความชอบนี้ และการที่เหมืองประสบความสำเร็จได้ ต้องยกความดีความชอบให้กับความเป็นผู้นำที่ดีของใต้เท้าผู้คุม ข้ามีส่วนสนับสนุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งไม่มีค่าให้กล่าวถึงเลย”

เหล่าเฉินรู้สึกละอายใจหลังจากได้ยินเช่นนี้ ยามปกตินอกจากตรวจสอบเหมืองแร่เป็นครั้งคราวแล้ว เขาไม่ได้ทำอะไรอื่นอีก มันสบายกว่าตอนที่อยู่ในหน่วยวิหคดำยิ่งนัก

ซูอันยิ้มจาง ๆ มองไปที่พวกเขาทั้งสองแล้วกล่าวกับเฉินมู่ “ความดีความชอบของเขาก็ส่วนหนึ่ง แต่ครั้งนี้ข้าอยากจะให้รางวัลเจ้า”

“เนื่องด้วยเหตุผลพิเศษ พืชพรรณในเมืองชายแดนเฮยหยวนและบริเวณโดยรอบจึงแห้งเหือด ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย จักรพรรดิซางของเราเป็นกังวลมาก และเพื่อฟื้นฟูปรับปรุงสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ราชสำนักจึงได้นำแผนฟ้าครามมาใช้โดยเฉพาะ โดยตั้งใจที่จะฟื้นฟูน้ำใสและท้องฟ้าสีครามให้กับเมืองเฮยหยวน”

“แผนนี้จะมีผลใช้บังคับเป็นเวลาห้าปี และมีความสำคัญมาก ข้าต้องการส่งเจ้าและคนประหลาดอีกร้อยคนไปเป็นผู้นำแผนนี้!”

เมื่อได้ฟังสิ่งที่เรียกว่ารางวัล หัวใจของเฉินมู่พลันจมลง

ไม่เห็นจะดี

แผนฟ้าครามอะไรนั่น เป็นการส่งเขาไปปลูกต้นไม้ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บไม่ใช่หรอกหรือ?

นี่เรียกว่ารางวัล?

นอกจากนี้ ภารกิจที่สองของเขาคือการยกเลิกข้อจำกัดต่อวิญญาณของผู้เล่นหนึ่งหมื่นคน ตอนนี้เขาเพิ่งเริ่มต้น หากเขาไปที่รกร้างแห่งนั้น แล้วจะรวบรวมผู้เล่นมากมายได้อย่างไร

ห้าปี...เมื่อถึงเวลานั้นก็สายเกินแก้แล้ว

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าจะมีผู้เล่นอีกกี่คนต้องโดนรุมกระทืบจนตายโดยคนที่ปฏิบัติต่อมนุษย์ไม่เหมือนเป็นมนุษย์เหล่านี้

เขาขบฟัน ปฏิเสธอย่างมุ่งมั่น “ขอบคุณใต้เท้าสำหรับรางวัล แต่ข้ารู้สึกละอายใจที่จะรับไว้ เกรงว่าข้าไม่เก่งมากพอ และทำให้ใต้เท้าผิดหวัง กรุณาเอารางวัลคืนไปเถิด ข้าเต็มใจที่จะทุ่มเทให้เหมืองโบราณต่อไป และมีส่วนสนับสนุนการก่อสร้างของต้าซางขอรับ”

ซูอันยิ้มและโบกมือ ก่อนจะตัดสินใจทันที “ข้าตัดสินใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำอีก หากสำเร็จ เจ้าก็จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากแผนฟ้าคราม และได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น”

ไม่รู้ว่าสายตาพร่ามัวหรือเปล่า เฉินมู่ดูเหมือนจะเห็นความอาฆาตพยาบาทที่ลึกซึ้งบนใบหน้าของซูอัน

ทว่าเมื่อมองอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นยังคงอ่อนโยน ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ

เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ได้แต่ข่มกลั้นและฝืนยิ้ม “ขอบคุณใต้เท้าสำหรับรางวัล!”

หากตอนนี้เขาไม่เห็นด้วยก็จะมีแต่ทำให้เกิดความสงสัยมากขึ้น

มิสู้รับปากไปก่อน แล้วค่อยดูว่าจะทำอย่างไรไปทีละขั้น

ซูอันตบไหล่เฉินมู่ และเตือนเขา “ลงไปเตรียมตัวเสียเถอะ ทำงานหนักเข้าไว้ อีกครึ่งเดือนเจ้าต้องออกเดินทางแล้ว”

“ขอรับ ขอบคุณใต้เท้าที่ชี้แนะ!” เฉินมู่รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย

ยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งเดือน

มิใช่ว่าไม่มีโอกาสเลย หากเร่งกระบวนการและทำงานหนักร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา ก็อาจจะสามารถทำภารกิจที่สองให้เสร็จก่อนกำหนดได้

แม้จะมีความเสี่ยงในการถูกจับได้ แต่มันดีกว่าการเสียเวลาห้าปีตั้งไม่รู้กี่เท่า

แผนเดิมของเขาคือการทำภารกิจที่สองให้สำเร็จภายในสามถึงหกเดือน โดยลงมืออย่างแผ่วเบาที่สุดและขจัดความเป็นไปได้ในการถูกเปิดเผย เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องช่วยเหลือผู้เล่นทั้งหมด จะไม่มีใครระมัดระวังมากพอ

ทว่าตอนนี้ดูเหมือนจะต้องยอมรับความเสี่ยงบ้าง

หลังจากที่เฉินมู่ออกไป เหลือเพียงซูอันและเหล่าเฉินในห้อง

รอยยิ้มบนใบหน้าของซูอันเข้มขึ้น ไม่อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านี้อีก เขาหันไปหาเหล่าเฉินแล้วพูดเบา ๆ “ผ่อนกฎเกณฑ์ลงบ้าง ใช้วิธีการที่สมเหตุสมผล หยุดแทรกแซงกิจการเหมือง และสร้างโอกาสให้เขามากขึ้น”

เหล่าเฉินรู้สึกตกใจ แต่ก็รับคำสั่งโดยไม่ลังเล

ดูเหมือนคนประหลาดคนนั้นกำลังจะเจอปัญหา

แน่นอนว่าเขาไม่ได้รู้สึกสงสารคนประหลาดเฉินมู่ ตรงกันข้าม กลับคิดถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘วิธีการที่สมเหตุสมผล’

เขาไม่กล้าที่จะละเลยคำพูดของซูอันเลย

……

หลังออกจากห้องผู้คุม ซูอันก็กลับสู่โลกภายใน

เมื่อมองไปที่ม่านแสงตรงหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นภาพที่เฉินมู่กำลังเรียกประชุมฉุกเฉิน ซูอันก็พึงพอใจและปัดม่านแสงทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ

เหมืองโบราณเทียนซิง คงจะไม่มีวันสงบสุขได้อีกแล้ว

จากนี้เพียงรออย่างเงียบ ๆ

ครั้นหันไปมอง ก็เห็นคนผู้หนึ่งกำลังยกมือปิดหน้าอยู่ไม่ไกลนัก เป็นหลีจื่อหนิงที่เตรียมจะย่องหนี ซูอันพลันยกยิ้มมุมปาก

“พี่จื่อหนิง ไม่ทักทายข้าหน่อยหรือ?”

เมื่อเห็นว่าความพยายามแอบหนีล้มเหลว หลีจื่อหนิงจึงหยุดทันที

นางหันกลับไปมองซูอันด้วยความอึดอัด “ช่างบังเอิญจริง ๆ เสี่ยวอันก็มาที่นี่ด้วย”

เมื่อพูดจบ นิ้วเท้าเรียวเล็กของนางก็เริ่มเคลื่อนไหวในรองเท้าปัก

ใบหน้านางแดงระเรื่อ มีบรรยากาศที่น่าอึดอัดในอากาศ

ตั้งแต่คืนนั้น นางก็หลบหน้าซูอันตลอด

คาดไม่ถึงว่าหลังจากเห็นซูอัน นางก็ไม่สามารถแม้แต่จะทักทายได้!

“นั่นสิ บังเอิญจริง ๆ” ซูอันเป็นคนหน้าด้าน เขาไม่สนใจว่าจะน่าอายหรือเปล่า เพียงเดินขึ้นไปและจับมือของหลีจื่อหนิง

“บางทีอาจเรียกว่าใจสื่อถึงใจ”

“พี่จื่อหนิง เนื่องจากเราถูกกำหนดให้คู่กัน ไฉนไม่ทำในสิ่งที่เราชอบร่วมกันตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ”

แววตาของเขาจริงใจ หากไม่รู้ก็อาจคิดว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างที่สะเทือนใต้หล้า

“ไม่…อย่าทำแบบนี้” หลีจื่อหนิงไม่อาจทนต่อสายตาของซูอันได้ นางจึงเบือนหน้าหนีและพยายามดึงมือกลับ

ทว่ามือใหญ่ยังจับไว้แน่น คล้ายว่ามีมังกรยักษ์จะมาแย่งสมบัติของตนไป ต้องการครอบครองไว้เองอย่างโลภมาก ทำให้นางไม่สามารถเป็นอิสระได้

“พี่จื่อหนิง เจ้าหมายความว่าไม่ต้องการหรือ?”

แววชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าของซูอัน และเขาเหยียดมืออีกข้างออกไป วางไว้บนหลังมือของหลีจื่อหนิง ซึ่งขาวกว่าและอ่อนโยนกว่ามือของหญิงสาวแรกรุ่น ก่อนจะลูบไปมา

รูปลักษณ์นี้ เหมือนชายหนุ่มเจ้าสำราญกำลังหยอกเย้าและเอาเปรียบหญิงสาวอ่อนต่อโลกคนหนึ่ง

“เสี่ยวอัน นี่ไม่ถูกต้อง!”

ใบหน้าของหลีจื่อหนิงแดงมากขึ้น รู้สึกเขินอายมาก นางดึงมือกลับอีกครั้ง มองไปรอบ ๆ เพราะกลัวว่าศิษย์ของตำหนักไท่อินหรือหลีหวั่นเอ๋อร์จะเห็นฉากนี้เข้า

ทว่าชั่วเวลาพริบตา สีหน้าท่าทางของนางดูแข็งค้าง

เวลาหยุดนิ่ง เสียงของสรรพสิ่งก็เงียบลงในขณะนี้เช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนหญิงแห่งตำหนักไท่อินที่กำลังเล่นอยู่ หรือเจ้าตำหนักไท่อินที่กำลังฝึกฝน ล้วนแต่หยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนการกระทำในเวลาก่อนหน้านี้ ราวกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็ง

ในโลกภายในทั้งหมด มีเพียงซูอันเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนไหวได้

“พี่จื่อหนิง โปรดชี้แจงให้ข้าทราบว่าไม่ถูกต้องอย่างไร”

ซูอันเผยท่าทางชั่วร้าย เขาบีบใบหน้าอ่อนโยนของหลีจื่อหนิง

อ่อนนุ่ม และน่าหยิกนัก

สิ่งที่เรียกว่าหยุดเวลา ที่จริงซูอันเพียงทำให้สายน้ำยาวแห่งมิติเวลาหยุดลงชั่วคราว ณ ช่วงเวลานี้ เป็นเศษเสี้ยวของเวลา ซึ่งเป็นหน่วยเวลาที่เล็กมากจนสามารถละเลยได้

การสัมผัสก็จะไม่ต่างจากปกติ

แน่นอนว่าหลีจื่อหนิงไม่สามารถพูดได้ นางยังมีสีหน้าเขินอายอยู่ และไม่รู้เลยว่าแก้มของตนเองกำลังถูกซูอันจูบ

“พี่จื่อหนิง ไยท่านถึงเงียบไป?” ซูอันถามอย่างรู้อยู่แก่ใจ

จากนั้นก็แสดงอาการว่าเพิ่งจะเข้าใจ

“อ้อ ข้ารู้แล้ว พี่จื่อหนิงได้สื่อสารกับข้าทั้งทางวาจาและทางกาย ทว่าความรู้สึกต้องถ่ายทอดผ่านการสื่อสารจากใจถึงใจ”

“เอาล่ะ เช่นนั้นเจ้าต้องการให้ข้าเรียกหวั่นเอ๋อร์มาหรือไม่? ไม่หรือ?”

“หากเจ้าไม่คัดค้าน ข้าก็จะถือว่าเจ้ายินยอม”

“...”

ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน การสื่อสารแบบพิเศษได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ซูอันช่วยหลีจื่อหนิงปิดริมฝีปากของนางและเช็ดน้ำลายจากมุมปากให้ด้วย สุดท้ายยังช่วยปรับท่าทางของนาง ใส่รองเท้าปักลายให้เท้าหยก และหวีผมของนางด้วย

จบบทที่ ตอนที่ 408 ให้คุมแผนฟ้าคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว